เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 : ภารกิจ​นอกนิกาย!

บทที่ 6 : ภารกิจ​นอกนิกาย!

บทที่ 6 : ภารกิจ​นอกนิกาย!


บทที่ 6 : ภารกิจ​นอกนิกาย!

วันรุ่งขึ้น

ณ ห้องโถง​นิกายของนิกายเมฆาสวรรค์

แม้ฟ้าจะเพิ่งสาง แต่ในห้องโถงใหญ่ก็มีศิษย์มารวมตัวกันจำนวนมาก

“รายชื่อภารกิจอัพเดทแล้ว…” เหล่าศิษย์ต่างมองไปที่รายชื่อภารกิจที่เพิ่งติดไว้บนกำแพงด้วยความคาดหวัง

ห้องโถงนิกาย เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการประกาศภารกิจต่างๆ ของนิกายเมฆาสวรรค์

ตามธรรมเนียมแล้ว ในทุกๆเช้า รายชื่อภารกิจในห้องโถงนิกายจะได้รับการอัพเดท

วันนี้ก็เช่นกัน

“อันดับหนึ่งในบัญชีดำ ยังคงเป็น ‘ตัวตลกปีศาจ’ แถมตอนนี้ แต้มภารกิจเพิ่มขึ้นเป็นสองหมื่นแปดพันแล้ว!” ศิษย์ชั้นนอกบางคนร้องออกมาอย่างตื่นเต้น

“‘ตัวตลกปีศาจ’ นี่ไม่ใช่คนที่เราจะไปยุ่งด้วยได้ ได้ยินมาว่ามันเคยฆ่าล้างเมืองเล็กๆมาแล้ว…ศิษย์ระดับ ‘เปิดเส้นชีพจร’ หรือแม้แต่ศิษย์สายในที่ตายในมือมันก็มีไม่น้อย”

“ความโหดเหี้ยมของมันเลื่องลือไปทั่วแคว้นฉู่ ใครก็ตามที่ตกไปอยู่ในมือมัน ไม่ว่าหญิง ชาย หรือเด็ก ล้วนถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม” ศิษย์อาวุโสที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างหน้าซีดและส่ายหน้า

เเละในตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มหน้าตาอ่อนเยาว์ก็เดินเข้ามาในห้องโถงนิกาย

เด็กหนุ่มสวมชุดสีเขียวของศิษย์สายนอกที่ดูไม่โดดเด่นอะไร แต่ดวงตาของเขากลับดูเฉียบคมและหนักแน่น

เเละผู้มาใหม่คือเฉินหยูนั่นเอง

“บัญชีดำ ยังไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะไปยุ่งเกี่ยวด้วยในตอนนี้” เฉินหยูมองรายชื่อที่น่ากลัวบนบัญชีดำอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เฉินหยูต้องการวิชาขั้นกลางอย่างมาก ซึ่งมันใช้แต้มภารกิจเพียงหนึ่งพันแต้มในการแลกเท่านั้น

ดังนั้น การล่า ‘ตัวตลกปีศาจ’ อันดับหนึ่ง ไม่ต้องพูดถึง…ส่วน ‘จอมโจรไร้ร่องรอย’ อันดับสอง และ ‘ราชันย์หมาป่าคมมีด’ อันดับสาม ก็ล้วนมีชื่อเสียงที่โหดร้าย พวกมันเป็นเป้าหมายที่นิกายต่างๆในแคว้นฉู่ต้องการตัว

ยกตัวอย่างเช่น "จอมโจรไร้ร่องรอย" เป็นจอมโจรข่มขืนที่มุ่งเป้าไปที่หญิงสาวจากตระกูลผู้ดีและมีชื่อเสียง

ผลงานที่โด่งดังที่สุดของมันคือการบุกเข้าไปในพระราชวังของแคว้นฉู่ แล้วล่วงเกินพระชายาและองค์หญิง

แต้มภารกิจสำหรับการกำจัดมันสูงถึงสองหมื่นหกพันแต้ม!

ยี่สิบอันดับแรกในบัญชีดำ มีรางวัลแต้มภารกิจอย่างน้อยหนึ่งหมื่นแต้ม

แม้รางวัลในบัญชีดำจะมากมาย แต่ด้วยพลังของเฉินหยูในตอนนี้ หากไปเจอกับคนเหล่านั้น เขาก็มีแต่จะถูกฆ่าในทันที

เอาไว้หลังจากทะลุระดับ ‘เปิดเส้นชีพจร’ แล้ว ค่อยลองรับมือกับเป้าหมายท้ายๆในบัญชีดำก็ยังไม่สาย

เฉินหยูละสายตาจากบัญชีดำ แล้วเริ่มมองหารายชื่อภารกิจประเภทอื่น

นอกจากภารกิจกำจัดที่อันตรายที่สุดแล้ว…ภารกิจทั่วไปก็มี ภารกิจเก็บรวบรวมสมุนไพรในสถานที่อันตราย รวมถึงการล่าสัตว์อสูรเพื่อนำวัสดุต่างๆกลับมา

ภารกิจที่ง่ายที่สุดคือภารกิจส่งข้อความ รวมถึงการไปจัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆในโลกปุถุชน

แต่ภารกิจง่ายๆเหล่านี้ รางวัลก็น้อยนิดตามไปด้วย…บางอันแต้มภารกิจอาจมีแค่หลักหน่วย หรือไม่ก็ต้องใช้เวลาและพลังงานมากมาย

ก่อนหน้านี้ เฉินหยูทำได้แค่เลือกภารกิจง่ายๆที่ไม่มีความเสี่ยง ทำปีละไม่กี่ครั้ง รางวัลก็แทบจะไม่มีเลย

แต่ครั้งนี้ เฉินหยูตั้งใจจะทำภารกิจที่มีรางวัลตอบแทนสูงขึ้น

แน่นอนว่าภารกิจก็ย่อมจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เฉินหยูค่อนข้างมั่นใจในพลังของตัวเอง…ถ้าเเค่ภารกิจทั่วๆไป เขาก็คงป้องกันตัวเองได้

ไม่นาน เฉินหยูก็พบภารกิจที่เหมาะสมในรายชื่อ

“ภารกิจล่า ‘หมีเหล็กสีน้ำตาล”

“นำดีหมี ตีนหมี และวัสดุอื่นๆกลับมา รางวัลจะขึ้นอยู่กับระดับของหมีเหล็กสีน้ำตาล ดีหมีหนึ่งลูก มีรางวัลแต้มภารกิจ 20 ถึง 60 แต้ม และศิลาวิญญาณขั้นต่ำ 1 ถึง 5 ก้อน…ตีนหมีข้างละ 5 ถึง 20 แต้ม”

เมื่อเห็นภารกิจนี้ เฉินหยูก็ตาเป็นประกายทันที​

ภารกิจนี้ไม่เพียงแต่มีแต้มภารกิจที่ดีเท่านั้น เเต่การล่าดีหมีได้ยังจะได้รับศิลาวิญญาณอีกด้วย

ศิลาวิญญาณ คือเงินตราในโลกนิกาย

ศิลาวิญญาณเป็นผลึกที่เกิดจากการรวมตัวของพลังวิญญาณในโลก สามารถใช้เร่งความเร็วในการฝึกฝน ฟื้นฟูพลังวิญญาณ และใช้แลกเปลี่ยนทรัพยากรต่างๆในการฝึกฝนได้ มีประโยชน์มากมายมหาศาล​

เฉินหยูอยู่ในนิกายมานาน แต่ยังไม่เคยมีศิลาวิญญาณแม้แต่ก้อนเดียว

เพราะเขายังอยู่ในช่วงทดสอบของนิกายชั้นนอก ยังไม่ได้เป็นศิษย์สายนอกอย่างเป็นทางการ ถ้าได้เป็นศิษย์สายนอกอย่างเป็นทางการแล้ว จะได้รับศิลาวิญญาณขั้นต่ำเดือนละสามก้อน

“หมีเหล็กสีน้ำตาลงั้นเหรอ…” เฉินหยูครุ่นคิด

รางวัลของภารกิจนี้ถือว่าค่อนข้างดี แม้หมีเหล็กสีน้ำตาลจะมีหนังหนาและพละกำลังมหาศาล แต่ความเร็วและความคล่องตัวของมัน​ค่อนข้างธรรมดา

ตามหลักการ​เเละเหตุผลแล้ว ภารกิจแบบนี้ควรจะมีคนรับทำเยอะ

แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ดูเหมือนภารกิจนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิด

“ภารกิจล่าหมีเหล็กสีน้ำตาล กลุ่มของข้ายังขาดคนอีกหนึ่งคน”

ทันใดนั้นเอง เฉินหยูก็ได้ยินเสียงหนึ่งท่ามกลางเสียงจอแจ

เสียงนั้นดังมาจากด้านนอกห้องโถง

เฉินหยูเดินตามเสียงไปยังกลุ่มชายสามหญิงกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่นอกห้องโถง

ผู้ที่พูดคือชาย “ตาสามเหลี่ยม” อายุประมาณยี่สิบต้นๆ…ดูเหมือนจะเป็นศิษย์อาวุโสระดับ ‘เปิดเส้นชีพจร’

เฉินหยูอยู่ในนิกายชั้นนอกมาเกือบสามปี เขาจึงรู้จักคนส่วนใหญ่

ชายตาสามเหลี่ยมคนนี้ชื่อ “ติงจิ่วฮุย” เป็นศิษย์เจ้าเล่ห์ในนิกายชั้นนอก มีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าหวังหลิงหยุน

ส่วนอีกสองชายหนึ่งหญิง ประกอบไปด้วยเด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น เด็กสาวร่างบาง และเด็กหนุ่มหน้ายาว

สองคนแรกเฉินหยูพอจะมีความทรงจำอยู่บ้าง แต่จำชื่อไม่ได้…ส่วนเด็กหนุ่มหน้ายาวที่มองมาที่เขาด้วยความเคียดแค้นนั้น เป็นคนที่รู้จักกันดี

“เฉินหยู” เด็กหนุ่มหน้ายาวกัดฟันกำหมัดแน่น

เขาคือเฟิงเต๋อ ศัตรูที่เคยถูกเฉินหยูต่อยกระเด็นด้วยหมัดเดียว และถูกปราบภายในสามกระบวนท่าเมื่อไม่กี่วันก่อน

“เจ้าหนู ข้ารู้จักเจ้า…” ติงจิ่วฮุย จ้องมองเฉินหยูด้วยแววตาแปลกๆ

“เจ้าคือเฉินหยูคนนั้นงั้นเหรอ?” เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นและเด็กสาวร่างบางมองเฉินหยูด้วยความประหลาดใจ ราวกับรู้จักเขาดี

“ข้าดังขนาดนั้นเลย?” เฉินหยูลูบคาง

ดูเหมือนคนเหล่านี้จะรู้จักเขา แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความดูถูกและเยาะเย้ย

“หึๆ…ฉายา ‘ทำผู้คนกินน้ำใต้ศอก’ ของพี่เฉินนี่ดังไปทั่วทั้งนิกายชั้นนอกเลยนะ”

“แหม…ขนาดสาวสวยอย่าง ‘มู่เสวี่ยชิง’ ยังคว้ามาได้ น่าอิจฉาจริงๆ…”

เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นพูดด้วยน้ำเสียงลามก เเต่ดูเหมือนจะชื่นชมเฉินหยูอย่างใจจริง

ทำผู้คนกินน้ำใต้ศอกงั้นเหรอ?

เฉินหยูเกือบสะดุดล้ม เมื่อถูกคนรอบข้างมองด้วยสายตาแปลกๆ

เห็นได้ชัดว่าภาพที่เขาเดินจูงมือกับมู่เสวี่ยชิงออกจากโรงอาหารวันนั้น มีคนเห็นเยอะมาก

“อืม! ในเมื่อทุกคนรู้จักกันแล้ว ก็คุยกันง่ายหน่อย…ข้าอยากขอเข้าร่วมกลุ่มกับทุกท่าน เพื่อไปล่า ‘หมีเหล็กสีน้ำตาล’ ด้วยกัน” เฉินหยูรีบเข้าเรื่อง เพราะรู้สึกอึดอัดที่ถูกคนเหล่านั้นจ้องมอง

“ล่าหมีเหล็กสีน้ำตาล?...เจ้าเนี่ยนะ?” ทุกคนต่างมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะออกมา

ยกเว้นเฟิงเต๋อแล้ว อีกสามคนล้วนมองเฉินหยูด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“ทุกท่านมีข้อสงสัยอะไรหรือ?” ในที่สุดเฉินหยูก็รู้ตัวว่าฉายา ‘ทำผู้คนกินน้ำใต้ศอก’ ของเขา ทำให้คนเหล่านี้ดูถูก

“เจ้ามันอ่อนแอ​!” ติงจิ่วฮุยมองเฉินหยูด้วยหางตา เเล้วพูดออกมาตรงๆ

ในฐานะศิษย์อาวุโสในนิกายชั้นนอก เขาไม่ให้เกียรติเฉินหยูเลยแม้แต่น้อย แถมยังปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

“ฮ่าๆ! พี่เฉิน ‘หมีเหล็กสีน้ำตาล’ นี่จัดอยู่ในระดับสัตว์อสูรนะ ไม่ใช่ว่าจะจัดการได้ง่ายๆ…พวกเราทุกคนมีพลังระดับ ‘หลอมกาย’ ขั้นสูงสุด และเป็นระดับแนวหน้าในบรรดาผู้ที่ยังไม่ถึงระดับ ‘เปิดเส้นชีพจร’ ด้วย” เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นรีบพูดอธิบาย​

เเละในน้ำเสียงของเขามีความภูมิใจในพลังของตัวเองแฝงอยู่หลายส่วน

“อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง…” เฉินหยูเข้าใจแล้ว ภารกิจล่าหมีเหล็กสีน้ำตาลนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดจริงๆ

แต่คนพวกนี้มีพลังระดับ ‘หลอมกาย’ ขั้นสูงสุดกันทุกคน ในกลุ่มนี้เฟิงเต๋อน่าจะถือว่าอ่อนที่สุดแล้ว

“เข้าใจก็ดีแล้ว” ติงจิ่วฮุยเบะปาก ราวกับว่าให้เฉินหยูรู้จักที่ต่ำที่สูง

“แน่นอน ถ้าเป็นแบบนั้น ข้าก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองมีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วม…” เฉินหยูพูดต่ออย่างเชื่องช้า

อะไร!

สีหน้าของติงจิ่วฮุยเปลี่ยนไป พลังภายในที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาในระดับ ‘เปิดเส้นชีพจร’ ทำให้ทุกคนหายใจติดขัด

ส่วนเด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นและเด็กสาวร่างบางมองเฉินหยูด้วยความประหลาดใจ

“ก็ในกลุ่มพวกเจ้าน่ะ มีคนที่พ่ายแพ้ให้ข้าอยู่ด้วยน่ะ” เฉินหยูไม่สะทกสะท้าน เเละมองไปที่เฟิงเต๋ออย่างมีเลศนัย

“เฉินหยู! เเกอย่ามาทำอวดเก่ง!” เฟิงเต๋อหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย

แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่ว่าเขาเคยแพ้เฉินหยูได้…แถมตอนนี้ยังคงหวาดกลัวอีกฝ่ายอยู่เลย

“หืม?” ติงจิ่วฮุยมองเฟิงเต๋อด้วยความสงสัย

เฟิงเต๋อคงไม่เอาความอับอายจากการพ่ายแพ้ไปป่าวประกาศ ส่วนการปะทะกันที่โรงอาหารวันนั้น ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยในนิกาย จึงมีเพียงคนกลุ่มเล็กๆเท่านั้นที่รู้

ส่วนเรื่องที่เฉินหยูเดินจูงมือกับมู่เสวี่ยชิงต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องนั้นถูกพูดถึงกันปากต่อปากจนโด่งดังไปทั่ว

“ฮึ่ม…เจ้าหนู ดูเหมือนข้าจะประเมินเจ้าต่ำไป งั้นเอาแบบนี้ ในฐานะรองหัวหน้า ถ้าเจ้าผ่านการทดสอบ ‘หนึ่งนิ้ว’ ของข้าได้ เจ้าก็จะได้รับการยอมรับ” ติงจิ่วฮุยมองเฉินหยูด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

เขาแน่ใจแล้วว่าเฉินหยูน่าจะมีฝีมือเหนือกว่าเฟิงเต๋อ ตามหลักเหตุผลแล้ว…เฉินหยูจึงมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าร่วมกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม เฉินหยูทำให้เขาเสียหน้าเมื่อครู่ อีกทั้งเขายังสนิทกับเฟิงเต๋อเล็กน้อย…เขาจึงต้องหาทางเอาคืนให้อยู่แล้ว

หนึ่งนิ้ว?

เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นและเด็กสาวร่างบางหน้าซีดเมื่อได้ยินคำนั้น

ทั้งสองรู้ดีว่าติงจิ่วฮุยจงใจกลั่นแกล้งเฉินหยู และอาจจะลงมือสั่งสอนอีกฝ่ายอย่างรุนแรง​

“ก็ได้” เฉินหยูทำหน้าปกติ ราวกับไม่รู้ถึงความมุ่งร้ายของติงจิ่วฮุย

“ดี!” ติงจิ่วฮุยยิ้มอย่างมีเลศนัย

ยื่นนิ้วออกมาจิ้มไปที่เฉินหยูอย่างแผ่วเบา

การจิ้มนั้นดูเหมือนไม่มีแรงเลย มีเพียงกระแสลมแผ่วเบารอบๆปลายนิ้วเท่านั้น

“วิชา ‘นิ้วใบหลิว’ ขั้นกลาง!”

คนรอบข้างต่างหน้าซีดเผือด​

วิชา ‘นิ้วใบหลิว’ เป็นวิชาสายอ่อน ดูเหมือนกิ่งหลิวปัดป่าย แต่กลับแฝงไว้ด้วยอันตราย

เฉินหยูรู้สึกได้ถึงพลังภายในอันเยือกเย็นที่แฝงอยู่ในปลายนิ้วของอีกฝ่าย ความรู้สึกอันตรายที่ได้รับนั้น รุนแรงกว่า ‘กรงเล็บเหล็กเมฆา’ ของหวังหลิงหยุนเสียอีก

อันตรายจาก ‘กรงเล็บเหล็กเมฆา’ นั้นเปิดเผย…แต่วิชา ‘นิ้วใบหลิว’ กลับซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความเงียบงัน

“เข้ามา!”

เเต่เฉินหยูก็ไม่ถอย เขาปล่อยหมัดออกไปพร้อมหัวใจที่เต้นแรง เเละพลังชีวิตที่พลุ่งพล่านราวกับมหาสมุทร

วูมมม!!!

ในเสี้ยววินาทีที่หมัดถูกปล่อยออกไป กระแสลมรอบข้างก็ปั่นป่วน เกิดเสียงฟ้าร้องคำราม

ปังงงงงง!!!

นิ้วปะทะหมัดอย่างรุนแรง ​ปลดปล่อย​คลื่นพลังที่มองไม่เห็นระเบิดออกไป

ผู้ที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆ รู้สึกเหมือนลมพายุ​พัดผ่าน เเละต่างก็ถอยหลังไปหลายก้าว

……………………

จบบทที่ บทที่ 6 : ภารกิจ​นอกนิกาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว