- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้า!! ด้วยหัวใจอมตะ
- บทที่ 6 : ภารกิจนอกนิกาย!
บทที่ 6 : ภารกิจนอกนิกาย!
บทที่ 6 : ภารกิจ​นอกนิกาย!
บทที่ 6 : ภารกิจ​นอกนิกาย!
วันรุ่งขึ้น
ณ ห้องโถง​นิกายของนิกายเมฆาสวรรค์
แม้ฟ้าจะเพิ่งสาง แต่ในห้องโถงใหญ่ก็มีศิษย์มารวมตัวกันจำนวนมาก
“รายชื่อภารกิจอัพเดทแล้ว…” เหล่าศิษย์ต่างมองไปที่รายชื่อภารกิจที่เพิ่งติดไว้บนกำแพงด้วยความคาดหวัง
ห้องโถงนิกาย เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการประกาศภารกิจต่างๆ ของนิกายเมฆาสวรรค์
ตามธรรมเนียมแล้ว ในทุกๆเช้า รายชื่อภารกิจในห้องโถงนิกายจะได้รับการอัพเดท
วันนี้ก็เช่นกัน
“อันดับหนึ่งในบัญชีดำ ยังคงเป็น ‘ตัวตลกปีศาจ’ แถมตอนนี้ แต้มภารกิจเพิ่มขึ้นเป็นสองหมื่นแปดพันแล้ว!” ศิษย์ชั้นนอกบางคนร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
“‘ตัวตลกปีศาจ’ นี่ไม่ใช่คนที่เราจะไปยุ่งด้วยได้ ได้ยินมาว่ามันเคยฆ่าล้างเมืองเล็กๆมาแล้ว…ศิษย์ระดับ ‘เปิดเส้นชีพจร’ หรือแม้แต่ศิษย์สายในที่ตายในมือมันก็มีไม่น้อย”
“ความโหดเหี้ยมของมันเลื่องลือไปทั่วแคว้นฉู่ ใครก็ตามที่ตกไปอยู่ในมือมัน ไม่ว่าหญิง ชาย หรือเด็ก ล้วนถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม” ศิษย์อาวุโสที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างหน้าซีดและส่ายหน้า
เเละในตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มหน้าตาอ่อนเยาว์ก็เดินเข้ามาในห้องโถงนิกาย
เด็กหนุ่มสวมชุดสีเขียวของศิษย์สายนอกที่ดูไม่โดดเด่นอะไร แต่ดวงตาของเขากลับดูเฉียบคมและหนักแน่น
เเละผู้มาใหม่คือเฉินหยูนั่นเอง
“บัญชีดำ ยังไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะไปยุ่งเกี่ยวด้วยในตอนนี้” เฉินหยูมองรายชื่อที่น่ากลัวบนบัญชีดำอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เฉินหยูต้องการวิชาขั้นกลางอย่างมาก ซึ่งมันใช้แต้มภารกิจเพียงหนึ่งพันแต้มในการแลกเท่านั้น
ดังนั้น การล่า ‘ตัวตลกปีศาจ’ อันดับหนึ่ง ไม่ต้องพูดถึง…ส่วน ‘จอมโจรไร้ร่องรอย’ อันดับสอง และ ‘ราชันย์หมาป่าคมมีด’ อันดับสาม ก็ล้วนมีชื่อเสียงที่โหดร้าย พวกมันเป็นเป้าหมายที่นิกายต่างๆในแคว้นฉู่ต้องการตัว
ยกตัวอย่างเช่น "จอมโจรไร้ร่องรอย" เป็นจอมโจรข่มขืนที่มุ่งเป้าไปที่หญิงสาวจากตระกูลผู้ดีและมีชื่อเสียง
ผลงานที่โด่งดังที่สุดของมันคือการบุกเข้าไปในพระราชวังของแคว้นฉู่ แล้วล่วงเกินพระชายาและองค์หญิง
แต้มภารกิจสำหรับการกำจัดมันสูงถึงสองหมื่นหกพันแต้ม!
ยี่สิบอันดับแรกในบัญชีดำ มีรางวัลแต้มภารกิจอย่างน้อยหนึ่งหมื่นแต้ม
แม้รางวัลในบัญชีดำจะมากมาย แต่ด้วยพลังของเฉินหยูในตอนนี้ หากไปเจอกับคนเหล่านั้น เขาก็มีแต่จะถูกฆ่าในทันที
เอาไว้หลังจากทะลุระดับ ‘เปิดเส้นชีพจร’ แล้ว ค่อยลองรับมือกับเป้าหมายท้ายๆในบัญชีดำก็ยังไม่สาย
เฉินหยูละสายตาจากบัญชีดำ แล้วเริ่มมองหารายชื่อภารกิจประเภทอื่น
นอกจากภารกิจกำจัดที่อันตรายที่สุดแล้ว…ภารกิจทั่วไปก็มี ภารกิจเก็บรวบรวมสมุนไพรในสถานที่อันตราย รวมถึงการล่าสัตว์อสูรเพื่อนำวัสดุต่างๆกลับมา
ภารกิจที่ง่ายที่สุดคือภารกิจส่งข้อความ รวมถึงการไปจัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆในโลกปุถุชน
แต่ภารกิจง่ายๆเหล่านี้ รางวัลก็น้อยนิดตามไปด้วย…บางอันแต้มภารกิจอาจมีแค่หลักหน่วย หรือไม่ก็ต้องใช้เวลาและพลังงานมากมาย
ก่อนหน้านี้ เฉินหยูทำได้แค่เลือกภารกิจง่ายๆที่ไม่มีความเสี่ยง ทำปีละไม่กี่ครั้ง รางวัลก็แทบจะไม่มีเลย
แต่ครั้งนี้ เฉินหยูตั้งใจจะทำภารกิจที่มีรางวัลตอบแทนสูงขึ้น
แน่นอนว่าภารกิจก็ย่อมจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เฉินหยูค่อนข้างมั่นใจในพลังของตัวเอง…ถ้าเเค่ภารกิจทั่วๆไป เขาก็คงป้องกันตัวเองได้
ไม่นาน เฉินหยูก็พบภารกิจที่เหมาะสมในรายชื่อ
“ภารกิจล่า ‘หมีเหล็กสีน้ำตาล”
“นำดีหมี ตีนหมี และวัสดุอื่นๆกลับมา รางวัลจะขึ้นอยู่กับระดับของหมีเหล็กสีน้ำตาล ดีหมีหนึ่งลูก มีรางวัลแต้มภารกิจ 20 ถึง 60 แต้ม และศิลาวิญญาณขั้นต่ำ 1 ถึง 5 ก้อน…ตีนหมีข้างละ 5 ถึง 20 แต้ม”
เมื่อเห็นภารกิจนี้ เฉินหยูก็ตาเป็นประกายทันที​
ภารกิจนี้ไม่เพียงแต่มีแต้มภารกิจที่ดีเท่านั้น เเต่การล่าดีหมีได้ยังจะได้รับศิลาวิญญาณอีกด้วย
ศิลาวิญญาณ คือเงินตราในโลกนิกาย
ศิลาวิญญาณเป็นผลึกที่เกิดจากการรวมตัวของพลังวิญญาณในโลก สามารถใช้เร่งความเร็วในการฝึกฝน ฟื้นฟูพลังวิญญาณ และใช้แลกเปลี่ยนทรัพยากรต่างๆในการฝึกฝนได้ มีประโยชน์มากมายมหาศาล​
เฉินหยูอยู่ในนิกายมานาน แต่ยังไม่เคยมีศิลาวิญญาณแม้แต่ก้อนเดียว
เพราะเขายังอยู่ในช่วงทดสอบของนิกายชั้นนอก ยังไม่ได้เป็นศิษย์สายนอกอย่างเป็นทางการ ถ้าได้เป็นศิษย์สายนอกอย่างเป็นทางการแล้ว จะได้รับศิลาวิญญาณขั้นต่ำเดือนละสามก้อน
“หมีเหล็กสีน้ำตาลงั้นเหรอ…” เฉินหยูครุ่นคิด
รางวัลของภารกิจนี้ถือว่าค่อนข้างดี แม้หมีเหล็กสีน้ำตาลจะมีหนังหนาและพละกำลังมหาศาล แต่ความเร็วและความคล่องตัวของมัน​ค่อนข้างธรรมดา
ตามหลักการ​เเละเหตุผลแล้ว ภารกิจแบบนี้ควรจะมีคนรับทำเยอะ
แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ดูเหมือนภารกิจนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิด
“ภารกิจล่าหมีเหล็กสีน้ำตาล กลุ่มของข้ายังขาดคนอีกหนึ่งคน”
ทันใดนั้นเอง เฉินหยูก็ได้ยินเสียงหนึ่งท่ามกลางเสียงจอแจ
เสียงนั้นดังมาจากด้านนอกห้องโถง
เฉินหยูเดินตามเสียงไปยังกลุ่มชายสามหญิงกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่นอกห้องโถง
ผู้ที่พูดคือชาย “ตาสามเหลี่ยม” อายุประมาณยี่สิบต้นๆ…ดูเหมือนจะเป็นศิษย์อาวุโสระดับ ‘เปิดเส้นชีพจร’
เฉินหยูอยู่ในนิกายชั้นนอกมาเกือบสามปี เขาจึงรู้จักคนส่วนใหญ่
ชายตาสามเหลี่ยมคนนี้ชื่อ “ติงจิ่วฮุย” เป็นศิษย์เจ้าเล่ห์ในนิกายชั้นนอก มีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าหวังหลิงหยุน
ส่วนอีกสองชายหนึ่งหญิง ประกอบไปด้วยเด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น เด็กสาวร่างบาง และเด็กหนุ่มหน้ายาว
สองคนแรกเฉินหยูพอจะมีความทรงจำอยู่บ้าง แต่จำชื่อไม่ได้…ส่วนเด็กหนุ่มหน้ายาวที่มองมาที่เขาด้วยความเคียดแค้นนั้น เป็นคนที่รู้จักกันดี
“เฉินหยู” เด็กหนุ่มหน้ายาวกัดฟันกำหมัดแน่น
เขาคือเฟิงเต๋อ ศัตรูที่เคยถูกเฉินหยูต่อยกระเด็นด้วยหมัดเดียว และถูกปราบภายในสามกระบวนท่าเมื่อไม่กี่วันก่อน
“เจ้าหนู ข้ารู้จักเจ้า…” ติงจิ่วฮุย จ้องมองเฉินหยูด้วยแววตาแปลกๆ
“เจ้าคือเฉินหยูคนนั้นงั้นเหรอ?” เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นและเด็กสาวร่างบางมองเฉินหยูด้วยความประหลาดใจ ราวกับรู้จักเขาดี
“ข้าดังขนาดนั้นเลย?” เฉินหยูลูบคาง
ดูเหมือนคนเหล่านี้จะรู้จักเขา แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความดูถูกและเยาะเย้ย
“หึๆ…ฉายา ‘ทำผู้คนกินน้ำใต้ศอก’ ของพี่เฉินนี่ดังไปทั่วทั้งนิกายชั้นนอกเลยนะ”
“แหม…ขนาดสาวสวยอย่าง ‘มู่เสวี่ยชิง’ ยังคว้ามาได้ น่าอิจฉาจริงๆ…”
เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นพูดด้วยน้ำเสียงลามก เเต่ดูเหมือนจะชื่นชมเฉินหยูอย่างใจจริง
ทำผู้คนกินน้ำใต้ศอกงั้นเหรอ?
เฉินหยูเกือบสะดุดล้ม เมื่อถูกคนรอบข้างมองด้วยสายตาแปลกๆ
เห็นได้ชัดว่าภาพที่เขาเดินจูงมือกับมู่เสวี่ยชิงออกจากโรงอาหารวันนั้น มีคนเห็นเยอะมาก
“อืม! ในเมื่อทุกคนรู้จักกันแล้ว ก็คุยกันง่ายหน่อย…ข้าอยากขอเข้าร่วมกลุ่มกับทุกท่าน เพื่อไปล่า ‘หมีเหล็กสีน้ำตาล’ ด้วยกัน” เฉินหยูรีบเข้าเรื่อง เพราะรู้สึกอึดอัดที่ถูกคนเหล่านั้นจ้องมอง
“ล่าหมีเหล็กสีน้ำตาล?...เจ้าเนี่ยนะ?” ทุกคนต่างมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะออกมา
ยกเว้นเฟิงเต๋อแล้ว อีกสามคนล้วนมองเฉินหยูด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ทุกท่านมีข้อสงสัยอะไรหรือ?” ในที่สุดเฉินหยูก็รู้ตัวว่าฉายา ‘ทำผู้คนกินน้ำใต้ศอก’ ของเขา ทำให้คนเหล่านี้ดูถูก
“เจ้ามันอ่อนแอ​!” ติงจิ่วฮุยมองเฉินหยูด้วยหางตา เเล้วพูดออกมาตรงๆ
ในฐานะศิษย์อาวุโสในนิกายชั้นนอก เขาไม่ให้เกียรติเฉินหยูเลยแม้แต่น้อย แถมยังปฏิเสธอย่างไม่ใยดี
“ฮ่าๆ! พี่เฉิน ‘หมีเหล็กสีน้ำตาล’ นี่จัดอยู่ในระดับสัตว์อสูรนะ ไม่ใช่ว่าจะจัดการได้ง่ายๆ…พวกเราทุกคนมีพลังระดับ ‘หลอมกาย’ ขั้นสูงสุด และเป็นระดับแนวหน้าในบรรดาผู้ที่ยังไม่ถึงระดับ ‘เปิดเส้นชีพจร’ ด้วย” เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นรีบพูดอธิบาย​
เเละในน้ำเสียงของเขามีความภูมิใจในพลังของตัวเองแฝงอยู่หลายส่วน
“อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง…” เฉินหยูเข้าใจแล้ว ภารกิจล่าหมีเหล็กสีน้ำตาลนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดจริงๆ
แต่คนพวกนี้มีพลังระดับ ‘หลอมกาย’ ขั้นสูงสุดกันทุกคน ในกลุ่มนี้เฟิงเต๋อน่าจะถือว่าอ่อนที่สุดแล้ว
“เข้าใจก็ดีแล้ว” ติงจิ่วฮุยเบะปาก ราวกับว่าให้เฉินหยูรู้จักที่ต่ำที่สูง
“แน่นอน ถ้าเป็นแบบนั้น ข้าก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองมีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วม…” เฉินหยูพูดต่ออย่างเชื่องช้า
อะไร!
สีหน้าของติงจิ่วฮุยเปลี่ยนไป พลังภายในที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาในระดับ ‘เปิดเส้นชีพจร’ ทำให้ทุกคนหายใจติดขัด
ส่วนเด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นและเด็กสาวร่างบางมองเฉินหยูด้วยความประหลาดใจ
“ก็ในกลุ่มพวกเจ้าน่ะ มีคนที่พ่ายแพ้ให้ข้าอยู่ด้วยน่ะ” เฉินหยูไม่สะทกสะท้าน เเละมองไปที่เฟิงเต๋ออย่างมีเลศนัย
“เฉินหยู! เเกอย่ามาทำอวดเก่ง!” เฟิงเต๋อหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่ว่าเขาเคยแพ้เฉินหยูได้…แถมตอนนี้ยังคงหวาดกลัวอีกฝ่ายอยู่เลย
“หืม?” ติงจิ่วฮุยมองเฟิงเต๋อด้วยความสงสัย
เฟิงเต๋อคงไม่เอาความอับอายจากการพ่ายแพ้ไปป่าวประกาศ ส่วนการปะทะกันที่โรงอาหารวันนั้น ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยในนิกาย จึงมีเพียงคนกลุ่มเล็กๆเท่านั้นที่รู้
ส่วนเรื่องที่เฉินหยูเดินจูงมือกับมู่เสวี่ยชิงต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องนั้นถูกพูดถึงกันปากต่อปากจนโด่งดังไปทั่ว
“ฮึ่ม…เจ้าหนู ดูเหมือนข้าจะประเมินเจ้าต่ำไป งั้นเอาแบบนี้ ในฐานะรองหัวหน้า ถ้าเจ้าผ่านการทดสอบ ‘หนึ่งนิ้ว’ ของข้าได้ เจ้าก็จะได้รับการยอมรับ” ติงจิ่วฮุยมองเฉินหยูด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
เขาแน่ใจแล้วว่าเฉินหยูน่าจะมีฝีมือเหนือกว่าเฟิงเต๋อ ตามหลักเหตุผลแล้ว…เฉินหยูจึงมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าร่วมกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม เฉินหยูทำให้เขาเสียหน้าเมื่อครู่ อีกทั้งเขายังสนิทกับเฟิงเต๋อเล็กน้อย…เขาจึงต้องหาทางเอาคืนให้อยู่แล้ว
หนึ่งนิ้ว?
เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นและเด็กสาวร่างบางหน้าซีดเมื่อได้ยินคำนั้น
ทั้งสองรู้ดีว่าติงจิ่วฮุยจงใจกลั่นแกล้งเฉินหยู และอาจจะลงมือสั่งสอนอีกฝ่ายอย่างรุนแรง​
“ก็ได้” เฉินหยูทำหน้าปกติ ราวกับไม่รู้ถึงความมุ่งร้ายของติงจิ่วฮุย
“ดี!” ติงจิ่วฮุยยิ้มอย่างมีเลศนัย
ยื่นนิ้วออกมาจิ้มไปที่เฉินหยูอย่างแผ่วเบา
การจิ้มนั้นดูเหมือนไม่มีแรงเลย มีเพียงกระแสลมแผ่วเบารอบๆปลายนิ้วเท่านั้น
“วิชา ‘นิ้วใบหลิว’ ขั้นกลาง!”
คนรอบข้างต่างหน้าซีดเผือด​
วิชา ‘นิ้วใบหลิว’ เป็นวิชาสายอ่อน ดูเหมือนกิ่งหลิวปัดป่าย แต่กลับแฝงไว้ด้วยอันตราย
เฉินหยูรู้สึกได้ถึงพลังภายในอันเยือกเย็นที่แฝงอยู่ในปลายนิ้วของอีกฝ่าย ความรู้สึกอันตรายที่ได้รับนั้น รุนแรงกว่า ‘กรงเล็บเหล็กเมฆา’ ของหวังหลิงหยุนเสียอีก
อันตรายจาก ‘กรงเล็บเหล็กเมฆา’ นั้นเปิดเผย…แต่วิชา ‘นิ้วใบหลิว’ กลับซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความเงียบงัน
“เข้ามา!”
เเต่เฉินหยูก็ไม่ถอย เขาปล่อยหมัดออกไปพร้อมหัวใจที่เต้นแรง เเละพลังชีวิตที่พลุ่งพล่านราวกับมหาสมุทร
วูมมม!!!
ในเสี้ยววินาทีที่หมัดถูกปล่อยออกไป กระแสลมรอบข้างก็ปั่นป่วน เกิดเสียงฟ้าร้องคำราม
ปังงงงงง!!!
นิ้วปะทะหมัดอย่างรุนแรง ​ปลดปล่อย​คลื่นพลังที่มองไม่เห็นระเบิดออกไป
ผู้ที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆ รู้สึกเหมือนลมพายุ​พัดผ่าน เเละต่างก็ถอยหลังไปหลายก้าว
……………………