- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้า!! ด้วยหัวใจอมตะ
- บทที่ 3 : ปะทะกลางโรงอาหาร!
บทที่ 3 : ปะทะกลางโรงอาหาร!
บทที่ 3 : ปะทะกลางโรงอาหาร!
บทที่ 3 : ปะทะกลางโรงอาหาร!
"เป็นไปได้ยังไง! หมัดเหล็กไม่เพียงแต่ทะลวงสู่ระดับความสำเร็จขั้นต้น แต่มันยังดูมั่นคงมากขึ้นอีกด้วย..." เฉินหยูไม่อยากจะเชื่อตัวเอง
ก่อนหน้านี้ หมัดเหล็กของเขายังอยู่ในระดับเริ่มต้น…การจะฝึกฝนจนถึงขั้นความสำเร็จขั้นต้น อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากฝึกฝนไปได้หนึ่งชั่วโมง เฉินหยูรู้สึกว่าพลังชีวิตในร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเเถมยังมีพลังที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ปกติแล้ว หากเขาฝึกฝนต่อเนื่องสักครึ่งชั่วโมง ร่างกายก็จะอาบไปด้วยเหงื่อและรู้สึกเหนื่อยล้า, แต่ตอนนี้ แม้จะฝึกฝนมาหนึ่งชั่วโมงกว่าแล้ว เเต่เขากลับยังรู้สึกสบายๆ
ร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ดูเหมือนจะไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย ความสามารถในการฟื้นฟูก็ยอดเยี่ยมอย่างน่าประหลาดใจ
หนึ่งชั่วโมง...สองชั่วโมง...สามชั่วโมง...
ฮู่วววว!
ปัง! ปัง! ปัง!...
โดยไม่รู้ตัว คืนหนึ่งก็ผ่านพ้นไป
เฉินหยูใช้เวลาทั้งคืนฝึกฝนหมัดเหล็กอย่างหนัก เขาจะหยุดพักก็ต่อเมื่อรู้สึกหิวเท่านั้น
หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน หมัดเหล็กของเฉินหยูก็เริ่มเข้าถึงอย่างแท้จริง ดูเหมือนว่าจะไม่ไกลจากระดับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แล้ว
และะมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านั้น!
เดิมทีเขาติดอยู่ที่ขั้นหลอมกายระดับปลายมานาน แต่หลังจากการฝึกฝนอย่างหนักตลอดทั้งคืน พลังฝึกฝนของเขาก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดของ "ขั้นหลอมกาย" แล้ว!
"เหลือเชื่อจริงๆ..." เฉินหยูสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางกางมือที่สั่นเทาเล็กน้อยออกมา
ในขณะนี้ เขารู้สึกได้ถึงความก้าวหน้าของตนเองอย่างชัดเจน เสียงหัวใจที่เต้นอย่างมั่นคงและทรงพลังทำให้เขามีความเชื่อมั่นอย่างมาก
"หัวใจคริสตัล" ที่หลอมรวมเข้ากับร่างกาย ไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายของเขาเปลี่ยนไป แต่มันยังทำให้พรสวรรค์ในการฝึกฝนของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างลึกลับอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากเฉินหยูติดอยู่ที่ระดับเดิมมานาน การสะสมพลังที่ยาวนานบวกกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายจึงทำให้การฝึกฝนหมัดเหล็ก ซึ่งเป็นวิชาหมัดระดับต่ำมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว!
เมื่อท้องฟ้าเริ่มปรากฏแสงสีขาวนวล
เฉินหยูทำการหยุดฝึกฝนและกลับไปยังที่พักของศิษย์สายนอกด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
ดูจากความก้าวหน้าในวันนี้แล้ว การเลื่อนขั้นสู่ "ขั้นเปิดเส้นชีพจร" ภายในสองเดือนนี้คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
เเละตราบใดที่เขาสามารถทะลวงสู่ขั้นเปิดเส้นชีพจรได้ภายในกำหนด เขาก็จะสามารถยืนหยัดในนิกายได้
แถมตอนนี้ เขายังรู้สึกว่าหลังจากร่างกายเปลี่ยนไปแล้ว พรสวรรค์ในการฝึกฝนของเขาก็ไม่ด้อยไปกว่าเหล่าอัจฉริยะที่เลื่องลือในนิกายเลย
แต่ในตอนนั้นเอง...
โครกกกก!
เสียงท้องร้องของเฉินหยูก็ดังขึ้นอีกครั้งจนเขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งๆ
ดูเหมือนว่าหลังจากที่ "หัวใจคริสตัล" หลอมรวมกับร่างกายแล้ว ความอยากอาหารของเขาก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า
โชคยังดีที่ศิษย์สายนอกของนิกายเมฆาสวรรค์มี "โรงอาหาร" สำหรับรับประทานอาหารร่วมกัน
…..
เช้าตรู่ ในโรงอาหารมีผู้คนบางตา
เฉินหยูไม่สนใจสิ่งรอบข้าง มือซ้ายคว้าซาลาเปาขนาดใหญ่ มือขวาถือขาหมูครึ่งท่อน แล้วเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย
ง่ำๆๆๆๆๆ!!!
ท่าทางตะกละตะกลามของเขา ได้ดึงดูดสายตาของศิษย์สายนอกที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
"เจ้านี่...ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่กลายเป็นคนกินจุขนาดนี้..."
"ข้าว่ามันคงโดนหวังหลิงหยุนกดดันมานาน เลยต้องหาทางระบายล่ะมั้ง" ศิษย์ไม่กี่คนในโรงอาหารพูดเยาะเย้ย
ในนิกายเมฆาสวรรค์ จำนวนศิษย์สายนอกมักจะถูกควบคุมให้อยู่ที่ประมาณสามร้อยคน เนื่องจากกฎการคัดออกของนิกาย
เเละหากไม่สามารถทะลวงสู่ขั้นเปิดเส้นชีพจรภายในสามปี หรืออายุเกินสิบหกปียังไม่ทะลวงขั้น ก็จะถูกขับไล่ออกจากนิกาย…ดังนั้น ศิษย์สายนอกเหล่านี้ส่วนใหญ่จึงรู้จักเฉินหยู และรู้ถึงความบาดหมางระหว่างเขากับหวังหลิงหยุน
…
"เหอะ! ไม่รู้ว่ามู่เสวี่ยชิงไปชอบเจ้าเด็กกินจุแบบนี้ได้ยังไง"
เด็กหนุ่มผมหน้าม้ายืนขึ้นและเดินเข้ามาหาเฉินหยูด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร
เฉินหยูเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง แล้วหันกลับไปสนใจขาหมูในมือ
ท่าทีเพิกเฉยนี้ ทำให้เด็กหนุ่มผมหน้าม้าโกรธขึ้นมาทันที
เเต่เขาก็แอบสงสัยเล็กน้อย ปกติเฉินหยูจะค่อนข้างเกรงกลัวเขา ไม่กล้าล่วงเกินง่ายๆ…ทำไมวันนี้ถึงกล้า?
เด็กผมหน้าม้าชื่อเฟิงเต๋อ เขาเพิ่งเข้ามาในนิกายได้ปีเดียวก็ฝึกฝนจนถึงขั้นหลอมกายระดับสูงสุดแล้ว แถมยังเป็นหนึ่งในคนที่ชอบมู่เสวี่ยชิงอีกด้วย
และตอนนี้ เสียงหัวเราะเยาะของศิษย์สายนอกที่อยู่ใกล้เคียง ก็ทำให้เฟิงเต๋อยิ่งโกรธมากขึ้น
ปัง!
ขาหมูขนาดใหญ่ถูกโยนลงบนโต๊ะอาหารของเฉินหยู เศษเนื้อกระเด็นไปทั่วจนขัดจังหวะการกินของเขา
เฉินหยูขมวดคิ้ว มองไปยังเด็กหนุ่มผมหน้าม้าที่ยืนทำหน้าท้าทายอยู่ตรงหน้า
"เฟิงเต๋อ นี่หมายความว่ายังไง?"
การถูกขัดจังหวะการกินทำให้เฉินหยูไม่พอใจเล็กน้อย
แต่เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับการยั่วยุแบบนี้ การใช้เหตุผลคงไม่ได้ผล เพราะนิกายเมฆาสวรรค์สนับสนุนการแข่งขันระหว่างศิษย์...ตราบใดที่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิตหรือพิการ ก็ไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่
การยั่วยุแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เเละเฉินหยูในอดีตมักจะเลือกอดทน
"ข้าแค่มาชื่นชมความสง่างามของพี่เฉิน คนที่มู่เสวี่ยชิงชอบไง”
“เเต่พี่เฉินนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ แม้แต่การกินก็ยังดูองอาจ...” เฟิงเต๋อพูดจาเยาะเย้ย พลางกอดอก
"ฮ่าๆๆๆ..." ศิษย์รอบข้างต่างพากันหัวเราะ
เฉินหยูขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยังคงนั่งกินต่อโดยไม่สนใจอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม เฟิงเต๋อไม่ได้คิดจะปล่อยเฉินหยูไปง่ายๆ เเละท่าทีไม่เคารพของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
เฟิงเต๋อคิดจะใช้โอกาสนี้สั่งสอนเฉินหยูสักหน่อย เผื่อว่า "นางฟ้าในฝัน" อย่างมู่เสวี่ยชิงจะจำชื่อของเขาได้
ในฐานะผู้ที่แอบชอบมู่เสวี่ยชิง เขาเคยพยายามเข้าไปพูดคุยด้วย แต่เธอกลับจำชื่อเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ…เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เฟิงเต๋อเสียหน้าอย่างมากและเก็บความอัดอั้นมานาน
ตอนนี้ได้เจอกับเฉินหยูเขาก็ยิ่งไม่พอใจ แต่ก็แอบดีใจที่เฉินหยูกล้าต่อปากต่อคำกับเขา
"มู่เสวี่ยชิง..." เฉินหยูชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจในใจออกมา
ในนิกาย หลายคนคิดว่ามู่เสวี่ยชิงชอบเขาและคบกันอยู่ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย
เฉินหยูเคยตามจีบมู่เสวี่ยชิง?
ใช่!
มู่เสวี่ยชิงเป็นหญิงสาวในฝันของเขา?
ถูกต้อง!
สาวงามบริสุทธิ์เเละมีพรสวรรค์เช่นนี้ มีเด็กหนุ่มคนไหนบ้างที่ไม่หวั่นไหว?
แต่จริงๆ แล้ว...เฉินหยูไม่ได้จีบมู่เสวี่ยชิงติด แค่สนิทกับเธอเท่านั้น
นั่นเป็นเพราะทั้งคู่มาจากเมืองเซียงหยาง มาจากตระกูลใหญ่จึงรู้จักกันตั้งแต่เด็ก เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็กจะดีกว่า
ก่อนหน้านี้มู่เสวี่ยชิงค่อนข้างจะพึ่งพาเขา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงค่อนข้างสนิทสนม
อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าร่วมนิกายเมฆาสวรรค์มู่เสวี่ยชิงก็เริ่มตีตัวออกห่างจากเขาตอนเขาพยายามตามจีบนาง…แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาอย่างชัดเจน
เเต่เมื่อเทียบกับศิษย์คนอื่นๆแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินหยูกับมู่เสวี่ยชิงสามารถเรียกได้ว่าค่อนข้าง "สนิทสนม" ซึ่งทำให้หลายคนอิจฉา
"พี่เฉิน เชิญทานขาหมูอันนี้...ข้าเลี้ยงเอง" เฟิงเต๋อคว้าขาหมูแล้วจิ้มไปที่หน้าของเฉินหยูเพื่อขัดจังหวะความคิดของเขา
การกระทำที่หยาบคายเช่นนี้ เป็นการดูถูกอย่างชัดเจน!
ศิษย์ที่ยืนดูอยู่รอบๆ ต่างส่งเสียงเชียร์เพราะไม่อยากพลาด "ละครฉากใหญ่" ระหว่างคู่แข่งหัวใจ
"เฟิงเต๋ออยู่ที่ขั้นหลอมกายระดับสูงสุดแล้ว ใกล้จะถึงขั้นเปิดเส้นชีพจร พรสวรรค์ในการฝึกฝนยอดเยี่ยมมาก…ส่วนเฉินหยูคนนี้อยู่ตำแหน่งสุดท้ายของศิษย์สายนอกมานาน คงจะต้องเสียเปรียบอีกตามเคย" คนรอบข้างส่ายหัว ไม่เชื่อว่าเฉินหยูจะชนะ
"ไสหัวไป!"
เฉินหยูหลบขาหมู แล้วปล่อยหมัดสวนกลับโดยไม่ลังเล
บูมมม!!!
หมัดนั้นมีเสียงดังก้องราวกับฟ้าร้อง เป็นพลังของหมัดเหล็กที่แสดงออกมาโดยธรรมชาติ
"กล้าสู้กลับงั้นเหรอ?"
เฟิงเต๋อตั้งใจยั่วโมโหให้เฉินยูลงมืออยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าสู้กลับเเบบนี้
ฝ่ามือไร้ลักษณ์!
เฟิงเต๋อหมุนฝ่ามือ ใช้ท่าทางที่แยบยลรับหมัดของเฉินหยู
ท่านี้มีพลังหมุนวน เป็นการรับแรงกระแทกของอีกฝ่ายก่อน แล้วสะท้อนกลับไปอย่างรวดเร็วราวกับสายธนู
แต่แผนการของเฟิงเต๋อผิดพลาด
ปังงงง!
เสียงหมัดปะทะฝ่ามือดังสนั่นจนน่าตกใจ
"อ๊าก!"
เฟิงเต๋อร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
โครมมมม!!!
ในวินาทีต่อมา ร่างของเฟิงเต๋อก็กระเด็นถอยหลังไปชนโต๊ะจนล้มคว่ำ
อะไรวะนั่น!
ศิษย์สายนอกที่อยู่บริเวณนั้นต่างตกตะลึง อ้าปากค้าง
ต่อหน้าต่อตาผู้คนมากมาย...เฟิงเต๋อถูกเฉินหยูต่อยกระเด็นด้วยหมัดเดียว?
ทันใดนั้น โรงอาหารก็พลันเงียบสงัด
ครู่ต่อมา...
"อะไรกันเนี่ย! นี่มันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว!"
"ทั้งพลังฝึกฝนและพรสวรรค์ของเฟิงเต๋อก็เหนือกว่า แถมวิชาฝ่ามือไร้ลักษณ์ที่ใช้ก็เหนือชั้นกว่า…แล้วมันเป็นแบบบนี้ได้ยังไง"
บรรดาศิษย์สายนอกต่างพากันโห่ร้อง
หลายคนรู้สึกไม่พอใจ เพราะโดยส่วนลึกแล้ว พวกเขาต่างก็เชียร์เฟิงเต๋อ
….
"ห๊ะ?"
ด้านเฉินหยูเองก็ยังมองหมัดของตัวเองด้วยความงุนงงเล็กน้อย
เขาไม่อยากจะเชื่อว่าหมัดเมื่อครู่นั้นเป็นของเขา
ตุบ!
ตุบ!
ตุบ!
ตุบ!
ทันใดนั้น เสียงหัวใจที่เต้นอย่างทรงพลังก็ทำให้เขารู้สึกถึงพลังชีวิตที่พลุ่งพล่าน และความมั่นใจอย่างแรงกล้า
"หมัดเมื่อกี้ใช้แรงแค่หกถึงเจ็ดส่วนเอง แบบบนี้เเสดงว่าพลังของหมัดเหล็กคงใกล้จะถึงระดับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แล้ว..." เฉินหยูรู้ดีแก่ใจ
ภายในเวลาเพียงวันเดียว ไม่เพียงแต่ร่างกายของเขาจะเปลี่ยนไปและมีพลังเพิ่มขึ้น แต่พลังของหมัดเหล็กก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน…ตอนนี้เมื่อรวมกันแล้ว พลังต่อสู้ของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด!
"เป็นไปไม่ได้! วิชาฝ่ามือไร้ลักษณ์ของข้าเพิ่งทะลวงสู่ระดับความสำเร็จขั้นต้นเชียวนะ"
เฟิงเต๋อลุกขึ้นจากพื้น เเละยอมรับความจริงไม่ได้
"ต้องเป็นเพราะมันเล่นทีเผลอแน่ๆ ข้ายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดเลย"
คนที่ดูอยู่ก็เห็นด้วย การที่เฉินยูจู่โจมก่อนถือว่าเอาเปรียบ
"มาสู้กันใหม่!" เฟิงเต๋อคำราม
ทันใดนั้นเส้นเลือดทั่วร่างของเขาก็ปูดโปน เขาหมุนฝ่ามืออย่างแปลกประหลาด แล้วพุ่งเข้าใส่ไหล่ของเฉินหยู
เฉินหยูยิ้มเยาะแล้วตั้งรับ
หมัดทั้งสองของเขาราวกับลูกเหล็กพุ่งออกไป ปลดปล่อยพลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมเเล้วปะทะกับเฟิงเต๋อ
ปัง!
ปัง!
ปัง!
ในพริบตา ทั้งคู่ปะทะกันสามครั้งและมันทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
หมัดแรก เฟิงเต๋อถอยหลังไปสามก้าว ครั้งนี้ไม่ได้กระเด็นออกไป แต่ก็มีเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก
หมัดที่สอง เฟิงเต๋อหน้าซีด กระอักเลือดออกมา พร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
หมัดที่สาม
ปัง!
ร่างของเฟิงเต๋อกระเด็นออกไปอีกครั้ง ชนโต๊ะอาหารสองตัวจนล้มคว่ำขมำ
ศิษย์ที่ยืนดูอยู่รอบๆ เริ่มมีสีหน้าเคร่งขรึม
เฟิงเต๋อมองเฉินหยูที่กำลังเดินเข้ามาหา แขนของเขารู้สึกชาจนยกไม่ขึ้นเเล้ว
"ข้ายอมแพ้! ยอมแพ้แล้ว!"
จากการปะทะกันเมื่อครู่ เขาเริ่มหวาดกลัวเฉินหยูอย่างมาก
พลังของอีกฝ่ายน่ากลัวเกินไป
ยิ่งต่อยก็ยิ่งน่ากลัวราวกับสัตว์ประหลาด!
………………………