เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 : การหลอมรวมเข้ากับหัวใจ

บทที่ 2 : การหลอมรวมเข้ากับหัวใจ

บทที่ 2 : การหลอมรวมเข้ากับหัวใจ


บทที่ 2 : การหลอมรวมเข้ากับหัวใจ

เฉินหยูคร่ำครวญเเละรู้สึกกระวนกระวายในใจ

ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎค้นตัว เขายังมีความมั่นใจเจ็ดส่วนว่าจะสามารถตบตาผ่านไปได้…แต่หวังหลิงหยุนคนนี้จู้จี้จุกจิกมาก ถึงแม้จะไม่มีปัญหาก็อาจสร้างปัญหาขึ้นมาให้เขาได้

เฉินหยูเริ่มไม่มั่นใจแล้ว ว่าคำแก้ตัวที่เขาเตรียมไว้นั้นจะใช้ได้ผลหรือไม่

เมื่อเห็นมือของหวังหลิงหยุนเลื่อนจากคอลงมาถึงหน้าอกแล้ว หัวใจของเฉินหยูก็แทบจะหลุดออกมาจากปาก

หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นทันที เพราะหินคริสตัลก้อนนั้น แนบอยู่ที่หน้าอกของเขาพอดี!

ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!

ทันใดนั้น เฉินหยูก็รู้สึกถึงเสียงหัวใจเต้นที่หนักแน่นราวกับภูเขา สั่นสะเทือนราวกับฟ้าถล่ม มันเหมือนกำลังสั่นพ้องกับชีพจรของห้วงมิติบางแห่งอย่างลึกลับ

แม้แต่ห้วงมิติแห่งนี้ก็ดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อย

แต่แปลกที่หวังหลิงหยุนและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎที่อยู่ในห้องนั้นไม่มีปฏิกิริยาใดๆเลย

“หืม?”

เฉินหยูรู้สึกถึงความร้อนวาบที่หน้าอก ชีพจรที่มองไม่เห็นนั้นดูเหมือนจะมาจากหินคริสตัลที่แนบอยู่กับอก

และในวินาทีต่อมา มือของหวังหลิงหยุนก็สัมผัสลงบนหน้าอกด้านซ้ายของเฉินหยู

ในขณะนั้น เฉินหยูกลั้นหายใจ เหงื่อผุดออกมาบนหน้าผาก

ทั้งเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎและหวังหลิงหยุนต่างก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเฉินหยู แต่พวกเขาคิดว่าเป็นเพราะ “พลังปราณ” ของหวังหลิงหยุนที่สร้างแรงกดดันให้กับอีกฝ่าย

หนึ่งลมหายใจ…สองลมหายใจ…สามลมหายใจ

มือของหวังหลิงหยุนเลื่อนออกจากตำแหน่งหัวใจ และเลื่อนไปตรวจค้นบริเวณหน้าท้อง ส่วนหลัง และส่วนอื่นๆต่อไป

“เกิดอะไรขึ้น! มันหาไม่พบเหรอ?” เฉินหยูตกตะลึงเล็กน้อย

ในเวลานี้ ความรู้สึกแสบร้อนที่หน้าอกยิ่งชัดเจนขึ้น พร้อมกับความเจ็บปวดจากกระแสไฟฟ้า

หินประหลาดที่หน้าอกดูเหมือนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย…ส่วนร่างกายของเฉินหยูก็อยู่ในสภาพชา ไม่ขยับเขยื้อน ปล่อยให้หวังหลิงหยุนค้นตัวจนทั่ว

“ท่านเจ้าหน้าที่ ข้าค้นตัวอย่างละเขาอย่างละเอียดแล้ว แต่ไม่พบสิ่งใด…” หวังหลิงหยุนรายงานด้วยความเคารพ

เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎพยักหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงมีความหมาย “เมื่อเจ้าตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ข้าก็วางใจได้”

แน่นอนว่าเขาเห็นความเป็นศัตรูที่หวังหลิงหยุนมีต่อเฉินหยู และรู้ว่าหวังหลิงหยุนจะไม่ให้โอกาสเฉินหยูแม้แต่น้อย ซึ่งน่าเชื่อถือกว่าการที่เขาลงมือค้นเอง

หลังจากพูดจบ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎก็จากไป

ส่วนหวังหลิงหยุนยังไม่ไปไหน ยืนสำรวจเฉินหยูด้วยท่าทางเยาะเย้ย

ภายในบ้านเหลือเพียงพวกเขาสองคน มันจึงเงียบสงัดจนน่าขนลุก

เฉินหยูยืนนิ่ง เริ่มรู้สึกว่าอาการชาที่หน้าอกค่อยๆจางหายไป

เขาเอื้อมมือไปสัมผัสที่หน้าอกโดยไม่รู้ตัว

“อะไรกัน!”

เฉินหยูตกใจ หินคริสตัลที่แนบอยู่กับหัวใจของเขาหายไปแล้ว

นี่…นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

ที่หน้าอกเหลือเพียงความร้อนและความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อย

สถานการณ์เหล่านี้ทำให้เฉินหยูไม่ได้สนใจสีหน้าเยาะเย้ยของหวังหลิงหยุนมากนัก

เเละท่าทาง “เหม่อลอย” ของเฉินหยูก็ทำให้หวังหลิงหยุนรู้สึกสะใจ คิดว่าการทำลาย “โอกาส” ของเฉินหยูในครั้งนี้เป็นการโจมตีที่รุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อเสียโอกาสนี้ไปแล้ว เฉินหยูยากที่จะทะลวงสู่ขั้นเปิดเส้นชีพจรได้ทันกำหนด และจะถูกขับออกจากนิกาย

“เฉินหยู!” หวังหลิงหยุนเอ่ยขึ้น พร้อมสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

“ข้าแนะนำให้เจ้าล้มเลิกความคิดที่จะเอาชนะ ‘มู่เสวี่ยชิง’ แล้วไสหัวกลับไปเมืองเซียงหยางเสีย นิกายนี้ไม่มีที่ให้เจ้ายืนแล้ว!”

“เสวี่ยชิง?”

เฉินหยูกลับมารู้สึกตัว จึงได้ละความคิดเรื่องหินคริสตัลลึกลับนั้นไว้ชั่วคราว

ในหัวของเขา ภาพของหญิงสาวที่สง่างาม บริสุทธิ์ และงดงามปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง

ในนิกายเมฆาสวรรค์ มู่เสวี่ยชิงเป็นหญิงสาวที่มีพรสวรรค์ งดงาม และเป็นที่หมายปองของศิษย์ชายหลายคน

ทั้งเฉินหยูและหวังหลิงหยุนต่างก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบเธอ

ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งมู่เสวี่ยชิง เฉินหยู และหวังหลิงหยุนต่างก็มาจากเมืองเซียงหยาง

ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินหยูกับมู่เสวี่ยชิงค่อนข้างใกล้ชิด ซึ่งทำให้หวังหลิงหยุนอิจฉาอย่างมาก

“ฮ่าๆ แต่ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเตือนเจ้าหรอก อีกไม่นานเจ้าก็จะถูกขับออกจากนิกาย หลังจากนั้น เราสองคนก็จะไม่ใช่คนในโลกเดียวกันอีกต่อไป” หวังหลิงหยุนหัวเราะเยาะขึ้นมาอย่างกะทันหัน

หลังจากพูดจบ หวังหลิงหยุนก็หัวเราะเสียงดังแล้วหันหลังเดินจากไป

ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เฉินหยูก็ไม่คู่ควรกับสายตาของเขาอีกต่อไป!

คนที่แม้แต่ตำแหน่งศิษย์สายนอกยังรักษาไว้ไม่ได้ จะมาแข่งขันกับเขาได้อย่างไร?

ขณะที่มองหวังหลิงหยุนเดินจากไป เฉินหยูยังคงนิ่งเงียบ

“เหลือเวลาอีกสองเดือน หากข้าพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทะลวงสู่ ‘ขั้นเปิดเส้นชีพจร’ ก็มีโอกาสเพียงสองถึงสามส่วนเท่านั้น ถ้าหากมีทรัพยากรล้ำค่าช่วย อัตราความสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่น่าเสียดาย…” เฉินหยูถอนหายใจในใจ

เขาสู้หวังหลิงหยุนไม่ได้ อีกฝ่ายเป็นคุณชายหลักของตระกูลหวัง ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลอย่างเต็มที่

เฉินหยูถือว่ามีพรสวรรค์ในตระกูลของตน และมีสถานะไม่ต่ำ แต่ก็ยังห่างไกลจากการได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในฐานะ “คุณชายหลัก”

ในวิถีแห่งการบ่มเพาะ พรสวรรค์มีความสำคัญ แต่ทรัพยากรภายนอกก็สำคัญไม่แพ้กัน

เดิมทีการได้เศษอุกกาบาตมานั้นถือเป็นโอกาสสำหรับเฉินหยู แต่น่าเสียดายที่ถูกหวังหลิงหยุนทำลายไปแล้ว

“จริงสิ!”

เฉินหยูนึกอะไรขึ้นได้ เขาจึงรีบปิดประตูทันที

จากนั้นเขาก็เปิดเสื้อออกเพื่อตรวจดูบริเวณหัวใจ เพราะเขาแน่ใจว่าได้วางหินคริสตัลไว้ตรงนั้น

เมื่อมองดู เขาก็ตกใจยิ่งกว่าเดิม

เพราะปรากฏว่ามันมีรอยสักรูปหัวใจสีเลือดปรากฏขึ้นบนผิวหนังบริเวณหัวใจด้านซ้ายของเขา

ซี่~

ซี่~

บริเวณรอยสักรูปหัวใจยังมีประกายคริสตัลระยิบระยับ และมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ

ที่น่าแปลกยิ่งกว่านั้นคือ เฉินหยูมองเห็นหัวใจคริสตัลที่ใสสว่าง ราวกับของเหลวใส ค่อยๆซึมเข้าสู่หัวใจของเขา

“นี่มัน…”

เฉินหยูสับสนอย่างมาก, ปรากฏการณ์เช่นนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน!

เเต่เมื่อนึกย้อนกลับไป รูปร่างของหินคริสตัลก้อนนั้นก็เหมือนกับ “หัวใจคริสตัล” จริงๆ

ตุบๆ!

ตุบๆ!

ตุบๆ!

ตุบๆ!

เฉินหยูรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นอย่างมั่นคงและทรงพลัง ทุกครั้งที่หัวใจเต้นมันก็ทำให้เขารู้สึกมั่นใจอย่างมาก

หลังจากนั้นไม่กี่ลมหายใจ รอยสักรูปหัวใจที่หน้าอกก็หายไป

ฟู่~

เฉินหยูถอนหายใจด้วยความโล่งอก รู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากความฝัน

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน

เขารู้สึกได้อย่างเลือนรางว่ามีกระแสน้ำที่แปลกประหลาดไหลเวียนจาก “หัวใจ” ไปยังแขนขา และแม้แต่สมองของเขา

กระบวนการนี้ดำเนินไปนานถึงครึ่งชั่วโมง

“ตูมมมมมม!”

ทันใดนั้นเอง เฉินหยูก็รู้สึกปลอดโปร่งเเถมเลือดในกายเริ่มเดือดพล่าน

พลังประหลาดที่ไม่อาจบรรยายได้หลั่งไหลมาจากหัวใจ ทั่วทั้งร่างกายรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา

ในขณะนั้น เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพละกำลัง

ฟุ่บ!

เขาออกแรงเพียงเล็กน้อยที่ปลายเท้า ร่างกายก็ลอยขึ้นสูงกว่าครึ่งคน ร่างกายเบากว่าที่เคยเป็นอย่างมาก

“ฮ่า!”

เขาเหวี่ยงหมัดออกไป เกิดเสียงลมหวีดหวิว ทรงพลัง

โครม!

กำแพงด้านหน้าแตกเป็นรอยร้าวเล็กๆ พลังเช่นนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสี่หรือห้าส่วน!

“ความเร็ว พลัง…ทั้งหมดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!”

เฉินหยูไม่อยากจะเชื่อ

เเละมันไม่เพียงเท่านั้น เมื่อดวงตาของเขามองผ่านช่องหน้าต่าง….เงาคน ต้นไม้ และบ้านเรือนภายใต้ความมืด ค่อยๆชัดเจนและสว่างขึ้น

ราตรีสว่างราวกับกลางวัน!

เมื่อกลั้นหายใจ เขายังได้ยินเสียงกระซิบของศิษย์นอกคนอื่นๆในบ้านใกล้เคียง

ไม่เพียงแต่สมรรถภาพทางกายจะเพิ่มขึ้น การมองเห็น การได้ยิน และการรับกลิ่นก็พัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

“ร่างกายนี้…”

เฉินหยูยกมือขึ้นด้วยความสั่นเทา สงสัยในใจว่านี่เป็นร่างกายที่มนุษย์พึงมีหรือ?

เมื่อยกแขนขึ้นกลางอากาศ สายตาของเขาก็จับจ้องอีกครั้ง

“ไม่จริง! แผลเป็นหายไปแล้ว!”

เฉินหยูจ้องมองแขนของเขา ราวกับเห็นผี

เขาจำได้อย่างชัดเจนว่ามีรอยแผลเป็นบนแขนของเขา ซึ่งมันเกิดจากการถูกเศษอุกกาบาตบาด

เมื่อมองอย่างใกล้ชิด

บนแขนเหลือเพียงรอยจางๆสีแดงชมพู ซึ่งกำลังจางหายไปอย่างรวดเร็วจนมองไม่เห็น

พลังฟื้นฟูที่น่าเหลือเชื่อ!

เฉินหยูสูดหายใจเข้าลึกๆ แม้ว่าร่างกายของผู้บ่มเพาะจะแข็งแกร่ง แต่อัตราการฟื้นตัว…อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือนกว่าแผลเป็นจะหายไป

แต่นี่แค่ชั่วครู่ แผลเป็นก็หายสนิทแล้ว

ในบันทึกโบราณ มีเพียงเผ่าพันธุ์ในตำนานหรือเผ่าพันธุ์ลึกลับบางเผ่าพันธุ์เท่านั้นที่มีพลังฟื้นฟูเช่นนี้

“หัวใจคริสตัลนั่น…มันคืออะไรกันแน่?”

เฉินหยูเอื้อมมือไปสัมผัสหัวใจด้านซ้าย  เสียงหัวใจที่เต้นอย่างมั่นคงและทรงพลังทำให้เขามีความเชื่อมั่นอย่างประหลาด

ในเวลานี้ เขาทั้งดีใจและกังวล

ดีใจที่หัวใจคริสตัลทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก แต่ก็กังวลที่มีสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกหลอมรวมเข้ากับหัวใจของเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาได้เลย

ใครจะไปรู้ว่าหินประหลาดนั่นคืออะไร มันจะทำให้เขากลายเป็น “อมนุษย์” หรือเปล่าก็ไม่รู้?

โครกกกก!

ทันใดนั้นเอง…เสียงท้องร้องก็ดังขัดจังหวะความคิดของเฉินหยู

“แปลกจริงๆ เมื่อชั่วโมงที่แล้วข้าเพิ่งกินข้าวไปเอง” เฉินหยูพึมพำเบาๆ

เเต่เขาก็ไม่คิดมาก เเละออกไปที่ป่าริมเชิงเขาเพียงลำพัง

ด้วยสายตาที่มองเห็นได้ชัดเจนในความมืดและความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เฉินหยูจึงสามารถจับกระต่ายป่าได้อย่างง่ายดาย แล้วก็ก่อไฟย่างกระต่าย

แต่หลังจากนั้น ปรากฏว่าหลังจากกินกระต่ายย่างทั้งตัวแล้ว เฉินหยูก็ยังรู้สึกไม่อิ่ม

เขาจึงล่าหมาป่ามาอีกตัว กินไปครึ่งตัว น้ำหนักเกือบสิบกิโลกรัม….ถึงจะเริ่มอิ่ม

ปริมาณอาหารและความสามารถในการย่อยอาหารเช่นนี้เกินขีดความสามารถของมนุษย์ปกติ

เฉินหยูยิ่งกังวลมากขึ้น แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

ยังไงเขาก็คงไม่สามารถควักหัวใจตัวเองออกมาดูได้

หลังจากตัดความคิดฟุ้งซ่าน เขาก็ใช้เวลาช่วงกลางคืนฝึกหมัด

“หมัดเหล็ก!”

หมัดทั้งสองของเฉินหยูราวกับลูกเหล็กสองลูก พุ่งออกไปพร้อมกับเสียงลมหวีดหวิว เเละเร็วขึ้นเรื่อยๆ

ท่าทางการต่อสู้ของเด็กหนุ่มภายใต้ความมืดนั้นทรงพลัง แต่ก็มีความกลมกลืนและลื่นไหล

หลังจากฝึกไปได้ไม่กี่รอบ…เฉินหยูก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ!

“หมัดเหล็ก” เป็นวิชาหมัดที่เขาเลือกเมื่อเข้าร่วมนิกายใหม่ๆ พลังของมันถือว่ามีชื่อเสียงในหมู่วิชาการต่อสู้ขั้นต่ำ

อย่างไรก็ตาม “หมัดเหล็ก” นั้นเรียนรู้ง่ายแต่ฝึกฝนให้เชี่ยวชาญยากมาก

วิชาหมัดนี้ การเริ่มต้นนั้นง่าย ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก

แต่การฝึกฝนให้ถึงระดับสูงนั้น ต้องใช้ทั้งสมรรถภาพทางกายและความมุ่งมั่นอย่างมาก

และเมื่อครู่

เฉินหยูพบว่า “หมัดเหล็ก” ที่เขาฝึกนั้นลื่นไหลกว่าที่เคย และดูเหมือนจะมีความก้าวหน้าไม่น้อย?

“เอาอีกครั้ง”

เฉินหยูตั้งสมาธิ เเละเริ่มฝึกหมัดต่อ

ทุกการเคลื่อนไหวของเขาราวกับเมฆและสายน้ำที่ต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียวกัน

ท่วงท่าที่ยากลำบากในอดีตกลับกลายเป็นเรื่องง่าย

ฮู่วววว!

ปัง! ปัง! ปัง!…

ท่าหมัดของเด็กหนุ่มภายใต้ความมืดเบ่งบานราวกับดอกไม้ไฟ ทุกหมัดราวกับลูกเหล็กพุ่งออกไป ดังสนั่นน่าตกใจ

ตอนนี้รอบตัวเขาเต็มไปด้วยฝุ่น จากนั้นก็มีเสียงคำรามเบาๆ

“เป็นไปได้ยังไง! หมัดเหล็กไม่เพียงแต่ทะลวงสู่ระดับความสำเร็จขั้นต้น เเต่มันยังดูมั่นคงมากขึ้นอีกด้วย”

เฉินหยูยืนนิ่ง อย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเอง

………………………..

จบบทที่ บทที่ 2 : การหลอมรวมเข้ากับหัวใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว