- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้า!! ด้วยหัวใจอมตะ
- บทที่ 2 : การหลอมรวมเข้ากับหัวใจ
บทที่ 2 : การหลอมรวมเข้ากับหัวใจ
บทที่ 2 : การหลอมรวมเข้ากับหัวใจ
บทที่ 2 : การหลอมรวมเข้ากับหัวใจ
เฉินหยูคร่ำครวญเเละรู้สึกกระวนกระวายในใจ
ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎค้นตัว เขายังมีความมั่นใจเจ็ดส่วนว่าจะสามารถตบตาผ่านไปได้…แต่หวังหลิงหยุนคนนี้จู้จี้จุกจิกมาก ถึงแม้จะไม่มีปัญหาก็อาจสร้างปัญหาขึ้นมาให้เขาได้
เฉินหยูเริ่มไม่มั่นใจแล้ว ว่าคำแก้ตัวที่เขาเตรียมไว้นั้นจะใช้ได้ผลหรือไม่
เมื่อเห็นมือของหวังหลิงหยุนเลื่อนจากคอลงมาถึงหน้าอกแล้ว หัวใจของเฉินหยูก็แทบจะหลุดออกมาจากปาก
หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นทันที เพราะหินคริสตัลก้อนนั้น แนบอยู่ที่หน้าอกของเขาพอดี!
ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ทันใดนั้น เฉินหยูก็รู้สึกถึงเสียงหัวใจเต้นที่หนักแน่นราวกับภูเขา สั่นสะเทือนราวกับฟ้าถล่ม มันเหมือนกำลังสั่นพ้องกับชีพจรของห้วงมิติบางแห่งอย่างลึกลับ
แม้แต่ห้วงมิติแห่งนี้ก็ดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อย
แต่แปลกที่หวังหลิงหยุนและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎที่อยู่ในห้องนั้นไม่มีปฏิกิริยาใดๆเลย
“หืม?”
เฉินหยูรู้สึกถึงความร้อนวาบที่หน้าอก ชีพจรที่มองไม่เห็นนั้นดูเหมือนจะมาจากหินคริสตัลที่แนบอยู่กับอก
และในวินาทีต่อมา มือของหวังหลิงหยุนก็สัมผัสลงบนหน้าอกด้านซ้ายของเฉินหยู
ในขณะนั้น เฉินหยูกลั้นหายใจ เหงื่อผุดออกมาบนหน้าผาก
ทั้งเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎและหวังหลิงหยุนต่างก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเฉินหยู แต่พวกเขาคิดว่าเป็นเพราะ “พลังปราณ” ของหวังหลิงหยุนที่สร้างแรงกดดันให้กับอีกฝ่าย
หนึ่งลมหายใจ…สองลมหายใจ…สามลมหายใจ
มือของหวังหลิงหยุนเลื่อนออกจากตำแหน่งหัวใจ และเลื่อนไปตรวจค้นบริเวณหน้าท้อง ส่วนหลัง และส่วนอื่นๆต่อไป
“เกิดอะไรขึ้น! มันหาไม่พบเหรอ?” เฉินหยูตกตะลึงเล็กน้อย
ในเวลานี้ ความรู้สึกแสบร้อนที่หน้าอกยิ่งชัดเจนขึ้น พร้อมกับความเจ็บปวดจากกระแสไฟฟ้า
หินประหลาดที่หน้าอกดูเหมือนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย…ส่วนร่างกายของเฉินหยูก็อยู่ในสภาพชา ไม่ขยับเขยื้อน ปล่อยให้หวังหลิงหยุนค้นตัวจนทั่ว
“ท่านเจ้าหน้าที่ ข้าค้นตัวอย่างละเขาอย่างละเอียดแล้ว แต่ไม่พบสิ่งใด…” หวังหลิงหยุนรายงานด้วยความเคารพ
เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎพยักหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงมีความหมาย “เมื่อเจ้าตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ข้าก็วางใจได้”
แน่นอนว่าเขาเห็นความเป็นศัตรูที่หวังหลิงหยุนมีต่อเฉินหยู และรู้ว่าหวังหลิงหยุนจะไม่ให้โอกาสเฉินหยูแม้แต่น้อย ซึ่งน่าเชื่อถือกว่าการที่เขาลงมือค้นเอง
หลังจากพูดจบ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎก็จากไป
ส่วนหวังหลิงหยุนยังไม่ไปไหน ยืนสำรวจเฉินหยูด้วยท่าทางเยาะเย้ย
ภายในบ้านเหลือเพียงพวกเขาสองคน มันจึงเงียบสงัดจนน่าขนลุก
เฉินหยูยืนนิ่ง เริ่มรู้สึกว่าอาการชาที่หน้าอกค่อยๆจางหายไป
เขาเอื้อมมือไปสัมผัสที่หน้าอกโดยไม่รู้ตัว
“อะไรกัน!”
เฉินหยูตกใจ หินคริสตัลที่แนบอยู่กับหัวใจของเขาหายไปแล้ว
นี่…นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ที่หน้าอกเหลือเพียงความร้อนและความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อย
สถานการณ์เหล่านี้ทำให้เฉินหยูไม่ได้สนใจสีหน้าเยาะเย้ยของหวังหลิงหยุนมากนัก
เเละท่าทาง “เหม่อลอย” ของเฉินหยูก็ทำให้หวังหลิงหยุนรู้สึกสะใจ คิดว่าการทำลาย “โอกาส” ของเฉินหยูในครั้งนี้เป็นการโจมตีที่รุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อเสียโอกาสนี้ไปแล้ว เฉินหยูยากที่จะทะลวงสู่ขั้นเปิดเส้นชีพจรได้ทันกำหนด และจะถูกขับออกจากนิกาย
“เฉินหยู!” หวังหลิงหยุนเอ่ยขึ้น พร้อมสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“ข้าแนะนำให้เจ้าล้มเลิกความคิดที่จะเอาชนะ ‘มู่เสวี่ยชิง’ แล้วไสหัวกลับไปเมืองเซียงหยางเสีย นิกายนี้ไม่มีที่ให้เจ้ายืนแล้ว!”
“เสวี่ยชิง?”
เฉินหยูกลับมารู้สึกตัว จึงได้ละความคิดเรื่องหินคริสตัลลึกลับนั้นไว้ชั่วคราว
ในหัวของเขา ภาพของหญิงสาวที่สง่างาม บริสุทธิ์ และงดงามปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง
ในนิกายเมฆาสวรรค์ มู่เสวี่ยชิงเป็นหญิงสาวที่มีพรสวรรค์ งดงาม และเป็นที่หมายปองของศิษย์ชายหลายคน
ทั้งเฉินหยูและหวังหลิงหยุนต่างก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบเธอ
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งมู่เสวี่ยชิง เฉินหยู และหวังหลิงหยุนต่างก็มาจากเมืองเซียงหยาง
ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินหยูกับมู่เสวี่ยชิงค่อนข้างใกล้ชิด ซึ่งทำให้หวังหลิงหยุนอิจฉาอย่างมาก
“ฮ่าๆ แต่ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเตือนเจ้าหรอก อีกไม่นานเจ้าก็จะถูกขับออกจากนิกาย หลังจากนั้น เราสองคนก็จะไม่ใช่คนในโลกเดียวกันอีกต่อไป” หวังหลิงหยุนหัวเราะเยาะขึ้นมาอย่างกะทันหัน
หลังจากพูดจบ หวังหลิงหยุนก็หัวเราะเสียงดังแล้วหันหลังเดินจากไป
ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เฉินหยูก็ไม่คู่ควรกับสายตาของเขาอีกต่อไป!
คนที่แม้แต่ตำแหน่งศิษย์สายนอกยังรักษาไว้ไม่ได้ จะมาแข่งขันกับเขาได้อย่างไร?
ขณะที่มองหวังหลิงหยุนเดินจากไป เฉินหยูยังคงนิ่งเงียบ
“เหลือเวลาอีกสองเดือน หากข้าพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทะลวงสู่ ‘ขั้นเปิดเส้นชีพจร’ ก็มีโอกาสเพียงสองถึงสามส่วนเท่านั้น ถ้าหากมีทรัพยากรล้ำค่าช่วย อัตราความสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่น่าเสียดาย…” เฉินหยูถอนหายใจในใจ
เขาสู้หวังหลิงหยุนไม่ได้ อีกฝ่ายเป็นคุณชายหลักของตระกูลหวัง ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลอย่างเต็มที่
เฉินหยูถือว่ามีพรสวรรค์ในตระกูลของตน และมีสถานะไม่ต่ำ แต่ก็ยังห่างไกลจากการได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในฐานะ “คุณชายหลัก”
ในวิถีแห่งการบ่มเพาะ พรสวรรค์มีความสำคัญ แต่ทรัพยากรภายนอกก็สำคัญไม่แพ้กัน
เดิมทีการได้เศษอุกกาบาตมานั้นถือเป็นโอกาสสำหรับเฉินหยู แต่น่าเสียดายที่ถูกหวังหลิงหยุนทำลายไปแล้ว
“จริงสิ!”
เฉินหยูนึกอะไรขึ้นได้ เขาจึงรีบปิดประตูทันที
จากนั้นเขาก็เปิดเสื้อออกเพื่อตรวจดูบริเวณหัวใจ เพราะเขาแน่ใจว่าได้วางหินคริสตัลไว้ตรงนั้น
เมื่อมองดู เขาก็ตกใจยิ่งกว่าเดิม
เพราะปรากฏว่ามันมีรอยสักรูปหัวใจสีเลือดปรากฏขึ้นบนผิวหนังบริเวณหัวใจด้านซ้ายของเขา
ซี่~
ซี่~
บริเวณรอยสักรูปหัวใจยังมีประกายคริสตัลระยิบระยับ และมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ
ที่น่าแปลกยิ่งกว่านั้นคือ เฉินหยูมองเห็นหัวใจคริสตัลที่ใสสว่าง ราวกับของเหลวใส ค่อยๆซึมเข้าสู่หัวใจของเขา
“นี่มัน…”
เฉินหยูสับสนอย่างมาก, ปรากฏการณ์เช่นนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน!
เเต่เมื่อนึกย้อนกลับไป รูปร่างของหินคริสตัลก้อนนั้นก็เหมือนกับ “หัวใจคริสตัล” จริงๆ
ตุบๆ!
ตุบๆ!
ตุบๆ!
ตุบๆ!
เฉินหยูรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นอย่างมั่นคงและทรงพลัง ทุกครั้งที่หัวใจเต้นมันก็ทำให้เขารู้สึกมั่นใจอย่างมาก
หลังจากนั้นไม่กี่ลมหายใจ รอยสักรูปหัวใจที่หน้าอกก็หายไป
ฟู่~
เฉินหยูถอนหายใจด้วยความโล่งอก รู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากความฝัน
แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน
เขารู้สึกได้อย่างเลือนรางว่ามีกระแสน้ำที่แปลกประหลาดไหลเวียนจาก “หัวใจ” ไปยังแขนขา และแม้แต่สมองของเขา
กระบวนการนี้ดำเนินไปนานถึงครึ่งชั่วโมง
“ตูมมมมมม!”
ทันใดนั้นเอง เฉินหยูก็รู้สึกปลอดโปร่งเเถมเลือดในกายเริ่มเดือดพล่าน
พลังประหลาดที่ไม่อาจบรรยายได้หลั่งไหลมาจากหัวใจ ทั่วทั้งร่างกายรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา
ในขณะนั้น เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพละกำลัง
ฟุ่บ!
เขาออกแรงเพียงเล็กน้อยที่ปลายเท้า ร่างกายก็ลอยขึ้นสูงกว่าครึ่งคน ร่างกายเบากว่าที่เคยเป็นอย่างมาก
“ฮ่า!”
เขาเหวี่ยงหมัดออกไป เกิดเสียงลมหวีดหวิว ทรงพลัง
โครม!
กำแพงด้านหน้าแตกเป็นรอยร้าวเล็กๆ พลังเช่นนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสี่หรือห้าส่วน!
“ความเร็ว พลัง…ทั้งหมดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!”
เฉินหยูไม่อยากจะเชื่อ
เเละมันไม่เพียงเท่านั้น เมื่อดวงตาของเขามองผ่านช่องหน้าต่าง….เงาคน ต้นไม้ และบ้านเรือนภายใต้ความมืด ค่อยๆชัดเจนและสว่างขึ้น
ราตรีสว่างราวกับกลางวัน!
เมื่อกลั้นหายใจ เขายังได้ยินเสียงกระซิบของศิษย์นอกคนอื่นๆในบ้านใกล้เคียง
ไม่เพียงแต่สมรรถภาพทางกายจะเพิ่มขึ้น การมองเห็น การได้ยิน และการรับกลิ่นก็พัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
“ร่างกายนี้…”
เฉินหยูยกมือขึ้นด้วยความสั่นเทา สงสัยในใจว่านี่เป็นร่างกายที่มนุษย์พึงมีหรือ?
เมื่อยกแขนขึ้นกลางอากาศ สายตาของเขาก็จับจ้องอีกครั้ง
“ไม่จริง! แผลเป็นหายไปแล้ว!”
เฉินหยูจ้องมองแขนของเขา ราวกับเห็นผี
เขาจำได้อย่างชัดเจนว่ามีรอยแผลเป็นบนแขนของเขา ซึ่งมันเกิดจากการถูกเศษอุกกาบาตบาด
เมื่อมองอย่างใกล้ชิด
บนแขนเหลือเพียงรอยจางๆสีแดงชมพู ซึ่งกำลังจางหายไปอย่างรวดเร็วจนมองไม่เห็น
พลังฟื้นฟูที่น่าเหลือเชื่อ!
เฉินหยูสูดหายใจเข้าลึกๆ แม้ว่าร่างกายของผู้บ่มเพาะจะแข็งแกร่ง แต่อัตราการฟื้นตัว…อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือนกว่าแผลเป็นจะหายไป
แต่นี่แค่ชั่วครู่ แผลเป็นก็หายสนิทแล้ว
ในบันทึกโบราณ มีเพียงเผ่าพันธุ์ในตำนานหรือเผ่าพันธุ์ลึกลับบางเผ่าพันธุ์เท่านั้นที่มีพลังฟื้นฟูเช่นนี้
“หัวใจคริสตัลนั่น…มันคืออะไรกันแน่?”
เฉินหยูเอื้อมมือไปสัมผัสหัวใจด้านซ้าย เสียงหัวใจที่เต้นอย่างมั่นคงและทรงพลังทำให้เขามีความเชื่อมั่นอย่างประหลาด
ในเวลานี้ เขาทั้งดีใจและกังวล
ดีใจที่หัวใจคริสตัลทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก แต่ก็กังวลที่มีสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกหลอมรวมเข้ากับหัวใจของเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาได้เลย
ใครจะไปรู้ว่าหินประหลาดนั่นคืออะไร มันจะทำให้เขากลายเป็น “อมนุษย์” หรือเปล่าก็ไม่รู้?
โครกกกก!
ทันใดนั้นเอง…เสียงท้องร้องก็ดังขัดจังหวะความคิดของเฉินหยู
“แปลกจริงๆ เมื่อชั่วโมงที่แล้วข้าเพิ่งกินข้าวไปเอง” เฉินหยูพึมพำเบาๆ
เเต่เขาก็ไม่คิดมาก เเละออกไปที่ป่าริมเชิงเขาเพียงลำพัง
ด้วยสายตาที่มองเห็นได้ชัดเจนในความมืดและความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เฉินหยูจึงสามารถจับกระต่ายป่าได้อย่างง่ายดาย แล้วก็ก่อไฟย่างกระต่าย
แต่หลังจากนั้น ปรากฏว่าหลังจากกินกระต่ายย่างทั้งตัวแล้ว เฉินหยูก็ยังรู้สึกไม่อิ่ม
เขาจึงล่าหมาป่ามาอีกตัว กินไปครึ่งตัว น้ำหนักเกือบสิบกิโลกรัม….ถึงจะเริ่มอิ่ม
ปริมาณอาหารและความสามารถในการย่อยอาหารเช่นนี้เกินขีดความสามารถของมนุษย์ปกติ
เฉินหยูยิ่งกังวลมากขึ้น แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
ยังไงเขาก็คงไม่สามารถควักหัวใจตัวเองออกมาดูได้
หลังจากตัดความคิดฟุ้งซ่าน เขาก็ใช้เวลาช่วงกลางคืนฝึกหมัด
“หมัดเหล็ก!”
หมัดทั้งสองของเฉินหยูราวกับลูกเหล็กสองลูก พุ่งออกไปพร้อมกับเสียงลมหวีดหวิว เเละเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ท่าทางการต่อสู้ของเด็กหนุ่มภายใต้ความมืดนั้นทรงพลัง แต่ก็มีความกลมกลืนและลื่นไหล
หลังจากฝึกไปได้ไม่กี่รอบ…เฉินหยูก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ!
“หมัดเหล็ก” เป็นวิชาหมัดที่เขาเลือกเมื่อเข้าร่วมนิกายใหม่ๆ พลังของมันถือว่ามีชื่อเสียงในหมู่วิชาการต่อสู้ขั้นต่ำ
อย่างไรก็ตาม “หมัดเหล็ก” นั้นเรียนรู้ง่ายแต่ฝึกฝนให้เชี่ยวชาญยากมาก
วิชาหมัดนี้ การเริ่มต้นนั้นง่าย ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก
แต่การฝึกฝนให้ถึงระดับสูงนั้น ต้องใช้ทั้งสมรรถภาพทางกายและความมุ่งมั่นอย่างมาก
และเมื่อครู่
เฉินหยูพบว่า “หมัดเหล็ก” ที่เขาฝึกนั้นลื่นไหลกว่าที่เคย และดูเหมือนจะมีความก้าวหน้าไม่น้อย?
“เอาอีกครั้ง”
เฉินหยูตั้งสมาธิ เเละเริ่มฝึกหมัดต่อ
ทุกการเคลื่อนไหวของเขาราวกับเมฆและสายน้ำที่ต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียวกัน
ท่วงท่าที่ยากลำบากในอดีตกลับกลายเป็นเรื่องง่าย
ฮู่วววว!
ปัง! ปัง! ปัง!…
ท่าหมัดของเด็กหนุ่มภายใต้ความมืดเบ่งบานราวกับดอกไม้ไฟ ทุกหมัดราวกับลูกเหล็กพุ่งออกไป ดังสนั่นน่าตกใจ
ตอนนี้รอบตัวเขาเต็มไปด้วยฝุ่น จากนั้นก็มีเสียงคำรามเบาๆ
“เป็นไปได้ยังไง! หมัดเหล็กไม่เพียงแต่ทะลวงสู่ระดับความสำเร็จขั้นต้น เเต่มันยังดูมั่นคงมากขึ้นอีกด้วย”
เฉินหยูยืนนิ่ง อย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเอง
………………………..