เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - 4: ความทรงจำอันห่างไกล

บทที่ 4 - 4: ความทรงจำอันห่างไกล

บทที่ 4 - 4: ความทรงจำอันห่างไกล


บทที่ 4 - 4: ความทรงจำอันห่างไกล

“เวรเอ๊ย… บ้าเอ๊ย!”

ผมนั่งขดตัวอยู่บนเตียงผู้ป่วย แขนที่ยังสั่นไม่หยุดกอดเข่าไว้แน่น ขณะสบถด่าโชคชะตาเฮงซวยของตัวเองซ้ำไปซ้ำมา

ไม่มีใครเป็นเป้าหมายของคำด่าเหล่านั้นหรอก

ผมแค่ไม่รู้จะด่าอะไร นอกจากชีวิตบัดซบของตัวเอง

“เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง… มันต้องไม่ใช่เรื่องจริงสิ!”

ผมกำผมตัวเองแน่นจนหนังศีรษะเจ็บ แต่ความเจ็บเล็กน้อยนั้นกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย เมื่อเทียบกับความจริงที่เพิ่งถาโถมเข้ามาในหัว

ใช่ ผมอาจกำลังพยายามปฏิเสธความจริง

แต่ใครมันจะไม่ปฏิเสธบ้างล่ะ?

ไม่ใช่ทุกวันที่คนเราจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าโลกทั้งใบที่ตัวเองใช้ชีวิตอยู่ แท้จริงแล้วคือโลกในวิดีโอเกม แถมตัวเองยังดันเป็นวายร้ายเกรดต่ำที่ถูกกำหนดให้ตายอย่างอนาถในทุกเส้นทางเนื้อเรื่องอีกต่างหาก!

ให้ตายเถอะ!

ผมส่ายหน้าแรง ๆ ราวกับจะสลัดความคิดบ้า ๆ เหล่านั้นออกไป

“บางทีตอนใกล้ตาย ผมอาจแค่หลอนเห็นอีกชีวิตหนึ่งก็ได้… ใช่ไหม? บางทีทั้งหมดอาจเป็นแค่ฝันเพ้อเพราะพิษไข้ หรือไม่ก็ผมกำลังเสียสติไปเอง…”

พูดออกไปแล้วก็รู้ตัวทันทีว่ามันฟังดูงี่เง่าแค่ไหน

ความทรงจำของโนอาห์ไม่ได้เลือนรางเหมือนความฝัน

ผมจำได้ทุกอย่าง

กลิ่นห้องเช่าอับ ๆ ในชีวิตก่อน ความเหนื่อยล้าหลังเลิกงาน รสชาติข้าวกล่องราคาถูก ความสิ้นหวัง ความเจ็บปวด ความโดดเดี่ยว… ทุกอย่างมันชัดเจนราวกับผมเพิ่งใช้ชีวิตนั้นมาเมื่อวาน

มันสมจริงเกินกว่าจะเป็นภาพหลอน

และเกมที่โนอาห์เคยเล่นอย่าง Spirit Realm Chronicles ก็มีอยู่จริง

เพียงแต่ตอนนี้ มันไม่ได้เป็นแค่เกมอีกต่อไปแล้ว

แต่มันคือโลกที่ผมกำลังหายใจอยู่

“แล้วมันเป็นไปได้ยังไงกัน…” ผมสูดลมหายใจลึก พยายามกดความคิดที่กำลังแตกกระเจิงให้สงบลง

ในชีวิตก่อน ผมอ่านนิยายแนวต่างโลกมาไม่น้อย จะเรียกว่าเป็นโอตาคุคนหนึ่งก็ได้ แต่การอ่านเรื่องคนอื่นทะลุมิติกับการที่ตัวเองต้องมาเจอเข้าจริง ๆ มันคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิงโว้ย

และที่แย่กว่านั้นคือ ผมไม่ได้มาเกิดเป็นตัวเอก

ไม่ได้เป็นบอสใหญ่สุดเท่

ไม่ได้เป็นตัวประกอบไร้บทบาทที่สามารถใช้ชีวิตเงียบ ๆ แล้วรวยได้จากความรู้อนาคต

ไม่เลย

ผมดันมาเกิดเป็น “ซามาเอล ไคเซอร์ ธีออสเบน” ตัวร้ายรองที่โผล่มาก่อเรื่องในช่วงต้นเกม ก่อนจะค่อย ๆ ถูกอัปเกรดให้กลายเป็นวายร้ายตัวสำคัญในช่วงกลางเรื่อง

และที่เลวร้ายที่สุดก็คือ… ซามาเอลตายเรียบในทุกเส้นทาง

ใช่ ทุกเส้นทาง

ทั้งสี่สิบเอ็ดรูต ไม่มีรูตไหนที่ไอ้หมอนี่รอดชีวิตเลยสักรูตเดียว!

ผมพอเดาได้ว่าถ้าเป็นคนนอก คงพูดง่าย ๆ ว่า “ก็แค่หลีกเลี่ยงเนื้อเรื่องหลักสิ อย่าไปยุ่งกับตัวเอกก็พอ”

ฟังดูง่ายใช่ไหมล่ะ?

ปัญหาคือผมดันไปยุ่งแล้วน่ะสิ! ไม่ใช่แค่ยุ่งด้วย แต่ผมสร้างศัตรูกับตัวเอกถึงสองคนเรียบร้อยแล้ว

คนแรกคือ ไมเคิล ก็อดส์วิลล์ พระเอกของเกม

อีกคนคือ ลิลี่ เอลเดอร์วิง นางเอกของเกม

อึก!

แค่คิดถึงสองชื่อนั้น รสขมขื่นก็แผ่ซ่านขึ้นมาในปากทันที

ตอนนี้ผมไม่ได้ยืนอยู่ข้างสนามอีกต่อไป ผมเดินเข้าไปอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพวกฝ่ายคนดีเต็มตัวแล้ว เวทีถูกจัดไว้เรียบร้อย ฟันเฟืองของเนื้อเรื่องเริ่มหมุน และเนื้อเรื่องหลักกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่วัน

ไม่สิ อาจจะน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำ

“ถ้าได้ความทรงจำกลับมาเร็วกว่านี้สักหน่อย…” ผมหัวเราะแห้ง ๆ กับตัวเอง

ใช่สิ ฝันไปเถอะ

เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ผมเองก็เคยมีจินตนาการบ้า ๆ ว่าอยากเกิดใหม่ในโลกนิยายหรือเกมที่ชอบ ได้ใช้ชีวิตใหม่ ได้เป็นตัวเอกสุดโกง หรืออย่างน้อยก็เป็นตัวประกอบที่รู้อนาคตและเอาตัวรอดได้สบาย ๆ

แต่ในความฝันสนองตัณหาพวกนั้น ตัวละครมันมักจะเกิดใหม่พร้อมความทรงจำตั้งแต่แรกเกิดเสมอ!

เพราะถ้าไม่มีความทรงจำตั้งแต่ต้น แล้วจะใช้ความรู้อนาคตได้ยังไง?

จะวางแผนเปลี่ยนเนื้อเรื่องยังไง?

จะหลีกเลี่ยงธงตายยังไง?

แต่ความจริงไม่เคยใจดีกับใคร ผมกลับชาติมาเกิดในโลกของเกมนี้จริง แต่กลับเติบโตขึ้นมาโดยไม่มีความทรงจำจากชีวิตก่อนเลยสักนิด แล้วจู่ ๆ ก็เพิ่งจะได้มันกลับคืนมาเอาป่านนี้ ในวันที่ตัวเองเดินลงเส้นทางวายร้ายไปไกลเกินกว่าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้แล้ว!

“ฮ้า…” ผมถอนหายใจยาว พยายามบังคับตัวเองให้สงบลง “ใจเย็นไว้ ซามาเอล คิดสิ”

ถูกแล้ว

คร่ำครวญไปก็ไม่ช่วยอะไร

ต่อให้สถานการณ์นี้จะบ้าบอจนเหมือนเอาตรรกะสามัญสำนึกไปโยนทิ้ง ผมก็ยังต้องรับมือกับมันอย่างเป็นระบบ

ก่อนอื่น ต้องจัดการสิ่งตรงหน้าก่อน

ผมดึงสายน้ำเกลือออกจากแขน แล้วปลดสายรัดข้อมือที่ใช้ตรวจวัดชีพจรออก

ทันทีที่ขยับตัวลุกจากเตียง ความเจ็บแปลบก็แล่นปลาบผ่านซี่โครงจนต้องกัดฟันแน่น เท้าเปล่าสัมผัสพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย

พอยืนตรงได้ คลื่นเวียนศีรษะก็ถาโถมเข้ามา ราวกับเพิ่งตื่นจากไข้หนักที่ลากยาวมาหลายวัน

ร่างกายเบาหวิวและอ่อนแรงผิดปกติ

ถึงจะไม่มีกระดูกชิ้นไหนหักแล้ว—คงเพราะได้รับการรักษาจากฮีลเลอร์ระดับสูง—แต่ความเหนื่อยล้าทางกายกับทางใจยังคงถ่วงอยู่ทุกอณู

น่าเสียดายที่ผมไม่มีเวลาให้มานั่งพัก

ผมเดินโซเซไปทีละก้าว จนถึงหน้าต่างข้างเตียง แล้วเลื่อนบานกระจกเปิดออก

สายลมเย็นพัดเข้ามากระทบผิวทันที ทำให้หัวที่ร้อนวูบวาบของผมเย็นลงเล็กน้อย

เบื้องนอกหน้าต่าง เมืองทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์

ตึกระฟ้าสูงตระหง่านเสียดขึ้นไปในท้องฟ้าสีเทาครึ้ม ยอดของมันหายลับเข้าไปในกลุ่มเมฆ เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาอย่างเงียบงัน ปกคลุมถนน อาคาร และหลังคาบ้านเรือนด้วยผืนขาวนุ่มตา

มันคือหิมะแรกของเดือนธันวาคมที่งดงาม สวยจนแทบไม่เหมือนโลกจริง

บนท้องถนนเบื้องล่าง ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ส่วนบนท้องฟ้า ผมเห็นผู้ตื่นรู้หลายคนบินผ่านอากาศไปมาอย่างอิสระ ราวกับท้องฟ้าเป็นเพียงถนนอีกเส้นหนึ่งสำหรับพวกเขา

แต่สิ่งที่ดึงสายตาผมไว้จริง ๆ ไม่ใช่หิมะ ไม่ใช่ตึกระฟ้า และไม่ใช่ผู้ตื่นรู้เหล่านั้น

มันคือกำแพงมหึมาบนเส้นขอบฟ้าไกลลิบ

กำแพงที่สูงตระหง่านเสียจนตึกระฟ้าทั้งหลายดูเล็กจ้อย กำแพงที่ทอดยาวออกไปไกลสุดสายตา และพุ่งขึ้นสูงหลายไมล์ราวกับต้องการแบ่งแยกฟ้ากับดินออกจากกัน

นั่นคือเขตแดนของเขตปลอดภัยฝั่งตะวันตก

กำแพงนั้นโอบล้อมทวีปนี้เอาไว้ทั้งทวีป—หรืออย่างน้อยก็ส่วนที่ยังเหลือรอดอยู่—ไม่ยอมให้สิ่งใดเข้าออก เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากจักรพรรดิราชันหรือเหล่าดยุก

แม้แต่ท้องฟ้าก็ถูกปิดผนึกด้วยม่านพลังล่องหนที่มีเพียงตัวตนระดับสูงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทะลวงผ่านได้

หิมะที่กำลังโปรยปรายอยู่ในโดมแห่งนี้ ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มันตกลงมาเพียงเพราะราชันตะวันตกต้องการให้มันตก

ระหว่างจุดที่ผมยืนอยู่กับกำแพงยักษ์นั่น น่าจะมีเมืองคั่นอยู่อีกสามหรือสี่เมือง แต่ถึงอย่างนั้น ความใหญ่โตมโหฬารของมันก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนราวกับตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า

“สุดยอดจริง ๆ…” ผมพึมพำเบา ๆ

และภาพตรงหน้านั่นเองที่ย้ำเตือนผมอย่างโหดร้าย

ผมอยู่ในเกมบัดซบนี่จริง ๆ ไม่ว่าจะดูเหนือจริงแค่ไหน ความจริงข้อนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกแล้ว

ผมถอนหายใจยาวอีกครั้ง

ก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจกหน้าต่าง

เส้นผมสีบลอนด์ยาวสลวยตกลงระไหล่กว้าง รับกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายจนแทบไม่สมเหตุสมผล ดวงตาสีทองสว่างจ้า ร่างกายสูงโปร่งสมส่วนแบบนักกีฬา กล้ามเนื้อชัดพอดี ไม่หนาเทอะทะและไม่ผอมบางเกินไป

หูทั้งสองข้างเจาะรู ส่วนท่อนแขนขวามีรอยสักลวดลายเท่ ๆ ประดับอยู่

ผมจำได้ลาง ๆ ว่ารอยสักนั่นมาจากไหน วันหนึ่งซามาเอลคนเดิมแค่เดินเข้าร้านสักกับเพื่อน ๆ แบบไม่มีเหตุผล แล้วชี้เอาลายแรกที่คิดว่าเท่

“ตอนนั้นคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย…” ผมพึมพำพลางกดขมับ โง่บัดซบ

ตอนนี้ผมสวมแค่ชุดผู้ป่วยสีขาวจืดชืด ดวงตาดูอ่อนล้า แก้มก็ตอบลงเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้ว่า…

ผมหล่อฉิบหาย

หล่อแบบไร้เหตุผล หล่อแบบต่อให้ใส่ชุดผู้ป่วยน่าเกลียดนี่ก็ยังดูดี

เอาจริง ๆ ถ้ามีใครเอาผ้าขี้ริ้วมาพันเอวผม แล้วบอกว่าเป็นแฟชั่นโชว์ ผมก็อาจจะทำให้มันดูแพงได้ด้วยซ้ำ

น่าหงุดหงิดชะมัด!

ในชีวิตก่อน ตอนเป็นโนอาห์ ผมหน้าตาธรรมดาค่อนไปทางแย่ ผอมโทรม ใต้ตาคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายปี

พอได้มาเห็นหน้าตัวเองในชาตินี้อีกครั้งหลังความทรงจำกลับมา ผมจึงอดรู้สึกประหลาดไม่ได้

ของที่ซามาเอลเคยมองว่าเป็นเรื่องปกติ สำหรับโนอาห์แล้วมันคือพรจากสวรรค์ชัด ๆ!

แล้วผมก็ยังถูกนอกใจ

“เฮ้อ…” พูดไปก็ใช่ว่าจะโทษใครได้เต็มปาก

ผมทำตัวระยำกับลิลี่ เมินเธอ เอาแต่พูดเรื่องตัวเอง ไม่เคารพความรู้สึกของเธอ แถมนิสัยโดยรวมก็เข้าขั้นขยะ

แต่ถึงอย่างนั้น… ใครมันจะกล้านอกใจผู้ชายที่หน้าตาหล่อขนาดนี้ได้ลงคอ? ถ้าผมเป็นผู้หญิง ผมไม่มีวันทิ้งผู้ชายที่เบ้าหน้าหล่อทะลุฟ้าแบบผมเด็ดขาด—

“เดี๋ยว” ผมหยุดความคิดตัวเองทันที “นี่ผมกำลังคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย?”

ผมส่ายหน้าแรง ๆ ไล่เรื่องไร้สาระออกไปจากสมอง

ไม่มีเวลามามัวหลงหน้าตัวเองแล้ว ต้องโฟกัส

ผมเริ่มจัดเรียงข้อมูลในหัวอย่างจริงจัง

“วันนี้วันที่ 24 ธันวาคม”

อีกเจ็ดวันจะถึงปีใหม่

และที่สำคัญกว่านั้น อีกเจ็ดวันคือวันสอบประเมินเข้าเรียนของสถาบันเอเพ็กซ์ สถาบันฮันเตอร์อันดับต้น ๆ ที่ผมยื่นสมัครไว้ตั้งแต่เดือนก่อน

การสอบผ่านไม่ใช่ปัญหา

ด้วยทักษะของซามาเอล บวกกับความทรงจำของโนอาห์เกี่ยวกับเนื้อหาในเกม ผมมั่นใจว่าตัวเองสามารถผ่านมันได้ไม่ยาก

ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่การสอบ

แต่เป็นสิ่งบรรลัยที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก

จบบทที่ บทที่ 4 - 4: ความทรงจำอันห่างไกล

คัดลอกลิงก์แล้ว