- หน้าแรก
- วิถีจ้าวอสูร วิวัฒนาการสายเลือดกลายพันธุ์
- บทที่ 7: กลายพันธุ์
บทที่ 7: กลายพันธุ์
บทที่ 7: กลายพันธุ์
บทที่ 7: กลายพันธุ์
"หนึ่งหมื่นห้าพัน"
โจวมิงบอกราคาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางจ้องมองสีหน้าท่าทางที่แสดงใหญ่โตเกินจริงของพี่งู
"หึ... ฮ่าๆ"
"นี่แกกำลังกวนประสาทฉันอยู่รึไง?"
พอได้ยินราคาที่โจวมิงเสนอ พี่งูแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ก่อนจะตวัดสายตามองโจวมิงด้วยแววตาประสงค์ร้าย
โจวมิงเมินเฉยต่อสายตาคุกคามนั้น แล้วพูดขึ้นลอยๆ "พี่งู ในเมื่อพี่ทำมาค้าขายงูตลาดมืด ย่อมต้องรู้ดีว่าจุดแดงบนเขี้ยวพิษสีขาวของงูเส้นด้ายเหล็กหมายถึงอะไร"
พอได้ยินคำนี้ พี่งูรีบกระชากกล่องกระจกจากมือลูกน้องมาทันที
เขาแหย่มันสองสามครั้ง พอเห็นงูเส้นด้ายเหล็กอ้าปากแยกเขี้ยวพิษ ก็พบจุดสีแดงจางๆ สองจุดบนเขี้ยวซ้ายขวาจริงๆ
"ฮ่าๆ นึกไม่ถึงว่าน้องชายจะตาคมขนาดนี้ ถือว่าฉันขอโทษเรื่องเมื่อครู่แล้วกัน หนึ่งหมื่นห้าพันก็หนึ่งหมื่นห้าพัน!"
"พี่งูเป็นคนคุยง่ายจริงๆ"
ในเมื่ออีกฝ่ายยอมลงให้ โจวมิงก็ไม่ขัดที่จะเอ่ยปากชมสักเล็กน้อย มันไม่เสียเงิน และการทำให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีก็ช่วยลดความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง
จากนั้น โจวมิงนับเงินหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญสหพันธ์ยื่นให้ หยิบถุงใส่งูเส้นด้ายเหล็กแล้วสาวเท้าเดินจากไปทันที
"ลูกพี่ ทำไมยอมขายให้มันแค่หมื่นห้าล่ะครับ? ผมจำได้ว่าราคาต่ำสุดของงูเส้นด้ายเหล็กคือสองหมื่นนะ"
"เพียะ!"
พี่งูผู้ชอบใช้กำลังหวดบ้องหูเข้าที่หัวลูกน้องเต็มแรง
"ฉันบอกให้พวกแกหัดอ่านหนังสือซะบ้าง วันๆ เอาแต่จะมุดหัวอยู่กับผู้หญิง"
"แต่พวกเรายังมีพี่งูคอยนำทางอยู่นี่ครับ?"
ลูกน้องลูบหัวปูดๆ พลางประจบสอพลออย่างเอาใจ
"เหอะ วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกให้รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นถ้าคนนอกรู้ว่าลูกน้องของพี่งูไร้ความรู้เรื่องงูพิษ ฉันคงเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน"
"ครับลูกพี่ พี่อธิบายมาเลย ผมรอฟังอยู่"
เมื่อเห็นพี่งูอารมณ์เย็นลง ทั้งสองก็รีบผสมโรงทันที
"จุดแดงที่โผล่บนเขี้ยวพิษของงูเส้นด้ายเหล็ก หมายความว่ามันเคยโดนสิ่งเร้าบางอย่างกระตุ้นมาก่อน และกำลังจะเกิดการกลายพันธุ์"
"ถ้ากลายพันธุ์ มันก็ต้องมีราคาแพงขึ้นไม่ใช่เหรอครับ?"
"ฉันก็รู้ว่างูที่กลายพันธุ์สำเร็จมันจะมีมูลค่ามหาศาล แต่ไอ้อัตราความสำเร็จในการกลายพันธุ์ของแม่ง ต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่ากลัวเลยโว้ย!"
พี่งูเริ่มนึกเสียใจที่ปล่อยให้ลูกน้องมือฉกาจไปรับของ แล้วต้องมาจมปลักอยู่กับไอ้เด็กใหม่ไร้สมองพวกนี้
...
เมื่อพ้นจากตรอกลึก โจวมิงที่ได้งูเส้นด้ายเหล็กตามต้องการก็เร่งฝีเท้าจากไปทันที
ถึงที่นี่จะไม่ใช่รังอสูรกินคน แต่ก็ไม่ใช่แหล่งซ่องสุมของคนดีนัก
คำว่า 'สัตว์เลี้ยงตลาดมืด' ที่โจวมิงและพี่งูกล่าวถึง แท้จริงแล้วคือพวกสัตว์มีพิษร้ายแรงหรือสัตว์ร้ายคลุ้มคลั่ง
คนธรรมดาบางกลุ่มยอมควักเงินซื้อสัตว์มีพิษเหล่านี้ไปเลี้ยงเพียงเพื่อความตื่นเต้นสะใจ
ทว่าพวกมันต่างจากสัตว์อสูรที่ถูกฝังเมล็ดพันธุ์วิญญาณ สัตว์พิษเถื่อนพวกนี้จะไม่เชื่อฟัง และคนธรรมดาก็ยากจะบงการ จนมักเกิดเหตุการณ์สัตว์แว้งกัดบาดเจ็บล้มตายอยู่บ่อยครั้ง
หากพวกมันหลุดรอดหรือถูกนำมาปล่อยทิ้ง ย่อมกลายเป็นมหันตภัยคุกคามความปลอดภัยของสาธารณชน
ทางรัฐบาลจึงจัดให้สัตว์พิษเหล่านี้เป็นสิ่งของต้องห้าม ทว่าที่ใดมีความต้องการ ที่นั่นย่อมมีตลาดมืด
ยิ่งกว่านั้นการลักลอบขายสัตว์พิษก็ไม่ได้มีโทษทัณฑ์ร้ายแรง พวกอันธพาลจึงมองว่าเป็นช่องทางทำเงินชั้นดี
มันทำเงินได้จริง แต่ก็ไม่ได้มากมายมหาศาลอะไร จึงไม่ดึงดูดความสนใจจากขุมอำนาจใหญ่ และในเมื่อไม่ใช่คดีอาญาร้ายแรง ขอเพียงจ่ายเงินใต้โต๊ะหล่อลื่นสักเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ก็มักจะหลับตาข้างลืมตาข้าง จึงเกิดเป็นเส้นทางการค้ากึ่งเปิดเผยเช่นนี้
ไม่อย่างนั้น ร่างเดิมของเขาจะมีความรู้ลึกซึ้งขนาดนี้ได้อย่างไร?
ส่วนเหตุผลที่เจาะจงมาหาพี่งู นอกจากเพราะอีกฝ่ายเน้นขายงูพิษทำให้ซื้องูเส้นด้ายเหล็กได้ง่ายแล้ว ร่างเดิมยังเคยได้ยินมาว่าชายคนนี้เป็นคนคุยง่ายตรงไปตรงมา
มิเช่นนั้น โจวมิงคงไม่จงใจโพล่งราคาหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทันทีที่พบว่ามันกำลังกลายพันธุ์ อาศัยนิสัยของอีกฝ่ายเพื่อตัดปัญหาการโก่งราคาให้เสียเวลา
ขากลับเป็นไปอย่างราบรื่น ไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ บางทีโชคร้ายทั้งหมดคงถูกใช้หมดไปแล้วในคราเดียว
"คิดไม่ถึงว่าจะยังเหลือเงินอีกตั้งหมื่นกว่า"
พอเห็นปึกเงินสหพันธ์ที่โยนไว้บนเตียง โจวมิงรู้สึกตื้นตันกับโชคชะตาของตัวเองในวันนี้เล็กน้อย
เงินหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญคือเงินทั้งหมดที่ร่างเดิมขูดรีดประหยัดอดออมมาอย่างยากลำบากเป็นเวลานาน ทว่าตอนดั้นด้นไปซื้อทรัพยากรสำหรับผู้ควบคุมอสูร กลับพบว่าราคาสินค้าพุ่งทะยานไปไกล เงินที่เตรียมไว้จึงไม่เฉียดใกล้ความต้องการเลยแม้แต่น้อย
เงินออมที่แลกมาด้วยความยากแค้นถูกทำลายลงด้วยการขึ้นราคาเพียงครั้งเดียว ชนวนเหตุนี้ระเบิดความอัดอั้นตันใจให้ร่างเดิม จนยอมเสี่ยงชีวิตบังคับควบแน่นเมล็ดพันธุ์วิญญาณและจบชีวิตลงในที่สุด
ส่วนวันนี้ตอนที่เขาไปลาออก เขาคาดว่าจะได้รับเงินเดือนและเงินค้างจ่ายรวมกันเพียงหกพันเหรียญสหพันธ์นั้น นึกไม่ถึงว่าพี่อู๋จะใช้อำนาจผู้จัดการควักเงินเพิ่มให้อีกสี่พันรวมเป็นหนึ่งหมื่นเหรียญพอดิบพอดี
"เฮ้อ คิดไม่ถึงว่าเพิ่งมาถึงก็ติดค้างบุญคุณคนซะแล้ว"
ตอนนี้โจวมิงกำลังร้อนเงิน เขาจึงทำได้เพียงน้อมรับความหวังดีของพี่อู๋ไว้ ส่วนหนี้บุญคุณนี้ ทำได้เพียงสลักลึกไว้ในใจชั่วคราว
"แต่รอบนี้ถือว่าฉันได้ของดีมาครอง"
เขาหยิบตู้กระจกด้านข้างขึ้นมา เพ่งมองงูเส้นด้ายเหล็กภายในตู้ไม่วางตา
การกลายพันธุ์ของสัตว์เป็นปรากฏการณ์ปกติที่พบเห็นได้ทั่วไปนับตั้งแต่รอยแยกมิติปรากฏขึ้น โดยเฉพาะสัตว์ธรรมดาที่มีอัตราการกลายพันธุ์บ่อยครั้งมาก
ทว่าผลลัพธ์ส่วนใหญ่ของการกลายพันธุ์คือความตาย มีส่วนน้อยนิดเท่านั้นที่จะกลายพันธุ์ในทิศทางที่เป็นประโยชน์สำเร็จ
เหตุเพราะสภาพร่างกายและศักยภาพของสัตว์ธรรมดาไม่อาจรองรับการสูบฉีดพลังงานของการกลายพันธุ์ได้ ยิ่งกว่านั้นพวกมันยังไม่สามารถชี้แนะร่องรอยพลังในระหว่างกระบวนการได้เอง
แต่เรื่องนี้กลับง่ายดายสำหรับผู้ควบคุมอสูร แม้การฝังเมล็ดพันธุ์วิญญาณลงในสัตว์อสูรจะไม่สามารถบงการผลลัพธ์การกลายพันธุ์ได้โดยตรง แต่สามารถชี้แนะให้มันวิวัฒนาการไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ได้ ประจวบกับการได้รับพลังจิตของผู้ควบคุมอสูรคอยหนุนหลัง สัตว์กลายพันธุ์จึงมีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้นมหาศาล
ทว่าไม่มีผู้ควบคุมอสูรคนไหนยอมทำเรื่องไร้สาระเช่นนี้ เพราะโดยทั่วไปมีเพียงสัตว์ธรรมดาเท่านั้นที่กลายพันธุ์ ต่อให้วิวัฒนาการสำเร็จ อานุภาพของมันก็ยากจะเทียบชั้นกับสัตว์ร้ายที่แท้จริงได้
ยิ่งไม่มีทางที่ใครจะยอมเหนื่อยชี้แนะเสร็จแล้วดึงเมล็ดพันธุ์วิญญาณออกเพื่อนำมาขาย เพราะการถอนเมล็ดพันธุ์วิญญาณที่ฝังไปแล้วจะสร้างความเสียหายต่อห้วงจิตวิญญาณของผู้ควบคุมอสูร การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างจากการถือบาตรทองคำไปขอทาน
แต่สถานการณ์นี้ไม่มีผลกระทบต่อโจวมิงเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน การควบคุมงูเส้นด้ายเหล็กที่กำลังกลายพันธุ์มีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสีย
ตอนที่จ้องมองงูเส้นด้ายเหล็กในตู้กระจก โจวมิงไม่คิดเตรียมการสิ่งใดเพิ่ม ตั้งใจจะฝังเมล็ดพันธุ์วิญญาณลงสู่จิตสำนึกของมันโดยตรง
เพราะอสรพิษที่กำลังกลายพันธุ์ตัวนี้พร้อมจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ และตัวเขาเองก็ไม่มีเงินเหลือพอจะไปหาซื้อตัวใหม่แล้ว
"ปัง ปัง..."
พอเมล็ดพันธุ์วิญญาณแทรกซึมเข้าสู่จิตสำนึกและฝังตัวลงในดวงวิญญาณ งูเส้นด้ายเหล็กในตู้กระจกพลันดิ้นรนทุรนทุรายสุดชีวิต หางของมันฟาดกระทบตู้กระจกเสียงดังสนั่น เกล็ดขนาดเท่าเม็ดงาครูดไถกับผนังตู้ไม่หยุดหย่อน
เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลง โจวมิงรับรู้ผ่านสัมผัสของเมล็ดพันธุ์วิญญาณว่า ความเร็วในการกลายพันธุ์ของงูเส้นด้ายเหล็กกำลังเร่งเร้าขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
โจวมิงรีบนั่งขัดสมาธิบนเตียง หลับตาแน่น สองมือกุมตู้กระจกที่บรรจุอสรพิษไว้ คอยชี้แนะการวิวัฒนาการผ่านเส้นสายพันธนาการ พร้อมทั้งส่งผ่านพลังจิตของตัวเองเข้าไปหล่อเลี้ยงความต้องการพลังงานในการกลายพันธุ์อย่างมั่นคง
ท่ามกลางห้องมืดสลัว ภายใต้แสงสว่างริบหรี่จากหลอดไฟไส้สีส้มแดง ร่างกายของโจวมิงนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นสลัก ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือสัตว์อสูรของตัวเองอย่างสุดกำลัง