- หน้าแรก
- โกงคะแนนสอบเกาเข่าหรอ งั้นขอเหมาดาวโรงเรียนพลิกชีวิตสู่มหาเศรษฐี
- บทที่ 12 - เหตุการณ์สองมาตรฐาน
บทที่ 12 - เหตุการณ์สองมาตรฐาน
บทที่ 12 - เหตุการณ์สองมาตรฐาน
สถานีตำรวจประจำอำเภออยู่ติดกับสำนักงานจัดการธัญพืช เป็นอาคารสองชั้นเก่าๆ หน้าประตูมีป้ายพื้นขาวตัวหนังสือสีแดงแขวนอยู่ สีลอกไปกว่าครึ่ง
มอเตอร์ไซค์ของหวังเหล่ยจอดขวางอยู่หน้าประตู เจ้าตัวก้าวลงจากรถอย่างโอหัง ยัดกุญแจรถใส่กระเป๋า แล้วเดินอาดๆ เข้าไปข้างในทันที
เฉินเฟิงกับจางต้าเหว่ยลากรถเข็นมาถึงหน้าประตู หาที่ร่มใต้ต้นไม้จอดรถ จางต้าเหว่ยปัดฝุ่นที่มือออก แล้วเดินตามเข้าไป
ห้องเวรอยู่สุดโถงทางเดินชั้นหนึ่ง ประตูเปิดอ้าซ่า พัดลมเพดานเก่ากึกส่งเสียงหึ่งๆ อยู่บนหัว แรงลมช่างน่าเวทนา พัดได้แค่ให้มุมหนังสือพิมพ์บนโต๊ะเปิดพะงาบๆ ไปมาเท่านั้น
ตำรวจที่เข้าเวรเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ คางเหลี่ยม ตัดผมเกรียน ปลดกระดุมเครื่องแบบออกสองเม็ด ที่หน้าอกติดป้ายชื่อไว้ว่า 'หลิวเจี้ยนจวิน'
บนโต๊ะตรงหน้าเขามีสมุดบันทึกเวรวางแผ่อยู่ ข้างมือมีชาเย็นครึ่งแก้ววางทิ้งไว้
หวังเหล่ยไปยืนอยู่หน้าโต๊ะ ท่าทางวางมาดเต็มที่ "สหายหลิว ฉันมาแจ้งความ"
หลิวเจี้ยนจวินเงยหน้าขึ้น มองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า มอเตอร์ไซค์ใหม่เอี่ยม เสื้อเชิ้ตขาว รองเท้าแตะหนัง... การแต่งตัวแบบนี้ในอำเภอเล็กๆ ถือว่าเป็นชุดท็อปฟอร์มของลูกหลานข้าราชการแน่นอน
ท่าทีของหลิวเจี้ยนจวินสุภาพขึ้นทันที แม้แต่ท่านั่งก็ยังเรียบร้อยขึ้น "มีเรื่องอะไรหรือครับ"
หวังเหล่ยชี้ไปนอกประตู สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ "ฉันขี่มอเตอร์ไซค์มาตามทางปกติที่สี่แยก ไอัสองคนนี้มันเข็นรถขยะมาขวางกลางถนน ทำให้รถฉันเป็นรอยหมด! กระจกมองข้างหัก บังโคลนเป็นรอยถลอกใหญ่เบ้อเริ่ม! ฉันขอเรียกร้องค่าเสียหายจากพวกมันร้อยหยวน!"
หลิวเจี้ยนจวินชะโงกหน้ามองออกไปนอกประตู ใต้ต้นไม้เบี้ยวๆ มีรถเข็นพังๆ จอดอยู่ บนรถมีถังเหล็กสองใบกับถ้วยร้าวๆ คว่ำอยู่ หันกลับมามองหวังเหล่ย แล้วมองออกไปที่เจียหลิง 70 คันงามวับวามคันนั้น... ความแตกต่างมันช่างบาดตาบาดใจเหลือเกิน
"คุณชื่ออะไรครับ"
"หวังเหล่ย พ่อฉันคือหวังเต๋อฟา ผู้อำนวยการคอมมูนหงฉี"
พอชื่อนี้หลุดออกมา หลังของหลิวเจี้ยนจวินก็ยืดตรงขึ้นอีกนิด
ตำแหน่งผู้อำนวยการคอมมูน ในระดับอำเภอไม่ได้ถือว่าเป็นตำแหน่งใหญ่โตอะไร แต่วงการราชการระดับล่างน้ำมันลึก เส้นสายมันซับซ้อนยั้วเยี้ยไปหมด พวกนี้คือเจ้าถิ่นที่ห้ามไปกระตุกหนวดเสือเด็ดขาด คนพวกนี้มีเส้นสายกับเบื้องบน ไม่ว่าจะมาไม้ไหนก็สามารถหาเรื่องปวดหัวมาให้ได้ทั้งนั้น
"เข้ามาคุยข้างใน" หลิวเจี้ยนจวินตะโกนออกไปนอกประตู "พวกเข็นรถน่ะ เข้ามาด้วย"
เฉินเฟิงกับจางต้าเหว่ยเดินตามกันเข้ามา หลิวเจี้ยนจวินกวาดสายตามอง คนหนึ่งผอมแห้งดำเมี่ยม ใส่เสื้อกล้ามขาดๆ สีซีด ส่วนอีกคนตัวดำปิ๊ดปี๋เหมือนถ่าน สวมเสื้อแจ็กเก็ตทหารเก่าๆ ทรงนักเรียนยากจนระดับรากหญ้าชัดๆ จัดการง่ายแน่
"อีกฝ่ายบอกว่าพวกคุณเข็นรถไปขวางทาง ทำมอเตอร์ไซค์เขาเป็นรอย มันยังไงกันแน่" หลิวเจี้ยนจวินหยิบปากกาขึ้นมา
จางต้าเหว่ยอ้าปากสวนทันที "สหายหลิว มันตอแหลทั้งเพ! พวกเราเข็นรถชิดขอบทางเดินอยู่ดีๆ มันขับมาแซงมั่วซั่วจากข้างหลัง บังคับแฮนด์ไม่อยู่ก็เลยพุ่งมาชนเอง! ถ้วยเราแตกไปสามใบ ถังเหล็กก็บุบ มันยังมีหน้ามากรรโชกทรัพย์พวกเราตั้งร้อยหยวนอีกเรอะ?"
"แกหุบปากไปเลย!" หวังเหล่ยพูดแทรกขึ้นมาทันที "รถเศษเหล็กของพวกแกต่างหากที่กินพื้นที่ไปตั้งครึ่งถนน! ฉันขับมาดีๆ พวกแกไม่หลบทางให้ เรื่องนี้พวกแกต้องรับผิดชอบเต็มๆ!"
"ขับมาดีๆ?" จางต้าเหว่ยแค่นหัวเราะ "แกขี่รถร่อนไปร่อนมาอย่างกับงูเลื้อย แค่ขี่ให้ตรงยังทำไม่ได้ แบบนี้เรียกว่าขับมาดีๆ เรอะ"
"แก!"
"พอๆ! คิดว่าที่นี่เป็นตลาดสดหรือไง!" หลิวเจี้ยนจวินตบโต๊ะป้าบ "ผลัดกันพูดทีละคน!"
เขาเปิดสมุดบันทึกเวร ปลายปากกาจ่ออยู่ที่กระดาษ "พวกคุณต้องอธิบายให้ชัดเจนก่อน ว่ามอเตอร์ไซค์คันนั้น... มีเล่มทะเบียนรถรึเปล่า"
หวังเหล่ยชะงักไปเมื่อถูกถาม "เล่มทะเบียนรถ?"
"ก็ใช่น่ะสิ รถจักรยานยนต์จะวิ่งบนถนนได้มันต้องมีเล่มทะเบียน มีไหมล่ะ"
หวังเหล่ยคลำกระเป๋าตามสัญชาตญาณ "พ่อฉันเพิ่งฝากคนหาซื้อรถมาให้ ยังไม่มีเวลาไปทำเรื่องเลย..."
"ไม่มีเล่มทะเบียนรถแล้วเอามาวิ่ง แบบนี้คุณก็ทำผิดกฎแล้ว" หลิวเจี้ยนจวินจดขยุกขยิกไปสองทีโดยไม่เงยหน้า
หน้าของหวังเหล่ยดำทะมึนเป็นก้นหม้อทันที แต่เขาก็รีบเชิดหน้าเถียงกลับอย่างรวดเร็ว "สหายหลิว เดี๋ยวฉันไปทำเรื่องย้อนหลังเอาก็ได้ แต่ปัญหาตอนนี้คือพวกมันทำรถฉันเป็นรอย ฉันเสียหายไปเป็นร้อยหยวนนะ!"
"เสียหายเท่าไหร่ต้องให้ฝ่ายประเมินเขาดู ไม่ใช่ว่าคุณขยับปากพูดแล้วมันจะเป็นตามนั้นเลย" น้ำเสียงของหลิวเจี้ยนจวินยังถือว่าสุภาพ แต่อาการลำเอียงออกชัดเจนมาก
"แต่ก็นะ มอเตอร์ไซค์ของคุณมันก็ของมีราคาจริงๆ ส่วนไอ้รถเข็นนี่... ต่อให้พังยับก็คงไม่กี่ตังค์" หลิวเจี้ยนจวินหันไปมองเฉินเฟิง "คุณชื่ออะไร"
"เฉินเฟิง จากคอมมูนหงฉี"
"รถเข็นคุณเสียหายไปเท่าไหร่ล่ะ"
"ถ้วยเก่าๆ แตกไปสามใบ ก็คงสักสองสามเหมา ถังเหล็กบุบไปหน่อยนึง ไม่กระทบการใช้งาน"
หลิวเจี้ยนจวินพยักหน้า ปิดฝาปากกาอย่างรวดเร็ว คิดว่าตัวเองเป็นยอดนักไกล่เกลี่ยผู้ทรงธรรม
"เอาแบบนี้แล้วกัน ถอยกันคนละก้าว ความเสียหายของรถเข็นก็ช่างมันไป ไม่ต้องเอาเรื่อง" เขาหยุดไปนิดหนึ่ง จ้องหน้าเฉินเฟิงแล้วสรุปดื้อๆ "พวกคุณก็รวบรวมเงินมาสักยี่สิบหยวน จ่ายเป็นค่าซ่อมรถให้เขา ตกลงไหม"
ยี่สิบหยวน? นั่นมันค่ากินอยู่ครึ่งเดือนของชาวบ้านธรรมดาๆ เลยนะ
หวังเหล่ยได้ยินก็ของขึ้นทันที "ยี่สิบหยวน? ฉันบอกร้อยหยวนไง! กระจกมองข้างหักรู้ไหมว่าต้องไปหาอะไหล่ที่ไหน อันละเท่าไหร่รู้บ้างไหมเนี่ย!"
"ยังไงซะคุณก็ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต คุณเองก็มีความผิดส่วนหนึ่ง" หลิวเจี้ยนจวินโบกมือปัดๆ รู้สึกว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว "ยี่สิบหยวน ก็สมน้ำสมเนื้อแล้วล่ะ"
สมน้ำสมเนื้อกับผีสิ
เฉินเฟิงไม่ต่อความยาวสาวความยืดแม้แต่น้อย แต่กลับเป็นจางต้าเหว่ยที่หัวเราะออกมาก่อน ไม่ใช่หัวเราะเพราะโกรธ แต่หัวเราะจริงๆ เขากอดอกพิงกรอบประตู ทำหน้าเหมือนคนกำลังดูงิ้ว
"สหายหลิว"
"หืม?"
"รหัสพนักงานเข้าเวรของคุณเบอร์อะไร"
หลิวเจี้ยนจวินขมวดคิ้ว "คุณจะถามไปทำไม"
"เปล่าหรอก" จางต้าเหว่ยล้วงสมุดพกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านในอย่างไม่รีบร้อน เปิดพลิกเสียงดังพรึ่บพรั่บ "ฉันแค่อยากจะหาคนคนนึงน่ะ จางเจี้ยนกั๋ว ทำงานอยู่ที่สถานีตำรวจของพวกคุณใช่ไหม"
พอชื่อนี้หลุดออกมา ความกดอากาศในห้องเวรก็ลดฮวบลงแปดองศาทันที ปากกาในมือหลิวเจี้ยนจวินตกกระแทกโต๊ะดังป๊าบ
จางเจี้ยนกั๋ว... รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอ จางเจี้ยนกั๋ว นั่นมันเจ้านายของเจ้านายของเขาอีกทีเลยนะ!
"คุณ... คุณตามหาท่านรองจาง ทะ ทำไมกัน" เหงื่อเย็นของหลิวเจี้ยนจวินไหลโกรกทันที
"ไม่ได้ทำไมหรอก" จางต้าเหว่ยยัดสมุดพกกลับเข้ากระเป๋า แล้วโยนคำพูดประโยคหนึ่งออกมาอย่างเรียบง่าย "เขาเป็นพ่อฉันเอง"
ห้องเวรเงียบกริบไปเต็มๆ สามวินาที หลิวเจี้ยนจวินจ้องหน้าจางต้าเหว่ยเขม็ง ตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
ตัวสูง หน้าทรงเหลี่ยม คิ้วเข้มตาโต ดูคล้ายคลึงกับรองผู้กำกับจางถึงห้าหกส่วนจริงๆ!
พอมองเสื้อแจ็กเก็ตทหารเก่าๆ สีซีดจางตัวนั้น... ทรงแบบนี้ รอยเย็บแบบนี้ มันเป็นเสื้อปฏิบัติการรุ่นเก่าของเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจชัดๆ! มีเงินก็หาซื้อข้างนอกไม่ได้หรอก เพราะสถานีตำรวจเป็นคนแจกจ่ายให้ทั้งหมด!
หลิวเจี้ยนจวินกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ รู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระหม่อม
"ทะ... ท่านคือลูกชายของท่านรองจางเหรอครับ"
"ชื่อเต็มว่าจางต้าเหว่ย" จางต้าเหว่ยผายมือทั้งสองข้างออก น้ำเสียงราวกับกำลังคุยเรื่องสัพเพเหระ
"สหายหลิว หวังเหล่ยคนนี้ ขี่มอเตอร์ไซค์ที่แม้แต่ทะเบียนรถก็ไม่มี มาซิ่งป่วนอยู่บนถนนสายหลักของอำเภอ พุ่งชนรถเข็นเราจากด้านหลังจนของคว่ำระเนระนาด แล้วตอนนี้ยังจะให้พี่น้องฉันควักเงินจ่ายค่าเสียหายให้มันอีก"
จางต้าเหว่ยขยับเข้าไปใกล้กะทันหัน สายตาจ้องหลิวเจี้ยนจวินไม่กะพริบ "เมื่อกี้คุณบอกว่าให้พี่น้องฉันจ่ายค่าซ่อมรถยี่สิบหยวน ได้..."
"งั้นฉันขอถามเรื่องกฎหมายหน่อยเถอะ การขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตเนี่ย ตามกฎหมายจราจรแล้ว สรุปว่ามันมีโทษจับกุมยังไงบ้าง"
ริมฝีปากของหลิวเจี้ยนจวินสั่นระริก เหงื่อเย็นไหลย้อยลงมาตามขมับ เขาแทบจะรู้ดีแก่ใจ การขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบอนุญาต อย่างน้อยก็ต้องโดนปรับและยึดรถ
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ เจียหลิง 70 ที่หวังเหล่ยขี่มีความจุกระบอกสูบเกินมาตรฐาน ถ้าเอาผิดตามกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อยจริงๆ โทษหนักพอจะเข้าตารางไปนอนเล่นสักสองสามวันได้เลย!
และที่น่าสิ้นหวังที่สุดก็คือ เมื่อนาทีก่อนหน้านี้ เขายังช่วยไอ้ลูกผู้อำนวยการคอมมูนหน้าโง่นี่ รังแกลูกชายแท้ๆ ของเจ้านายตัวเองอยู่เลย! เทพเซียนตีกัน คนธรรมดารับเคราะห์ หลิวเจี้ยนจวินแทบอยากจะตบหน้าตัวเองสักสองฉาดใหญ่ๆ
"เอ่อ... คือเรื่องนี้..." เขาฝืนยิ้มที่ดูทรมานยิ่งกว่าตอนร้องไห้
"นายน้อยจาง... เอ้ย สหายจางน้อย! เรื่องนี้มันก็... เมื่อกี้ผมยังตรวจสอบสถานการณ์ได้ไม่กระจ่างพอน่ะครับ"
"เมื่อกี้คุณก็ตรวจสอบได้กระจ่างดีนี่" จางต้าเหว่ยไม่ยอมลงให้ เปิดโหมดบอสใหญ่เยาะเย้ยเต็มขั้น "รถเข็นไม่มีราคา มอเตอร์ไซค์มีค่าสูงส่ง ใช่มั้ยล่ะ"
หน้าของหลิวเจี้ยนจวินแดงก่ำ เขาลุกลี้ลุกลนเดินอ้อมโต๊ะทำงาน แทบจะวิ่งเหยาะๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าจางต้าเหว่ย
"สหายจางน้อย! ความผิดผมเองครับ! เป็นความบกพร่องในการทำงาน ความบกพร่องในการทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ!"
"คดีนี้ผมจะระบุลักษณะความผิดใหม่ ผมจะจัดการใหม่เดี๋ยวนี้เลยครับ!"