- หน้าแรก
- ขยันสู้ตาย ขออัปแต้มเป็นชาวนาไร้เทียมทาน
- บทที่ 24 - เข้าเขาช่วยคน ล่าหมูป่า
บทที่ 24 - เข้าเขาช่วยคน ล่าหมูป่า
บทที่ 24 - เข้าเขาช่วยคน ล่าหมูป่า
การล่าสัตว์ครั้งนี้ เพราะโจวข่ายต้องหิ้วนิวนิวกับหนานหนานไปด้วย คุณย่าโจวก็เลยขอตามไปด้วยอีกคน
คุณย่าโจวไม่ลืมที่จะหิ้วตะกร้าไม้ไผ่ไปด้วยใบหนึ่ง เอาไว้ใส่สัตว์ที่ล่ามาได้
พอมีกองกำลังเสริม โจวข่ายถึงได้รู้ว่าการพาพวกแกมาด้วยช่วยทุ่นแรงไปได้เยอะเลย
นิวนิวกับหนานหนานรับหน้าที่เป็นหน่วยสอดแนม คอยสอดส่องหาเหยื่อ
ส่วนคุณย่าโจวเป็นหน่วยสนับสนุน คอยดูแลเด็กๆ ควบคู่ไปกับการส่งกระสุนและเก็บกวาดผลงาน
แบบนี้โจวข่ายก็มีเวลาไปวิ่งหอบแฮกๆ หาแต้มสู้ยิบตาได้สบายๆ
พอหน่วยสอดแนมเจอเป้าหมาย โจวข่ายถึงจะโผล่มาจัดการด้วยหนังสติ๊กคู่กาย
เขาตกลงกับเด็กๆ ไว้แล้วว่า ถ้าเจอสัตว์ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด ให้ใช้วิธีกวักมือเรียกเอา
ฟุ่บ!
กระสุนดินของโจวข่ายพุ่งเข้าเป้า โดนกระต่ายป่าตัวหนึ่งเข้าอย่างจัง
กระต่ายเคราะห์ร้ายร้องอี๊ด ล้มลงชักกระตุกอยู่บนพื้น ก่อนจะนิ่งสนิทไป
คุณย่าโจวรีบวิ่งปรี่เข้าไปหิ้วหูกระต่ายขึ้นมา ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ "โอ้โห กระต่ายตัวนี้ใหญ่เบ้อเริ่มเลย น่าจะหนักสักห้าชั่งได้นะเนี่ย"
"ต่ายต่ายหนูเจอเองน้า! ฮี่ๆๆ..." หนานหนานกระโดดเหยงๆ อวดผลงาน
งานนี้หนานหนานฟลุ๊คเจอเต็มๆ
ส่วนนิวนิวได้แต่ทำหน้ามุ่ย ยืนบิดไปบิดมาอย่างเจ็บใจ เธอเอาแต่แหงนหน้ามองหานกบนต้นไม้ จนลืมมองที่พื้น เลยโดนหนานหนานปาดหน้าเค้กไปเต็มๆ
ด้วยความไม่ยอมแพ้ นิวนิวแอบปฏิญาณในใจว่า ต่อไปนี้จะสแกนหาเป้าหมายให้ทั่ว ทั้งบนต้นไม้ บนฟ้า บนพื้นดิน เอาให้กวาดเรียบไม่ให้เหลือ
เธอจะหาเป้าหมายให้ได้เยอะๆ โจวข่ายจะได้ชมว่าเธอเก่งและฉลาดที่สุด
"คุณย่าครับ เอาเชือกฟางมัดขามันไว้ด้วยนะครับ เผื่อมันแกล้งตายเดี๋ยวจะหลุดหนีไป" โจวข่ายเตือนด้วยความรอบคอบ
"ได้ลูก" คุณย่าโจวรับคำ เอื้อมมือไปเด็ดหญ้าแถวนั้นมาถูๆ นวดๆ ควั่นเป็นเชือก แล้วจัดการมัดขากระต่ายไว้อย่างแน่นหนา
"คุณอา... หนูเก่งม้ายย" หนานหนานวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหยุดตรงหน้าโจวข่าย แหงนหน้ารอรับคำชมด้วยดวงตาเป็นประกาย
โจวข่ายลูบหัวหนานหนานเบาๆ ยิ้มกว้าง "อื้ม หนานหนานของเราเก่งที่สุดเลย เจอกระต่ายตัวเบ้อเริ่มแน่ะ เดี๋ยวกลับบ้านไป อาจะให้กินขาหลังกระต่ายชิ้นโตๆ เลยนะ"
"ฮี่ๆๆ..." พอได้ยินคำชมและของรางวัล หนานหนานก็ยิ้มแก้มแทบปริ
นิวนิวทนไม่ไหว รีบวิ่งเข้ามากางแขนกว้างๆ ทำตาโตจริงจัง "คุณอาเล็ก เดี๋ยวหนูจะหากระต่ายตัวเบ้อเริ่มๆ แบบนี้ให้คุณอาบ้างนะ คุณอาต้องให้กินขาหลังเหมือนกันน้า ตกลงไหมคะ"
"ตกลงสิจ๊ะ ถึงหนูจะหาไม่เจอ อาก็จะให้กินขาหลังอยู่ดี ก็หนูช่วยอาหานกตั้งเยอะแยะนี่นา" โจวข่ายพูดเอาใจ
พอได้ยินแบบนั้น นิวนิวถึงค่อยยิ้มออก
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! มีหมูป่า ช่วยด้วยยย..."
จู่ๆ โจวข่ายก็แว่วเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ เสียงมันเบามากจนเขาเองก็ชักไม่แน่ใจ
เขาเลยหันไปถามทุกคน "คุณย่า นิวนิว หนานหนาน ได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยไหม"
คุณย่าโจวส่ายหน้า "ย่าหูไม่ค่อยดีแล้ว ไม่ได้ยินอะไรเลยลูก"
นิวนิวชูมือน้อยๆ ขึ้นสุดแขน ร้องเสียงใส "หนูได้ยินค่า!"
หนานหนานเลียนแบบบ้าง ชูสองมือขึ้นเหนือหัวเหมือนท่าปางห้ามญาติ เจื้อยแจ้วว่า "หนูก็ได้ยินจ้า"
"คุณย่าครับ ตรงนี้ไม่ปลอดภัยแล้วล่ะ เดี๋ยวผมพาคุณย่ากับเด็กๆ ลงไปส่งข้างล่างก่อน แล้วค่อยกลับมาตามคนไปช่วย" โจวข่ายทำหน้าขรึม พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
โจวข่ายไม่ใช่พ่อพระใจบุญ เขาไม่มีทางทิ้งคุณย่าที่แก่ชรากับหลานสาวตัวน้อยไว้ที่ตีนเขาที่อาจมีอันตรายซุ่มซ่อนอยู่ แล้วตัวเองก็วิ่งหน้าตั้งเข้าไปช่วยคนอื่นหน้าตาเฉยหรอก
ในใจของโจวข่าย ครอบครัวและคนที่เขารักต้องมาก่อนเสมอ ส่วนชีวิตคนอื่น... เอาไว้ประเมินสถานการณ์ดูอีกที
คุณย่าโจวเป็นคนมีเหตุผล แกหนีบตะกร้าไว้ข้างเอว แล้วพยักหน้า "ตกลงลูก พวกเรารีบลงเขาไปตามคนมาช่วยเถอะ"
เพื่อความรวดเร็ว โจวข่ายปลดชุดถ่วงน้ำหนักทั้งหมดทิ้งไว้ตรงนั้น จับนิวนิวกับหนานหนานหนีบไว้ใต้รักแร้คนละข้าง แล้วพาคุณย่าโจววิ่งสับขาลงจากเขา
เพราะจุดที่อยู่คือบริเวณตีนเขา พวกเขาเลยลงมาถึงจุดที่มีชาวบ้านกำลังทำงานกันอยู่ได้อย่างรวดเร็ว
พอถึงที่หมาย โจวข่ายก็ตะโกนลั่น "ทุกคน! เร็วเข้า! มีคนเจอหมูป่าในเขา กำลังร้องให้ช่วยอยู่!"
ชาวบ้านยุคนี้มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันสูงมาก พอได้ยินแบบนั้น พวกผู้ชายก็คว้าเครื่องมือการเกษตรวิ่งกรูเข้าไปหาโจวข่ายทันที
แถมยังมีพวกคุณป้าคุณน้าใจกล้าหน้าด้านบางคนแอบเนียนตามมาด้วย
"คุณย่า พานิวนิวกับหนานหนานกลับบ้านก่อนนะครับ ล็อกประตูให้แน่นหนาด้วย เผื่อหมูป่ามันหลุดลงมาถึงหมู่บ้าน" โจวข่ายหันไปกำชับ
"ได้ลูก... หลานก็ระวังตัวด้วยนะ" คุณย่าโจวตอบรับอย่างเป็นห่วง ก่อนจะจูงเด็กๆ รีบจ้ำอ้าวกลับหมู่บ้าน
โจวข่ายหันกลับมาสั่งชาวบ้าน "พวกผู้หญิงไม่ต้องไปหรอกครับ ให้ไปแต่พวกผู้ชายก็พอ"
"อ้าว โจวข่าย พูดแบบนี้ดูถูกพวกฉันนี่นา จะบอกให้นะ สมัยก่อนตอนที่หมูป่าลงมาบุกหมู่บ้าน ฉันยังเคยคว้าท่อนไม้ไปไล่ตีมันมาแล้วเลย!" คุณป้าร่างบึกคนหนึ่งเท้าสะเอวโวยวาย
"นั่นมันตอนที่คนอยู่กันเยอะๆ ไงป้า ขืนให้ป้าไปยืนประจันหน้ากับหมูป่าตัวต่อตัว ป้าจะกล้าไหมล่ะ"
"ใช่ พวกผู้หญิงกลับไปทำงานเถอะ เดี๋ยวพวกเราจัดการเอง ได้เรื่องยังไงค่อยแบ่งเนื้อหมูให้กิน"
"ผู้หญิงขวัญอ่อน ขืนไปเดี๋ยวจะไปเกะกะเปล่าๆ ให้พวกเราลูกผู้ชายจัดการเองดีกว่า"
บรรดาผู้ชายในกลุ่มต่างช่วยกันเกลี้ยกล่อมแกมไล่พวกผู้หญิง
"โจวข่าย เธอพอจะรู้ไหมว่าใครเป็นคนร้องให้ช่วย" ชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้น
โจวข่ายส่ายหน้า "เสียงมันดังมาจากไกลมาก ฟังไม่ออกหรอกครับว่าเป็นเสียงใคร"
"อย่ามัวแต่คุยกันอยู่เลย รีบเข้าป่าไปช่วยคนกันก่อนเถอะ" โจวต้าจ้วงเร่งยิกๆ
"ตกลง ทุกคนตามผมมา" โจวข่ายบอกแล้วก็เริ่มออกวิ่ง
กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบชีวิตหอบเครื่องมือวิ่งตามไปติดๆ
พอวิ่งไปถึงจุดที่โจวข่ายแวะล่าสัตว์เมื่อกี้ เขาก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลืออีกครั้ง
คราวนี้คนอื่นก็ได้ยินเหมือนกัน ทุกคนเลยสับขาเร็วขึ้นกว่าเดิม
โชคดีที่จุดเกิดเหตุอยู่แค่ขอบป่า ต้นไม้ไม่ค่อยทึบ พวกเขาเลยวิ่งไปถึงได้อย่างรวดเร็ว
ภาพที่เห็นคือ หมูป่าตัวเขื่องน้ำหนักน่าจะราวๆ สองร้อยชั่ง กำลังเอาหัวพุ่งชนต้นไม้ขนาดเท่าต้นขาคนอย่างบ้าคลั่ง ต้นไม้สั่นสะเทือนไปทั้งต้น
บนต้นไม้นั้น มีเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งเกาะแน่นอยู่ เธอคือ โจวกุ้ยฮวา ลูกสาวคนโตของฉินเจาตี้นั่นเอง
ส่วนบนต้นไม้ที่ใหญ่กว่าซึ่งอยู่ข้างๆ กัน มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อีกสองคนเกาะอยู่ นั่นคือ โจวเถาฮวา และ โจวเหลียนฮวา น้องสาวของเธอนั่นเอง
ทั้งสามคนหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาเป็นลูกนก กอดต้นไม้ไว้แน่นประหนึ่งปลิงเกาะ
"ช่วยด้วย! ช่วยพี่ใหญ่ด้วย ต้นไม้จะหักแล้ว!" โจวเถาฮวาเห็นชาวบ้านมาก็รีบตะโกนขอความช่วยเหลือทั้งน้ำตา
"ช่วยพี่จ๋าด้วย... ฮือๆๆ..." โจวเหลียนฮวาน้องคนสุดท้องร้องไห้จ้าจนตัวโยน
หมูป่าหันขวับมามองผู้มาใหม่ สัญชาตญาณสัตว์ป่าสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากกลุ่มคนจำนวนมาก มันเลยหยุดชนต้นไม้ หันมาเผชิญหน้ากับชาวบ้านแทน แต่มันยังไม่พุ่งเข้าใส่ทันที แค่ตะกุยดินพร้อมกับส่งเสียงขู่ฟ่อๆ อย่างเอาเรื่อง
"ตัวใหญ่เบ้อเริ่มเลย! เขี้ยวก็ยาวเฟื้อย น่ากลัวชะมัด... ไล่มันไปเฉยๆ ดีไหม"
"จะบ้าเหรอ คนตั้งเยอะแยะ ระวังตัวหน่อยก็ล้มมันได้สบายๆ"
"เนื้อหมูป่า... ไม่ได้กินมาตั้งนานแล้ว มาประเคนถึงที่แบบนี้จะปล่อยไปได้ไง"
"ค่อยๆ ล้อมมันไว้ เดี๋ยวก็หมดแรงตายไปเองแหละ"
ชาวบ้านบางคนก็ปอดแหกพอเห็นความดุร้ายของหมูป่า แต่บางคนก็หน้ามืดตามัวเพราะความอยากกินเนื้อ