- หน้าแรก
- ขยันสู้ตาย ขออัปแต้มเป็นชาวนาไร้เทียมทาน
- บทที่ 10 - ส่งมอบมูลสัตว์ สั่งทำกระดานคลึงลูกดิน
บทที่ 10 - ส่งมอบมูลสัตว์ สั่งทำกระดานคลึงลูกดิน
บทที่ 10 - ส่งมอบมูลสัตว์ สั่งทำกระดานคลึงลูกดิน
"หรือว่า... เราจะไม่เอาไปแลกแต้มแรงงานดี เก็บไว้ทำปุ๋ยใส่แปลงผักหลังบ้านเราดีกว่าไหม" แม่โจวเสนอไอเดียด้วยความเสียดาย
เฉินเหม่ยเหลียนรีบพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ "ใช่เลยค่ะแม่! ถ้าเอาไปใส่ผักในแปลงหลังบ้าน ผักบ้านเราต้องโตวันโตคืนแน่ๆ"
"เอาไว้คราวหน้าฉันจะออกไปเก็บตอนกลางคืนด้วย! ปุ๋ยที่เก็บได้ เราเอาไปส่งแลกแต้มครึ่งนึง เก็บไว้ใช้เองครึ่งนึง วิน-วินเลยงานนี้!" โจวหยวนถูมือไปมา แววตาเป็นประกายวาดฝันถึงอนาคตอันสดใส
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้น... หนานหนานตัวน้อยของเรากลับเอามือปิดจมูก ถอยห่างออกไปยืนไกลลิบ ปากก็บ่นงุบงิบ "เหม้นอ่า... เหม้นๆ"
โจวข่ายเดินถือชามมันเทศต้มใบใหญ่แก้มปริออกมาจากครัว ปากก็เคี้ยวตุ้ยๆ พลางร้องเรียก "เลิกมุงกันได้แล้ว มากินมื้อเช้ากันก่อนเร็วเข้า!"
โจวหยวนเดินตามกลิ่นหอมเข้าครัวไป พลางหันไปบอกน้องชาย "เสี่ยวข่าย พรุ่งนี้ตอนแกลุกไปเก็บปุ๋ย ปลุกพี่ด้วยนะเว้ย พี่จะไปด้วย"
"ได้เลยพี่" โจวข่ายรับคำอย่างว่าง่าย
พ่อโจวอึกอักอยู่พักนึง ก่อนจะโพล่งขึ้นมาบ้าง "เอ่อ... งั้นพ่อไปด้วยคนสิ"
"โธ่พ่อ! มีผมกับพี่ใหญ่สองแรงแข็งขันก็เหลือเฟือแล้ว พ่อนอนตีพุงอยู่บ้านสบายๆ เถอะครับ" โจวข่ายรีบห้าม
"ใช่พ่อ พ่ออายุมากแล้ว อย่าไปลำบากเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกผมเถอะ" โจวหยวนช่วยเสริม
"เออๆ งั้นพ่อไม่ไปละ" พ่อโจวยอมแพ้แต่โดยดี แกเองก็รู้สังขารตัวเองดีว่าแก่แล้ว ไม่ฟิตปั๋งเหมือนพวกหนุ่มๆ จะให้อดหลับอดนอนตื่นกลางดึกคงไม่ไหวจริงๆ
โจวข่ายสวาปามมื้อเช้าเสร็จอย่างรวดเร็ว คว้าปลาเฉาฮื้อที่หมักเกลือไว้ตั้งแต่เมื่อวานขึ้นมาหนึ่งตัว แล้วเดินออกจากบ้านไป
เขาตรงดิ่งไปที่บ้านช่างไม้ประจำหมู่บ้าน ซึ่งก็คือบ้านปู่ของนิวนิวนั่นเอง
ปู่ของนิวนิวชื่อ โจวลี่เกิน เป็นช่างไม้เพียงคนเดียวของหมู่บ้าน นิสัยใจคอก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เสียอยู่อย่างเดียว... หัวโบราณ คลั่งหลานชายเข้าไส้!
โจวลี่เกินมีลูกชายสองคน แต่งงานมีครอบครัวกันหมดแล้ว
ลูกชายคนโต โจวต้าเฉียง อาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกับแก
ส่วนลูกชายคนเล็ก โจวต้าชิ่ง (พ่อนิวนิว) โดนไล่ตะเพิดให้แยกบ้านออกไปตั้งแต่ตอนที่คลอดนิวนิวซึ่งเป็นลูกสาวคนแรก
แต่พอโจวต้าชิ่งได้ลูกคนที่สองเป็นผู้ชาย ท่าทีของโจวลี่เกินก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ แกถึงขั้นไปรับหลานชายคนเล็กมาฟูมฟักเลี้ยงดูเองที่บ้านใหญ่ โดยไม่ยอมให้โจวต้าชิ่งกระเด็นเงินหรือข้าวสารมาช่วยสักแดงเดียว
แต่กับนิวนิวที่เป็นหลานสาว แกกลับเมินหน้าหนี ไม่ยอมแม้แต่จะชายตามอง
เรื่องนี้ทำเอาโจวต้าชิ่งน้ำท่วมปาก จะเกลียดพ่อตัวเองก็เกลียดไม่ลง ได้แต่อึดอัดใจ
"ลุงลี่เกิน! อยู่บ้านไหมครับ!" โจวข่ายยืนตะโกนเรียกอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านโจวลี่เกิน
"อยู่โว้ย!" เสียงชายชราผมขาวโพลนตอบกลับมาพร้อมกับเดินออกมาจากตัวบ้าน นั่นก็คือช่างไม้โจวลี่เกินนั่นเอง
โจวข่ายผลักประตูรั้วเดินเข้าไป ยื่นปลาเฉาฮื้อในมือให้ชายชรา "ลุงลี่เกินครับ ผมอยากรบกวนให้ลุงช่วยทำเครื่องมือไม้ให้ผมสักสองชิ้น นี่ครับ... ของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ"
โจวลี่เกินไม่เล่นตัว แกยื่นมือมารับปลาไปอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะถาม "เอ็งอยากให้ทำอะไรล่ะ?"
"กระดานคลึงเส้น กับ กระดานปั้นลูกกลมครับ เอาขนาดสักฝ่ามือก็พอ" โจวข่ายบอก
"กระดานปั้นลูกกลม? มันคืออะไรวะ เกิดมาข้าเพิ่งเคยได้ยิน" โจวลี่เกินขมวดคิ้วงงเป็นไก่ตาแตก
โจวข่ายเดินไปที่กองฟืนใต้ชายคา หยิบเศษไม้ขึ้นมาหนึ่งท่อน แล้วเริ่มวาดแบบแปลนลงบนพื้นดิน พร้อมอธิบายไปทีละสเตป "ลุงครับ เครื่องมือสองชิ้นนี้ผมจะเอาไปใช้ปั้นลูกดินสำหรับยิงหนังสติ๊กน่ะครับ ถ้าอยากให้ยิงแม่นๆ ลูกดินก็ต้องขนาดเท่าๆ กันเป๊ะๆ ผมเลยต้องพึ่งฝีมือลุงไงครับ"
"กระดานคลึงเส้น ทำง่ายมากครับ แค่เอาแผ่นไม้เรียบๆ ขนาดเท่ากันสองแผ่น แผ่นนึงก็ตอกไม้เส้นเล็กๆ ความสูงเท่ากันไว้ที่หัวท้ายสองฝั่ง พอเราเอาแผ่นไม้ประกบกันแล้วไถไปไถมา มันก็จะคลึงก้อนดินให้กลายเป็นเส้นยาวๆ เท่ากันเป๊ะ"
"ส่วนกระดานปั้นลูกกลมนี่จะยากขึ้นมาหน่อย ลุงต้องใช้ไม้แผ่นหนาๆ สองแผ่น เซาะร่องครึ่งวงกลมเป็นแนวยาวไปตามไม้ พอเอามาประกบกัน ร่องมันก็จะกลายเป็นรูกลมๆ ขนาดประมาณนิ้วก้อยพอดี แล้วตรงหัวท้ายของไม้ทั้งสองแผ่นก็บากเป็นร่องลิ้นไว้ขัดกันด้วยนะ จะได้ไม่เลื่อนหลุดออกจากกัน พอผมเอาเส้นดินวางพาดลงไป เอาไม้อีกแผ่นกดทับ แล้วไถไปไถมา มันก็จะปั้นลูกดินให้เป็นเม็ดกลมๆ ขนาดเท่ากันเด๊ะเลยครับ"
"อ้อ! สำคัญสุดคือ ผิวไม้ต้องขัดให้เรียบเนียนกริบเลยนะครับ ไม่งั้นลูกดินมันจะไม่กลมเกลี้ยง" โจวข่ายกำชับ
โจวลี่เกินพยักหน้าหงึกๆ "อ้อ... เข้าใจละ ข้าทำได้ เดี๋ยวเอ็งค่อยมาเอาตอนพักเที่ยงก็แล้วกัน"
"เยี่ยมเลยครับ ขอบคุณมากลุง" โจวข่ายยิ้มกว้าง
"เออๆ" โจวลี่เกินรับคำส่งๆ แล้วหันหลังเดินไปเตรียมเครื่องมือช่าง
โจวข่ายเดินออกจากบ้านโจวลี่เกิน พอกลับมาถึงบ้านก็เห็นคุณย่านั่งอยู่ตรงธรณีประตู มองดูนิวนิวกับหนานหนานวิ่งไล่จับกันกลางลานบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"นิวนิว หนานหนาน มาหาอาหน่อยลูก" โจวข่ายกวักมือเรียก
เด็กน้อยสองคนวิ่งเตาะแตะเข้ามาหาทันที
"อาเล็กข่าย มีอะไรให้หนูช่วยเหรอคะ?" นิวนิวถามตาแป๋ว
"อาเล็ก... อายายหยอ?" หนานหนานเงยหน้าถามบ้าง
"เดี๋ยวไปลงนากับอานะ วันนี้อามีของเล่นสนุกๆ ให้พวกหนูเล่นด้วยแหละ" โจวข่ายยิ้มเจ้าเล่ห์
"เย้ๆๆ! มีของเล่นด้วยยย!" นิวนิวกระโดดโลดเต้นดีใจ
"คิกคิก เล่นของเย่น!" หนานหนานหัวเราะเอิ๊กอ๊าก
ที่จริง โจวข่ายหลอกเด็กให้ไปช่วยเขาปั้นลูกดินกระสุนหนังสติ๊กต่างหากล่ะ!
แต่จะว่าหลอกก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะกระดานปั้นลูกกลมก็ถือเป็นของเล่นอย่างหนึ่งเหมือนกัน แถมเด็กๆ ก็ชอบเล่นดิน ชอบปั้นลูกกระสุนดินกันอยู่แล้ว
ยังเหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าๆ กว่าจะถึงเวลาทำงาน โจวข่ายเลยคว้าจอบกับกระบอกไม้ไผ่ พาสองจิ๋วไปขุดไส้เดือนที่ทำเลทองที่เดิม
รอบนี้คุณย่าโจวตามมาช่วยจับด้วย
ขุดกันจนเพลิน เกือบเลยเวลาทำงาน ถึงได้พากันเดินกลับบ้าน
พอกลับถึงบ้าน โจวข่ายก็ขุดหลุมเล็กๆ ไว้ริมกำแพงบ้าน เทไส้เดือนทั้งหมดลงไป กลบด้วยดินชื้นๆ แล้วเอาใบไม้คลุมทับไว้อีกชั้นเพื่อรักษาความชื้น
จัดการเสร็จสับ เขาก็ยกตะกร้าขี้วัวขึ้นสะพายหลัง เตรียมตัวเอาไปส่งให้ทีมผลิต
คุณย่าโจวหิ้วถังไม้ด้วยมือข้างนึง อีกข้างอุ้มห่อผ้า พานิวนิวกับหนานหนานเดินตามหลังโจวข่ายไปติดๆ
ณ ลานหน้าโกดังที่ทำการหมู่บ้าน ชาวบ้านกำลังต่อแถวลงชื่อเข้างานและเบิกอุปกรณ์ทำไร่ทำนากันอย่างเนืองแน่น
พ่อ แม่ พี่ใหญ่ และพี่สะใภ้ของโจวข่าย ก็อยู่ในแถวด้วย
ทันทีที่โจวข่ายแบกตะกร้าขี้วัวเดินเข้ามาถึง ลานหน้าโกดังก็แทบแตก!
เสียงฮือฮาดังอื้ออึงเซ็งแซ่ไปหมด
"โอ้โห! ขี้วัวเป็นภูเขาเลยโว้ย!"
"เยอะขนาดนี้ เอาไปใส่แปลงผักหลังบ้านได้เป็นครึ่งปีเลยนะนั่น!"
"เอ็งไปเดินเก็บแถวไหนมาวะโจวข่าย ถึงได้เยอะขนาดนี้?" ชาวบ้านคนนึงทนความอยากรู้ไม่ไหว ตะโกนถาม
"ก็เดินเก็บตามทางปกตินี่แหละครับ" โจวข่ายตอบปัดๆ
"ข้าว่าเอ็งขโมยมาแหงๆ! ตาเฒ่าหลี่หมู่บ้านเราออกไปเดินเก็บทุกวัน ยังไม่เคยได้เยอะขนาดนี้เลย" เสียงกระแนะกระแหนนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน... ไอ้เถี่ยต้านเจ้าเก่านั่นเอง
โจวข่ายตวัดสายตาเย็นเยียบไปมองเถี่ยต้าน ตอกกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว "ถ้าปากไม่มีหูรูด ก็หุบปากไปซะ"
เถี่ยต้านเจอสายตาพิฆาตเข้าไปก็เสียวสันหลังวาบ หดคอวูบ ไม่กล้าหือต่อ
"พวกแกอย่ามาปรักปรำมั่วซั่วนะ! ขี้วัวพวกนี้ เสี่ยวข่ายบ้านฉันลงทุนตื่นตั้งแต่ตีสองเดินไปเก็บตามถนนเว้ย ไม่ได้ไปขโมยใครมาเด็ดขาด!" พ่อโจวยืดอกออกโรงปกป้องลูกชายสุดเสียง
"เมื่อคืนตอนเสี่ยวข่ายออกไปเก็บ ยังบังเอิญเจอทหารยามลาดตระเวนเลย พวกเขายืนยันได้เว้ย! ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามดูเลย ไม่ก็ไปฟ้องเลยไป๊!" โจวหยวนช่วยเสริมทัพอย่างดุเดือด
"ก็แค่อิจฉาตาร้อนเห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้นั่นแหละ" แม่โจวแขวะลอยๆ อย่างเจ็บแสบ
"ไอ้เถี่ยต้านนี่มันนิสัยเสียฝังรากลึกจริงๆ ทนเห็นคนอื่นได้ดีกว่าไม่ได้เลยเชียว" เฉินเหม่ยเหลียนสบถอย่างเหลืออด
ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าคาบไปป์สูบยาเส้นเดินแหวกฝูงชนเข้ามาหาโจวข่าย แกหรี่ตาพินิจพิเคราะห์ขี้วัวในตะกร้าอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง "เป็นปุ๋ยชั้นยอดเลยนี่หว่า สุดยอดจริงๆ โจวข่าย เอ็งนี่มันแน่มาก!"
"ผู้ใหญ่บ้านครับ รบกวนหาคนมาชั่งน้ำหนักให้ผมทีสิครับ" โจวข่ายบอก
"ได้เลยๆๆ เดี๋ยวงวดนี้ข้าชั่งให้เองกับมือเลย เอ็งตามข้ามานี่" ผู้ใหญ่บ้านเดินนำด้วยความอารมณ์ดี
โจวข่ายเดินตามผู้ใหญ่บ้านเข้าไปในโกดัง วางตะกร้าลงบนพื้น
ผู้ใหญ่บ้านงัดเอาตาชั่งโบราณอันเบ้อเริ่มออกมา เอาตะขอเกี่ยวที่หูตะกร้า แล้วช่วยกันกับโจวข่ายออกแรงยกขึ้นคนละฝั่ง
ผู้ใหญ่บ้านขยับตุ้มน้ำหนักไปตามขีดบนคานตาชั่ง จนได้ตัวเลขที่แน่นอน
"ขาดอีกสี่ตำลึงก็จะครบแปดสิบชั่งแล้ว งั้นข้าปัดให้เป็นแปดสิบชั่งถ้วนเลยละกัน ลงบัญชีแต้มแรงงานให้แปดแต้มรวด!" ผู้ใหญ่บ้านประกาศอย่างใจป้ำ
"โอเคครับ ขอบคุณมากครับผู้ใหญ่บ้าน" โจวข่ายยิ้มรับด้วยความพอใจ