เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 แบบนี้ยอมโดนรถจี๊ปชนยังจะดีกว่าเลยนะ

บทที่ 15 แบบนี้ยอมโดนรถจี๊ปชนยังจะดีกว่าเลยนะ

บทที่ 15 แบบนี้ยอมโดนรถจี๊ปชนยังจะดีกว่าเลยนะ


ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ โจโจ้ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าสู่ประตูมิติ

ทีแรกเขาแค่ตั้งใจจะลองแหย่เท้าเข้าไปทดสอบดู แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับบานประตู วูบเดียว ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็แปรเปลี่ยนไปในพริบตา

เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ทำเอาเขาใจหายวาบ รีบหันขวับกลับไปมองตำแหน่งที่เคยมีประตูมิติตั้งอยู่

ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า ชัดเจนเลยว่านี่คือทางเข้าแบบไปกลับไม่ได้

"ให้ตายสิ โดนหลอกเข้าเต็มเปาเลย!"

แต่ในเมื่อหลวมตัวเข้ามาแล้ว โจโจ้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าต่อไป

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง แต่เมื่อดูจากภายนอกแล้ว ก็ไม่เห็นวี่แววของกับดักอะไรเลย

สถานที่แห่งนี้ดูคล้ายกับลานประลองขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการต่อสู้โดยเฉพาะ โดยมีม่านพลังงานครอบคลุมอยู่เบื้องบน

ขณะที่โจโจ้กำลังสงสัยว่าโนอาห์กำลังวางแผนอะไรอยู่ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟังดูเหมือนเสียงสังเคราะห์ของปัญญาประดิษฐ์ก็ดังขึ้นข้างหู

[เริ่มต้นการฝึกซ้อมจำลอง ทักษะลำแสงเป้าหมาย ลำแสงสเปเซียม]

[หลักการ รวบรวมพลังงานแสงไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง กักเก็บพลังงานลบไว้ที่มือขวา และพลังงานบวกไว้ที่มือซ้าย นำฝ่ามือมาไขว้กันเพื่อสร้างพลังงานสเปเซียม จากนั้นแปรสภาพให้กลายเป็นลำแสงแล้วปลดปล่อยออกไปในพริบตา]

[ลานประลองจะทำการดึงจิตสำนึกของศัตรูมาสร้างเป็นร่างจำลองแบบสุ่ม เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมต่อสู้]

[การฝึกซ้อมจะสิ้นสุดลงเมื่อสามารถใช้ลำแสงได้สำเร็จ หรือตายในระหว่างการต่อสู้ อาการบาดเจ็บทั้งหมดเป็นเพียงการจำลองขึ้นมาเท่านั้น]

[เริ่มนับถอยหลัง สามสิบ ยี่สิบเก้า ยี่สิบแปด]

เมื่อได้ยินเสียงประกาศเหล่านี้ โจโจ้ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ว่าโนอาห์ต้องการให้เขาเรียนรู้ผ่านการต่อสู้จริง

ไอเดียนี้ก็ฟังดูเข้าท่าดีอยู่หรอก แต่ปัญหาคือเขาไม่เข้าใจหลักการอะไรพวกนั้นเลยสักนิด!

เขาไม่รู้วิธีแปลงพลังงานลบหรือพลังงานบวกเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพลังงานสเปเซียมอะไรนั่นเลยด้วยซ้ำ

นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน! จะให้คนที่ยังบวกเลขลบเลขไม่เป็นด้วยซ้ำ มาแก้โจทย์แคลคูลัสเนี่ยนะ สูตรเสิดอะไรก็ไม่เคยเห็นมาก่อน

โจโจ้แอบด่าจอมลวงโลกหน้าแก่อยู่ในใจว่าบางครั้งก็พึ่งพาอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตะโกนสุดเสียง

"เฮ้ย โนอาห์! วิธีสอนของนายมันผิดหลักการแล้ว! นายควรจะสอนพื้นฐานให้ฉันก่อนสิโว้ย"

ถ้าขืนต้องมาฝึกตามขั้นตอนบ้าๆ นี่ แล้วคู่ซ้อมดันสุ่มได้พวกตัวโหดๆ อย่างเซ็ตต้อนขึ้นมาล่ะก็ เขาก็คงได้แต่ยืนรอรับความตายอย่างเดียวเท่านั้นแหละ

น่าเสียดายที่หลังจากโนอาห์สั่งเสียเสร็จ เขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อฟื้นฟูพลังไปแล้ว เพราะการสร้างลานฝึกซ้อมสุดพิเศษแบบนี้ขึ้นมา มันกินพลังงานของเขาไปไม่น้อยเลยทีเดียวในตอนนี้

เสียงนับถอยหลังของปัญญาประดิษฐ์ยังคงดำเนินต่อไป ในขณะเดียวกัน ณ อีกฟากฝั่งของจักรวาล

ดินแดนแห่งแสง

สสารแห่งจักรวาลสีเขียวมรกตอันเปล่งประกาย แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งดวงดาว

สรุปสั้นๆ คำเดียวเลยว่า รวย!

สสารแห่งจักรวาลที่ถือเป็นของล้ำค่าหายากในสถานที่อื่นๆ แต่กลับมีให้เห็นอยู่เกลื่อนกลาดในดินแดนแห่งแสง

ภายใต้แสงสว่างเรืองรองจากหอคอยประกายพลาสม่า อาคารและท้องถนนทุกสายล้วนอาบย้อมไปด้วยสีเขียวอันสดใส

สภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพลังงานเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการได้แช่ตัวอยู่ในน้ำพุแห่งความมีชีวิตชีวาตลอดเวลา ดังนั้นอุลตร้าแมนที่นี่จึงแทบไม่จำเป็นต้องนอนหลับพักผ่อนเลย

แน่นอนว่าวิถีชีวิตในดินแดนแห่งแสงนั้นค่อนข้างจะเรียบง่ายและสบายๆ

พวกเขาไม่ค่อยมีเรื่องให้ต้องกังวลใจ ต่อให้นอนเปื่อยอยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่มีใครว่าอะไร

ปัญหาเรื่องทรัพยากรก็ไม่มี แถมอุลตร้าแมนทุกคนก็ทำตัวราวกับเป็นนักบุญที่ไม่เคยคิดจะทำเรื่องเลวร้าย กองกำลังป้องกันกาแล็กซีจึงแทบจะไม่มีงานให้ทำเลย

นอกเหนือจากการต้องออกไปปราบปรามเหล่าร้ายข้างนอกแล้ว การใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนแห่งแสงก็แทบจะไม่มีอะไรให้ทำเลยจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยจำนวนอุลตร้าแมนที่รวมตัวกันอยู่อย่างมหาศาลขนาดนี้ ใครหน้าไหนในจักรวาลมันจะโง่เง่าถึงขนาดกล้ามาลอบโจมตีฐานทัพหลักของดินแดนแห่งแสงกันล่ะ

และบังเอิญว่าเหล่าอุลตร้าแมนระดับตัวท็อปของดินแดนแห่งแสง ก็มีความคิดแบบเดียวกันเป๊ะ

ดังนั้น ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ แม้ดินแดนแห่งแสงจะมีระบบป้องกัน แต่ก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรมากมายนัก

แสงสว่างจากหอคอยประกายพลาสม่าในวันนี้ ก็ยังคงให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเช่นเคย

เจ้าพ่ออุลตร้าที่เพิ่งจะว่างเว้นจากภารกิจอันยาวนาน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเข้ามาติดต่อธุระอะไร เขาก็ใช้พลังจิตปิดประตูล็อคห้องทันที

ในฐานะผู้นำที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน เขาได้เรียนรู้วิธีการอู้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนงานที่เหลือ ก็ยังมีโซฟี่คอยจัดการให้อยู่ไม่ใช่หรือไง

แม้ว่าโซฟี่จะมีดาวประดับอยู่บนหน้าอกหลายดวงแล้ว แต่เขาก็ยังถือว่าเป็นคนหนุ่ม การได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มขึ้นก็เป็นเรื่องดีเสมอ

'ไม่ได้ไปเยี่ยมเบเรียลมาพักใหญ่แล้วแฮะ เอาไว้ค่อยหาเวลาไปนั่งคุยด้วยดีกว่า'

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เจ้าพ่ออุลตร้าก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยใจให้ล่องลอยหวนนึกถึงช่วงเวลาแห่งวัยหนุ่มที่ผ่านพ้นไป

ยิ่งคิด แสงสว่างในดวงตากลมโตของเขาก็ยิ่งหรี่ลง ก่อนที่เขาจะผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

พวกอุลตร้าแมนที่อายุมากแล้วก็มักจะเป็นแบบนี้แหละ มักจะง่วงนอนง่าย

ส่วนสำคัญเป็นเพราะความคิดอ่านของเขาไม่ได้กระตือรือร้นเหมือนสมัยหนุ่มๆ อีกต่อไปแล้ว ในขณะที่อุลตร้าแมนที่มีความทะเยอทะยานอย่างเบเรียล กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานอยู่เสมอตั้งแต่ต้นจนจบ

ทุกวันนี้ เจ้าพ่ออุลตร้าแทบจะไม่ได้หยิบดาบอัลติเมทขึ้นมาใช้เลยด้วยซ้ำ เวลาว่างๆ เขามักจะชอบหยิบดัมเบลอุลตร้าแมนขึ้นมายกเล่นเสียมากกว่า

ทว่า ในขณะที่เขากำลังหลับสนิทอยู่นั้น จิตสำนึกของเขากลับถูกโนอาห์ดึงออกมา และพาเข้าไปในลานฝึกซ้อมสุดพิเศษแห่งนั้น

"หืม! ใครน่ะ!"

เมื่อเจ้าพ่ออุลตร้ารู้สึกตัว เขาก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่ท่ามกลางสถานที่แปลกประหลาด และที่สำคัญคือเขาไม่สามารถเปล่งเสียงพูดได้เลย

"นี่มันเรื่องอะไรกัน! บ้าเอ๊ย! แกเป็นใครถึงกล้ามาลอบโจมตีคนแก่แบบฉัน!"

ไม่ใช่แค่พูดไม่ได้เท่านั้น แต่เขายังไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้เลยด้วยซ้ำ

แตกต่างจากความโกรธเกรี้ยวของเจ้าพ่ออุลตร้า โจโจ้ในตอนนี้กำลังตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

ข่าวดี ไม่มีเซ็ตต้อน

ข่าวร้าย คู่ซ้อมที่เขาสุ่มได้คือเจ้าพ่ออุลตร้า!

ไม่สิ นี่มันบ้าอะไรกัน! แล้วฉันจะเอาอะไรไปสู้ล่ะเนี่ย!

โจโจ้หันหลังกลับแล้วสับตีนแตกหนีตายทันที ระบบสุ่มคู่ซ้อมนี่มันเฮงซวยสิ้นดี!

ถ้าปัญญาประดิษฐ์นี่มีรูปร่างเป็นตัวเป็นตน เขาคงอยากจะทุบหัวมันให้แบะ เพื่อดูว่าสมองกลของมันเป็นปัญญาอ่อนหรือเปล่า

ตูม!

เสียงพื้นดินสั่นสะเทือนดังกึกก้อง พร้อมกับกระแสลมพัดพุ่นเอาฝุ่นทรายเข้าปะทะร่าง ทำให้โจโจ้ล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น

เขาเงยหน้าขึ้นมอง และเท้าสีแดงคู่ยักษ์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

เห็นได้ชัดว่าเจ้าพ่ออุลตร้าเพิ่งจะกระโดดลงมาขวางหน้าโจโจ้ที่พยายามจะวิ่งหนีเอาไว้

แต่แท้จริงแล้ว นี่ไม่ใช่ความตั้งใจของเจ้าพ่ออุลตร้าเลย เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ และยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่โจโจ้ไม่รู้เรื่องนี้เลย เขาเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบกับเจ้าพ่ออุลตร้าที่กำลังยืนกอดอก ผ้าคลุมสีแดงสะบัดพลิ้วอยู่ด้านหลัง สายตาที่มองลงมานั้นช่างดูใจดีเสียเหลือเกิน

เมื่อถูกดวงตากลมโตคู่นั้นจับจ้อง โจโจ้ก็รู้สึกตื่นตระหนกอย่างบอกไม่ถูก จนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

โดยเฉพาะเขายักษ์คู่นั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหัวของอีกฝ่าย แค่มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าเขาปลุกพลังแห่งความจริงตื่นขึ้นมาแล้ว

ในตอนนั้นเอง เจ้าพ่ออุลตร้าก็ยกมือขึ้น สะบัดผ้าคลุมอุลตร้าแมนทิ้งไป ก่อนจะกำหมัดแน่น เตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าใส่

เมื่อเห็นอีกฝ่ายสะบัดผ้าคลุมทิ้ง โจโจ้ก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน แล้วตะโกนลั่น

"เดี๋ยวก่อน! หยุดก่อน!"

"ดูความห่างชั้นของพลังระหว่างเราสิ! แบบนี้มันไม่เหมาะที่จะเอามาฝึกซ้อมเลยสักนิด!"

เขานึกถึงคำพูดของปัญญาประดิษฐ์ที่บอกว่า คู่ซ้อมที่ถูกสร้างขึ้นมาล้วนเป็นร่างที่ถูกดึงจิตสำนึกมาทั้งนั้น

ถ้าเป็นอย่างนั้น เจ้าพ่ออุลตร้าก็ไม่น่าจะลงมือทำร้ายมนุษย์อย่างเขาจริงๆ หรอกมั้ง

ในความเป็นจริงก็อาจจะเป็นเช่นนั้น แต่เจ้าพ่ออุลตร้าที่ยืนอยู่ตรงนี้ มีเพียงแค่จิตสำนึกเท่านั้น และไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้เลย

ส่วนเหตุผลที่ต้องดึงจิตสำนึกมา ก็เพราะว่ามีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะสามารถสร้างร่างจำลองที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับตัวจริงได้

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความสมจริงเป็นหลัก

ส่วนเหตุผลที่ร่างจำลองเหล่านี้ไม่สามารถพูดได้ เป็นเพราะโนอาห์กังวลว่าหากมีตัวร้ายโผล่มา มันอาจจะใช้คำพูดปั่นหัวโจโจ้ได้ เขาจึงตั้งค่าคำสั่งปิดเสียงเอาไว้เสียเลย

ในเวลานี้ ความสนใจของเจ้าพ่ออุลตร้าถูกดึงดูดด้วยเสียงตะโกนของโจโจ้ เขาจึงเพ่งมองมนุษย์ผู้นี้อย่างละเอียด

ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมของอุลตร้าแมน ประกอบกับพลังอันมหาศาลของเขา เขาจึงมองเห็นความผิดปกติได้อย่างง่ายดาย

'มนุษย์คนนี้กำลังจะวิวัฒนาการกลายเป็นอุลตร้าแมน! แต่ทำไมในตัวเขาถึงมีพลังแห่งความมืดปะปนอยู่ด้วยล่ะ'

เมื่อไม่สามารถพูดหรือเปล่งเสียงออกมาได้ เจ้าพ่ออุลตร้าจึงทำได้เพียงแค่พึมพำกับตัวเองในใจ

'ฝึกซ้อมงั้นเหรอ'

เมื่อทบทวนคำพูดของมนุษย์คนนั้นเมื่อครู่ เขาก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวและเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้บ้างแล้ว

จบบทที่ บทที่ 15 แบบนี้ยอมโดนรถจี๊ปชนยังจะดีกว่าเลยนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว