- หน้าแรก
- สังหารศัตรูเพิ่มอายุขัย ข้าจะอยู่ยงเป็นอมตะนิรันดร์
- บทที่ 3 โจรเด็ดบุปผา
บทที่ 3 โจรเด็ดบุปผา
บทที่ 3 โจรเด็ดบุปผา
บทที่ 3 โจรเด็ดบุปผา
วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เซียวอู๋จี้ก้าวเท้าเข้ามาในที่ว่าการอำเภอเมืองชีเสีย เขาก็ได้ยินเสียงคนมาร้องทุกข์แจ้งความ
"ใต้เท้าเซียว มีคนจากหอหลี่ชุนมาแจ้งความขอรับ พวกเขาบอกว่าพบจดหมายที่โจรเด็ดบุปผาเฉินหลี่ทิ้งไว้ในห้องนอนของแม่นางหรูเยียน จึงอยากเชิญท่านไปตรวจสอบที่นั่นสักหน่อย" เจ้าหน้าที่มือปราบคนหนึ่งเดินเข้ามากล่าวรายงาน
เมื่อครึ่งเดือนก่อน เฉินหลี่ โจรเด็ดบุปผาที่มีหมายจับจากสำนักหกประตู ได้เดินทางมายังเมืองชีเสียและก่อเหตุไปทั่ว ทำให้หญิงสาวบริสุทธิ์หลายคนต้องตกเป็นเหยื่อของมัน
เจ้าของร่างเดิมได้รับคำสั่งให้ตามล่าโจรเด็ดบุปผาผู้นี้ ทว่าเจ้านี่กลับมีวิชาตัวเบาและวิชาแปลงโฉมที่เป็นเลิศ ทำให้มันหลบหนีเล็ดลอดไปได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
และครั้งนี้ เฉินหลี่ก็ได้หมายตาแม่นางหรูเยียน นางโลมอันดับหนึ่งแห่งหอหลี่ชุน
สิ่งที่ทำให้เซียวอู๋จี้รู้สึกประหลาดใจก็คือ เหตุใดโจรเด็ดบุปผาถึงทำเพียงแค่ทิ้งจดหมายไว้ ทั้งที่ลอบเข้าไปถึงห้องนอนของแม่นางหรูเยียนได้แล้ว
เซียวอู๋จี้รู้สึกสะกิดใจ สัญชาตญาณบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เรื่องนี้จะต้องมีเงื่อนงำซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
"นำทางไปหอหลี่ชุนที" เซียวอู๋จี้เอ่ยขึ้น
เขาคงจะได้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังวางแผนอะไรอยู่ก็ต่อเมื่อได้ไปเห็นที่หอหลี่ชุนด้วยตาตัวเอง
ราวครึ่งชั่วโมงต่อมา หอนางโลมอันคึกคักพลุกพล่านก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเซียวอู๋จี้
ป้ายชื่อหอหลี่ชุนแขวนตระหง่านอยู่ด้านหน้า หญิงสาวในชุดสวมใส่เบาบางบนชั้น 2 ต่างพากันโบกไม้โบกมือเรียกลูกค้า
นี่หรือหอนางโลมในยุคโบราณ?
ดูเหมือนจะไม่ได้แตกต่างไปจากที่เขาจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย
เซียวอู๋จี้ก้าวเดินเข้าไปในหอหลี่ชุนโดยไม่ปรายตามองสิ่งใดรอบข้าง เขามาที่นี่เพื่อสืบคดี ไม่ใช่เพื่อหาความสำราญ
"ใต้เท้าเซียวมาแล้ว!"
"นั่นใต้เท้าเซียวอู๋จี้ใช่หรือไม่? ช่างหล่อเหลาเหลือเกิน!"
"หากข้าได้ร่วมเตียงกับใต้เท้าเซียวสักคืน ต่อให้ต้องเป็นฝ่ายจ่ายเงินข้าก็ยอม"
"ฝันไปเถอะ! ใต้เท้าเซียวจะมาถูกใจหญิงชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเจ้าได้อย่างไร?"
"ถูกต้องแล้ว ทั่วทั้งหอหลี่ชุนแห่งนี้ มีเพียงแม่นางหรูเยียนเท่านั้นที่คู่ควรกับชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมอย่างใต้เท้าเซียว"
"ดูนั่นสิ! ใต้เท้าเซียวเข้าไปในห้องของแม่นางหรูเยียนแล้ว"
"ไม่นึกเลยว่าแม้แต่ใต้เท้าเซียวก็ยังหลงเสน่ห์หรูเยียน สมคำกล่าวที่ว่าวีรบุรุษมักพ่ายแพ้ต่อหญิงงามจริงๆ"
ขณะนั้นเอง เด็กรับใช้หัวไวที่คอยทำหน้าที่จิปาถะในหอหลี่ชุนก็รีบก้าวเข้ามาต้อนรับ
"ใต้เท้าเซียว แม่นางหรูเยียนกำลังรอท่านอยู่ด้านบนขอรับ" เด็กรับใช้รีบเอ่ยทักทายเซียวอู๋จี้
เซียวอู๋จี้พยักหน้า "มีใครเห็นบ้างหรือไม่ว่าโจรเด็ดบุปผาลอบเข้ามาได้อย่างไร?" เขาเอ่ยถาม
เด็กรับใช้ส่ายหน้าด้วยความมึนงง "ผู้คนในหอหลี่ชุนพลุกพล่านเกินไป ไม่มีใครทันสังเกตเลยขอรับ"
เฉินหลี่เชี่ยวชาญวิชาแปลงโฉม หากมันปลอมตัวเป็นลูกค้าแล้วปะปนเข้ามาในหอหลี่ชุน ย่อมไม่มีใครทันสังเกตเห็น
"แล้วตอนนี้แม่นางหรูเยียนเป็นอย่างไรบ้าง?" เขาถามต่อ
"แม่นางหรูเยียนตกใจกลัวมากและเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ยอมพบใครเลยนอกจากท่านขอรับ" เด็กรับใช้อธิบายสถานการณ์ของหรูเยียน
จนถึงตอนนี้ ยังไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
เรื่องที่แปลกประหลาดที่สุดคือเหตุใดเฉินหลี่จึงจงใจทิ้งจดหมายเอาไว้ ราวกับว่ามันต้องการดึงดูดความสนใจอย่างจงใจ ซึ่งผิดไปจากรูปแบบการลงมือตามปกติของมันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อคิดถึงจุดนี้ เซียวอู๋จี้จึงยิ่งต้องระแวดระวังตัว
"จริงสิ เจ้าชื่ออะไร?"
เด็กรับใช้ชะงักไปเล็กน้อย ดูเหมือนจะไม่คาดคิดว่าเซียวอู๋จี้จะถามชื่อของตน "ใต้เท้าเซียว ข้าน้อยชื่อเสี่ยวเป่าขอรับ"
เซียวอู๋จี้พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตรงไปยังชั้น 2 ของหอหลี่ชุน
ภายใต้สายตาหลายคู่ที่จับจ้อง เซียวอู๋จี้ซึ่งมีดาบสั้นเหน็บอยู่ข้างเอวก็เดินมาถึงหน้าห้องส่วนตัว เขาผลักบานประตูและก้าวเข้าไปด้านใน
ปัง!
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู แม่นางหรูเยียนที่อยู่ด้านในก็สะดุ้งสุดตัว ร่างบางสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่
กระทั่งได้เห็นมือปราบเซียวอู๋จี้ในชุดเครื่องแบบขุนนางสีเขียวเดินเข้ามา นางจึงค่อยๆ คลายความระแวดระวังลง
"ใต้เท้าเซียว" แม่นางหรูเยียนเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ลมหายใจหอมกรุ่นดั่งดอกกล้วยไม้
เซียวอู๋จี้กวาดตามองแม่นางหรูเยียนตรงหน้าด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
สมกับเป็นนางโลมอันดับ 1 แห่งหอหลี่ชุน นางงดงามสะกดสายตาอย่างแท้จริง
รูปลักษณ์ของนางบอบบางและงดงาม เครื่องหน้าหมดจด คิ้วและดวงตาสวยซึ้งราวกับภาพวาด เอวคอดกิ่วราวกับสามารถโอบได้ด้วยมือเดียว อีกทั้งเรือนร่างยังอรชรอวบอิ่มโค้งเว้า ชวนให้เลือดลมของบุรุษพลุ่งพล่าน
ทว่าในยามนี้ เซียวอู๋จี้กลับสงบนิ่งดั่งนักพรตที่กำลังเข้าฌาน ไม่ได้หวั่นไหวไปกับความงดงามของแม่นางหรูเยียนเลยแม้แต่น้อย
"จดหมายที่โจรเด็ดบุปผาทิ้งไว้ล่ะ อยู่ที่ใด?" ภายในหัวของเซียวอู๋จี้มีเพียงเรื่องการไขคดี เขาจึงเอ่ยถามเข้าประเด็นทันที
เมื่อไร้ซึ่งสตรีในดวงใจ การไขคดีย่อมเฉียบขาดดั่งเทพเซียน
"อยู่นี่เจ้าค่ะ" แม่นางหรูเยียนปรายตามองเซียวอู๋จี้ด้วยแววตาตัดพ้อ ก่อนจะยื่นจดหมายที่โจรเด็ดบุปผาทิ้งไว้ให้เขา
เซียวอู๋จี้เพ่งมอง ในกระดาษมีตัวอักษรบิดเบี้ยวเขียนไว้เพียงไม่กี่คำ
[คืนนี้ยามเที่ยงคืน ข้าจะมาพรากความบริสุทธิ์ของหลิวหรูเยียน — เฉินหลี่]
"ใต้เท้าเซียว มีปัญหาอะไรหรือเจ้าคะ?" แม่นางหรูเยียนเห็นเซียวอู๋จี้จ้องมองจดหมายอยู่นาน จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
เซียวอู๋จี้ส่ายหน้าช้าๆ "ลายมืออัปลักษณ์เสียจริง"
"..."
โจรเด็ดบุปผาเฉินหลี่เป็นเพียงอันธพาลในยุทธภพ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่มันจะเขียนหนังสือได้งดงามประดุจบัณฑิต
"แม่นางหรูเยียน ท่านเคยเห็นหน้าโจรเด็ดบุปผาหรือไม่?" เซียวอู๋จี้วางจดหมายลงและเอ่ยถามหลิวหรูเยียน
"ไม่เคยเจ้าค่ะ หรูเยียนพบเพียงจดหมายฉบับนี้ที่โจรเด็ดบุปผาทิ้งเอาไว้เท่านั้น" ขณะที่พูด ความหวาดกลัวก็ฉายชัดขึ้นบนใบหน้างดงามของหลิวหรูเยียน
มีข่าวลือว่าวิชาตัวเบาของโจรเด็ดบุปผาผู้นี้ล้ำเลิศนัก ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอันใด เพราะหากมันวิ่งหนีได้ช้า คงถูกบรรดาเหยื่อจับตัวได้และรุมตีด้วยไม้จนตายไปนานแล้ว
สำหรับเฉินหลี่ การลอบเข้ามาในหอหลี่ชุนไม่ใช่เรื่องยาก และการทิ้งจดหมายเอาไว้ก็ยิ่งเป็นเรื่องง่ายดาย
แต่สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือ มันสะกดกลั้นอารมณ์และไม่ทำอันตรายใดๆ หลิวหรูเยียนได้อย่างไร
ตามบันทึกของสำนักหกประตู เฉินหลี่เป็นจอมวิตถาร แล้วมันจะยอมปล่อยหญิงงามอย่างหลิวหรูเยียนไปง่ายๆ ได้อย่างไร? นี่มันผิดวิสัยอย่างยิ่ง
ทันใดนั้น หลิวหรูเยียนก็ขยับไปปิดประตู "ใต้เท้าเซียว หรูเยียนกลัวเหลือเกิน ท่านจะช่วยปกป้องหรูเยียนใช่หรือไม่เจ้าคะ?"
ท่าทางเปราะบางน่าทะนุถนอมของหลิวหรูเยียน สามารถกระตุ้นสัญชาตญาณการปกป้องของบุรุษเพศได้เป็นอย่างดี
กลิ่นหอมจางๆ โชยมาเตะจมูก หลิวหรูเยียนโผเข้าสู่อ้อมอกของเซียวอู๋จี้อย่างนุ่มนวล
ร่างของนางเบาหวิวราวกับไร้น้ำหนัก ทั้งยังนุ่มนวลชวนสัมผัส ราวกับว่าเพียงแค่ออกแรงผลักเบาๆ นางก็จะล้มพับลงบนเตียงสลักลายได้โดยง่าย
แววตาของเซียวอู๋จี้กระจ่างใส เขามองดูหลิวหรูเยียนที่โผเข้ามากอดตน พลางเผยอยิ้มที่มุมปาก
"แน่นอน"
"ใต้เท้าเซียว" หลิวหรูเยียนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงสิเน่หา
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ฝ่ามือที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้ากลับกดทับลงบนไหล่ของนาง หลิวหรูเยียนรู้สึกได้ถึงแรงกดทับทั่วร่าง ก่อนที่นางจะถูกเซียวอู๋จี้จับกดตรึงไว้กับที่อย่างแน่นหนา
ฉึก!
วินาทีต่อมา เสียงของมีคมแทงทะลุเนื้อหนังก็ดังขึ้น
จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้นในพริบตา
หลิวหรูเยียนเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความหวาดผวา ขณะที่ก้มลงมองดาบสั้นที่แทงทะลุหน้าท้องของตนจนมิดด้าม
"ทำไมกัน?" นางจ้องมองเซียวอู๋จี้เขม็ง ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเขาจึงลงมืออย่างเหี้ยมโหดหมายเอาชีวิตอย่างกะทันหันเช่นนี้
เซียวอู๋จี้กระหน่ำแทงหลิวหรูเยียนถึง 27 แผลรวดในอึดใจเดียว ด้วยท่วงท่าที่ไร้สัญญาณเตือนใดๆ
ทุกดาบล้วนเรียกเลือด!
โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นออกจากร่างของหลิวหรูเยียน ย้อมเสื้อผ้าของนางจนกลายเป็นสีแดงฉานในพริบตา
นางไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเซียวอู๋จี้จะลงมือแทงตนโดยไม่เอ่ยปากพูดพร่ำทำเพลงใดๆ อีกทั้งยังลงมือได้รวดเร็วและเหี้ยมเกรียมถึงเพียงนี้
"เจ้ายังจะแสร้งแสดงละครต่อไปอีกหรือ เฉินหลี่?" เซียวอู๋จี้จ้องมอง 'แม่นางหรูเยียน' ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย
แม่นางหรูเยียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นดุดันในฉับพลัน ก่อนที่น้ำเสียงของบุรุษจะหลุดรอดออกมา "เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่ใช่หรูเยียน?"