เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: กรมโหรหลวงกับอาวุธนิวเคลียร์เดินได้

บทที่ 16: กรมโหรหลวงกับอาวุธนิวเคลียร์เดินได้

บทที่ 16: กรมโหรหลวงกับอาวุธนิวเคลียร์เดินได้


บทที่ 16: กรมโหรหลวงกับอาวุธนิวเคลียร์เดินได้

เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องอยู่ที่เส้นขอบฟ้า สายฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับน้ำตก ทว่าบนเรือเหาะเวหาที่อยู่ห่างออกไปเพียงร้อยเมตร กลับเงียบสงัดราวกับป่าช้า

ทุกคนต่างจ้องมองอวี้โจวที่ถูกปกคลุมไปด้วยม่านฝนอย่างเงียบงัน ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ได้เลย

สำหรับสมาชิกทีมสำรวจ สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นมันลบล้างความเข้าใจต่อโลกของพวกเขาไปจนหมดสิ้น

เพียงแค่คนสองคน กลับสามารถเรียกฝนลงมาบรรเทาภัยแล้งให้คนทั้งมณฑลได้ นี่มันยิ่งกว่าการทำฝนเทียมบนดาวสีน้ำเงินเสียอีก

การทำฝนเทียมบนดาวสีน้ำเงินยังต้องอาศัยปริมาณความชื้นในเมฆระดับหนึ่ง ถึงจะทำให้ฝนตกลงมาได้แม้เพียงเล็กน้อย

แต่การทำฝนเทียมของต้าฉิน กลับไม่ต้องพึ่งพาเงื่อนไขใดๆ เลย

ท้องฟ้าก่อนหน้านี้ อย่าว่าแต่เมฆฝนเลย แม้แต่เมฆสักก้อนยังไม่มีให้เห็น ในสถานการณ์เช่นนั้น ต่อให้ยิงกระสุนปืนใหญ่เจาะรูบนฟ้า ก็ไม่มีทางทำให้ฝนตกลงมาได้

ทว่าคนสองคนที่คาดว่าเป็นผู้บำเพ็ญเพียร กลับเพียงแค่ร่ายรำทำพิธีและอัญเชิญราชโองการของจักรพรรดิต้าฉินออกมา ฝนก็ตกลงมาอย่างน่าอัศจรรย์

ไม่ว่าจะมองในแง่ของประสิทธิภาพหรือผลลัพธ์ มันก็เหนือชั้นกว่าการทำฝนเทียมบนดาวสีน้ำเงินอย่างเทียบไม่ติด

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด จนในที่สุดทุกคนก็ไม่อาจเก็บงำความรู้สึกไว้ได้อีกต่อไป และเริ่มเอ่ยปากระบายความตื่นตะลึงในใจออกมา

"พระเจ้าช่วย พวกเขาแค่เรียกฝนลงมาแบบนั้นเลยเหรอเนี่ย นี่มันมหัศจรรย์เกินไปแล้ว"

"เหลือเชื่อจริงๆ อาศัยแค่พลังของมนุษย์ โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีใดๆ ก็สามารถทำให้ฝนตกได้เพียงแค่ออกคำสั่ง"

"นี่คือพลังของมนุษย์ผู้บำเพ็ญเพียรในตำนานอย่างนั้นหรือ พวกเขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแบบไหนกัน นี่มันอาวุธควบคุมสภาพอากาศเดินได้ชัดๆ"

"ถ้าผู้บำเพ็ญเพียรสองคนนั้นไปอยู่เหนือประเทศเกาหลีใต้แล้วเรียกพายุฝนลงมา ฉันเกรงว่าคงใช้เวลาไม่นานนัก ประเทศเกาหลีใต้ทั้งประเทศก็คงจะกลายเป็นบ่อน้ำขนาดยักษ์ไปเลย"

"ไม่ต้องพูดถึงหรอก เกาหลีใต้เป็นแค่ประเทศเล็กๆ ขนาดพยากรณ์อากาศยังต้องพึ่งพาประเทศมังกรเลย"

"นี่ เรายังอยู่ตรงนี้นะ ช่วยอย่าทำเหมือนพวกเราไม่มีตัวตนได้ไหม"

"ขอโทษทีๆ พวกเราไม่มีเจตนาจะดูถูกประเทศของพวกนายเลยนะ ยังไงซะเวลาจะตีหมาก็ต้องดูเจ้าของด้วย ตัวแทนจากอเมริกาคงไม่โกรธเคืองพวกเราชาวแดนหมีขาวกับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้หรอกใช่ไหม"

"แน่นอนอยู่แล้วสหาย" นายพลแมคอาเธอร์ ตัวแทนจากอเมริกาตอบกลับพร้อมรอยยิ้มกว้าง

แต่หลังจากยิ้มเสร็จ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ทว่าไม่ใช่เพราะเกาหลีใต้ถูกตัวแทนจากประเทศอื่นเย้าแหย่ แต่เป็นเพราะวิธีการอันน่าสะพรึงกลัวของผู้บำเพ็ญเพียรต้าฉินเมื่อครู่นี้ต่างหาก

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารผู้ช่ำชอง เขาย่อมรู้ดีว่าอาวุธควบคุมสภาพอากาศนั้นน่ากลัวเพียงใด

แม้ว่าจนถึงตอนนี้ คำว่า "อาวุธควบคุมสภาพอากาศ" จะเป็นเพียงแค่แนวคิดบนดาวสีน้ำเงินก็ตาม

"ดูเหมือนว่าต้าฉินแห่งนี้จะแข็งแกร่งกว่าที่ฉันจินตนาการไว้มาก"

"พวกเขาถึงกับมีผู้บำเพ็ญเพียรที่เทียบเท่ากับอาวุธนิวเคลียร์เลยหรือ แต่คนที่มีพลังมหาศาลแบบนี้ก็ไม่น่าจะมีเยอะในต้าฉินหรอกมั้ง"

"ไม่รู้ว่าพวกเขายังมีวิธีการอะไรที่เหลือเชื่อกว่านี้อีกไหม เราต้องหาคำตอบให้ได้ในการเดินทางไปเสียนหยางครั้งนี้"

ขณะที่แมคอาเธอร์กำลังครุ่นคิดวางแผนอยู่ในใจ ปิงปิง พิธีกรสาวที่ร่วมเดินทางมาด้วย ก็ได้เดินถือไมโครโฟนไปหาทหารต้าฉินนายหนึ่งแล้ว

"ขอโทษนะคะคุณทหาร ขออนุญาตสอบถามหน่อยได้ไหมคะว่า คนที่เรียกฝนลงมาเมื่อครู่นี้คือใครกัน หากสะดวกช่วยเปิดเผยให้ทราบหน่อยได้ไหมคะ"

เมื่อได้ยินคำถามของปิงปิง ทหารกองทัพอากาศจากเผ่าปักษาผู้นั้นก็ปรายตามองฝูงชนอย่างเรียบเฉย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"พวกเขาคือผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานจากกรมโหรหลวงแห่งจักรวรรดิต้าฉินของพวกเรา พวกเขามาที่อวี้โจวเพื่อประกอบพิธีเรียกเมฆขอฝนตามพระราชโองการของฝ่าบาท"

เมื่อได้รับคำตอบ สมาชิกทีมสำรวจก็ถึงกับตกตะลึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวแทนจากประเทศมังกร

"สรุปว่าพวกเขาคือผู้บำเพ็ญเพียรในตำนานจริงๆ ด้วย มิน่าล่ะ"

"ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน ไม่คิดเลยว่าต้าฉินจะมีตัวตนแบบนี้อยู่ด้วย"

"กรมโหรหลวงงั้นหรือ มันคือองค์กรพิเศษแบบไหนกัน ไม่รู้ว่าพวกเขาจะมีผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นอีกไหม"

"คนที่มีพลังมหาศาลขนาดนี้กลับเป็นคนของต้าฉินเนี่ยนะ"

"ไม่รู้ว่าพวกเขามีความสามารถพิเศษอื่นๆ นอกจากเรียกเมฆขอฝนอีกหรือเปล่า"

ขณะที่ทุกคนกำลังแสดงความสงสัยใคร่รู้ ปิงปิงก็ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง ถ่ายทอดคำถามของพวกเขาไปยังทหารเผ่าปักษา

"คุณทหารคะ ขออนุญาตสอบถามหน่อยได้ไหมคะว่า กรมโหรหลวงของต้าฉินคือหน่วยงานแบบไหน แล้วในกรมโหรหลวงมีผู้บำเพ็ญเพียรเยอะไหมคะ"

"แน่นอนค่ะ ถ้าไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็นไรนะคะ"

ในเวลานี้ ปิงปิงรู้สึกหวาดหวั่นว่าคำถามของเธออาจจะไปละเมิดความลับของต้าฉิน ใบหน้าของเธอจึงเต็มไปด้วยความกังวล

ทว่าทหารเผ่าปักษากลับไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย

"มีอะไรไม่สะดวกกันล่ะ ราษฎรชาวต้าฉินทุกคนล้วนทราบถึงหน้าที่และข้อมูลพื้นฐานของกระทรวงและกรมต่างๆ ของพวกเราดี"

"กรมโหรหลวงที่ว่านี้คือหน่วยงานที่ฝ่าบาททรงจัดตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อดูแลจัดการผู้บำเพ็ญเพียรทั่วหล้า ทั้งการเรียกเมฆขอฝน ปราบปรามปีศาจร้าย ทำนายทายทัก และเรื่องอื่นๆ ล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของกรมโหรหลวงทั้งสิ้น"

"นับตั้งแต่ก่อตั้ง กรมโหรหลวงมีผู้บำเพ็ญเพียรลงทะเบียนแล้วกว่าหนึ่งแสนคน เริ่มตั้งแต่ระดับฝึกปราณทั่วไป ระดับสร้างรากฐาน ไปจนถึงระดับจินตาน ระดับหยวนอิง และระดับตัดวิญญาณ..."

ขณะที่ทหารเผ่าปักษาอธิบาย ภาพรวมของกรมโหรหลวง ซึ่งเป็นองค์กรพิเศษแห่งต้าฉิน ก็ถูกเปิดเผยต่อหน้าสมาชิกทีมสำรวจ

ทำเอาพวกเขาถึงกับอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน

พวกเขาคิดไปเองว่าต่อให้เป็นต้าฉิน ก็คงมีผู้บำเพ็ญเพียรที่ทรงพลังแบบสองคนนั้นไม่มากนัก แต่ความจริงกลับตบหน้าพวกเขาฉาดใหญ่

ไม่เพียงแต่พวกเขาจะมีผู้บำเพ็ญเพียรกว่าแสนคน แต่ยังมีผู้ที่มีพลังเหนือกว่าสองคนนั้นอีกด้วย

หากพลังของพวกเขาเทียบเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์จริงๆ นั่นไม่เท่ากับว่าต้าฉินทั้งอาณาจักรมีระเบิดนิวเคลียร์กว่าแสนลูกเลยหรือไง

เมื่อตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ใบหน้าของตัวแทนทางการทหารจากนานาประเทศก็ซีดเผือดลงทันที

พวกเขาเคยหลงคิดว่า หากเกิดสงครามกับต้าฉินในอนาคต พวกเขาก็ยังคงได้เปรียบอย่างแน่นอน

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า หากเกิดสงครามขึ้นจริงๆ ก็ยังไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นฝ่ายกำชัยชนะ

อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็รีบปลอบใจตัวเองอย่างรวดเร็ว

"ไม่เป็นไรหรอก บางทีผู้บำเพ็ญเพียรพวกนี้อาจจะไม่ได้เก่งกาจเหมือนในนิยายก็ได้"

"บางทีพวกเขาก็อาจจะเป็นแค่เครื่องมือทำฝนเทียมของต้าฉินเท่านั้นแหละ"

หลังจากปลอบใจตัวเองเสร็จ ตัวแทนทางการทหารจากประเทศต่างๆ ก็รู้สึกดีขึ้นมาก

เมื่อมองดูสายฝนที่ยังคงเทกระหน่ำลงมาในอวี้โจว สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ก็คือการรอคอย

ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดพายุฝนก็หยุดลง และเรือเหาะเวหาก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เสียนหยางอีกครั้ง

ในเวลาเดียวกัน ที่เมืองเสียนหยาง ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงสองพันกิโลเมตร การเตรียมการต้อนรับพวกเขาก็กำลังดำเนินไปอย่างแข็งขัน

ภายใต้พระราชโองการของจักรพรรดิฉินเทียน ทั่วทั้งเมืองเสียนหยางก็เริ่มเคลื่อนไหว

ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการหรือประชาชนทั่วไป ทุกคนต่างก็งัดเอาด้านที่ดีที่สุดของตนเองออกมาแสดง

สิ่งนี้ทำให้มหานครเสียนหยางที่ยิ่งใหญ่อลังการอยู่แล้ว ยิ่งดูเจิดจรัสและน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น

ทว่านี่เป็นเพียงแค่เปลือกนอกเท่านั้น เพื่อที่จะทำให้ผู้มาเยือนจากดาวสีน้ำเงินเหล่านี้ต้องขวัญผวา จักรพรรดิฉินเทียนได้เตรียมการไว้มากกว่านี้อีกมากนัก

จบบทที่ บทที่ 16: กรมโหรหลวงกับอาวุธนิวเคลียร์เดินได้

คัดลอกลิงก์แล้ว