- หน้าแรก
- ระบบมังกรในฝัน ปั้นดินแดนสู่มหาอาณาจักร
- บทที่ 24 - ร่างเงาเว้าแหว่ง
บทที่ 24 - ร่างเงาเว้าแหว่ง
บทที่ 24 - ร่างเงาเว้าแหว่ง
บทที่ 24 - ร่างเงาเว้าแหว่ง
เนื้อปลาค็อดรมควันฉีกฝอย ข้าวสวย ไข่ไก่ ครีม ผงกะหรี่ ผักอีกเล็กน้อย นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก็จะได้เป็นข้าวอบไข่ปลา
ในความทรงจำ บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าของปราสาทเรืองแสง ไม่เคยขาดข้าวอบไข่ปลาเลย
"การได้กินข้าวอบไข่ปลาที่ชอบ ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งกระมัง" รัสเซลกินเนื้อย่าง ไข่ดาว ทาแยมผลไม้ สลับกับตักข้าวอบในชามเข้าปาก พลางรำพึงรำพันอย่างเบื่อหน่าย "อย่างน้อยก็ยังมีความสุขให้ได้ลิ้มรสทุกวัน ไม่เหมือนข้า ที่อยากกินอาหารผัดสักคำยังยาก"
อารมณ์สุนทรีย์ลดทอนลงไปบ้างเพราะข้าวอบไข่ปลาคำเดียว ทว่าอารมณ์โดยรวมของรัสเซลก็ยังคงเบิกบาน เพราะมังกรมายาตัวน้อยที่หายไปได้กลับมาแล้ว
นั่นหมายความว่า ในวันข้างหน้าเขาจะมีหนอนภูตเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
หลังอาหารเช้า รัสเซลกล่าวลาบิดามารดา และเป็นไปตามคาด เขาได้รับการสนับสนุนเสบียงกรังมาจำนวนหนึ่ง แม้จะไม่มากนัก เพียงแค่รถม้าสามคันเท่านั้น
ทว่าเมื่อรวมกับเสบียงห้าคันรถที่ท่านบารอนมอบให้ก่อนหน้านี้ เขาก็ได้รับการสนับสนุนเสบียงจากบิดามารดาถึงแปดคันรถแล้ว
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ขอบคุณในความกรุณาของพวกท่าน ข้าจะพยายามอย่างหนักเพื่อปกครองคฤหาสน์อสรพิษเกล็ดดำให้เจริญรุ่งเรือง และจะเร่งฝึกฝนกองทหารอัศวินเพื่อปกป้องหุบเขาแม่น้ำแสงเร้นลับให้ปลอดภัย จากนั้นจะเดินทางไปยังทุ่งหิมะเพื่อสังหารปีศาจหิมะ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกอบกู้แผ่นดินของมนุษยชาติ!"
ปีศาจหิมะได้แช่แข็งทวีปมังกรหลับใหลทั้งทวีป ทว่าเมื่อมังกรยักษ์ตื่นขึ้น มนุษยชาติก็เริ่มบังคับบัญชามังกรยักษ์ ตอบโต้ปีศาจหิมะ เพื่อทวงคืนดินแดนอันอบอุ่นในอดีตกลับคืนมา
เมรีลภาคภูมิใจในความทะเยอทะยานของบุตรชาย "มังกรยักษ์จดจ้องมองเจ้า รัสเซล"
บารอนโบกมือไล่ "รีบกลับดินแดนของเจ้าไปเถอะ ขืนมาอีกไม่กี่รอบ ปราสาทเรืองแสงคงถูกเจ้าขนไปคฤหาสน์อสรพิษเกล็ดดำจนหมดแน่"
รัสเซลหัวเราะร่วน "นั่นก็เพราะความใจกว้างของท่านพ่ออย่างไรเล่า"
"พี่รัสเซล เมื่อไหร่พี่จะพาข้าไปเที่ยวคฤหาสน์อสรพิษเกล็ดดำบ้าง" โรลายกมือปิดปาก เอ่ยถามอย่างไม่พอใจ
"ถ้ามีเวลา พี่จะพาเจ้าไปแน่นอน!"
รัสเซลลูบหัวน้องสาว จากนั้นก็พลิกตัวขึ้นม้า นำขบวนรถม้าบรรทุกเสบียงสามคัน ควบทะยานมุ่งหน้าสู่ดินแดนของตน
ตลอดทางราบรื่นไร้อุปสรรค ท่านผู้อาวุโสรอสส์ก็ไม่ได้มาโฉบยั่วยุ
เมื่อขบวนรถม้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูคฤหาสน์ตากอากาศ ชาร์ลส์ที่กำลังคุมงานก่อสร้างโรงสีกังหันลม ก็ควบม้าตามมาสมทบ
"ฮ่าๆ ข้าว่าแล้วเชียว ท่านบารอนรักใคร่เอ็นดูเจ้ามาก เพียงแค่เจ้าเอาหนอนภูตเบิร์ชไปอวดโฉม รับรองว่าต้องได้ของกำนัลกลับมาอย่างงาม"
"น่าเสียดายที่เรื่องแบบนี้ทำบ่อยๆ ไม่ได้" รัสเซลตอบกลับ
"ใครจะไปรู้ล่ะ บางทีพรุ่งนี้ มะรืนนี้ เจ้าอาจจะเก็บหนอนภูตได้อีกตัวก็ได้ ใครจะไปเดาออก"
"ขอให้เป็นเช่นนั้นเถิด"
ทั้งสองเดินตามกันเข้าไปในคฤหาสน์ตากอากาศ
ชาร์ลส์บ่นกระปอดกระแปด "วัสดุก่อสร้างโรงสีกังหันลม หินน่ะหาไม่ยาก แค่ไปสกัดเอาจากภูเขาดาบโค้งไม่กี่ก้อนก็พอ แต่เรื่องไม้นี่สิยากหน่อย ป่าเบิร์ชตัดไม่ได้เด็ดขาด ส่วนที่อื่นในดินแดนก็ไม่มีต้นไม้เหลือแล้ว"
"มีก็ห้ามตัด โดยเฉพาะต้นไม้ที่เป็นแนวเขตแดน ต้องรักษาไว้ให้ดี" รัสเซลกำชับ
"ถ้าเช่นนั้นก็ต้องไปซื้อไม้ที่เมืองแล้วล่ะ"
"ไปซื้อที่คฤหาสน์เหยี่ยวแดงเถอะ ข้าจำได้ว่าท่านลอร์ดเออร์เทอรัสชอบปลูกต้นไม้มาก ไม้ในปราสาทเรืองแสงส่วนใหญ่ก็ซื้อมาจากคฤหาสน์เหยี่ยวแดงทั้งนั้น"
ลอร์ดเออร์เทอรัส คือหนึ่งในขุนนางใต้บัญชาของบารอนแห่งแสงเร้นลับ ดินแดนศักดินาของเขาคือคฤหาสน์เหยี่ยวแดง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตีนเขาดาบแหลมทางทิศตะวันออกของหุบเขาแม่น้ำแสงเร้นลับ
ในฐานะหนึ่งในผู้ช่วยคนสำคัญของบารอน เออร์เทอรัสยังเป็นอัศวินสัตว์อสูรมายาอีกด้วย ตอนเด็กๆ เขายังเคยสอนวิชาหมัดมวยให้รัสเซลอยู่สองสามวัน
ตอนนี้รัสเซลสบโอกาสผูกมิตรกับเออร์เทอรัส เพื่อที่ในภายภาคหน้ายามต้องไปล่าปีศาจหิมะที่ทุ่งหิมะ จะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ "ท่านอาจารย์ชาร์ลส์ ข้าจะเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง รบกวนท่านนำไปส่งที่คฤหาสน์เหยี่ยวแดง และช่วยซื้อไม้จากที่นั่นให้เพียงพอด้วย"
"ได้เลย ยินดีรับใช้"
ทว่าสวรรค์กลับไม่เป็นใจ สภาพอากาศที่แต่เดิมมีเมฆมาก พอตกบ่ายก็เริ่มมีฝนตกลงมาปรอยๆ
งานก่อสร้างโรงสีกังหันลมจำต้องหยุดชะงัก ชาร์ลส์ก็ไม่รีบร้อนไปซื้อไม้ เขาหลบฝนอยู่กับรัสเซลในคฤหาสน์ตากอากาศ พลางจิบไวน์ไข่มุกดำอย่างสบายอารมณ์
ทว่าเอริกกลับไม่อยากนั่งอยู่เฉยๆ "นายท่าน ข้าจะพาทอมกับคนอื่นๆ ออกไปลาดตระเวนรอบๆ ดินแดนเสียหน่อย"
"อากาศแบบนี้ยังต้องออกไปลาดตระเวนอีกหรือ"
"ยิ่งอากาศแบบนี้ ยิ่งต้องระวังอันตรายขอรับ หากทาสพบเจออันตราย อาจไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งสัญญาณเตือนด้วยซ้ำ"
เอริกทุ่มเทกับหน้าที่การงาน รัสเซลย่อมไม่ขัดข้อง
"สวมเสื้อกันฝนไปด้วยล่ะ"
"ขอรับ"
เสียงเกือกม้าย่ำลงบนถนนถ่านหินที่เปียกแฉะค่อยๆ ห่างออกไป
ชาร์ลส์มองออกไปนอกหน้าต่างชั้นบน พลางทอดถอนใจ "ฝนตกครานี้ เป็นสัญญาณว่าฤดูหนาวได้ผ่านพ้นไปแล้ว แม่น้ำแสงเร้นลับคงจะปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นแน่"
"เดิมทีข้าตั้งใจจะเฝ้ายามให้หญ้าหนอนภูตเสียหน่อย" รัสเซลสบถอย่างหงุดหงิด
เมื่อมังกรมายาตัวน้อยกลับมา เขาก็ตั้งใจจะออกไปตั้งแคมป์ข้างนอกติดต่อกันหลายๆ คืน เพื่อกวาดล้างหนอนภูตที่อาจจะแอบซ่อนอยู่รอบๆ ดินแดนให้หมด ตอนนี้คงต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน
พอตกดึก ฝนไม่เพียงไม่หยุด แต่กลับตกหนักยิ่งขึ้น รัสเซลที่อดไปตั้งแคมป์กลางแจ้ง จึงได้แต่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มอันแสนอบอุ่นในห้องนอนของตน
"ก๊า!"
ในแดนฝันเร้นลับ มังกรมายาตัวน้อยมาตามนัดหมาย
เรื่องนี้ยิ่งทำให้รัสเซลมั่นใจว่า การที่มังกรมายาตัวน้อยหายตัวไปสามวันก่อนหน้านี้ เป็นเพราะสูญเสียพลังไปอย่างมากจากการพ่นเพลิงมังกร จึงจำต้องพักฟื้น บัดนี้ฟื้นตัวเต็มที่แล้ว ย่อมต้องมารายงานตัวทุกวันอย่างแน่นอน
"ไปเถอะ ไปบินกันเถอะ ไปดูรอบๆ คฤหาสน์ตากอากาศกัน ว่าจะมีอะไรใหม่ๆ ให้ค้นพบอีกหรือไม่" รัสเซลขี่หลังมังกรมายาตัวน้อย บินวนสำรวจไปรอบๆ คฤหาสน์ตากอากาศ เดี๋ยวก็แวะไปดูแม่น้ำแสงเร้นลับที่เริ่มมีน้ำหลาก เดี๋ยวก็บินขึ้นไปที่สูงแล้วโฉบลงมา
เมื่อไม่พบสิ่งใดใหม่ ก็ถือโอกาสเล่นสนุกเสียเลย
"ไอศกรีม เจ้าว่าเราต้องทำอย่างไร แดนฝันเร้นลับถึงจะขยายอาณาเขตออกไปได้ ข้าจะได้นอนอยู่ที่บ้าน แต่ก็ล่วงรู้ความเป็นไปทุกอย่างในดินแดน"
"ก๊าก๊า" มังกรมายาตัวน้อยเอาแต่เล่นสนุก
รัสเซลได้แต่สีซอให้ควายฟัง
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เขากลับพบว่า ที่สุดขอบแดนฝันเร้นลับ มีร่างเงาคนไม่สมประกอบร่างหนึ่ง ซึ่งมีแสงสีฟ้าสลัวๆ พุ่งพรวดเข้ามา
"หืม มีคน!" รัสเซลรีบบังคับมังกรมายาตัวน้อยให้บินเข้าไปใกล้ร่างเงานั้นทันที เขาพบว่าเงานั้นกำลังด้อมๆ มองๆ เข้ามาใกล้คฤหาสน์ตากอากาศอย่างลับๆ ล่อๆ และเงานี้ไม่ได้เป็นของเอริก ชาร์ลส์ หรือคนอื่นๆ แต่เป็นคนแปลกหน้า
"มีปราณยุทธ์ เป็นอัศวินแน่! ดูจากระดับความสว่างและเค้าโครงแล้ว น่าจะเป็นอัศวินสวมเกราะ!"
รัสเซลประเมินระดับพลังของผู้บุกรุกได้อย่างรวดเร็ว
ร่างเงานั้นมีแสงสว่างเปล่งประกายเฉพาะบริเวณลำตัวและท่อนแขน แต่มองไม่เห็นแสงที่ท่อนขา นี่คือลักษณะเฉพาะของอัศวินสวมเกราะ เนื่องจากยังทะลวงเส้นลมปราณไม่ครบทุกจุด ปราณยุทธ์จึงยังไหลเวียนไปไม่ถึงท่อนขา ทำให้ไม่มีแสงเปล่งประกายออกมา
เขาขี่มังกรมายาตัวน้อย บินไปหยุดอยู่ตรงหน้าร่างเงาเว้าแหว่งนั้นโดยตรง
เขามองดูเงานั้นเหลียวซ้ายแลขวา อาศัยสายฝนช่วยพรางตัว ลอบปีนกำแพงคฤหาสน์ตากอากาศอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะใช้ทั้งมือและเท้า ปีนป่ายขึ้นไปยังชั้นสอง
"บัดซบ!"
รัสเซลขมวดคิ้วแน่น "ใครกันที่บังอาจลอบเข้ามาในคฤหาสน์ตากอากาศของข้า! หรือว่าจะเป็นคนจากถ้ำแม่น้ำเสียงกังวาน"
อัศวินสวมเกราะหนึ่งนาย สำหรับพวกเสรีชนในถ้ำ ย่อมถือเป็นบุคคลระดับแนวหน้าอย่างแน่นอน
ยังไม่ทันที่รัสเซลจะคิดตก มังกรมายาตัวน้อยก็อ้าปากหาว "ก๊า"
มันเหนื่อยแล้ว จึงไม่คิดจะรักษาสภาพแดนฝันเร้นลับอีกต่อไป เตรียมตัวจะกลับแล้ว
"เดี๋ยว... ไอศกรีม หาวิธีปลุกข้าที ตอนนี้มีคนกำลังคิดมิดีมิร้ายกับข้าอยู่!" รัสเซลรีบขอความช่วยเหลือ
ทว่ามังกรมายาตัวน้อยกลับไม่เข้าใจอะไรเลย มันสะบัดรัสเซลร่วงลงมา กระพือปีก แล้วหายวับไปตรงมุมกำแพง
"เวรเอ๊ย!"
"ไอศกรีมปัญญานิ่ม!"
รัสเซลหมดหนทาง ในเสี้ยววินาทีที่แดนฝันเร้นลับกำลังจะพังทลาย เขาได้แต่ตะโกนปลุกสติตัวเองให้ดังที่สุด "ตื่นสิ ตื่น มีคนลอบสังหาร!"
[จบแล้ว]