- หน้าแรก
- ระบบมังกรในฝัน ปั้นดินแดนสู่มหาอาณาจักร
- บทที่ 21 - พันธสัญญาภูต
บทที่ 21 - พันธสัญญาภูต
บทที่ 21 - พันธสัญญาภูต
บทที่ 21 - พันธสัญญาภูต
"มังกรยักษ์จดจ้องมองเจ้า รัสเซล ข้าบอกแล้วไง มังกรยักษ์เงาเพลิงของท่านแกรนด์ดยุกจดจ้องมองเจ้าอยู่ตลอดเวลา!"
ชาร์ลส์ตะโกนลั่นด้วยความตื่นเต้น ถึงขั้นโยกย้ายส่ายสะโพก เต้นจังหวะชะชะช่าแบบฉายเดี่ยวอยู่ใต้ต้นเบิร์ช
"โชคดีน่ะ" รัสเซลเผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์
"ยินดีด้วยขอรับ นายท่าน" เอริกเอ่ยแสดงความยินดีด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
พ่อบ้านมอริสยิ้มจนหุบปากไม่ลง
"นายท่าน ท่านเกิดมาเพื่อเป็นขุนนางอย่างแท้จริง มังกรยักษ์จดจ้อง ประกายแสงคุ้มครอง พอท่านมาถึงดินแดนของตน ก็มีหนอนภูตถือกำเนิดขึ้นมาทันที นี่มันคำอวยพรที่ประเสริฐที่สุด ราวกับที่บรรยายไว้ในนิยายอัศวินไม่มีผิด!"
"เป็นคำอวยพรที่งดงามจริงๆ" รัสเซลน้อมรับคำยินดีจากทุกคนอย่างสง่าผ่าเผย
มูลค่าของหนอนภูตหนึ่งตัวนั้น ยากจะประเมินด้วยทรัพย์สินเงินทองทั่วไปได้ เพราะมันสามารถเพาะปลูกพืชเวทมนตร์และวัตถุดิบเวทมนตร์ได้ จึงถือเป็นของวิเศษเหนือโลก ทว่าภายใต้รอยยิ้มนั้น ภายในแววตาของรัสเซลยังคงแฝงความกังวลใจอยู่ลึกๆ
ความยินดีที่ได้ครอบครองหนอนภูตป่าหนึ่งตัว ไม่อาจเจือจางความห่วงใยที่เขามีต่อมังกรมายาตัวน้อยได้ เพราะนั่นต่างหากคือรากฐานที่แท้จริงของเขา อีกอย่าง เขาก็ชอบเจ้ามังกรยักษ์จิ๋วที่ทั้งน่ารักและแสนซื่อตัวนั้นมากเช่นกัน
"รัสเซล ดูเหมือนเจ้าคงต้องเฝ้ายามใต้ต้นเบิร์ชต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าทันทีที่หนอนภูตถือกำเนิดขึ้น เจ้าจะสามารถทำพันธสัญญากับมันได้เป็นคนแรก" ชาร์ลส์เสนอแนะ
"แน่นอน" รัสเซลตอบรับ
แม้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในดินแดน จะถือเป็นกรรมสิทธิ์ของลอร์ดทั้งสิ้น ทว่ามูลค่าของหนอนภูตนั้นสูงเกินไป หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ใครก็ไม่อาจแบกรับความเสี่ยงนี้ได้
"ท่านอาจารย์ชาร์ลส์ ท่านไปคุมงานก่อสร้างโรงสีกังหันลมเถอะ ไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนข้าหรอก" รัสเซลไล่ผู้คนที่มามุงดูให้สลายตัวไป
"ท่านอาจารย์เอริก ท่านก็ไม่ต้องตึงเครียดนัก ในคฤหาสน์อสรพิษเกล็ดดำไม่น่าจะมีผู้ใดกล้าเข้ามาก่อกวนหรอก"
เอริกตอบกลับ
"ข้าไม่กลัวคนในดินแดนหรอกขอรับ แต่ต้องระวังถ้ำแม่น้ำเสียงกังวานเอาไว้ให้ดี ห้ามเปิดโอกาสให้พวกเสรีชนฉวยโอกาสได้เด็ดขาด"
"เสรีชนในถ้ำแม่น้ำเสียงกังวาน จะกล้าล้ำเส้นมาเชียวหรือ"
"ตอนที่หัวหน้าอัศวินเคนดัลล์ลาดตระเวนรอบดินแดน พวกเสรีชนในถ้ำแม่น้ำเสียงกังวานก็สงบเสงี่ยมดีขอรับ แต่ตอนนี้คฤหาสน์อสรพิษเกล็ดดำไม่ได้อยู่ในเขตลาดตระเวนของหัวหน้าอัศวินเคนดัลล์แล้ว พูดยากนะขอรับ" เอริกอธิบายตามความเป็นจริง เคนดัลล์คือหัวหน้าอัศวินลาดตระเวนแห่งหุบเขาแม่น้ำแสงเร้นลับ เป็นถึงอัศวินสัตว์อสูรมายา มีความแข็งแกร่งหาตัวจับยาก สามารถข่มขวัญพวกคนพาลได้ แต่เอริกเป็นเพียงมหาอัศวิน จึงไม่ได้มีอำนาจบารมีน่าเกรงขามถึงเพียงนั้น
"เอาเถอะ เรื่องคุ้มครองหนอนภูต ต้องรบกวนท่านอาจารย์เอริกแล้ว" รัสเซลยิ้มบาง ไม่ได้ทำตัวอวดเก่ง
เอริกพยักหน้าหนักแน่น ตลอดทั้งวัน เขาพาอัศวินองครักษ์ทั้งสี่นายเดินลาดตระเวนสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป หากมีทาสคนใดเข้าใกล้ ก็จะรีบเข้าไปไล่ตะเพิดทันที ไม่ยอมให้บุคคลภายนอกเหยียบย่างเข้ามาในป่าเบิร์ชได้ อาหารการกินก็ให้ข้ารับใช้จากคฤหาสน์ตากอากาศนำมาส่งให้ ตกกลางคืนก็จุดกองไฟหลายกอง เพื่อให้มั่นใจว่ารอบต้นเบิร์ชจะสว่างไสวเพียงพอ
รัสเซลนอนอยู่ในถุงนอน เขาหลับสนิทไปอย่างรวดเร็วด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ทว่าน่าเสียดาย ที่เป็นอีกคืนที่มังกรมายาตัวน้อยไม่ปรากฏตัว จนกระทั่งใกล้รุ่งสาง เขาก็ถูกเอริกปลุกให้ตื่น
"นายท่าน หนอนภูตฟักตัวแล้วขอรับ!"
"ฟักตัวแล้วหรือ" รัสเซลรีบลุกขึ้นพรวด ก้าวเพียงสองสามก้าวก็มาถึงใต้ต้นเบิร์ช พอดีกับที่เห็นตาไม้บนกิ่งแตกออก หนอนภูตตัวสีขาวราวกับหนอนไหมตัวหนึ่งคลานออกมาจากตาไม้ เกาะอยู่บนลำต้นอย่างเกียจคร้าน
รัสเซลโอบกอดลำต้น กระโดดเบาๆ ทีเดียว ก็พุ่งขึ้นไปสูงกว่าสามเมตร แล้วใช้นิ้วคีบจับหนอนภูตไว้ในมืออย่างทะนุถนอม เมื่อร่วงลงสู่พื้น เขาก็พินิจดูอย่างละเอียด หนอนภูตเบิร์ชไม่ได้มีสีขาวปลอดทั้งตัว แต่เหมือนกับลำต้นของต้นเบิร์ช ที่มีสีขาวปะปนกับลวดลายสีดำจางๆ แต่ไม่ว่าอย่างไร มันก็ดูงดงามมากอยู่ดี
เมื่อต้องพรากจากร่างมารดา ซึ่งก็คือหญ้าหนอนภูตต้นเบิร์ชอันใหญ่โตนี้ หนอนภูตเบิร์ชก็แสดงอาการกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด มันบิดตัวไปมาบนฝ่ามือของรัสเซล ราวกับต้องการจะดิ้นรนหนี ทว่าเมื่อรัสเซลหยิบผงหยกที่เตรียมไว้ออกมาโรยลงบนนิ้ว หนอนภูตเบิร์ชก็ราวกับได้กลิ่นอาหารอันโอชะ มันเริ่มคลานเข้าไปหาผงหยก แล้วค่อยๆ แทะกินทีละคำอย่างเอร็ดอร่อย
รัสเซลสบโอกาส จังหวะที่หนอนภูตเบิร์ชอ้าปาก เขาก็ยื่นนิ้วเข้าไปทันที จากนั้นก็รู้สึกเจ็บแปลบเล็กน้อย ผิวหนังบริเวณปลายนิ้วถูกฟันซี่เล็กๆ แต่แหลมคมของหนอนภูตเบิร์ชกัดจนเป็นแผล หยาดเลือดหยดหนึ่งซึมเข้าไปในปากของหนอนภูตเบิร์ช พริบตาเดียว ความรู้สึกเร้นลับก็จู่โจมเข้ามา รัสเซลได้สร้างสายใยสื่อสารทางจิตใจกับหนอนภูตเบิร์ชแล้ว
พันธสัญญาภูตนั้นเรียบง่ายเพียงนี้ เพียงอาศัยเลือดเป็นสื่อกลาง และใช้พลังเวทเป็นตัวขับเคลื่อน ก็สามารถผูกมัดได้อย่างง่ายดาย หนอนภูตหนึ่งตัว สามารถทำพันธสัญญาได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น ดังนั้นหนอนภูตจึงไม่อาจซื้อขายเปลี่ยนมือกันบ่อยๆ ได้
"ยินดีด้วยขอรับ นายท่าน!" พวกทอมและอัศวินองครักษ์คนอื่นๆ ต่างพากันกล่าวแสดงความยินดีกับรัสเซล
"เอาล่ะ ข้าทำพันธสัญญากับหนอนภูตเบิร์ชเรียบร้อยแล้ว ถอนตัวออกจากที่นี่ได้เลย กลับไปที่คฤหาสน์ตากอากาศ อาบน้ำนอนพักผ่อนให้สบายเถอะ" รัสเซลตัดสินใจในทันที
"มื้อเที่ยงจัดงานเลี้ยงสักหน่อย ดื่มเบียร์มอลต์กันให้เต็มที่ไปเลย!"
"ประกายแสงคุ้มครอง เกียรติยศจงเป็นของนายท่าน!" เหล่าอัศวินองครักษ์โห่ร้องยินดี
เอริกเองก็ลอบยิ้มมุมปากเช่นกัน แต่เพียงไม่นานก็รีบหุบยิ้ม แล้วกลับไปปั้นหน้านิ่งขรึมตามแบบฉบับของตน
เมื่อรัสเซลเพิ่งจะรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ชาร์ลส์ก็เดินลงบันไดมาด้วยสภาพผมเผ้ารุงรัง
"เมื่อครู่ได้ยินวิลเลียมบอกว่า รัสเซล เจ้าทำพันธสัญญากับหนอนภูตเบิร์ชแล้ว โอ้สวรรค์ ให้กำเนิดหนอนภูตออกมาจริงๆ ด้วย ขอสรรเสริญมังกรยักษ์! คืนนี้คงต้องดื่มฉลองกันให้เต็มที่เสียแล้ว โดยเฉพาะไวน์ไข่มุกดำ!"
"คงต้องเพลาๆ ลงหน่อยนะท่านอาจารย์ชาร์ลส์ ไวน์ไข่มุกดำใกล้จะหมดแล้ว"
"ฮ่าๆ เจ้าควรส่งคนไปแจ้งข่าวดีแก่ท่านบารอนทันทีนะ ไม่แน่ว่าท่านบารอนอาจจะส่งไวน์ไข่มุกดำล็อตใหม่มาแสดงความยินดีกับเจ้าก็ได้" ชาร์ลส์กลอกตาไปมา ก็คิดหาวิธีรีดไถได้แล้ว
หลังจากหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ ก็วกกลับเข้าเรื่อง
รัสเซลเอ่ยว่า "ตอนนี้เรามีหนอนภูตเบิร์ชแล้ว ป่าเบิร์ชผืนนั้นจะวิวัฒนาการเป็นพืชเวทมนตร์ หรือวัตถุดิบเวทมนตร์หรือไม่"
"น่าจะวิวัฒนาการเป็นวัตถุดิบเวทมนตร์นะ ยิ่งมีหนอนภูตเบิร์ช การขยายอาณาเขตของป่าเบิร์ชก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งขึ้น ทว่าต้องรอให้ป่าเบิร์ชวิวัฒนาการเสร็จสมบูรณ์เสียก่อน แล้วค่อยไปเก็บเมล็ดพันธุ์ เพื่อนำเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้วัตถุดิบเวทมนตร์ชนิดใหม่นี้ไปขยายพันธุ์ต่อ"
"ตอนนี้เห็ดพฤกษาเรืองแสงปลูกอยู่บนต้นเบิร์ช ท่านอาจารย์ชาร์ลส์ หากปลูกพืชเวทมนตร์และวัตถุดิบเวทมนตร์ทั้งสองชนิดนี้ไว้ด้วยกัน จะมีปัญหาอันใดหรือไม่"
"เรื่องนี้..." ชาร์ลส์ส่ายหน้า
"ข้าไม่รู้จริงๆ เจ้าควรไปถามท่านบารอนที่ปราสาทเรืองแสงดูนะ"
"ตกลง หลังงานเลี้ยงมื้อเที่ยงเสร็จ ข้าจะกลับไปที่ปราสาทเรืองแสงสักหน่อย คืนนี้คงจะพักที่นั่นเลย ฝากท่านกับท่านอาจารย์เอริกดูแลดินแดนด้วยก็แล้วกัน"
"วางใจมอบให้พวกข้าจัดการเถอะ!" ชาร์ลส์ตบหน้าอกรับรอง
"มื้อเที่ยงดื่มเหล้าไปแล้ว มื้อค่ำห้ามดื่มอีกนะ"
"แน่นอนสิแน่นอน ลอร์ดรัสเซลของข้า ข้าชาร์ลส์ใช่คนขี้เมาหยำเปเสียเมื่อไร ก็แค่เป็นนักชิมที่ชื่นชอบรสชาติของสุราอาหารชั้นเลิศเท่านั้น"
รัสเซลไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาหันไปเอ่ยว่า
"พ่อบ้านมอริส คืนนี้อย่าลืมล็อกกุญแจห้องเก็บไวน์ด้วยล่ะ"
มอริสขานรับ
"ตามประสงค์ขอรับ นายท่าน"
ชาร์ลส์ถึงกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมขมับ ร้องโวยวายด้วยความไม่เป็นธรรม
"โอ้! สวรรค์ รัสเซล! คนเราจะหลงเหลือความไว้เนื้อเชื่อใจกันสักนิดไม่ได้เลยหรือ!"
[จบแล้ว]