- หน้าแรก
- ย้อนเวลาสู่วัยเรียน มหาเศรษฐีอัจฉริยะกับระบบสุดป่วน
- บทที่ 14: สงครามของอิสตรี
บทที่ 14: สงครามของอิสตรี
บทที่ 14: สงครามของอิสตรี
ในยามนี้ลู่หนิงรู้สึกตื่นตระหนกอย่างยิ่ง เมื่อสี่สาวทายาทมหาเศรษฐีผู้เลอโฉมระดับแถวหน้าได้เข้ามารายล้อมเขาไว้อย่างแยบยล
บรรดาลูกหลานเศรษฐีที่อยู่รอบๆ ต่างเผยแววตาอิจฉาริษยา
ทว่าลู่หนิงที่ตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมกลับรู้สึกถึงเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดพรายขึ้นตามร่างกาย
คนอื่นๆ อาจยอมแลกทุกสิ่งเพื่อให้ได้มาอยู่ตรงจุดที่เขายืนอยู่ แต่สำหรับลู่หนิง เขาคิดเพียงแค่ว่าจะหาทางหลบหนีออกไปให้เร็วที่สุดได้อย่างไร
"แหม นี่ใช่น้องอิวานกาหรือเปล่าจ๊ะ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าจะแข่งขันกันอย่างยุติธรรม ทำไมจู่ๆ ถึงได้ลงมือโดยไม่บอกกล่าวกันแบบนี้ล่ะ" ในวัยสิบเจ็ดปี ปารีสนั้นเปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์เย้ายวนใจ ทุกท่วงท่าและอารมณ์ของเธอสามารถกระชากใจผู้คนได้ น้ำเสียงหวานใสของเธอคือการเปิดฉากยิงนัดแรกในสงครามน้ำลายครั้งนี้
"หึ อย่ามาเรียกฉันว่า 'น้องสาว' เลย เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเสียหน่อย ถ้าจำไม่ผิด เมื่อครู่นี้ นิกกี้เพิ่งจะบอกเองนี่ว่าเห็นพนักงานเสิร์ฟรูปหล่อ แล้วเธอก็รีบแจ้นเข้าไปหาเขาแทบไม่ทัน ไม่ใช่หรือไง"
การโจมตีกลับแบบสบายๆ ของอิวานกาทิ่มแทงใจดำของปารีสเข้าอย่างจัง
"พูดจาเหลวไหล! ฉันไปพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" นิกกี้รีบแก้ตัวเป็นพัลวัน
"อิวานกา สื่อรายงานว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนเธอไปใช้เวลาช่วงบ่ายอันแสนโรแมนติกกับเจ้าชายจากดูไบคนนั้นมา จริงหรือเปล่าจ๊ะ" จอร์จินากระโดดเข้าร่วมวงสนทนา
"นั่นก็เป็นแค่การพูดคุยเรื่องความเป็นไปได้ในการสร้างโรงแรมที่ดูไบก็เท่านั้นเอง"
อิวานกาตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ ทว่าหางตาของเธอกลับลอบสังเกตปฏิกิริยาของลู่หนิง เมื่อเห็นว่าเขายังคงมีท่าทีปกติ เธอจึงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
สถานการณ์ในตอนนี้คือการเผชิญหน้าแบบสามเส้า อิวานกาและจอร์จินาต่างรับมือเพียงลำพัง ในขณะที่สองพี่น้องตระกูลฮิลตันจับมือกันเพื่อต่อกรกับศัตรู
แน่นอนว่าไม่ใช่จะไม่มีความขัดแย้งระหว่างสองพี่น้องตระกูลฮิลตัน ทว่าเมื่อมีศัตรูร่วมปรากฏตัว การรวมพลังขับไล่พวกหล่อนไปเสียก่อนย่อมเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุด
"เอ่อ พวกคุณคุยกันไปก่อนดีไหมครับ" ลู่หนิงลองหยั่งเชิงดู
"ไม่!" หญิงสาวทั้งสี่ตอบกลับมาพร้อมเพรียงกัน
ลู่หนิง: (@_@)!
กลุ่มชายหนึ่งหญิงสี่ได้กลายเป็นจุดสนใจของงานเลี้ยงไปโดยปริยาย สายตาส่วนใหญ่ต่างจับจ้องมาที่พวกเขา
ท้ายที่สุดแล้ว เบื้องหลังของพวกเธอทุกคนล้วนเป็นเครือข่ายธุรกิจระดับแนวหน้าของอเมริกาที่ทรงอิทธิพลอย่างน่าเกรงขาม
"ที่รัก เราควรไปเรียกเสี่ยวหนิงมาไหม" ลู่จิ่งหรานและหลินหว่านหนิงย่อมสังเกตเห็นกลุ่มคนเหล่านี้เช่นกัน
"ไม่ต้องหรอก ให้เสี่ยวหนิงจัดการเองเถอะ"
ดูเหมือนว่าลู่จิ่งหรานจะมีความมั่นใจในตัวลู่หนิงอย่างเต็มเปี่ยม แต่เอาจริงๆ นะลู่จิ่งหราน รอยยิ้มสะใจแบบนั้นมันเหมาะสมแล้วหรือ
ในอีกด้านหนึ่ง จอห์นสันซึ่งกำลังสนทนาอยู่กับทรัมป์ก็สังเกตเห็นสถานการณ์อันยากลำบากของลู่หนิงเช่นกัน
"โดนัลด์ ดูเหมือนว่าลูกรักของคุณกำลังตกที่นั่งลำบากอยู่นะ" ตาเฒ่าจอมจุ้นอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"หึ ฉันมั่นใจในตัวลูกสาวของฉันอย่างเต็มเปี่ยมเลยล่ะ"
ทรัมป์รู้ดีว่าอิวานกานั้นยอดเยี่ยมเพียงใด จอร์จินาและสองพี่น้องตระกูลฮิลตันไม่ใช่คู่มือของเธอหรอก
สี่สาวทายาทมหาเศรษฐีผู้เลอโฉมระดับแถวหน้าไม่ได้ใส่ใจสายตาของผู้อื่น ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด พวกเธอล้วนเป็นจุดสนใจอย่างแท้จริงและมีภูมิคุ้มกันต่อความสนใจเช่นนี้มานานแล้ว ทว่าลู่หนิงกลับยังไม่ชินเสียที
ในตอนนั้นเอง ลูกหลานเศรษฐีจากไมอามีคนหนึ่งก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเดินเข้าไปหาพร้อมด้วยท่วงท่าที่เขาคิดว่าดูดีที่สุด
เขาสวมรอยยิ้มที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีและจัดท่าทางที่คิดว่าสง่างามที่สุด
"คุณผู้หญิงคนสวยทั้งหลาย ผมจะขอรับเกียรติเชิญพวกคุณไปที่ระเบียงเพื่อชื่นชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันงดงามของไมอามีได้หรือไม่ครับ"
"หึ" อิวานกา
"ยุ่งอยู่" จอร์จินา
ปารีสกรอกตามองบนใส่เป็นของแถม
"รบกวนถอยไปไกลๆ ด้วยค่ะ" นิกกี้
เขาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ทว่ากลับต้องยืนแข็งทื่อ รอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตนเองอย่างสุดซึ้ง ทำไมเขาถึงได้มั่นหน้าขนาดนี้ หากพวกเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา เขาคงตบหน้าพวกหล่อนไปแล้ว
ทว่าสี่สาวตรงหน้าไม่ใช่บุคคลที่เขาจะล่วงเกินได้ ตอนนี้เขาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากเดินคอตกกลับไป เขาคงกลายเป็นตัวตลกในแวดวงสังคมนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
แต่หากยังดึงดันอยู่ต่อ ก็มีแต่จะถูกเมินเฉย
เขามองไปทางลู่หนิงด้วยสายตาวิงวอน
'อะไรกันวะ ฉันเองก็เหมือนพระโพธิสัตว์ดินเหนียวข้ามแม่น้ำ แค่เอาตัวเองให้รอดยังลำบากเลย มองฉันไปแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา'
'ช่างเถอะ ทำไมฉันต้องใจอ่อนด้วยเนี่ย'
"เพื่อนเอ๋ย พวกเรามีธุระต้องจัดการน่ะ เอาไว้ค่อยไปดื่มกันทีหลังดีไหม" พูดจบ ลู่หนิงก็ชูแก้วขึ้นเป็นเชิงชวน
ต้องยอมรับเลยว่า ด้วยออร่าความเป็นผู้ดีที่เสริมเข้ามา ท่วงท่าของลู่หนิงนั้นลื่นไหลและนุ่มนวล ชวนมองเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเทียบกับลูกหลานเศรษฐีที่บุ่มบ่ามเข้ามา ความแตกต่างนั้นราวกับฟ้ากับเหว
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคนทอดสะพานให้ ชายหนุ่มก็รู้สึกขอบคุณลู่หนิงอย่างสุดซึ้ง
"ผมวู่วามไปหน่อย ต้องขออภัยที่รบกวนพวกคุณด้วยครับ" พูดจบ ชายหนุ่มก็รีบเผ่นแน่บไปทันที
เขาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่กลับต้องเดินคอตกกลับไป
เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนอันล้ำค่าให้กับบรรดาลูกหลานเศรษฐีคนอื่นๆ ที่กำลังหาจังหวะเข้ามาทำความรู้จัก
ถึงแม้ว่าพวกนายจะเป็นลูกหลานผู้ทรงอิทธิพลเมื่ออยู่ข้างนอก แต่ในสายตาของสี่สาวทายาทมหาเศรษฐีผู้เลอโฉมระดับแถวหน้า พวกนายก็เป็นแค่คนไร้ตัวตนเท่านั้นแหละ
หลังจากเหตุการณ์แทรกซ้อนเล็กๆ น้อยๆ สงครามน้ำลายก็สงบลงชั่วคราว
"บอกพวกเรามาสิว่าคุณไปยั่วโมโหเจ้าหมีไลแมนนั่นได้ยังไง ฉันได้ยินมาว่าเขาถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลเลยเหรอ"
เมื่อสงครามน้ำลายยุติลง หัวข้อสนทนาก็วียนกลับมาที่ลู่หนิงโดยปริยาย
"ถ้าผมบอกว่าผมเป็นคนอัดไลแมนกับพรรคพวกจนน่วมเมื่อบ่ายนี้ พวกคุณจะเชื่อไหมครับ"
"คนเดียวเนี่ยนะ"
"คนเดียวครับ"
อิวานกายิ้มแต่ไม่พูดอะไร
จอร์จินาเงยหน้ามองเพดาน ราวกับว่าเธอกำลังค้นพบสิ่งมหัศจรรย์บนนั้น
ปารีสกรอกตามองบนอย่างมีจริต
นิกกี้นั้นแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาที่สุด สายตาของเธอบ่งบอกชัดเจนว่า: คุณโกหก
ลู่หนิง: ┑( ̄Д ̄)┍