เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 ของขวัญจากพี่ชาย

ตอนที่ 16 ของขวัญจากพี่ชาย

ตอนที่ 16 ของขวัญจากพี่ชาย


ตอนที่ 16 ของขวัญจากพี่ชาย

"ฟู่~"

"เสร็จซะที"

หลังจากผ่านไปอีกราวๆ หนึ่งชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็สามารถเก็บเกี่ยวและแพ็คส้มที่สุกงอมได้จนหมด

เบลเมลนำมันทั้งหมดไปชั่งน้ำหนักและเอ่ยว่า "ทั้งหมด 2,530 จิน ตีถ้วนๆ เป็น 2,500 จินก็แล้วกัน"

"ชั้นจะลดราคาให้จินละ 20 เบรี เพราะงั้นก็รวมเป็น 200,000 เบรีพอดี"

"ว่าแต่ พวกคุณจะกินส้มเยอะขนาดนี้หมดจริงๆ งั้นหรอ?"

เบลเมลไม่คิดว่าพวกเขาทั้งสามคนจะกินส้มมากมายขนาดนี้ได้หมดจริงๆ ต่อให้พวกเขาจะไม่เบื่อที่จะกินมัน แต่มันต้องใช้เวลากี่วันกันล่ะกว่าจะกินได้หมดขนาดนี้?

กว่าพวกเขาจะกินส้มหลายร้อยจินแรกหมด ส่วนที่เหลือก็คงจะเน่าเสียไปหมดแล้ว

"ฮ่าฮ่าฮ่า คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก พวกเรามีเทคโนโลยีการถนอมอาหารขั้นสูง ต่อให้เก็บไว้เป็นสิบๆ ปีมันก็ไม่เน่าเสียหรอก"

หลังจากคาซิพูดจบ เขาก็สะบัดมือเบาๆ และส้มกว่า 2,530 จิน ก็อันตรธานหายวับไปในอากาศธาตุ

"นี่มัน..."

สิ่งนี้สร้างความตกตะลึงให้กับเก็นโซและเบลเมลเป็นอย่างมาก ตลอดชีวิตของพวกเขา พวกเขาไม่เคยเห็นมายากลแบบนี้มาก่อนเลย

"ก็แค่กลเล็กๆ น้อยๆ น่ะ"

หลังจากนั้น คาซิก็นำเงิน 200,000 เบรี ออกมาจากมิติเอกเทศของเขาและยื่นมันให้กับเบลเมล

"อยากจะนับดูก่อนมั้ยล่ะ?"

"ไม่ต้องหรอก ชั้นเชื่อในนิสัยใจคอของคุณ"

เบลเมลรับกล่องเงินเบรีมาโดยไม่ได้เปิดนับดูตรงนั้น เธอเชื่อมั่นว่ากลุ่มคนที่พร้อมช่วยเหลือผู้อื่นอย่างกลุ่มของคาซิ คงไม่มาโกงเธอในเรื่องแค่นี้หรอก

เพียงแค่มองจากกลที่คาซิแสดงให้เห็นเมื่อครู่นี้ รวมไปถึงพลังที่ทำให้คนกลุ่มใหญ่จากหมู่บ้านข้างเคียงหมดสติไปได้ พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาหวาดกลัวเบลเมลและคนอื่นๆ เลย

ในเมื่ออีกฝ่ายยังคงยินดีที่จะทำการค้าขายอย่างยุติธรรม ก็เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวเป็นโจรสลัด

"ขอบคุณสำหรับความใจป้ำของคุณนะ ด้วยความช่วยเหลือจากคุณ ชั้นคงไม่ต้องออกไปเร่ขายส้มอีกหลายเดือนเลยล่ะ"

"ชั้นอยากจะเชิญพวกคุณทั้งสามคนไปทานอาหารมื้อเล็กๆ ที่บ้านของชั้น เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณน่ะ"

"ทานอาหารหรอ?"

"เอาสิ เอาสิ!"

คาซิและคาลมันเดกำลังหิวอยู่พอดี ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธของฟรี

เมื่อเห็นคาซิและคนอื่นๆ ตอบตกลง เบลเมลก็รู้สึกมีความสุขมาก ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็เพิ่งจะช่วยเหลือเธอเอาไว้มาก

เธอต้องเลี้ยงดูลูกสาวสองคนด้วยตัวคนเดียวและก็ไม่ได้มีเงินทองมากมายนัก ดังนั้นเงินก้อนนี้จึงถือเป็นการช่วยเหลือที่มาได้ทันเวลาพอดี

มันเป็นจังหวะที่พอดีมาก เพราะช่วงนี้นามิมักจะมารบเร้าขอให้เธอซื้อหนังสือเกี่ยวกับการเดินเรือและแผนที่เดินทะเลให้ ตอนนี้เธอสามารถซื้อให้เด็กน้อยเพิ่มได้อีกแล้ว

เก็นโซได้เห็นการกระทำของคาซิและคนอื่นๆ ด้วยตาตัวเองเช่นกัน เขาจึงไม่ได้พยายามเข้าไปห้ามปรามเบลเมล เมื่อเห็นพวกเขาตอบตกลง เขาก็เตรียมตัวเงียบๆ ที่จะเดินทางกลับ

"เก็นโซ อย่าเพิ่งกลับสิ มาทานข้าวด้วยกันก่อน ขอบใจนายมากนะที่อุตส่าห์มาช่วยเมื่อตอนบ่ายน่ะ"

"เอาล่ะ งั้นชั้นก็จะไม่เกรงใจล่ะนะ"

เก็นโซไม่ได้ปฏิเสธ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาทานข้าวที่บ้านของเบลเมล ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะทำตัวอิดออด

ไม่นานนัก กลุ่มคนทั้งหมดก็เดินทางกลับมาจากบริเวณชานเมือง นามิและโนจิโกะถูกเบลเมลส่งตัวกลับบ้านมาก่อนเพื่อจัดระเบียบทำความสะอาดบ้านเรือน

เมื่อคาซิและคนอื่นๆ เดินทางมาถึง พวกเขาก็พบว่าถึงแม้บ้านหลังนี้จะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่มันก็สะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อย มองดูแล้วสบายตายิ่งนัก

"ชั้นจะออกไปซื้อผักกับเนื้อสักหน่อย โปรดรอสักครู่นะคะ"

"อ๊ะ ชั้นจะไปเป็นเพื่อนคุณเองค่ะ"

มากิโนะและเบลเมลพูดคุยกันอย่างถูกคอขณะที่พวกเธอเดินออกจากบ้านไปจ่ายตลาด

เหตุผลหลักๆ ก็เป็นเพราะเบลเมลไม่ได้ร่ำรวยอะไร มากิโนะเป็นคนจิตใจดี เธอรู้ดีว่าคาซิและคาลมันเดกินจุมากแค่ไหน เธอเกรงว่าพวกเขาจะกินจนเบลเมลต้องหมดเนื้อหมดตัวไปกับอาหารแค่มื้อเดียว ดังนั้นเธอจึงยืนกรานที่จะเป็นคนจ่ายเงินเอง

ไม่ว่าจะยังไง คาซิก็ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง ในมิติเอกเทศของเขายังมีเงินเบรีอีกมากมายมหาศาล มากพอที่จะให้พวกเขาทั้งสามคนผลาญเล่นได้อย่างสบายๆ

"นี่ นี่ คุณลุงคาซิ คุณลุงคาลมันเด พวกคุณสองคนมาจากไหนกันหรอ?"

นามิและโนจิโกะพูดคุยเจื้อยแจ้วกับคาซิและคาลมันเด ด้วยความที่พวกเธออยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกภายนอกเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่าบางครั้งพวกเธอจะได้ออกไปข้างนอกพร้อมกับเบลเมล แต่พวกเธอก็ไม่เคยได้เดินทางไปไหนไกลๆ เลย ทำได้แค่วนเวียนอยู่รอบๆ เกาะใกล้เคียงเท่านั้น

นามิรักในการวาดแผนที่เดินทะเลและเธอก็มีพรสวรรค์ในด้านนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นเธอจึงปรารถนาและโหยหาโลกภายนอก

"นามิน้อย เธอไม่ควรเรียกพวกเราว่า 'คุณลุง' นะ เธอควรจะเรียกพวกเราว่า 'พี่ชาย' สิ"

คาซิส่ายนิ้วชี้ขวาของเขาไปมา เป็นการส่งสัญญาณให้นามิเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกพวกเขา

"ถูกแล้ว ถูกแล้ว พวกเราสองคนยังหนุ่มแน่นกันอยู่เลย คำว่า 'คุณลุง' มันไม่เหมาะกับพวกเราหรอกนะ"

คาลมันเดก็เพิ่งจะออกมาจากหมู่บ้านเริ่มต้นได้ไม่นานเช่นกัน และความคิดจิตใจของเขาก็ไม่ได้แก่ชราขนาดนั้น

เมื่อเห็นคาซิและคาลมันเดยังคงวุ่นวายอยู่กับประเด็นนี้ เก็นโซก็รู้สึกพูดไม่ออก

มันก็แค่คำสรรพนามเรียกขาน ทำไมถึงต้องไปดึงดันเถียงกับเด็กเรื่องนี้ด้วยล่ะ?

ทว่า ยิ่งพวกเขาทำตัวแบบนี้ เก็นโซก็ยิ่งรู้สึกผ่อนคลายความกังวลใจลง ไม่ว่าจะยังไง พวกเขาก็คือโจรสลัด ถึงแม้ว่าเบลเมลจะตัดสินใจเป็นเจ้าบ้านต้อนรับพวกเขา แต่ในฐานะคนลาดตระเวนประจำหมู่บ้าน การระแวดระวังตัวเอาไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร

"ก็พวกคุณดูเหมือนผู้ใหญ่ แถมยังตัวสูงปรี๊ดขนาดนั้นนี่นา พวกเราก็เลยเรียกพวกคุณว่า 'คุณลุง' ไง"

"อื้ม ใช่แล้วล่ะ เพราะงั้นนี่ไม่ใช่ปัญหาของพวกเราสักหน่อย"

นามิและโนจิโกะโต้แย้งประเด็นของตัวเองได้อย่างมีเหตุผล สมกับที่เป็นผู้หญิง พวกเธอช่างมีพรสวรรค์ในด้านนี้จริงๆ

คาซิกลอกตา และมองไปที่เด็กน้อยทั้งสองด้วยรอยยิ้ม "นามิ โนจิโกะ พวกเธอสองคนมีงานอดิเรกที่ชอบทำกันบ้างมั้ย?"

เมื่อกี้ยังเถียงกันเรื่อง 'คุณลุง' กับ 'พี่ชาย' อยู่เลย แล้วทำไมจู่ๆ ถึงได้มาถามเรื่องความชอบกันล่ะ? การเปลี่ยนเรื่องมันกะทันหันไปหน่อยนะ

ทว่า ด้วยความที่เป็นเด็ก พวกเธอจึงไม่ได้เก็บเอาเรื่องนั้นมาคิดให้รกสมอง และตอบคำถามของคาซิกลับไปตรงๆ

"ชั้นชอบวาดแผนที่เดินทะเล แล้วก็อยากจะเป็นต้นหนเรือที่ยอดเยี่ยมค่ะ"

"ชั้นไม่มีงานอดิเรกอะไรเป็นพิเศษหรอก ชั้นแค่ชอบช่วยเบลเมลทำอาหาร เวลาที่คนอื่นกินอาหารที่ชั้นทำแล้วยิ้มออกมา ชั้นก็รู้สึกมีความสุขมากๆ เลยล่ะ"

นามิและโนจิโกะบอกเล่าความชอบของพวกเธอออกไปตรงๆ และคาซิก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ทั้งสองคนล้วนเป็นเด็กดี การมีความฝันมันเป็นเรื่องที่ดี เมื่อพวกเธอมีความฝัน มันก็ง่ายต่อการล่อลวงมากยิ่งขึ้น

"โอ๊ะตายจริง ทำไมจู่ๆ ชั้นถึงเจอตำราอาหารฉบับสมบูรณ์ที่นี่ได้ล่ะเนี่ย?"

"คาลมันเด ถ้าชั้นจำไม่ผิด นายมีแผนที่ของอีสต์บลูอยู่ใช่มั้ย? เอาออกมาให้ชั้นดูหน่อยสิ"

"ให้ชั้นดูหน่อยสิว่าการผจญภัยครั้งหน้าของพวกเราควรจะไปที่ไหนดี"

"โอเค!" คาลมันเดเข้าใจถึงเจตนาของคาซิอย่างชัดเจน และหยิบแผนที่ออกมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ

ของทั้งสองชิ้นถูกวางลงบนโต๊ะ และดวงตาของนามิกับโนจิโกะก็เปล่งประกายลุกวาว

"อะแฮ่ม"

"แหม ถ้าชั้นมีน้องสาวดีๆ สักสองคนก็คงจะดีนะ ชั้นอยากมีน้องสาวมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ"

นามิและโนจิโกะไม่ใช่เด็กโง่ พวกเธอตระหนักได้แล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

ทว่า ความเข้มแข็งทางจิตใจของพวกเธอก็ไม่ได้หนักแน่นมั่นคงเหมือนกับผู้ใหญ่ พวกเธอรู้สึกลังเลอยู่ภายในใจเพียงแค่เสี้ยววินาทีก่อนจะยอมจำนนโดยสมบูรณ์

"พี่ชายคาซิ พี่ชายคาลมันเด ขอบคุณนะคะ!"

หลังจากพูดจบ พวกเธอก็รีบหยิบตำราอาหารและแผนที่ไปจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว คนละชิ้น ราวกับว่าพวกเธอได้ค้นพบขุมสมบัติอันล้ำค่า

"ฮ่าฮ่าฮ่า ชั้นบอกแล้วไง ชั้นออกจะหล่อเหลาขนาดนี้ ชั้นจะดูแก่ไปได้ยังไงกัน?"

เก็นโซเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดและรู้สึกละอายใจที่ต้องมาเป็นผู้ใหญ่ร่วมโลกเดียวกับคาซิ

หมอนี่โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว แต่กลับมาเล่นลูกไม้หลอกล่อเด็กเนี่ยนะ แบบนี้ควรจะเรียกว่ายังคงความไร้เดียงสาแบบเด็กๆ เอาไว้ หรือควรจะเรียกว่าหน้าหนาไร้ยางอายกันแน่?

"มานี่สิ นามิ นี่ของเธอ" คาซิหยิบแมลงโทรสารส่วนตัวออกมาและยื่นมันให้กับเธอ

"นี่มัน... แมลงโทรสารหรอคะ?" นามิไม่เข้าใจว่าคาซิหมายความว่ายังไงถึงได้ให้สิ่งนี้กับเธอ ดวงตากลมโตของเธอกระพริบปริบๆ ด้วยความงุนงง

จบตอน

จบบทที่ ตอนที่ 16 ของขวัญจากพี่ชาย

คัดลอกลิงก์แล้ว