- หน้าแรก
- วันพีซ บุตรชายสุดที่รักของหนวดขาว
- ตอนที่ 17 ออกจากหมู่บ้านโคโคยาชิ
ตอนที่ 17 ออกจากหมู่บ้านโคโคยาชิ
ตอนที่ 17 ออกจากหมู่บ้านโคโคยาชิ
ตอนที่ 17 ออกจากหมู่บ้านโคโคยาชิ
"ใช่แล้ว แมลงโทรสารตัวนี้สามารถติดต่อชั้นได้ ไม่ว่าเธอจะอยู่ไกลแค่ไหน ชั้นก็สามารถรีบรุดไปอยู่เคียงข้างเธอได้ในโอกาสแรกเลย"
"ในอนาคต ถ้าเธอต้องเผชิญกับสิ่งที่เธอแก้ไขไม่ได้ เธอสามารถโทรหาชั้นได้ ชั้นจะไปถึงภายในหนึ่งนาทีอย่างแน่นอน"
"ว้าว ยอดเยี่ยมไปเลย!"
นามิรีบรับแมลงโทรสารไปอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าถึงแม้เมื่อครู่นี้คาซิจะหลอกพวกเธอ แต่ลึกๆ แล้วเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรและคงจะไม่โกหกเธอหรอก
คาซิลองคำนวณเวลาดู อารองยังไม่ได้มาที่หมู่บ้านโคโคยาชิในตอนนี้ และน่าจะยังเหลือเวลาอีกหนึ่งหรือสองปี
สำหรับนามิผู้ไร้เดียงสาและร่าเริง เขาจะเป็นคนปกป้องเธอเอง มันคงจะดีกว่าหากความทรงจำอันเลวร้ายเหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นเลย
ถือซะว่านี่เป็นการตอบแทนสำหรับโดจินชิของเธอทั้งหมดที่เขาเคยเห็นในชีวิตก่อนก็แล้วกัน ความลำเอียงนี้มันสลักลึกลงไปในกระดูกของเขาแล้ว
ทั้งกลุ่มยังคงพูดคุยกันต่อไป โดยหลักๆ แล้วเป็นคาซิและคาลมันเดที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้นามิและโนจิโกะฟัง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และไม่นานนัก เบลเมลกับมากิโนะก็กลับมา พร้อมกับหอบหิ้วไวน์ เนื้อสัตว์ และผักสดมาด้วย
"ชั้นจะไปที่ห้องครัวและแสดงฝีมือให้พวกคุณดูเอง"
"ชั้นจะไปช่วยคุณด้วยค่ะ"
ยังคงเป็นคู่หูเบลเมลและมากิโนะ เสียงและกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารลอยโชยมาจากห้องครัว คาซิและคนอื่นๆ ไม่มีอารมณ์จะเล่าเรื่องอีกต่อไปแล้ว จิตใจของพวกเขาถูกความอยากอาหารดึงดูดไปจนหมดสิ้น
"นี่คือจานสุดท้ายแล้ว"
"ซุปไก่มาแล้วจ้า!"
มีกันทั้งหมดเจ็ดคน แต่จากคำแนะนำของมากิโนะ พวกเธอทำอาหารมาถึงยี่สิบจานเต็มๆ ซึ่งแต่ละจานล้วนมีปริมาณที่ใหญ่โตเกินจริงทั้งสิ้น
"ฮ่าฮ่าฮ่า ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากนะ"
"กินกันเถอะ!!"
ทุกคนแทบจะรอไม่ไหวอีกต่อไป หลังจากทำงานมาครึ่งค่อนวัน พวกเขาทั้งหมดก็หิวโซกันแล้ว
หลังจากสวาปามอาหารกันอย่างตะกละตะกลาม อาหารทั้งยี่สิบจานก็เหลือเพียงแค่จานเปล่า
อันที่จริง คนอื่นๆ กินอิ่มกันไปตั้งนานแล้ว พวกเขาทำเพียงแค่นั่งรอให้คาซิและคาลมันเดกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดเกลี้ยง
"พวกเขาสองคนกินจุกันจริงๆ เลยนะ"
เบลเมลพูดขึ้นมาลอยๆ และมากิโนะก็รู้สึกเขินอายอยู่บ้าง เธอหัวเราะและเอ่ยว่า "ฮะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
"พวกเขาสองคนกินจุไปสักหน่อยก็จริง แต่พวกเขาก็มีพละกำลังมหาศาลเหมือนกัน ดังนั้นมันจึงไม่ถือว่าเป็นการกินทิ้งกินขว้างหรอกค่ะ"
หลังจากกินและดื่มจนอิ่มหนำสำราญ คาซิและกลุ่มของเขาก็กล่าวคำอำลา พวกเขาวางแผนที่จะไปเดินเล่นรอบๆ เมืองเคชาเพื่อดูว่ามีอะไรที่พวกเขาต้องการอีกหรือไม่
"ลาก่อนนะคะ พี่ชายคาซิ พี่ชายคาลมันเด พี่สาวมากิโนะ"
"ถ้ามีโอกาสก็กลับมาเล่าเรื่องสนุกๆ ให้พวกเราฟังอีกนะคะ ชั้นจะเลี้ยงส้มพวกคุณเอง"
นามิและโนจิโกะโบกมือลา ในขณะที่เบลเมลและเก็นโซยืนอยู่ตรงหน้าประตู คอยมองส่งคาซิและกลุ่มของเขา
"ไม่มีปัญหา! คราวหน้าถ้าพวกเรากลับมาที่นี่ พวกเราจะมากินมื้อใหญ่กันอีก ฮ่าฮ่าฮ่า!"
คล้อยหลังเสียงหัวเราะของคาซิ ทั้งสามคนก็ค่อยๆ หายลับไปจากสายตาของนามิและคนอื่นๆ
"เขาช่างเป็นผู้ชายที่รักอิสระและไร้ความกังวลจริงๆ"
เก็นโซและเบลเมลต่างก็รู้ถึงตัวตนของทั้งสามคนนี้ แต่ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะทรงพลัง พวกเขากลับไม่ทำเรื่องชั่วร้าย หนำซ้ำยังทำตัวเป็นกันเองเอามากๆ ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกนับถือจากใจจริง
"นั่นสิ และต้องขอบคุณพวกเขาเลยนะ ที่ทำให้ชั้นสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายขึ้นอีกนิดในช่วงครึ่งปีหลัง"
เบลเมลบิดขี้เกียจ จุดบุหรี่ขึ้นสูบอีกครั้งและเอ่ยว่า "พวกเรากลับเข้าไปข้างในกันเถอะ นามิ โนจิโกะ เรายังต้องเก็บกวาดความวุ่นวายพวกนี้อยู่นะ"
"โอเค!!"
เมืองเคชาอยู่ไม่ไกลจากที่นั่นนัก และหลังจากเดินทอดน่องเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ พวกเขาก็เดินทางมาถึง
"ฮ่าฮ่าฮ่า แบบนี้สิถึงจะถูกใจหน่อย"
"คาซิ มากิโนะ ชั้นฝากพวกเธอสองคนไปช้อปปิ้งกันด้วยล่ะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ!"
หลังจากพูดจบ คาลมันเดก็โบกมือและวิ่งหนีไปในทันที ความตื่นเต้นนั้นดูราวกับว่ามีมนตร์วิเศษบางอย่างกำลังร้องเรียกหาเขาอยู่
แน่นอนว่าคาซิรู้ดีว่ามันคือมนตร์วิเศษอะไร ในขณะที่มากิโนะดูจะสับสนเล็กน้อย
"คาลมันเดกำลังจะไปไหนหรอคะ?"
"คาซิ เขามีคนรู้จักอยู่ที่นี่ด้วยหรอ?"
คาซิหัวเราะเบาๆ และเอ่ยว่า "คนรู้จักงั้นหรอ?"
"จะว่าแบบนั้นก็ได้นะ พวกเขาเป็นคนรู้จักเก่าแก่ที่รู้ไส้รู้พุงกันดีเลยล่ะ"
"อย่าไปสนใจเขาเลย พวกเราไปเดินเล่นกันเถอะ เธอไม่ได้บอกหรอกรึว่าอยากจะได้ของตกแต่งไปไว้ในห้องของเธอน่ะ?"
ทั้งสองคนเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วทุกที่ มากิโนะเริ่มทำงานหาเงินมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก และเมื่อโตขึ้น เธอก็เปิดบาร์เป็นของตัวเอง ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทำงาน เธอแทบจะไม่มีเวลาได้ไปเดินช้อปปิ้งตามเมืองต่างๆ เลย
บัดนี้เมื่อเธอมีเวลาเหลือเฟือที่จะได้ช้อปปิ้ง สัญชาตญาณที่แท้จริงของผู้หญิงก็ถูกเปิดเผยออกมาในทันที
คาซิเต็มไปด้วยถุงช้อปปิ้งตั้งแต่หัวจรดเท้า มันไม่ได้หนักหนาอะไรสำหรับเขาหรอก แต่มันช่างน่าเบื่อหน่ายอย่างเหลือแสน
"ชิ ถ้ารู้แบบนี้ ชั้นน่าจะทิ้งไอ้เด็กคาลมันเดเอาไว้เป็นเบ๊ขนของซะก็ดี คราวหน้า ชั้นจะไม่ยอมปล่อยให้มันหนีไปเที่ยวสนุกคนเดียวเด็ดขาดไม่ว่ายังไงก็ตาม"
คาซิแอบสาบานกับตัวเองอย่างเงียบๆให้เพื่อนรับเคราะห์ดีกว่าตัวเองคราวหน้าเขาจะทิ้งคาลมันเดเอาไว้เป็นเบ๊ขนของ ในขณะที่เขาไปดื่มไวน์และเที่ยวเล่นสนุกสนาน แบบนั้นมันไม่ดีกว่ารึไง?
"เราซื้อของมาตั้งเยอะแยะ ชั้นรู้สึกเหมือนกับว่าเราซื้อของที่จำเป็นมาหมดแล้วนะเนี่ย ถ้ายังนึกอะไรไม่ออก ไว้คราวหน้าค่อยซื้อก็แล้วกัน"
มากิโนะและคาซิเดินช้อปปิ้งกันต่อเนื่องนานกว่าสองชั่วโมงก่อนที่พวกเขาจะหยุดพักในที่สุด
พวกเขาเดินตะลุยไปตามถนนย่านการค้าตั้งแต่ต้นสายยันสุดสาย และด้านหลังของมันก็คือโซนอาหารเลิศรส
"เยี่ยมไปเลย มากิโนะ พวกเราไปหาอะไรกินกันเถอะ การได้ลิ้มลองอาหารเลิศรสในท้องถิ่นก็เป็นส่วนสำคัญของการผจญภัยเหมือนกันนะ"
"อื้ม ชั้นจะเชื่อฟังกัปตันค่ะ"
คาซิเบ้ปาก ทีตอนนี้ล่ะมาเชื่อฟังกัปตัน ตอนที่เธอเอาถุงช้อปปิ้งมาแขวนไว้ทั่วตัวเขาเมื่อก่อนหน้านี้ เธอไม่ได้ทำตัวเหมือนเขาเป็นกัปตันเลยสักนิด ในตอนนั้น คาซิเป็นแค่ชั้นวางของเคลื่อนที่โดยสมบูรณ์
"มีร้านอาหารอยู่ข้างหน้า ชั้นเห็นป้ายมาแต่ไกลเลย ไปกันเถอะ ไปลองชิมกันดู"
คาซิและมากิโนะได้ลองสอบถามผู้คนระหว่างทางมาบ้างแล้ว และก็เป็นไปตามคาด ร้านอาหารแห่งนั้นคือร้านที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเคชา
"ยินดีต้อนรับครับ"
"คุณลูกค้าต้องการรับประทานอะไรดีครับ?"
คาซิและมากิโนะเดินมาถึงโต๊ะริมหน้าต่างในโถงทางเข้า และพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทีการบริการที่ยอดเยี่ยมมาก
หลังจากรับเมนูมา คาซิกก็สั่งอาหารไปกว่าสิบอย่างแบบสบายๆ และสั่งเบียร์มาอีกสิบขวด
นี่ยังไม่ใช่เวลาทานอาหารตามปกติ มันเพิ่งจะเลยสี่โมงเย็นมานิดหน่อย ดังนั้นลูกค้าจึงยังไม่เยอะนัก อาหารจึงถูกนำมาเสิร์ฟค่อนข้างรวดเร็ว
"อืม รสชาติอาหารของที่นี่อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ สมกับเป็นร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเลย"
"มากิโนะ เธอก็กินให้เยอะๆ ด้วยล่ะ ตอนที่เราเดินช้อปปิ้งกันก่อนหน้านี้เธอไม่ได้บอกชั้นหรอกรึว่าเธออยากจะเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกซ้อมน่ะ? เธอจะไม่มีแรงไปฝึกซ้อมหรอกนะถ้าเธอกินไม่พอน่ะ"
เมื่อเห็นคาซิเป็นแบบนั้น มากิโนะก็รีบเข้าร่วมวงสวาปามด้วยในทันที
ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นกุ๊ก แต่ตอนนี้ยังไงซะเธอก็เป็นโจรสลัด ต่อให้เธอจะไม่จำเป็นต้องต่อสู้ เธอก็หวังว่าเธอจะมีพละกำลังมากพอเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอันตราย เพื่อที่เธอจะได้อยู่ให้ห่างจากสมรภูมิ ซ่อนตัวได้อย่างรวดเร็ว และหลีกเลี่ยงการกลายเป็นภาระให้กับคาซิและคนอื่นๆ
ใช่แล้ว ในมุมมองของเธอ การไม่ทำตัวเป็นภาระก็ถือเป็นการช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอแล้ว
ปัง~
ในขณะที่คาซิและมากิโนะกำลังทานอาหารไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ ประตูหน้าของร้านอาหารก็ถูกถีบเปิดออกอย่างรุนแรงโดยคนกลุ่มหนึ่ง เสียงดังสนั่นดึงดูดความสนใจของทุกคนในโถงทางเข้า
"เฮ้ เจ้าของร้านนี้อยู่ไหน? เรียกมันออกมาเดี๋ยวนี้เลย"
คนสิบกว่าคนเดินเรียงแถวกันเข้ามา ผู้นำคือผู้ชายผมสีน้ำตาลและมีรอยแผลเป็นสองรอยบนใบหน้า รอยยิ้มอันชั่วร้ายประดับอยู่บนใบหน้า ท่าทางที่หยิ่งผยองของเขาถูกแสดงออกมาอย่างเต็มที่
จบตอน