เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 134 ทหารแก่วิญญาณนักรบที่ไม่มีวันตาย P1

ตอนที่ 134 ทหารแก่วิญญาณนักรบที่ไม่มีวันตาย P1

ตอนที่ 134 ทหารแก่วิญญาณนักรบที่ไม่มีวันตาย P1


บนป้ายบันทึก จะมีชื่อสถาบันและนักเรียนถูกบันทึกไว้และจัดลำดับไว้  สำหรับทั้งสองอย่าง การจัดอันดับสถาบันและอันดับนักเรียน  สถาบันฉางจิงได้รับบันทึกไว้ว่าเป็นสถาบันสุดยอด สถาบันฉางจิงรวบรวมสมุนไพรได้ถึง 502 ต้นนำหน้าสถาบันอื่นขาดลอย

แม้จำนวนเก็บรวมโดยทีมเก็บสมุนไพรจะไม่สามารถวัดถึงโควต้าการเก็บรวมที่ทำโดยสถาบันฉางจิงก็ตาม นักเรียนที่ได้อันดับสูงสุดก็คือ'หยานโพ่จุน'  'เย่ว์หยาง'เห็นว่าเจ้าผู้นี้รวบรวมกล้วยไม้ใจฝ่อกลีบดำได้ถึง 45 ต้น

ดูเหมือนเขาจะได้ศึกษาเรื่องสมุนไพรมามาก  คนต่อมาก็คือ'เฟิงชิชา' เก็บได้ 36 ต้น เป็นอันดับที่ 2 สำหรับ'เสวี่ยทันหลาง' 'เย่ว์หยาง'รู้ได้ว่า เขาเป็นพวกหลงใหลศิลปะต่อสู้  แต่มีความรู้เรื่องสมุนไพรอย่างจำกัด เขาเก็บมาได้เพียง 10 ต้นเกือบจะทำภารกิจไม่สำเร็จ

“หยานโพ่จุน..หยานโพ่จุนเก็บสมุนไพรได้ถึง 45 ต้นเชียวหรือ?”

นักเรียนสถาบันฉางชุนเฉิงแทบจะเข้าคิวกันส่งสมุนไพร ทำให้ได้อันดับมาได้ขนาดนี้จนเกิดโกลาหลทันที

“เยี่ยมมาก  สมกับที่เป็น 3 ดาวเพชฌฆาตผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ”

ชั่วเวลานั้น นัยน์ตาของสาวๆ ทุกคนก็เป็นประกายดุจดวงดาว

“เจ้านี่ มันหยิ่ง...”

เจ้าอ้วน'ไห่'อิจฉา

“พวกเจ้า 2-3 คนนั่น มามือเปล่าๆ ทำอะไรอยู่ตรงนี้?”

เด็กหนุ่มที่ถูกวิจารณ์เห็นว่า'เย่ว์หยาง', 'เย่คง'และเจ้าอ้วน'ไห่'มีมือเปล่าและทำอะไรไม่ได้แต่ก็ยังมาเยาะเย้ยพวกเขา

“พวกเจ้าไม่ได้มาเก็บสมุนไพรหรอกเหรอ? คาดว่าคงเป็นนักเรียนฉางชุนเฉิง จุ๊ จุ๊ จุ๊ นักเรียนของฉางชุนเฉิงฝีมือก็แค่พื้นๆ”

“พวกเราธรรมดา ไม่ว่าจะห่วยขนาดไหน แต่เราก็ไม่เคยโกง เจ้าคิดว่าพวกเจ้าในฐานะนักเรียนจากฉางจิงจะโดดเด่นขนาดนั้นหรือ? ดี พวกเจ้าทุกคนยอดเยี่ยมมาก  แต่ละคนเชี่ยวชาญในการโกงดีนี่”

เด็กผู้หญิงตัวสูงหัวเราะอย่างเย็นชา

“เจ้าพูดแบบนั้นได้อย่างไรกัน?”

พอได้ยินแบบนี้  เพื่อนนักเรียน 2 คนที่อยู่หลังเด็กหนุ่มคนนั้นดูเหมือนจะโต้ตอบ  ราวกับว่าโดนตอกเท้า พวกเขากำลังจ้องด้วยความโกรธ

“อยากมีเรื่องเหรอ?”

เด็กสาวชุดยาวที่เก็บสมุนไพรได้เร็วที่สุดเดินออกมา ใช้สายตาแหลมคมราวกับมีดจ้องมองนักเรียนจากสถาบันฉางจิง

“ข้าตอบสนองพวกเจ้าได้ทุกเวลา”

“พอเถอะ เมื่อส่งสมุนไพรเสร็จก็ไปได้แล้ว  อย่ามาสร้างปัญหาที่นี่”

บุรุษตาอินทรีตะโกนเสียงแข็ง  ทันใดนั้น นักเรียนสถาบันฉางจิงล้อมพวกเขาอยู่ทุกด้านขวางทางลงอยู่  ก่อนที่จะจากไป  เด็กหนุ่มที่โกงทิ้งคำพูดอาฆาตไว้กับพวกเขา

“นักเรียนสถาบันฉางชุนเฉิงจำให้ดี  เราจะพบกันอีกครั้งในการแข่งขันยอดฝีมือร้อยโรงเรียน  ถึงเวลานั้นจะได้รู้กันว่าใครเก่ง ใครด้อย วันนี้พวกเจ้ามีครูคอยคุ้มครองปิดบังข้อบกพร่องของพวกเจ้า  เมื่อการแข่งขันมาถึง  มาดูกันซิว่าเขาจะปกป้องพวกเจ้าทุกคนได้อย่างไร  ตราบใดที่สวะอย่างพวกเจ้ากล้าที่จะย่างเท้าขึ้นเวที แล้วดูกันว่าข้าจะล้มพวกเจ้าทุกคนกันยังไง”

“เจ้านี่พล่ามมากเกินไปแล้ว พวกขี้โกงนี่ยังกล้าป้อไปป้อมาอยู่แถวนี้ได้อย่างไร?”

เจ้าอ้วน'ไห่'โกรธจัดจนหน้าบิดเบี้ยวเหยเก

“ข้าไม่อยากคุยกับสวะที่โดนทุบตีจนร่วงภายใน 10 วินาทีบนเวทีหรอก...”

เด็กหนุ่มตอบโต้เจ้าอ้วน'ไห่'อย่างชิงชัง จากนั้นเดินเชิดหน้าจากมา

“อย่าห้ามข้านะ ข้าต้องการทุบตีมัน พวกเจ้าทุกคนอย่าห้ามข้า”

เจ้าอ้วน'ไห่'ไม่พอใจ  เขาม้วนแขนเสื้อเตรียมสู้  ทำท่าเหมือนกับว่าจะวิ่งเข้าใส่สุดกำลังและต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม

“เจ้าหัวหมู ไม่ใช่ว่าข้าต้องการดูถูกเจ้าหรอกนะ แต่ประเมินความแข็งแกร่งของเจ้าแล้ว  เจ้าไม่สามารถเทียบกับเขาได้เลย  ข้าคิดว่าเจ้าจะต้านทานได้มากที่สุดก็ 10 วินาทีก่อนเจ้าจะล้มลงด้วยน้ำมือของเขา  ถ้าเจ้าต้องการหาที่ตายก็เอาเลย  เราจะไม่ห้ามเจ้า  อย่าห่วง เมื่อเจ้าตาย  ข้ารับรองว่าจะช่วยจัดการศพของเจ้าให้”

'เย่คง'ดูถูกเขาแบบไม่ไว้หน้า เมื่อเจ้าอ้วน'ไห่'ได้ยินแบบนี้ เขาก้มหน้ามองพื้น นี่เป็นเรื่องขายหน้าเกินไปสำหรับเขา  เขาเป็นลูกพี่ที่โดนลูกน้องดูถูก

“ไม่หรอก บางทีหลังจากฝึกพิเศษ เจ้าอ้วนไห่ยังคงมีโอกาสชนะ หากว่าเขาสู้จริงๆ”

'เย่ว์หยาง'สั่นศีรษะไม่เห็นด้วย

“ฝึกพิเศษเหรอ?”

เจ้าอ้วน'ไห่'เด้งขึ้นมาจากพื้นรวดเดียว

“การฝึกพิเศษนี้เป็นสิ่งท้าทายเล็กน้อย  คนธรรมดาบางทีไม่สามารถทำได้  ดังนั้นไม่เป็นไรหรอก”

เห็นได้ชัดว่า'เย่ว์หยาง'ดูถูกความสามารถของเจ้าอ้วน'ไห่'ว่าไม่สามารถทนต่อความยากลำบากได้

“เจ้าพูดอะไรกัน? ข้าเกิดมาในโลกนี้ก็เพื่อฝึกพิเศษ!  เจ้านึกว่าข้าเป็นคนธรรมดาหรือ?  คนธรรมดาทั่วไปจะมีร่างกายอ้วนกล้ามเนื้อสมบูรณ์ทั่วตัวเหมือนข้าหรือ?  ขอบอกให้เจ้าทราบไว้ว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ข้าต้าไห่ทำไม่ได้   บางครั้งเมื่อข้าเอาจริง อย่าว่าแต่คนอื่นเลย  แม้แแต่ตัวข้าเองยังกลัวฝีมือตัวเองเลย  กะอีแค่ฝึกพิเศษจะแค่ไหนกัน? สำหรับข้าแล้ว มันง่ายเหมือนขนม การฝึกพิเศษนี้ต้องให้ข้ากินเนื้อทอดวันละชามทุกวันหรือเปล่า?  ขอบอกเจ้าไว้เลยว่าแม้คิดว่าเรื่องแบบนี้จะยาก  ข้ากล้าตบอกและบอกเจ้าเลยว่าข้าไม่มีปัญหาอะไรกับมัน”

เจ้าอ้วน'ไห่'ตบอกจนไขมันกระเพื่อม

“ทำไมข้าถึงได้เป็นเพื่อนกับหมูได้นะ เสียใจกับเรื่องนี้จริงๆ”

'เย่คง'เอามือกุมศีรษะ ดูแล้วน่าหดหู่ใจมาก

“เจ้าหน้าโง่”

นักเรียนสถาบันฉางชุนเฉิงตีตัวออกห่างจากเจ้าอ้วน'ไห่' ในแง่ที่คนอื่นๆ เข้าใจผิดว่าพวกเขารู้จักเจ้าผู้นี้ดีแล้ว

“เพื่อนร่วมชั้นเรียนน้อยๆ   กล้วยไม้ใจฝ่อกลีบดำทั้งหมดนี้ที่พวกเจ้ารวบรวมมาทั้งที่เพิ่งจะบานหรือ?”

หัวหน้าหมอหญิงวัยกลางคนยิ้มอย่างใจเย็นตลอด นางทำอะไรไม่ถูก แต่ตื่นเต้นเมื่อเห็นองค์หญิง'ชี่หมิง'และองค์หญิงน้อย'เพ่ยเพ่ย'วางสมุนไพรของพวกเธอลง

“กล้วยไม้ใจฝ่อกลีบดำเหล่านี้งอกอยู่ด้วยกันเป็นร้อยเชียวเหรอ? แสดงว่าพวกเจ้าต้องเจอพุ่มหูดำมาแน่ๆ เด็กๆ!  พวกเจ้าทุกคนทำได้ดีมาก  สมุนไพรเหล่านี้มีคุณค่าทางยาที่มากกว่าปกติถึง 2 เท่า  ในนามของทหาร ข้าขอขอบคุณพวกเจ้า  เด็กๆ! เพราะความพยายามที่ยิ่งใหญ่ของพวกเจ้า  พวกเจ้าสามารถช่วยชีวิตทหารได้อีกมากมายยิ่งขึ้น”

“เวลานี้ พวกเจ้าโชคดีที่ทำงานสำเร็จ  แต่ถึงจะยกย่องยังไงก็ตาม ข้าก็ต้องตักเตือนพวกเจ้าเอาไว้  วิธีนี้มันอันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ๆ พวกเจ้ามีพลังป้องกันตัวอย่างจำกัด การรอให้พุ่มหูดำบานเป็นข้อผิดพลาดอย่างหนึ่ง”

บุรุษตาอินทรีตำหนิองค์หญิง'ชี่หมิง'และพวก'ไม่ให้เหลิง'

“เด็กๆ!  แน่นอนว่าในแดนปีศาจซึ่งมีสมุนไพรหายากเบ่งบานหรือมีผลไม้พิเศษ มันจะดึงดูดสัตว์อสูรที่น่ากลัวออกมาหากิน  เด็กๆทั้งหลาย! การรอให้พุ่มหูดำเบ่งบานเป็นเรื่องเสี่ยงอันตรายมาก  พวกเจ้าคืออนาคตของประเทศ  แม้ว่าทหารของพวกเราจะต้องตาย  พวกเขาก็ไม่ปรารถนาจะเห็นเด็กน้อยอย่างพวกเจ้าต้องมาสละชีวิตไปก่อนเพื่อช่วยพวกเขา  จำเอาไว้นะเด็กๆ!  สิ่งที่พวกเจ้าต้องคิดก่อน ไม่ใช่เรื่องทำภารกิจของเราให้สำเร็จ  เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ  เรื่องที่ต้องคิดก่อนลงมือกระทำ  คือประเมินกำลังตัวเองว่าแข็งแกร่งพอหรือมีความสามารถพอที่จะทำเช่นนั้นได้หรือไม่  พวกเจ้าทุกคนทำได้ดีก็จริง  แต่ก็ทำให้ข้าห่วงไปด้วย  ข้าไม่ต้องการจะดุด่าพวกเจ้าทุกคน แต่ก็ต้องเตือนพวกเจ้าทุกคนว่า  ในอนาคตพวกเจ้าทุกคนต้องระมัดระวังเมื่อจะให้จบภารกิจ  เวลาที่พวกเจ้าเข้าไปทำงานในแดนปีศาจที่อันตราย  พวกเจ้าต้องระมัดระวังเพิ่มเป็นร้อยเท่าพันเท่าต้องรอบคอบยิ่งกว่าปฏิบัติภารกิจปกติ”

หัวหน้าแพทย์หญิงวัยกลางคนจุมพิตหน้าเด็กๆ ทีละคน และคนสุดท้ายเป็นองค์หญิงน้อย'เพ่ยเพ่ย'  เธอสะกิดเบาๆ ว่า

“พวกเราได้พี่ๆ คอยปกป้องพวกเราไว้  พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเก็บสมุนไพรเหล่านี้มาได้”

“พวกเขาเหรอ? อย่างนั้นข้าก็คาดถูกแน่นอน”

หัวหน้าแพทย์หญิงชี้ตัว'เย่ว์หยาง', 'เย่คง', เจ้าอ้วน'ไห่'และพี่น้องตระกูลหลี่ได้อย่างถูกต้อง  ในที่สุดนางก็หันกลับไปมอง'เย่ว์หยาง'และค้อมหัวให้เล็กน้อย

“พวกเจ้าทุกคนทำได้ดีมาก  ข้าจะประเมินผลให้พวกเจ้าแต่ละคนทุกคนเลย นอกจากนี้ ข้าอยากจะบอกพวกเจ้าทุกคนว่า  ขอบคุณมากที่พวกเจ้ายอมลำบาก ผลงานของพวกเจ้าคู่ควรกับการได้รับยกย่องว่าเป็นยอดคน”

“……”

พอได้ยินเช่นนี้ เจ้าอ้วน'ไห่'ตื่นเต้นมากจนน้ำตาคลอเบ้า นี่เป็นครั้งแรกของเขา  ตัวเขาถูกเรียกเป็นสวะมาทั้งชีวิตมากกว่าการสรรเสริญยกย่อง  หัวใจของเขาพองโตจนเกือบจะร้องออกมาดังๆ

“……”

'เย่คง'และพี่น้องตระกูลหลี่ก็รู้สึกคล้ายๆ กันเลือดลูกผู้ชายที่เร่าร้อนถึงกับเดือดพล่าน เดิมทีพวกเขาคิดว่า พวกเขาจะต้องอดตายในหอทงเทียนเสียแล้ว พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าหลังจากได้พบ'เย่ว์หยาง'

พวกเขานอกจากไม่ต้องอดตายแล้ว พวกเขายังเปลี่ยนสภาพจากขยะที่ไร้ประโยชน์กลายเป็นยอดคนไปได้ แน่นอนว่า พวกเขายังคงตระหนักได้ชัดว่า ยังมีความแตกต่างระหว่างความแข็งแกร่งของพวกเขาและความแข็งแกร่งของยอดคน

ความน่าเชื่อถือทั้งหมดนี้เป็น'เย่ว์หยาง'สร้างมาอย่างยากลำบาก แต่การได้เป็นสมาชิกในทีมเล็กๆ ของ'เย่ว์หยาง' ทำให้พวกเขารู้สึกว่า มีเหตุผลที่พวกเขาจะภูมิใจและรู้สึกเป็นเกียรติ แม้ว่าในปัจจุบัน พวกเขายังไม่ได้เป็นยอดคนก็ตาม

พวกเขาเชื่อว่าในที่สุด พวกเขาจะคู่ควรเป็นยอดคนในอนาตตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การนำของ'เย่ว์หยาง' พวกเขาแค่จำเป็นต้องก้าวตามรอยเท้าเขาให้ทันและพวกเขาจะสามารถไปอยู่แนวหน้าของคนชั้นหัวกะทิได้

'เย่คง'และพี่น้องตระกูลหลี่มองดู'เย่ว์หยาง'ด้วยความภาคภูมิใจที่ร้อนแรงปรากฏอยู่ในดวงตาของพวกเขาดุจเปลวเพลิงที่ร้อนแรง คำพูดเหล่านี้ พวกเขาไม่ได้พูดออกมา แต่พวกเขาสลักมันเอาไว้ในหัวใจของพวกเขาและจะใช้ทั้งชีวิตเพื่อบรรลุมันให้ได้

“เอ่..สมุนไพรเหล่านี้ยังมีเพียงพอหรือ?”

'เย่ว์หยาง'ถามคำถามที่นักเรียนทุกคน รวมทั้ง 3 ดาวเพชรฆาตยังไม่กล้าจะถาม พอได้ยินเช่นนี้ หัวหน้าหมอหญิงมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ในทางตรงกันข้าม สีหน้าของบุรุษเกราะดำ แสดงออกเหมือนกับว่าเป็นไปตามที่เขาคาด

เพราะเขามักแอบสังเกตดู'เย่ว์หยาง'เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการที่'เย่ว์หยาง'จับตาดูจำนวนคนบาดเจ็บ หรือดูป้ายบันทึก ผลสะท้อนที่ตามมา พฤติกรรมทุกอย่างอยู่ในสายตาบุรุษเกราะดำทั้งนั้น

ก่อนหน้านี้ในแดนปีศาจ บุรุษเกราะดำพบว่า 'เย่ว์หยาง'แตกต่างจากคนในกลุ่มอย่างสิ้นเชิง  ด้วยเหตุนี้จึงให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษ เกี่ยวกับเรื่องที่'เย่ว์หยาง'สงสัย หมอหญิงชราพึมพำกับตัวเองเบาๆ จากนั้นส่ายหัวเล็กน้อย

“เดิมทีจำนวนสมุนไพรทั้งหมดมีไม่ถึงพัน พอเพิ่มกับจำนวนที่สถาบันฉางชุนเฉิงของเจ้าได้มาซึ่งก็ได้เพิ่มมาอีกสี่ร้อยกว่ารวมแล้วก็เป็น 1390 ต้น  ล่าสุดสมุนไพรที่พวกเจ้าส่งมาเพิ่มมีผลในการรักษามากกว่าสมุนไพรปกติถึง 2 เท่า  แต่ก็ยังช่วยชีวิตทหารได้เพียง 1500 คน  แต่จำนวนผู้ต้องพิษมีเกินกว่า 5000 คน  แม้แต่กลุ่มทหารที่พวกเจ้าเห็นตรงลานจัตุรัสก็มี 3000 คนแล้ว...”

“ทำไมไม่ส่งคนไปเก็บสมุนไพรเพิ่มล่ะ?”

'เย่ว์หยาง'คิดว่ามันแปลก ทำไมกองทัพไม่ส่งทหารไปเก็บสมุนไพรเพิ่ม?

“นอกจากหมอทหารแล้ว ทหารทั่วไปจะรู้วิธีเก็บสมุนไพรกล้วยไม้ใจฝ่อกลีบดำได้อย่างไร?  มีกล้วยไม้ใจฝ่อกลีบดำให้เก็บไม่มากนัก  การที่พวกเจ้าเก็บมาได้มากก็เป็นเรื่องน่าทึ่งอย่างคาดไม่ถึง  เพื่อจะช่วยคนเหล่านี้ เรารวบรวมนักเรียนชั้นหัวกะทิทั้งหมดมาจากเพียงไม่กี่สถาบัน  การแบกรับความเสี่ยงที่ร้ายแรงและต้องส่งพวกเจ้าไปในแดนปีศาจเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดแล้ว  บอกตามตรง  แม้ว่าข้าจะเป็นหมอที่ช่วยชีวิตคนมามาก  ข้าไม่เห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้  เพราะเมื่อกองทัพปีศาจพบเรื่องนี้เข้า  พวกเจ้าทั้งหมดก็จะถูกกำจัด  พวกเจ้าทุกคนคืออนาคตของอาณาจักรต้าเซี่ย  เราไม่ควรใช้พวกเจ้าในฐานะเครื่องมือเดิมพัน  อย่างไรก็ตาม นี่เป็นราชโองการจากฝ่าบาท  ดังนั้นพวกเราจึงได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย  โชคดีที่พวกเจ้าทุกคนกลับมาได้อย่างปลอดภัย  เด็กเอย! เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด  พวกเจ้าทุกคนทำได้ดีมากแล้ว  ทหารที่เราช่วยและครอบครัวของพวกเขา  จะขอบคุณความช่วยเหลือของเจ้าเป็นอย่างมาก  สำหรับทหารที่เหลือซึ่งช่วยอะไรไม่ได้  เราจะคิดหาทางดู   หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถช่วยพวกเขาให้มีชีวิตพอที่จะได้พบคนที่พวกเขารักสักครั้งก่อนตายได้”

เสียงของหมอหญิงสูงวัยเต็มไปด้วยความสลดหดหู่ เหมือนกับว่านางมองเห็นคนที่รักอยู่บนปากเหวแห่งความตาย

“สำหรับคนที่เหลืออีก 3000 คนผู้ที่เราช่วยเขาไม่ได้  เราจะเลือกพวกเขาได้อย่างไร? พวกเขาก็ยังคงเป็นทหารเหมือนกัน ยังจะมีการเห็นด้วยหรือคล้อยตามด้วยเหรอ?”

'เย่ว์หยาง'คิดว่า ไม่ว่าใครตาย ใครอยู่ มันเป็นคำถามที่เลือกยาก ใครยินดีจะตายในสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้ที่จะช่วยเหลือได้? ใครยินดีจะมองดูคนอื่นได้รับความช่วยเหลือโดยทำอะไรไม่ได้ แต่ตนเองต้องตาย?

“มันยากจะเลือก แต่ตัวทหารเองก็ต้องตัดสินใจไว้ก่อนแล้ว  ทหารหนุ่มผู้เป็นลูกเพียงคนเดียวในครอบครัวของพวกเขา จะต้องอยู่สืบสกุลจะได้รับการรักษาก่อน  ทหารแก่ที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตมาในสนามรบยินดีจะเสียสละตนเองเพื่อเป็นแบบอย่างของเด็กรุ่นหลัง  เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดกับพวกเราเป็นครั้งแรก และก็จะไม่เป็นครั้งสุดท้าย  นักเรียนทุกคน! นี่คือจิตวิญญาณของชาวอาณาจักรต้าเซี่ย  จิตวิญญาณทหารจะไม่ตาย  มันเป็นเรื่องแท้แน่นอน เพราะคนรุ่นแล้วรุ่นเล่าต่างก็เสียสละตนเองทั้งนั้น  ทหารแก่คืออาณาจักรต้าเซี่ยในวันนี้ และความหวังในวันพรุ่งนี้  เมื่อพวกเจ้าโตขึ้น มีความรู้และมีประสบการณ์หลายๆ อย่างมากขึ้น  ถึงตอนนั้น พวกเจ้าจะเข้าใจปณิธานของทหารแก่  ถ้ามนุษย์ชาวแผ่นดินมังกรทะยานเราไม่มีจิตวิญญาณในการเสียสละระดับสูงแล้ว บางทีเราคงพ่ายแพ้ให้กับพวกปีศาจไปแล้ว”

หมอหญิงสูงวัยพยักหน้าให้'เย่ว์หยาง'และพูดต่อว่า

“ก็เหมือนที่เจ้าเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเด็กๆ ที่เก็บสมุนไพรนั่นแหละ   พฤติกรรมของเจ้า กับทางเลือกของทหารแก่เป็นหลักการเดียวกัน”

****************

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=134

จบบทที่ ตอนที่ 134 ทหารแก่วิญญาณนักรบที่ไม่มีวันตาย P1

คัดลอกลิงก์แล้ว