- หน้าแรก
- จากศิษย์รับใช้สู่ยอดเซียนไร้พ่าย
- บทที่ 19 - ลงเขา
บทที่ 19 - ลงเขา
บทที่ 19 - ลงเขา
บทที่ 19 - ลงเขา
เฮ่อผิงเซิงรู้สึกเศร้าสลดใจยิ่งนัก แต่เขาไม่มีเวลามามัวนั่งเศร้าโศกเสียใจ
หากวันนี้เขาไม่ยอมตัดสินใจ เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่ง โศกนาฏกรรมของศิษย์พี่ห่าวจะต้องเกิดขึ้นกับเขาอย่างแน่นอน
เป็นศิษย์รับใช้ปรุงยา เป็นศิษย์สายธุรการของห้องหลอมโอสถงั้นหรือ?
สักวันคงต้องถูกคนประเภทหลิงหลงบนยอดเขาซิ่วจู๋ทุบตีจนตายเป็นแน่
เฮ่อผิงเซิงเป็นเพียงศิษย์สายธุรการตัวเล็กๆ การโยกย้ายของเขาไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับทางสำนัก หัวหน้าฝ่ายธุรการก็สามารถตัดสินใจแทนได้
ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่อยากเป็นศิษย์สายธุรการแล้ว ก็สามารถลงจากเขาไปหางานทำที่สายนอกได้
สำหรับเฮ่อผิงเซิงแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
แต่เรื่องที่ยากคืออะไรล่ะ?
ที่ยากก็คือ จะเอาข้าวของของตัวเองติดตัวลงเขาไปด้วยได้อย่างไรต่างหาก
พวกนักพรตผู้บำเพ็ญเพียรที่เอาแต่พร่ำเพ้อเรื่องคุณธรรมจริยธรรมพวกนี้ วันๆ เอาแต่หมกมุ่นเพ้อฝันหาโอกาสวาสนาในซอกหลืบมืดๆ
เอะอะก็ค้นตัว แถมยังหน้าด้านๆ เข้ามารื้อค้นข้าวของในห้องคนอื่นอย่างหน้าตาเฉย!
เพื่ออะไรกันล่ะ?
ก็เพื่อฉกฉวยโอกาสวาสนาไง เผื่อฟลุคเจอของดีเข้าล่ะ?
ลองคิดดูสิว่า การที่เฮ่อผิงเซิงจะเอาขวดหยกและโอสถพวกนั้นลงเขาไปด้วย มันจะยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหน
นอกจากขวดหยกและยาโอสถแล้ว ยังมีหนังสืออีกสองเล่ม
ตำราสามสิบหกสูตรหลอมโอสถ!
เคล็ดวิชาพื้นฐานการกำหนดลมหายใจ!
ดูจากสันดานของพวกคนบนยอดเขาซิ่วจู๋แห่งนี้แล้ว หากเฮ่อผิงเซิงลงเขาไป จะต้องมีคนมาคอยดักตรวจค้นเขานับร้อยนับพันรอบแน่ๆ
จะทำอย่างไรดี?
ฝังไว้ที่นี่งั้นหรือ?
ถ้าอย่างนั้น ชาตินี้เขาอาจจะไม่มีวันได้กลับมาที่นี่อีกเลย แล้วของพวกนี้ก็คงไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร
เอาออกมากินตอนนี้เลยดีไหม?
อย่าล้อเล่นน่า!
ถึงเฮ่อผิงเซิงจะยังไม่ได้ก้าวเท้าเข้าสู่โลกแห่งการบำเพ็ญเพียร แต่ความรู้พื้นฐานบางอย่างเขาก็พอจะรู้บ้าง
ขืนกลืนโอสถรวมปราณระดับสุดยอดพวกนี้ลงไปตอนนี้ล่ะก็ รับรองได้เลยว่าเขาต้องถูกพลังปราณอันมหาศาลในโอสถระเบิดร่างแหลกเป็นจุลภายในพริบตาแน่ๆ
เอาล่ะ!
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า!
จะทำยังไงดี?
ต้องทำวิธีไหนถึงจะเอาของพวกนี้ติดตัวลงไปได้?
...
เฮ่อผิงเซิงปลดเสื้อคลุมตัวนอกของห่าวอวิ๋นออก
บริเวณหน้าอกและหน้าท้องของเขามีรอยแผลถูกฟันด้วยของมีคมถึงเจ็ดรอย
ในจำนวนนั้นมีสองรอยที่ลึกและกว้างมาก จนสามารถมองเห็นอวัยวะภายในได้อย่างชัดเจน
เฮ่อผิงเซิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ศิษย์พี่ห่าวอวิ๋น... ล่วงเกินแล้วนะขอรับ!"
เขายัดขวดหยกทั้งสองขวดและหนังสือทั้งสองเล่ม เข้าไปในบาดแผลของห่าวอวิ๋น
จากนั้นก็ใช้เข็มและด้ายเส้นใหญ่ เย็บปิดปากแผลที่กว้างใหญ่ทั้งสองรอยนั้นเข้าด้วยกัน
เมื่อจัดการสวมเสื้อผ้าให้ห่าวอวิ๋นเรียบร้อย เขาก็แบกร่างของห่าวอวิ๋นขึ้นหลัง แล้วเดินออกจากประตูไป
แม้เฮ่อผิงเซิงจะอายุเพียงสิบสี่ปี แต่เขาก็มีพละกำลังมหาศาล ขนาดหาบน้ำหนักๆ เขายังทำมาแล้ว นับประสาอะไรกับการแบกคนคนเดียว ย่อมเป็นเรื่องกล้วยๆ สำหรับเขา
"เสี่ยวเฮ่อ... นี่เจ้ากำลังจะทำอะไร?"
"นี่คือศิษย์พี่ห่าวอวิ๋นใช่ไหม?"
"ศิษย์พี่ห่าวนี่นา!"
"ศิษย์พี่ห่าวอวิ๋นเอ๊ย!"
ลูกพี่จางพาลูกน้องมาล้อมหน้าล้อมหลังเฮ่อผิงเซิงไว้
"เสี่ยวเฮ่อ... เรื่องของศิษย์พี่ห่าว พวกเราก็ได้ยินมาแล้ว... พูดตามตรง พวกเราเองก็เสียใจเหมือนกัน แต่... มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆ!"
"ถ้ามีอะไรให้พวกเราช่วย ก็บอกมาได้เลยนะ!"
ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ลูกพี่จางก็พูดจาดีด้วยขึ้นมาเสียอย่างนั้น
บางที อาจจะเป็นความรู้สึกโศกเศร้าที่เห็นเพื่อนร่วมชะตากรรมต้องมาจบชีวิตลงกระมัง
"ลูกพี่จาง!" เฮ่อผิงเซิงแบกร่างห่าวอวิ๋น พลางเอ่ยกับลูกพี่จาง "ท่านลุงอาจารย์อวี้เต๋อสั่งให้ข้านำร่างของศิษย์พี่ห่าวอวิ๋นลงไปยังสายนอก เพื่อหาสถานที่ฝังศพให้เหมาะสม ข้าคงต้องอยู่เฝ้าหลุมศพให้เขาสักระยะหนึ่ง!"
"งานที่ห้องหลอมโอสถนี่ ข้าคงทำต่อไม่ได้แล้วล่ะขอรับ!"
"ไม่เป็นไรหรอก!" ลูกพี่จางโบกมือปฏิเสธ "เดี๋ยวข้าค่อยหาคนมาแทนเอง!"
"เจ้าไปจัดการธุระของเจ้าเถอะ!"
"เฮ้อ..." เฮ่อผิงเซิงแบกห่าวอวิ๋นเดินหน้าต่อไป
เมื่อเดินลงเขามาได้ระยะหนึ่ง ก็มาถึงลานเคลื่อนย้าย!
แสงแดดสาดส่องลงมาจากกลางฟ้า
ทั่วทั้งลานเคลื่อนย้ายเงียบสงัดราวกับป่าช้า
ที่นี่มีเพียงคนสองคนเท่านั้น
คนหนึ่งคือศิษย์ที่ทำหน้าที่เฝ้าค่ายกลเคลื่อนย้าย
ส่วนอีกคน ก็คือหลิงหลง
นางกลับมาคุกเข่าอยู่ที่นี่อีกแล้ว
ที่แตกต่างออกไปก็คือ ครั้งก่อนนางถูกลงโทษให้สำนึกผิดสามวัน แต่คราวนี้เวลาเพิ่มขึ้นมาอีกหลายวัน ก็มีเพียงแค่นั้นแหละ
ตอนที่เฮ่อผิงเซิงแบกศพของห่าวอวิ๋นเดินผ่านหลิงหลง นังผู้หญิงคนนี้กลับถลึงตาใส่เฮ่อผิงเซิงอย่างเกรี้ยวกราด พลางตวาดลั่น "ไสหัวไป... ไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้!"
"ไอ้ตัวซวย!"
"สมควรตาย... พวกแกมันสมควรตายให้หมด... ทำให้คุณหนูอย่างข้าต้องมาถูกลงโทษคุกเข่าอยู่ที่นี่!"
เฮ่อผิงเซิงชะงักฝีเท้า จ้องมองนางเขม็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินต่อไป
"เดี๋ยวก่อน..." ศิษย์ผู้พิทักษ์ค่ายกลเคลื่อนย้ายขวางทางเฮ่อผิงเซิงไว้ พลางเอ่ยว่า "ค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้ อนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะศิษย์สายในเท่านั้น!"
"หากไม่ใช่ศิษย์สายใน ห้ามเหยียบย่างเข้ามาเด็ดขาด!"
กฎข้อนี้เฮ่อผิงเซิงย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
"ทางโน้น!" ศิษย์เฝ้าค่ายกลชี้มือไปยังทิศทางที่ไม่ไกลนัก "ตรงนั้นมีทางลงเขา พวกเจ้าเดินลงไปทางนั้นก็แล้วกัน!"
"เดี๋ยวก่อน!"
"ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ผู้ที่ต้องการลงเขาทุกคน จะต้องถูกค้นตัว!"
ตามคาด!
สีหน้าของเฮ่อผิงเซิงมืดครึ้มลงจนถึงขีดสุด แต่เขาก็ยอมให้ศิษย์ผู้นั้นค้นตัวแต่โดยดี
ศิษย์ผู้นั้นไม่ได้ค้นแค่เฮ่อผิงเซิงเท่านั้น แม้แต่ศพของห่าวอวิ๋นก็ไม่เว้น เขาคลำสำรวจไปทั่วทั้งร่าง
เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เขาจึงยอมปล่อยให้เฮ่อผิงเซิงนำร่างห่าวอวิ๋นลงเขาไป
หนทางลงเขาช่างยาวไกลนัก!
เฮ่อผิงเซิงเดินเท้าอยู่นานกว่าค่อนวัน ถึงจะลงมาจากยอดเขาซิ่วจู๋ได้สำเร็จ!
สายนอกของสำนักไท่ซวีเป็นเพียงแค่ชื่อเรียกเท่านั้น สถานที่ตั้งของมันอยู่ห่างไกลออกไปนอกเขตสำนัก แม้ว่าที่นี่จะไม่มีเส้นชีพจรวิญญาณและมีพลังปราณเจือจางมาก แต่ก็มีทิวทัศน์ที่สวยงามร่มรื่น
เฮ่อผิงเซิงหาสถานที่บริเวณเชิงเขาที่มีแม่น้ำไหลผ่าน ขุดดินและหินขึ้นมา เพื่อฝังร่างของห่าวอวิ๋นลงไป
ไม่มีโลงศพ!
แต่ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ!
เขาไม่มีปัญญาไปหาโลงศพมาจากไหนหรอก
แน่นอนว่า ก่อนที่จะฝังร่างห่าวอวิ๋น เฮ่อผิงเซิงได้ล้วงเอาขวดยาโอสถทั้งสองขวดและหนังสือสองเล่มออกจากร่างของห่าวอวิ๋น ห่อด้วยผ้า แล้วนำไปฝังไว้ใต้ดินในบริเวณที่ไม่ไกลจากหลุมศพของห่าวอวิ๋นนัก
จากนั้น เฮ่อผิงเซิงก็ใช้ขวานจามหินก้อนหนึ่ง เพื่อทำเป็นป้ายหลุมศพให้ห่าวอวิ๋น
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เฮ่อผิงเซิงก็เหนื่อยหอบจนต้องทรุดตัวลงนั่งแหมะกับพื้น ในมือถือขวานสีดำทะมึน พลางรำพึงรำพันกับตัวเองว่า "ของที่ผ่านการเสริมพลังจากอ่างวิเศษนี่มันสุดยอดจริงๆ ฟันหินแข็งๆ ขาดกระจุยเหมือนหั่นเต้าหู้เลยแฮะ!"
"สุดยอด สุดยอดจริงๆ!"
หลังจากนั่งพักจนหายเหนื่อย เฮ่อผิงเซิงก็นำขวานทั้งสองเล่มไปฝังไว้ใกล้ๆ กับหลุมศพของห่าวอวิ๋น จากนั้นก็ลุกขึ้นเตรียมตัวปีนกลับขึ้นเขา
กว่าจะปีนกลับมาถึงห้องหลอมโอสถ ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนแล้ว
คืนนั้นเขายังคงนอนพักอยู่ที่ห้องหลอมโอสถ
สายลมยามค่ำคืนพัดโชยมาอย่างหนาวเหน็บ เสียงลมพัดหวีดหวิวตลอดทั้งคืน เฮ่อผิงเซิงกว่าจะข่มตาหลับได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ แถมยังต้องสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายอยู่หลายครั้ง
ตอนตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เขารู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว เดินถืออ่างดินเผาสีดำสภาพซอมซ่อใบหนึ่งออกจากห้องไป
ภายในอ่างดินเผามีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุดและรองเท้าสองคู่ของเขาเท่านั้น!
นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรอีกเลย
หลังจากไปบอกลากับลูกพี่จาง เฮ่อผิงเซิงก็เดินจากไปทันที
ในเวลานี้ เขากลับรู้สึกว่าคนอย่างลูกพี่จางนับว่าเป็นคนดีคนหนึ่งบนยอดเขาซิ่วจู๋แห่งนี้เลยทีเดียว
"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
หลิงหลงที่คุกเข่าอยู่บนลานเคลื่อนย้ายเหลือบไปเห็นเฮ่อผิงเซิงพอดี จึงตวาดเสียงดังลั่น "เฮ่อผิงเซิง... มานี่เดี๋ยวนี้!"
เฮ่อผิงเซิงย่อมไม่กล้าล่วงเกินนาง จึงจำใจต้องอุ้มอ่างดินเผาเดินเข้าไปหา
"เข้ามาใกล้ๆ สิ!"
เมื่อเฮ่อผิงเซิงเดินเข้าไปใกล้ จู่ๆ หลิงหลงก็อ้าปาก ถ่มน้ำลายใส่หน้าเขาเต็มแรง
ละอองน้ำลายกระเซ็นโดนตัวเฮ่อผิงเซิงเต็มไปหมด
หากเขาไม่ยกแขนขึ้นมาบังหน้าไว้ คงต้องโดนถ่มน้ำลายรดหน้าเต็มๆ เป็นแน่
"ไสหัวไปซะ..."
หลิงหลงตวาดด่าทอด้วยความเกรี้ยวกราดสุดขีด
เฮ่อผิงเซิงอุ้มอ่างใบเก่าเดินจากมาอย่างเด็ดเดี่ยว
เขาส่ายหน้าอย่างระอา: ผู้หญิงคนนี้เกินเยียวยาแล้วจริงๆ ฆ่าคนตายแท้ๆ ถูกลงโทษให้สำนึกผิดแค่ไม่กี่วัน ยังจะมาทำตัวเกรี้ยวกราดแบบนี้อีก?
เฮ้อ...
ศิษย์พี่ห่าวอวิ๋น... ท่านวางใจเถอะ!
รอให้ข้าบำเพ็ญเพียรสำเร็จเมื่อไหร่ ข้าจะต้องกลับมาสังหารนาง เพื่อล้างแค้นให้ท่านอย่างแน่นอน!
(จบแล้ว)