เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 เหลียงเฉินผู้เชื่อฟัง (1)

บทที่ 4 เหลียงเฉินผู้เชื่อฟัง (1)

บทที่ 4 เหลียงเฉินผู้เชื่อฟัง (1)


จัวถิงตะลึงงัน

พี่ชายของเธอกำลังทำอะไรอยู่?!

“ถิงถิง ห้ามบอกป้าสะใภ้นะ เข้าใจไหม?” จัวเซ่าแสดงรอยยิ้มอ่อนโยนให้น้องสาวของเขา

จัวถิงพยักหน้าหงึก ๆ และพูดขึ้นว่า “พี่ชาย พี่ยิ้มแบบนี้แล้วดูดีจังเลย”

“จริงเหรอ? งั้นต่อไปพี่จะยิ้มบ่อย ๆ นะ” จัวเซ่ายิ้มตอบ ชาติก่อนตอนเขาอายุเท่านี้ การแสดงออกทางสีหน้าของเขามักเย็นชาและเฉยเมยราวกับว่ามีใครบางคนติดหนี้เขาอยู่ แต่จากนี้เขาจะยิ้มให้มากขึ้นอีก

จัวเซ่ากินอาหาร ล้างจานเรียบร้อย จากนั้นก็ส่งจัวถิงไปเรียน

โรงเรียนประถมของจัวถิงอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมัธยมต้นของจัวเซ่าเท่าไรนัก แต่ทางที่ไปได้นั้นต้องเดินอ้อมสักหน่อย จัวเซ่าถามจัวถิงสองสามประโยคเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตของเธอ จัวถิงตอบอย่างว่าง่าย

เธอยังคงร่าเริง คำตอบทุกอย่างก็ดูปกติดี แสดงว่ายังไม่ได้ถูกทำร้าย จัวเซ่าถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที

แต่ถึงจะถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาก็ยังต้องหาวิธีพาจัวถิงออกจากบ้านของลุงโดยเร็วที่สุด

เขาและจัวถิงมีบ้านจากเมื่อหลายปีก่อน พ่อแม่ของเขาใช้เงินห้าหมื่นหยวนเพื่อสร้างบ้านสองชั้นที่สวยงามในชนบท เพียงแต่ตอนนี้บ้านอยู่ในมือของลุง ทั้งยังถูกเช่าไปแล้ว ถ้าเขาต้องการจะย้ายไปที่นั่นก็จำเป็นต้องทำให้ครอบครัวของลุงเสียหน้า และยังต้องมีเงินถึงจะสามารถเปิดฉากได้ด้วยตนเอง

นี่ไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้ภายในหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ตอนนี้...เขาต้องไปเรียน

จัวเซ่าไปเรียนสาย

อาจารย์หยาง อาจารย์ที่ปรึกษายืนอยู่บนโพเดียมเรียบร้อยแล้ว เมื่ออาจารย์หยางเห็นจัวเซ่าตะโกนรายงานอยู่ที่หน้าประตูก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที จากนั้นก็ยืนขึ้น “จัวเซ่า ออกไปข้างนอกกับครู”

จัวเซ่าตามอาจารย์หยางไปที่ทางเดิน

“จัวเซ่า ช่วงนี้เธอมีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” อาจารย์หยางขมวดคิ้วและเอ่ยถามอีกครั้ง “เธอไม่ใช้สมองฉลาด ๆ ของเธอ ไม่ตั้งใจเรียน การบ้านก็ไม่ทำ...เธออยากเล่นเกมงั้นเหรอ?”

“เปล่าครับ” ในชาติก่อนก็เคยมีบทสนทนาที่คล้าย ๆ แบบนี้ ในเวลานั้นจัวเซ่าก็ปฏิเสธทันทีเช่นกัน แต่การถูกสงสัยยังทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ

“ตอนนี้เธออยู่ปีสามแล้ว ควรคิดถึงแต่เรื่องการเรียน นักเรียนในชั้นเรียนต่างไม่กลับบ้านเพื่อทานอาหารกลางวันตอนนี้ กลับบ้านไปทานข้าวก็ไม่เป็นไร แต่มาโรงเรียนสายทุกวัน ไม่ใช่แค่เสียเวลาอาหารกลางวัน แต่จะรบกวนการเรียนของเพื่อน ๆ ด้วย!” อาจารย์หยางเข้มงวดเล็กน้อย "บอกพ่อแม่ของเธอว่าต่อไปเธอจะกินข้าวที่โรงเรียน และอย่าออกไปตอนกลางวันอีก!"

“อาจารย์หยาง ผมไม่มีเงินกินข้าวที่โรงเรียน” จัวเซ่าตอบ

อันที่จริงเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการเรียนปีสาม นักเรียนส่วนใหญ่ในชั้นเรียนของเขาจะกินอาหารทุกมื้อที่โรงเรียน

โรงเรียนมัธยมต้นเป่ยเหมินเป็นโรงเรียนมัธยมต้นที่ดีที่สุดในอำเภอ อาหารอร่อยมาก อาหารแต่ละมื้อแบ่งเป็นเนื้อหนึ่งอย่าง ผักหนึ่งอย่าง อาหารประเภทเนื้อมักจะเป็นสะโพกไก่ ซี่โครงหมู และหมูตุ๋น พ่อแม่จึงยอมจ่ายเงินให้ลูกกินข้าวที่โรงเรียน

แต่เขามีเงินที่ไหนกัน?

“ขอโทษครับอาจารย์หยาง วันนี้ตอนกลางวันต้องไปซักผ้าล้างจาน ผมเลยมาสาย พรุ่งนี้ผม…ผมจะตื่นให้เช้าขึ้นมาซักผ้าล้างจานก่อนมาโรงเรียนครับ” จัวเซ่าตอบ ที่จริงแล้ววันนี้เขาไม่ได้ซักผ้า แต่เมื่อก่อนก็เคยถูกขอให้ซักผ้าตอนเที่ยงจริง ๆ

“ซักผ้า ล้างจาน?” อาจารย์หยางมองจัวเซ่าด้วยความประหลาดใจ ตอนนี้หลายครอบครัวล้วนมีลูกคนเดียว พ่อแม่หลายคนที่เขารู้จักแทบอดใจไม่ไหวที่จะป้อนอาหารเข้าปากลูก...คาดไม่ถึงว่าจัวเซ่าจะต้องซักผ้าล้างจานด้วย?

เขาสอนชั้นเรียนนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ เริ่มเข้าเรียน เคยเจอพ่อแม่ของจัวเซ่ามาก่อน พวกเขาดูแล้วไม่น่าจะใช่คนแบบนั้น

จัวเซ่าก้มศีรษะไม่ได้เอ่ยสิ่งใด

“พ่อแม่ให้เธอทำงานบ้านงั้นเหรอ?” ตอนนี้เขาเรียนอยู่มัธยมต้นปีที่ 3 สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเรียน...

“อาจารย์หยาง พ่อแม่ผมเสียไปตั้งแต่ปีที่แล้ว” จัวเซ่าก้มศีรษะลงและเอ่ยตอบไป น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาสั่นเครือเล็กน้อย

ในชาติก่อนเขาไม่ต้องการให้ใครมาเห็นใจ ไม่ยอมให้เพื่อน ๆ รู้ว่าตนเองกำลังทุกข์มากแค่ไหน กินไม่เคยอิ่มแค่ไหน ไม่แสดงออกมาเลยแม้แต่น้อย แต่ความจริงนั่นเป็นความคิดที่โง่มาก

อาจารย์หยางรู้สึกมาตลอดว่าคะแนนของจัวเซ่าลดลง มาสายตลอด การบ้านก็ทำไม่เรียบร้อย แต่คิดว่าเป็นเพราะเขาติดเกมหรือมีความรักวัยเรียน ไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้จึงอดที่จะตะลึงไม่ได้ “พ่อแม่ของเธอ...งั้นตอนนี้เธออาศัยอยู่กับใคร?”

“ผมอาศัยอยู่กับลุงกับป้าสะใภ้ครับ” จัวเซ่าตอบ

“ที่อยู่อยู่ที่ไหน? อาจารย์จะไปเยี่ยมบ้านคืนนี้” อาจารย์หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมองไปที่จัวเซ่าอีกครั้ง ตอนนี้เองที่เขาพบว่าเด็กคนนี้ผอมลงมาก ผมก็ยาวเกินไปไม่ได้ตัด เหงื่อยังคงไหล เดาว่าคงวิ่งมาโรงเรียน

ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าที่จัวเซ่าไม่ตัดผม มาสาย และอื่น ๆ เป็นเพราะอยู่ในวัยต่อต้าน เป็นเพราะเล่นเกมอยู่ข้างนอก แต่มาคิดดูตอนนี้...ไม่มีใครสนใจเขาเลยงั้นเหรอ?

จัวเซ่าบอกที่อยู่แล้ว อาจารย์หยางก็ให้เขากลับห้องเรียนไป

จัวเซ่าก้มศีรษะ เดินกลับมายังห้องเรียน ในเวลานี้เลยช่วงพักเที่ยงที่เขากำหนดเอาไว้แล้ว ภายในห้องเรียนก็ไม่ได้เงียบเท่าก่อนหน้า ทุกคนดื่มน้ำและเข้าห้องน้ำเรียบร้อย ต่างกำลังรอเรียนคาบแรก

จัวเซ่าเดินเข้ามาในห้องเรียน รู้สึกว่ามีนักเรียนหลายคนกระซิบกระซาบเกี่ยวกับตนเอง แต่เขาไม่ได้สนใจนัก เพียงนั่งลงเงียบ ๆ ที่ที่นั่งของตน

“จะ...จัวเซ่า อาจารย์เขา...เขาว่าอะไรนายไหม?” เจ้าอ้วนตัวน้อยโต๊ะข้าง ๆ มองมายังจัวเซ่าด้วยความกังวล พูดตะกุกตะกัก

“ไม่เป็นไร” จัวเซ่าหันไปยิ้มให้กับเจ้าอ้วนตัวน้อย

เขาประทับใจเจ้าอ้วนตัวน้อยคนนี้มาก หลังจากคอยรับใช้จัวเซ่าในตอนเช้า จัวเซ่าก็มีความคิดที่จะรับเขาเป็นน้องชาย และเขาเชื่อว่าคนคนนี้จะไม่ปฏิเสธ

เจ้าอ้วนตัวน้อยแก้มแดงระเรื่อเมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของจัวเซ่า รีบหันหน้าหนีหลบสายตาทันที ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็หยิบถุงน่องไก่ออกมาจากกระเป๋ายื่นให้จัวเซ่า “นะ...นายกินไหม?”

เมื่อตอนเที่ยงจัวเซ่ากินเนื้อเข้าไปเยอะมาก แต่ไม่อิ่มเลยสักนิด เขาคิดแล้วคิดอีกก็รับน่องไก่มา

เขาประทับใจน่องไก่ยี่ห้อนี่มาก จำได้ว่าเมื่อชาติก่อนเจ้าอ้วนตัวน้อยมักจะกินสิ่งนี้เสมอ จัวเซ่ามักจะจ้องตาเป็นมัน จากนั้นก็มองเจ้าอ้วนนี้แล้วรู้สึกขัดหูขัดตาตลอด...

เมื่อเห็นว่าจัวเซ่ารับน่องไก่ เจ้าอ้วนตัวน้อยดีใจมาก จากนั้นก็หยิบเครื่องดื่มออกมาอีกขวดแล้วถามออกไปด้วยใบหน้าเปี่ยมความหวัง “นะ...นายดื่มน้ำผลไม้ไหม? อืม อันนี้อร่อยมากนะ”

“ไม่ล่ะ” จัวเซ่าเอ่ยปฏิเสธน้ำผลไม้

เจ้าอ้วนตัวน้อยเปิดขวดน้ำผลไม้ด้วยความหดหู่ วางแผนจะดื่มเอง

คิ้วของจัวเซ่าขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นท่าทางหดหู่ของเจ้าอ้วนตัวน้อย

นิสัยการกินของเจ้าอ้วนตัวน้อยไม่ดีเลยจริง ๆ ไม่ใช่ของว่างก็เป็นเครื่องดื่มหวาน ๆ แบบนี้ไม่ดีต่อร่างกายเลยสักนิด

จบบทที่ บทที่ 4 เหลียงเฉินผู้เชื่อฟัง (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว