เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 เหลียงเฉินผู้เชื่อฟัง (2)

บทที่ 4 เหลียงเฉินผู้เชื่อฟัง (2)

บทที่ 4 เหลียงเฉินผู้เชื่อฟัง (2)


จัวเซ่าไม่ใช่พวกชอบสอดจมูกเข้าไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน แต่เมื่อคิดถึงชาติที่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเงินของเจ้าอ้วน เกรงว่าตนคงจะหิวตลอด เมื่อกี้ก็เพิ่งจะได้รับน่องไก่มาจากเจ้าอ้วนนี่อีก จึงกล่าวเพิ่มอีกประโยค “ดื่มเครื่องดื่มพวกนี้ไม่ดีต่อสุขภาพ”

“อ๊ะ” เจ้าอ้วนตัวน้อยรีบหมุนฝาเครื่องดื่มปิดทันที “งะ...งั้นฉันไม่ดื่มแล้ว”

จัวเซ่าเตรียมใจไว้แล้วว่าเจ้าอ้วนตัวน้อยคงไม่ฟังคำพูดของตน เจ้าอ้วนที่วัน ๆ เอาแต่ดื่มเครื่องดื่มพวกนี้แทนน้ำ เขาพูดแค่ประโยคเดียวก็เปลี่ยนเลยอย่างนั้นเหรอ?

ทว่า...เจ้าอ้วนนี่กลับหยุดดื่มจริง ๆ

จัวเซ่ามองไปที่เพื่อนร่วมโต๊ะของตนด้วยความตกตะลึง

เหลียงเฉินถูกจัวเซ่ามองเช่นนั้น จู่ ๆ ก็ทำอะไรไม่ถูก รีบร้อนกล่าวอีกประโยค “จาก...จากนี้ฉันจะไม่ดื่มแล้ว” ถ้าจัวเซ่าไม่ชอบที่เขาดื่มเครื่องดื่มพวกนั้น เขาก็จะไม่ดื่มแล้ว

“ไม่ต้องถึงขนาดนั้น แค่ดื่มให้น้อยหน่อยก็พอแล้ว ของว่างก็ต้องกินให้น้อยลงด้วย อ้วนแล้ว ของพวกนี้ไม่ดีต่อกระเพาะ” จัวเซ่ากล่าว หลังจากพูดจบเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

เหลียงซินชอบกินของว่างมาก โดยเฉพาะของว่างประเภทเนื้ออย่างปีกไก่ทอดและคอเป็ดทอด ตอนที่เขาติดตามเหลียงซิน เขารู้สึกว่านิสัยเหล่านี้น่ารักมาก ยังเคยแอบซื้อขนมใส่ในตู้สำนักงานของเหลียงซินอย่างลับ ๆ

แต่ต่อมา...

หลังตรวจเจอมะเร็งกระเพาะ เหลียงซินก็ไม่กินของว่างอีก แต่ถึงตอนนั้นก็ไม่ทันแล้ว

การแสดงออกของจัวเซ่าแปลกไปเล็กน้อย แต่เหลียงเฉินกลับไม่ได้สนใจ ในใจครุ่นคิดถึงแต่คำว่า ‘อ้วนแล้ว’

จัวเซ่ารู้สึกว่าเขาอ้วน น่าเกลียดมากเหรอ?

ต่อไปเขาต้องกินให้น้อยหน่อย...แต่ถ้าไม่กินพวกนี้ต้องกินอะไรล่ะ?

เหลียงเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย และในเวลานั้นเสียงกริ่งของโรงเรียนก็ดังขึ้น

คาบนี้เป็นคาบอุดมการณ์และการเมือง

ตอนที่พวกเขาอยู่ปีหนึ่ง โรงเรียนแจ้งว่าขาดอาจารย์สอนการเมือง ดังนั้นวิชาอุดมการณ์และการเมืองจึงจัดเป็นหลักสูตรอื่น ตอนปีสองเรียนวิชาการเมืองสัปดาห์ละสองคาบ แต่ก็ได้เรียนเพียงคาบเดียวเสมอ ตอนนี้เมื่ออยู่ปีสาม คาบเรียนวิชาการเมืองจึงได้เริ่มขึ้นแล้ว

ถึงอย่างไร...การสอบเข้าม.ปลายก็ยังต้องสอบอยู่

เนื่องจากบทเรียนวิชานี้จำเป็นต้องท่องจำเยอะ ๆ เท่านั้นถึงจะสอบผ่านแน่นอน ดังนั้นทางโรงเรียนจึงหวังให้นักเรียนปีสามเรียนเนื้อหาของทั้งสามปีพร้อมกัน

อาจารย์วิชาการเมืองไม่ได้เน้นที่จุดไหนเป็นสำคัญ เขาได้คัดเนื้อหาที่จะออกสอบไว้แล้วและพิมพ์ออกมาให้นักเรียนแต่ละคน ตอนนี้ก็ให้พวกเขาเอาขึ้นมาอ่าน จากนั้นก็พูดคุยกับพวกเขา

จัวเซ่าฟังอย่างตั้งใจ ฟังไปด้วยท่องไปด้วย แต่เหลียงเฉินที่นั่งข้าง ๆ เขากลับใจไม่อยู่กับตัว

เหลียงเฉินเปิดกล่องเครื่องเขียนของตนแล้วปรับองศา

มีกระจกอยู่ที่ด้านหลังกล่องเครื่องเขียนของเขา หลังจากปรับมุมเขาก็สามารถมองเห็นจัวเซ่าในกระจกได้แล้ว

จัวเซ่าดูดีจริง ๆ...

เหลียงเฉินมองอย่างมีความสุขอยู่หลายครั้ง คิดถึงสิ่งที่จัวเซ่าพูดกับตนวันนี้แล้วมีความสุขอยู่ครู่หนึ่ง

วันนี้เขามีความสุขมากจริง ๆ

จัวเซ่าตั้งใจฟังในคาบเรียนตลอด ไม่ได้สังเกตเห็นความลึกลับบนกล่องเครื่องเขียนที่โต๊ะเดียวกัน

คาบแรกในช่วงบ่ายเป็นวิชาการเมือง คาบที่สองเป็นวิชาศิลปะ เนื่องจากอาจารย์ศิลปะ ‘มีธุระ’ และไม่ได้อยู่ในชั้นเรียน จึงไม่น่าแปลกเลยที่คาบนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นการศึกษาด้วยตนเอง

เด็กสาวผมหางม้าที่ออกมานำอ่านภาษาอังกฤษเมื่อเช้ามานั่งลงที่โพเดียมอีกครั้งพร้อมกับหนังสือการบ้าน ควบคุมทุกคนให้เรียนด้วยตนเอง

จัวเซ่าในตอนนี้ยังต้องเรียนด้วยตนเองมาก ๆ เขาหยิบหนังสือเรียนออกมาดู นั่งทำโจทย์ที่อาจารย์มอบหมายให้เมื่อเช้า

โจทย์...ยากมาก

ในชีวิตที่แล้วคะแนนของเขาลดลงในช่วงนี้ แต่วิชาหลัก ๆ ที่คะแนนตกคือวิชาภาษาอังกฤษและภาษาจีน วิชาคณิตศาสตร์คะแนนยังคงดีมาก ถึงอย่างไรเขาก็ฉลาดมาก

แต่ตอนนี้...คณิตศาสตร์พวกนี้เขาทำไม่ได้สักนิด

จัวเซ่าทำไม่ได้ แต่เจ้าอ้วนตัวน้อยเพื่อนร่วมโต๊ะของเขาทำเร็วมาก

“ขอยืมการบ้านวิชาคณิตของนายหน่อยสิ” จัวเซ่ากล่าว

เหลียงเฉินมองไปที่จัวเซ่าด้วยความประหลาดใจ จัวเซ่า...ยืมสมุดการบ้านจากเขาจริงเหรอ?!

จัวเซ่าจะเอาสมุดการบ้านของเขาไปทำอะไรกัน? เหลียงเฉินประหลาดใจมาก แต่เขาก็เอาสมุดการบ้านของตนให้จัวเซ่าทันที ก่อนจะมานึกเสียใจภายหลัง

ลายมือของเขาหวัดมาก...ถ้ารู้เร็วกว่านี้ว่าจัวเซ่าจะดูสมุดการบ้านของเขา เขาต้องเขียนให้ดีกว่านี้แน่

จัวเซ่าก็รู้สึกว่าลายมือของเจ้าอ้วนตัวน้อยหวัดมาก แถมยังอ่านยากเหมือนไก่เขี่ย

เขาฝึกคัดลายมือมาตั้งแต่เด็กและเขียนออกมาได้ดี ลายมือของเหลียงซินก็สวยมากเช่นกัน...

จัวเซ่าลอกการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ด้วยความกระฉับกระเฉงและรวดเร็ว จากนั้นจึงขอยืมการบ้านภาษาจีนมาลอกต่อ

เหลียงเฉินตะลึงงัน

เขายังทำการบ้านภาษาอังกฤษไม่เสร็จ เมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบปั่นการบ้านอย่างสุดกำลัง

เขาเขียนการบ้านอย่างระมัดระวัง ทุกตัวอักษรเขียนออกมาอย่างสวยงาม ทว่าเมื่อเลิกเรียนจัวเซ่ากลับไม่ได้ขอยืมการบ้านภาษาอังกฤษของเขา...

จบบทที่ บทที่ 4 เหลียงเฉินผู้เชื่อฟัง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว