- หน้าแรก
- หน่วยรบพิเศษ ระบบการต่อสู้ที่แขร็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 38: ความตกตะลึงของเหอเฉินกวง
ตอนที่ 38: ความตกตะลึงของเหอเฉินกวง
ตอนที่ 38: ความตกตะลึงของเหอเฉินกวง
"พลังแฝงนั้นน่าเกรงขามจริงๆ!"
หลินเซียวแอบประหลาดใจอยู่เงียบๆ
ด้วยพลังอันเกรียวกราดเช่นนี้ไม่น่าแปลกใจเลยที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับเลเวลมิงจิ้นยังคงต้องหนีเอาตัวรอดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่อยู่ในเลเวลพลังมืดแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้นก็ตาม
ในขณะนี้หลินเซียวที่เพิ่งผสานพลังและก้าวเข้าสู่เขตแดนพลังมืดยังคงไม่สามารถควบคุมพลังของตนเองได้อย่างสมบูรณ์
ทุกครั้งที่หายใจ พังผืดทั่วร่างกายของเขาจะสั่นไหว แผ่ซ่านพลังอันมองไม่เห็นทว่าไร้เทียมทาน
"ดูเหมือนข้าจะยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพักเพื่อปรับตัวให้เข้ากับพลังมืด"
หลินเซียวกำหมัดแน่น พลางพึงพอใจอยู่ลึกๆ
ในขณะที่หลินเซียวกำลังขบคิดและปรับตัวกับพลังใหม่อยู่นั้น เหอเฉินกวงก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาอย่างกะทันหัน
ในเวลานั้น เหอเฉินกวงก็เอ่ยขึ้นว่า "หลินเซียว ใครขอให้เจ้าเป็นคนดีกัน? เจ้ามีสิทธิอะไรมายุ่งเรื่องของข้า?"
หลินเซียวเค้นเสียงหัวเราะ "เจ้าคนบ้า"
เหอเฉินกวงถลึงตามองเขาด้วยดวงตาเล็กๆ ของเขาแล้วกล่าว "หลินเซียว อย่าได้คิดว่าทุกคนจะต้องกลัวเจ้าไปเสียหมด"
"ถอยไปไหนเสีย"
หลินเซียวไม่ต้องการจะเกี่ยวข้องกับเรื่องไร้สาระนี้กับเหอเฉินกวง เขาจำเป็นต้องรีบปรับตัวกับพลังที่ซ่อนเร้นอยู่เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดๆ
เหอเฉินกวงเอื้อมมือเข้ามาขวางทางของหลินเซียวแล้วพูดว่า "อย่าได้คิดจะเดินจากไปจนกว่าเจ้าจะอธิบายทุกอย่างให้ข้าเข้าใจอย่างชัดเจนในวันนี้"
"เจ้าคนบ้า" หลินเซียวเค้นเสียงก่อนจะหันหลังเดินจากไป
เหอเฉินกวงยังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงได้เปิดโปงเขา เมื่อเห็นหลินเซียวกำลังจะเดินจากไป ด้วยความร้อนรน เขาจึงยื่นมือเข้าไปคว้าแขนของหลินเซียวเอาไว้
"วิชางู"
ขีดความสามารถทางร่างกายของหลินเซียวนั้นมากกว่าคนปกติถึงหกเท่า และเขาก็ได้ฝึกฝนวิชางูจนเชี่ยวชาญ
หากเขาไม่ได้ต้องการ เหอเฉินกวงจะคว้าแขนเขาได้อย่างไร?
เหอเฉินกวงมองดูมือของคู่ต่อสู้ที่ดูเหมือนไร้กระดูกหลบหลีกไปในมุมที่เหลือเชื่อ
เหอเฉินกวงไม่ลดละ พุ่งตัวเข้าหาแล้วคว้าแขนของหลินเซียวอีกครั้ง
หลินเซียวเมื่อเห็นความดุดันของเหอเฉินกวงก็รู้ว่อีกฝ่ายคงไม่ยอมแพ้
"เหอเฉินกวงเป็นคู่ต่อสู้ที่เหมาะสม ข้าจะได้ทดสอบผลของพลังแฝงดูสักหน่อย"
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินเซียวก็หยุดกะทันหัน
"หึ! เสร็จข้าละ" เหอเฉินกวงคิดในใจอย่างลำพอง
ในตอนนั้นเอง มือของหลินเซียวก็สะบัดออกมา ปล่อยพลังอันเกรียวกราดออกมา
ก่อนที่เหอเฉินกวงจะทันได้ตั้งตัว เขาก็รู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง เท้าของเขาเย็นเยียบ หนังศีรษะชาววาบ และเหงื่อเย็นได้ไหลซึมออกมาตามแผ่นหลัง
"เกิดอะไรขึ้น..."
เหอเฉินกวงตัวอ่อนปวกเปียกเหมือนลูกโป่งที่ถูกเข็มทิ่ม ไม่อาจรวบรวมพลังใดๆ ได้เลย
"นี่มันพลังแฝง!"
เหอเฉินกวงตกใจสุดขีด จ้องมองหลินเซียวด้วยความตะลึง
เขาเคยประมือกับหลินเซียวมาก่อนและรู้ดีว่อีกฝ่ายเคยแตะขอบเขตของพลังมืดมาแล้ว ทว่าความเจ็บปวดที่เขาเคยได้รับในครั้งก่อนมันได้จางหายไปในทันที ไม่เหมือนกับครั้งนี้ที่พลังมืดกำลังเล่นงานเขาอยู่ตลอดเวลา
เป็นไปได้ไหมที่เขาจะเข้าสู่เขตแดนพลังมืดได้จริงๆ?
"นี่... เป็นไปได้อย่างไร!"
เขาไม่เคยนึกเลยว่าหลินเซียวจะเก่งกาจเกินหน้าเขาไปไกลและก้าวเข้าสู่เขตแดนพลังมืดได้ในเวลาอันสั้นนิดเดียว
หลินเซียวเค้นเสียงเย็นเยียบ "เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังช่วยหวังเยี่ยนปิงอยู่งั้นเหรอ? เจ้ากำลังทำร้ายเขาอยู่ต่างหาก"
ในมุมมองของเขา การกระทำของเหอเฉินกวงนั้นช่างไร้เดื่ยงสา เป็นพฤติกรรมของเด็กที่อวดดี
เหอเฉินกวงได้สติแล้วเอ่ยขึ้น "เจ้ารู้อะไร! เจ้าเข้าใจหวังเยี่นปิงหรือไม่? เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาเป็นคนเช่นไร!"
หลันเซียวไม่เพียงแต่ทำลายเจตนาดีของเขาเท่านั้น แต่ยังทำให้เขาโดนผู้ครอบครองตำหนิอีกด้วย ตอนนี้ หวังเยี่นปิงไม่สามารถเข้าร่วมกองร้อยพลแม่นปืนได้แล้ว และ เหอเฉินกวงย่อมต้องโมโหเป็นธรรมดา
หลันเซียวมองเหอเฉินกวงแล้วเอ่ย "เจ้าเข้าใจหวังเยี่นปิงหรือไม่? เจ้ารู้หรือไม่ว่าหวังเยี่นปิงต้องการสิ่งใด?"
"การได้เข้าร่วมกองร้อยพลแม่นปืนคือความฝันของหวังเยี่นปิง," เหอเฉินกวงกล่าว
หลันเซียวสั่นศิรษะ "เจ้าคิดหรือว่าหวังเยี่นปิงจะยอมรับความเมตตาเช่นนี้?"
"ไร้เดื่ยงสา! เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นพี่น้องกับหวังเยี่นปิงงั้นหรือ? เจ้าไม่รู้หรือว่าศักดิ์ศรีของหวังเยี่นปิงนั้นแข็งแกร้งเพียงใด?" เสียงของหลันเซียวดังขึ้นเรื่อยๆ "เจ้าได้คิดหรือไม่ว่าหวังเยี่นปิงจะรู้สึกเช่นไรเมื่อเขาได้รู้ความจริง?"
"นี่..." เหอเฉินกวงทิ้งตัวลง
หลันเซียวกล่าวต่อ "หากหวังเยี่นปิงต้องการเข้าร่วมกองร้อยพลแม่นปืน เขาต้องได้รับมันมาด้วยความพยายามของเขาเอง มิใช่การพึ่งพาผู้อื่น ยิ่งไปกว่านั้นในฐานะทหาร เราต้องเคารพเกียรติยศของกองร้อยพลแม่นปืนและพึ่งพาความสามารถของตนเอง"
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลันเซียวกล่าวด้วยความจริงจัง "สิ่งที่เจ้าทำไม่เพียงแต่เป็นการหมิ่นหยามหวังเยี่นปิง เท่านั้น แต่ยังหมิ่นหยามกองร้อยพลแม่นปืนด้วย เจ้าไม่ควรค่าแก่เครื่องแบบที่เจ้าสวมใส่อยู่..."
...
เหอเฉินกวงพูดไม่ออก
ในความเป็นจริง คนที่มีศักดิ์ศรีอันแข็งแกร้งเช่นหวังเยี่นปิงไม่มีทางยอมรับความช่วยเหลือเช่นนี้ของเหอเฉินกวงได้
ยิ่งไปกว่านั้น กองร้อยพลแม่นปืนเป็นกองร้อยรบที่มีเกียรติยศนับนับไม่ถ้วน มีชัยชนะมาตลอดหลายทศวรรษ และไม่เคยพ่ายแพ้ มันยังเป็นหนึ่งในกองร้อยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นหนึ่งในไม่กี่กองร้อยที่สามารถถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจในรูปแบบใดๆ ได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องมีการฝึกซ้อมหรือเติมกำลังพล
การกระทำที่ไร้ความคิดของเขาได้ลบลู่ความศักดิ์สิทธิ์ของกองร้อยพลแม่นปืน
...
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เหอเฉินกวงก็รู้สึกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าหลันเซียวพูดถูก และเขาก็รู้สึกอับอายไม่ได้
"ใช่! ข้าทำผิดไป"
เมื่อนั้นเอง เหอเฉินกวงถึงได้ตระหนักว่าเขายังคงจับมือหลันเซียวอยู่และรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
หลันเซียวพยักหน้า ในความเป็นจริง เหอเฉินกวงเป็นคนที่มีนิสัยดี
มันเป็นเรื่องที่น่ายกย่องจริงๆ ที่เขายอมสละโอกาสในการเข้าร่วมกองร้อยพลแม่นปืนเพื่อพี่น้องของเขา เพียงแต่ชายหนุ่มผู้นี้ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี ยังไม่ได้พิจารณาถึงความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น
"ฮึ!"
เหอเฉินกวงกำลังจะปล่อยมือจากมือของหลันเซียวเมื่อเขาก้มมองลงไปและเห็นว่าฝ่ามือของเขาแดงและบวม
"นี่มัน..." เหอเฉินกวงมองหลันเซียวด้วยความประหลาดใจ
หลินเซียวกล่าวอย่างเยือกเย็น:"ข้าเพิ่งบรรลุเคล็ดวิชาบางอย่างได้เมื่อครู่และยังควบคุมพลังของตนเองได้ไม่ดีพอ"
"เจ้าก้าวเข้าสู่ขอบเขตพลังลึกลับแล้วหรือ?"สีหน้าของเหอเฉินกวงเปลี่ยนไป
หลินเซียวพยักหน้า:"พลังลึกลับนั้นขจัดได้ยากเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบตามมาเจ้าจำเป็นต้องชำระเส้นลมปราณให้โล่งในภายหลัง"
"บัดซบเอ๊ย..."
เหอเฉินกวงอ้าปากค้างจนแทบยัดหมัดเข้าไปได้ทั้งหมัด
เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?บรรลุเคล็ดวิชาได้ในขณะที่ยืนอยู่เนี่ยนะ?
เขาฝึกฝนวิทยายุทธ์มาตั้งแต่แปดขวบทนทานต่อความหนาวเหน็บและความร้อนระอุมานับครั้งไม่ถ้วนทว่ายังไม่อาจก้าวไปถึงจุดสูงสุดของพลังเปิดเผยได้เลยด้วยซ้ำประสาอะไรกับพลังลึกลับ
ต่อให้หลินเซียวจะฝึกฝนวิทยายุทธ์มาตั้งแต่เกิดก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะทะลวงเข้าสู่พลังลึกลับได้รวดเร็วเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้นในการประลองเมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังคงอยู่ในเลเวลของพลังเปิดเผยเท่านั้นเขาจะทะลวงขึ้นมาได้อย่างไร?
...
เหอเฉินกวงตกอยู่ในความสับสนมึนงง
ในขณะที่เหอเฉินกวงยังคงตกตะลึงกงเจี้ยนก็เดินออกมาจากด้านข้าง
เมื่อครู่เขาสังเกตเห็นว่าเหอเฉินกวงกำลังเคืองแค้นหลังจากถูกหลินเซียวเปิดเผยจุดอ่อนพวกเขาทั้งคู่ยังเป็นคนหนุ่มแน่นและมุทะลุเขาเกรงว่าจะเกิดเรื่องจึงเดินตามเหอเฉินกวงมา
แปะแปะ...
ในตอนนั้นเองกงเจี้ยนก็ปรบมือแล้วเดินตรงมาหาหลินเซียวพร้อมกับกล่าวว่า:"เกียรติยศของกองร้อยพลซุ่มยิงที่สี่ไม่อาจถูกลบหลู่ใครก็ตามที่อยากเข้าร่วมกองร้อยพลซุ่มยิงที่สี่ต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตนเองเท่านั้น"
เขายิ่งรู้สึกพึงพอใจในตัวหลินเซียวมากขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่เห็นร่องรอยความมุทะลุของคนหนุ่มในตัวเขาเลยและไม่คาดคิดว่าเขาจะมีความตระหนักรู้ที่สูงส่งเช่นนี้
จากนั้นเขาจึงมองไปที่เหอเฉินกวงด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแล้วกล่าวว่า:"เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าทำผิด?"
"เฮ้ย!ฝ่ามือของเจ้าบวมเป่งเกิดอะไรขึ้น?"ก่อนที่เหอเฉินกวงจะทันได้ตอบกงเจี้ยนก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่ฝ่ามือของเหอเฉินกวงเช่นกัน