เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 - งานประลองเจตจำนง

บทที่ 32 - งานประลองเจตจำนง

บทที่ 32 - งานประลองเจตจำนง


บทที่ 32 - งานประลองเจตจำนง

"ไม่ เจ้าคืออัจฉริยะ อัจฉริยะที่ข้าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน..." หลัวหลานเลิกกดทับเด็กหนุ่ม สองมือจับไหล่ของเขาพลางกล่าวอย่างตื่นเต้นสุดขีด "เจ้าดูตัวเจ้าสิ ตอนเริ่มเรียนก็ช้าจริงๆ ช้าเป็นหอยทากเลยแหละ แต่พอเจ้าเรียนรู้แล้ว พลังแฝงของเจ้าก็เหลือล้นจริงๆ ! ฮ่าๆ !"

เฉินฉางมิ่งยิ้มบางๆ

คนในหมู่บ้านล้วนบอกว่าเขาเป็นตัวอัปมงคล อายุสั้น ทว่าความสำเร็จทั้งหมดของเขากลับเป็นสิ่งที่ได้มาจากความอัปมงคลนี้ทั้งสิ้น

หลัวหลานกอดคอเด็กหนุ่มราวกับสหายสนิท หัวเราะร่าพลางกล่าว "ไปเถอะ ตอนนี้ได้เวลาพอดี พวกเราไปร่วมงานประลองเจตจำนงเพลงกระบี่หลิงเซียวกัน"

"เอ่อ... ขอรับ..."

เฉินฉางมิ่งยังคงไม่ชินกับความสนิทสนมเช่นนี้ อีกทั้งกลัวว่าคนอื่นจะมาเห็นเข้า จึงรีบผละตัวออก

ศิษย์พี่หญิงใหญ่ผู้นี้ ทำตัวราวกับเป็นผู้ชายเสียจริง!

หลัวหลานเป็นคนเปิดเผย ไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีขวยเขินของเด็กหนุ่ม นางก้าวเท้ายาวๆ เดินนำหน้าไป โดยมีเฉินฉางมิ่งเดินตามหลังมาติดๆ

หลังจากข้ามภูเขาสองลูก ทั้งสองก็ปีนขึ้นมาถึงยอดเขาหลิงเซียว

นี่คือยอดเขาหลักของสำนักหลิงเซียว ตำหนักเจ้าสำนักก็ตั้งอยู่ที่นี่ ด้านหน้าตำหนักมีลานกว้างแห่งหนึ่ง ใช้สำหรับจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ภายในสำนัก

ในยามปกติ ศิษย์สายนอกไม่อนุญาตให้เข้ามาที่นี่

เฉินฉางมิ่งเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก จึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก เขามองดูทิวทัศน์รอบๆ อย่างต่อเนื่อง พลางเดาะลิ้นชื่นชม

"บางที่ก็เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่นานนี้ พวกสำนักมารโลหิตที่สมควรตายเป็นพันครั้ง ก่อนหนีไปได้สร้างความเสียหายไว้มาก!"

เมื่อชี้ไปที่ทิวทัศน์บางส่วนที่เพิ่งสร้างใหม่ หลัวหลานก็อดไม่ได้ที่จะด่าทอด้วยความโกรธแค้น

"สำนักมารโลหิตสมควรตายนัก!"

เฉินฉางมิ่งก็ผสมโรงด้วยเช่นกัน นาปราณชั้นดีในพื้นที่ปลูกข้าวปราณล้วนถูกสำนักมารโลหิตทำลายไปจนหมดสิ้น ทำให้เขาสูญเสียทรัพยากรก้อนโตไป

"จริงสิ ศิษย์พี่หญิงใหญ่ หุบเขาที่ปลูกข้าวปราณตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแล้ว?" เฉินฉางมิ่งถามขึ้นกะทันหัน

"ก็พอจะฟื้นฟูได้บ้างแล้ว ปลูกข้าวปราณได้นิดหน่อย โชคดีที่สำนักเราคนน้อย ปริมาณที่ใช้ก็ไม่มาก..." หลัวหลานตอบตามความจริง

เฉินฉางมิ่งพยักหน้า อันที่จริงเขาอยากไปปลูกข้าวปราณมาก แต่ตอนนี้เขาเป็นศิษย์สายนอกแล้ว ไม่มีคุณสมบัติที่จะปลูกข้าวปราณอีกต่อไป

ยังดีที่เขาสามารถรับภารกิจเพื่อหาแต้มผลงานได้ รายได้ส่วนนี้ได้มาเร็วและผลตอบแทนก็คุ้มค่า

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ในใจของเขาก็ไม่ตะขิดตะขวงใจอะไรอีก

คนต่ำต้อยที่ดิ้นรนอยู่ในโลกอันวุ่นวายใบนี้ ก็คือสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา จะมีงานใดที่ยั่งยืนตลอดไปเล่า?

คิดถึงตอนนั้นที่เขายังเป็นขอทานน้อย เกือบจะต้องหนาวตายในเมืองซีเหลียงเสียแล้ว หากไม่ใช่อันธพาลผู้นั้นบีบคั้นจนเขาไม่มีทางถอย เขามีหรือจะกล้าฆ่าคน?

เมื่อฆ่าคนแล้ว หนีออกจากเมือง ก็บังเอิญไปพบกับท่านเซียนชุดเงินที่ผ่านทางมาพอดี ทำให้ชะตาชีวิตพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อนึกถึงท่านเซียนชุดเงิน เฉินฉางมิ่งก็นึกถึงกุญแจที่นกยักษ์สีแดงทิ้งไว้บนหน้าอกของเขา ตอนนี้จุดสีเขียวที่กลายร่างมาจากกุญแจนั้นยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะกลับมาเอาคืนเมื่อใด

"หลังจากเพลงกระบี่ก้าวหน้าแล้ว เคล็ดวิชาหลอมกายาเตาสวรรค์ก็ควรจะเริ่มฝึกเสียที..." เฉินฉางมิ่งคิดในใจ

วิชาฝึกฝนร่างกายวิชานี้ เขาไม่มีเวลาฝึกมาตลอด ตอนนี้เพลงกระบี่หลิงเซียวก็พัฒนาขึ้นแล้ว เขาจึงเตรียมตัวที่จะฝึกวิชาฝึกฝนร่างกายนี้เช่นกัน

เนื่องจากพรสวรรค์ย่ำแย่เกินไป การแบ่งเวลาฝึกฝนจึงเป็นเรื่องยากลำบาก มักจะได้อย่างเสียอย่าง แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ

ผ่านไปหนึ่งก้านธูป

ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงลานกว้างบริเวณครึ่งทางขึ้นเขา ขณะนี้มีคนมารวมตัวกันนับร้อยคนแล้ว มีทั้งศิษย์สายนอกและศิษย์สายใน

"ศิษย์พี่หญิงใหญ่!"

"คารวะศิษย์พี่หญิงใหญ่!"

ศิษย์สายนอกบางคนเมื่อเห็นหลัวหลาน ก็รีบหลีกทางให้ด้วยท่าทีเคารพนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง

หลัวหลานยิ้มพยักหน้า พานำเฉินฉางมิ่งเดินผ่านเข้าไปยังใจกลางลานกว้าง เข้าสู่พื้นที่ที่ศิษย์สายในรวมตัวกันอยู่

"พวกเจ้าคงได้ยินมาบ้างแล้วสินะ เฉินฉางมิ่งผู้นี้มีรากปราณเบญจธาตุผสม แต่กลับได้รับความเมตตาจากศิษย์พี่หญิงใหญ่ อุตส่าห์สอนเพลงกระบี่หลิงเซียวให้เขาตั้งกว่าครึ่งปี!"

"โอ๊ย น่าอิจฉาจะตายอยู่แล้ว"

"ศิษย์พี่หญิงใหญ่จิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ทำไมไม่มาเมตตาข้าบ้างนะ? ช่างน่าน้อยใจจริงๆ..."

"เฮ้อ..."

เหล่าศิษย์สายนอกต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ อิจฉาในความโชคดีของเฉินฉางมิ่งเหลือเกิน

เมื่อได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน เฉินฉางมิ่งก็ทอดถอนใจ

หากไม่มีศิษย์พี่หญิงใหญ่ ด้วยพรสวรรค์ขยะเช่นเขา มีหรือจะกล้าแตะต้องเพลงกระบี่หลิงเซียว? แค่เรียนเพลงกระบี่วายุหมุนได้ก็ดีถมไปแล้ว

อวี๋ไห่หลงก็อยู่ในฝูงชนด้วย เขาเข้าไปทักทายศิษย์พี่หญิงใหญ่ก่อน จากนั้นก็ทำหน้าตาลี้ลับ แล้วกระซิบถามด้วยความอิจฉา "นี่ เฉินฉางมิ่ง เพลงกระบี่หลิงเซียวของเจ้าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแล้ว?"

"ก็งั้นๆ แหละ" เฉินฉางมิ่งยิ้มบางๆ แล้วถามกลับว่า "ศิษย์พี่อวี๋ ท่านเรียนเพลงกระบี่หลิงเซียวหรือยัง?"

อวี๋ไห่หลงหน้าแดง "ยังเลย ข้าเรียนแค่เพลงกระบี่วายุหมุน เพลงกระบี่หลิงเซียวค่อยเรียนวันหลัง วันนี้ที่มาก็เพื่อเปิดหูเปิดตา ดูคนอื่นแสดงเพลงกระบี่หลิงเซียว..."

"อืมๆ" เฉินฉางมิ่งพยักหน้ายิ้มๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก

ก็งั้นๆ แหละงั้นหรือ?

เมื่อได้ยินบทสนทนาของศิษย์น้องทั้งสอง หลัวหลานก็กระตุกมุมปากขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มลึกลับ

ม้ามืดของการประลองครั้งนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากศิษย์น้องเฉินฉางมิ่ง!

เพลงกระบี่หลิงเซียวของเขา แม้แต่นางก็ยังรับมือแทบไม่ไหว หากนางอยู่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสามเหมือนกัน การประลองเมื่อครู่นี้นางคงพ่ายแพ้ไปนานแล้ว

หลัวหลานมีความสุขมาก

นางอดทนต่อแรงกดดันสารพัด ในที่สุดก็สามารถสั่งสอน 'ศิษย์' ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ออกมาได้ ไม่เสียแรงที่นางทุ่มเทความเหนื่อยยากลงไป

เนื่องจากเรื่องที่หลัวหลานสอนเพลงกระบี่หลิงเซียวให้เฉินฉางมิ่งนั้นเป็นที่ลือกระฉ่อนไปทั่วสำนัก ศิษย์สายในหลายคนจึงหันมามองเช่นกัน

"ศิษย์พี่ใหญ่ ไอ้หนุ่มที่อยู่ข้างหลัวหลานนั่นก็คือไอ้สวะรากปราณเบญจธาตุผสม นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะกล้ามาเข้าร่วมงานประลองเจตจำนงด้วย!"

ศิษย์ยอดเขาเทียนหั่วรวมตัวกันอยู่หลายสิบคน สื่อเข่อหลางยืนอยู่ข้างชายหนุ่มคนหนึ่งอย่างนอบน้อม ชี้มือไปทางทิศหนึ่งแล้วกระซิบเสียงเบา

ศิษย์พี่ที่อยู่ข้างเขา ก็คือศิษย์สายในอันดับหนึ่งของยอดเขาเทียนหั่ว

หม่าเทียนสิง

บัดนี้เขาฝึกฝนถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับเก้าแล้ว ขาดอีกเพียงนิดเดียวก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสิบ

"หึหึ ไม่เห็นต้องใส่ใจเลย..." หม่าเทียนสิงยิ้มบางๆ ไม่ได้เก็บมาใส่ใจแม้แต่น้อย

ครั้งนี้ เขาก็มาเข้าร่วมงานประลองเจตจำนงเพลงกระบี่หลิงเซียวเช่นกัน แม้เขาจะมาจากยอดเขาเทียนหั่ว แต่เขาก็ฝึกเพลงกระบี่หลิงเซียวควบคู่ไปด้วย

เมื่อเห็นศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้ใส่ใจ สื่อเข่อหลางก็ทอดถอนใจในใจ

ระดับพลังของศิษย์พี่ใหญ่สูงส่ง วิสัยทัศน์ย่อมสูงตามไปด้วย จึงไม่เห็นศิษย์สายนอกที่มีรากปราณเบญจธาตุผสมคนนั้นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

ศิษย์สายในจากยอดเขาทั้งหกของสำนักหลิงเซียว ล้วนจับกลุ่มกันอยู่ตามจุดต่างๆ ในลานกว้าง บางคนเพียงแค่ปรายตามองเฉินฉางมิ่งที่อยู่ข้างหลัวหลานแวบหนึ่ง แววตาเผยให้เห็นความดูแคลนจางๆ ก่อนจะละสายตาไป

"ท่านเจ้าสำนักมาแล้ว" มีคนตะโกนเบาๆ

ฝูงชนเกิดความโกลาหลเล็กน้อย ต่างพากันมองไปทางตำหนักเจ้าสำนัก

ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก ผู้คนกลุ่มหนึ่งเดินเรียงรายออกมา

เจ้าสำนักหลิงเซียว เจ้าแห่งยอดเขาต่างๆ ตลอดจนผู้อาวุโสที่มีอำนาจ ล้วนอยู่ในขบวนนี้ด้วย

เสียงจอแจบนลานกว้างพลันเงียบสงบลง บรรยากาศกลายเป็นเคร่งขรึมอย่างยิ่ง

เนื่องจากผู้ที่นั่งเรียงรายอยู่หน้าตำหนัก ล้วนเป็นบุคคลระดับสูงของสำนักหลิงเซียว ผู้ซึ่งไปมาไร้ร่องรอยราวกับมังกรศักดิ์สิทธิ์

วันนี้มีโอกาสได้พบเจอ ศิษย์บนลานกว้างเหล่านี้ก็นับว่าได้เปิดหูเปิดตา และจดจำรูปลักษณ์ของบุคคลระดับสูงทั้งหมดไว้ในใจอย่างลึกซึ้ง

"งานประลองเจตจำนงเพลงกระบี่หลิงเซียวจัดขึ้นทุกๆ สามปี ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะทำให้พวกเราประหลาดใจได้บ้างหรือไม่..." ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเผยสีหน้าคาดหวังพลางหัวเราะเบาๆ

บุคคลผู้นี้ก็คือ หลี่เยว่ เจ้าสำนักหลิงเซียว

กัวไห่ชวน เจ้าแห่งยอดเขาเทียนหั่วกระแอมไอ แล้วหัวเราะขึ้น "ท่านเจ้าสำนัก การประลองครั้งก่อนก็มีต้นกล้าชั้นดีปรากฏขึ้นไม่น้อย เช่น หม่าเทียนสิงจากยอดเขาเทียนหั่วของข้า จินฮ่วนอวี่จากยอดเขาเฮยสุ่ย จ้าวหลิวเหอจากยอดเขาชิงมู่ เป็นต้น สายนอกเองก็มีผู้มีความสามารถโดดเด่นขึ้นมาเช่นกัน อย่างเช่นหลานสาวสุดที่รักของผู้อาวุโสหลัว..."

เมื่อเอ่ยถึงหลานสาวสุดที่รักของผู้อาวุโสหลัว บรรดาผู้นำระดับสูงของสำนักหลิงเซียวต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา

พรสวรรค์ของหลานสาวผู้อาวุโสหลัวนั้นไม่เลว ทว่ากลับดึงดันที่จะเข้าร่วมสายนอกให้ได้ ตอนนั้นก็สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งสำนักอยู่เหมือนกัน ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานี้ยิ่งทำเรื่องใหญ่โต สั่งสอนศิษย์สายนอกที่มีรากปราณเบญจธาตุผสมผู้หนึ่งให้ฝึกฝนเพลงกระบี่หลิงเซียว

ไม่รู้ว่าแม่หนูคนนี้กินยาลืมเขย่าขวดหรืออย่างไร

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 32 - งานประลองเจตจำนง

คัดลอกลิงก์แล้ว