- หน้าแรก
- ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ชำระล้างแดนโกลาหล
- บทที่ 17: ตกตะลึง!
บทที่ 17: ตกตะลึง!
บทที่ 17: ตกตะลึง!
บทที่ 17: ตกตะลึง! พลังจิตระดับจิตล่องลอยงั้นเหรอ? เรื่องตลกขบขันระหว่างการทดสอบ
น้ำเสียงของครูตู้คังแฝงไว้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อในขณะที่อ่านตัวเลขนี้
พลังจิต 499 จุดคือแนวคิดแบบไหนกัน? นั่นคือพลังจิตที่อยู่ห่างจากการเข้าสู่ระดับจิตล่องลอยเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น!
แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังมีพลังจิตอยู่แค่ในระดับจิตล่องลอย และสำหรับวิญญาจารย์ส่วนใหญ่แล้ว ระดับจิตล่องลอยก็คือจุดสูงสุดในชีวิตของพวกเขา
ทว่าพลังจิตอันน่าเกรงขามเช่นนี้กลับมาปรากฏอยู่ในตัวของเด็กอายุไม่ถึงแปดขวบ ในวัยนี้ สมองของเด็กยังไม่ควรจะพัฒนาเต็มที่ด้วยซ้ำไม่ใช่หรือ?
"เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้ พลังจิตของพวกเรายังไม่ถึงร้อยเลย วิญญาจารย์วงแหวนเดียวจะมีพลังจิตสูงขนาดนั้นได้ยังไง?" รุ่นพี่ปี 3 คนนั้นกล่าวขึ้น
เขาชื่อเหยียนหยาง วิญญาณยุทธ์ของเขาคือวิญญาณยุทธ์เดียวกับเทพธิดาอีกาทองคำอู่หมิงจากสถาบันเชร็คเมื่อสองหมื่นปีก่อน เขาเองก็เป็นผู้ที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดเช่นเดียวกัน
ตลอดระยะเวลาสองหมื่นปีที่ผ่านมา บางตระกูลก็เจริญรุ่งเรือง ในขณะที่บางตระกูลก็ตกต่ำลง ในครั้งนี้ เหยียนหยางมาเข้าร่วมการทดสอบพร้อมกับแบกรับภารกิจในการฟื้นฟูตระกูลของตน ในขณะเดียวกัน นี่ก็คือโอกาสสุดท้ายของเขาแล้ว เพราะตอนนี้เขาอายุเลยเก้าขวบมาแล้ว
แตกต่างจากคนอื่นๆ เหตุผลที่เหยียนหยางรอจนถึงเกณฑ์อายุสูงสุดถึงค่อยมาสมัคร ก็เพื่อที่จะสามารถบดขยี้คู่แข่งรุ่นเดียวกันที่สมัครเข้าสถาบันเชร็คด้วยระดับพลังวิญญาณที่เหนือกว่า เพื่อให้เขามีโอกาสสอบเข้าสถาบันเชร็คได้สำเร็จมากที่สุด
"คุณครูครับ เครื่องมีปัญหาหรือเปล่าครับ? เกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นหรือเปล่า?" จี้อิงก็ก้าวออกมาร่วมด้วยช่วยถามอีกแรง เขาเองก็ไม่เชื่อว่าพลังจิตของลู่ชิงเซวียนจะสูงกว่าพวกเขาหลายเท่า
"เครื่องทดสอบไม่มีทางทำงานผิดพลาดแน่นอน นี่คือเครื่องทดสอบพลังจิตที่ทันสมัยที่สุดของสหพันธ์" ครูตู้คังกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จากนั้นเขาก็เมินเฉยต่อดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจทั้งสองคู่ แล้วหันไปถามคนที่เหลือ "คนต่อไป ใครจะมาทดสอบ?"
ลู่ชิงเซวียนจ้องเขม็งไปยังสองคนที่เยาะเย้ยเขา
หลานเมิ่งฉินและต้งเชียนชิวต่างก็แอบถอยหลังไปคนละก้าว ปล่อยให้สองคนนั้นออกรับหน้าไปก่อน
"ฉันเอง!" เหยียนหยางกัดฟันแล้วเดินออกไป
"พลังจิต 99 จุด!" ครูตู้คังอ่านระดับพลังจิตของเหยียนหยางเสียงดังฟังชัด
"พรืด!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่ชิงเซวียนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่นออกมาตรงนั้น
วิญญาจารย์สองวงแหวนแต่มีพลังจิตแค่ 99 จุดเนี่ยนะ? ถ้าเรื่องนี้ไม่ตลก แล้วเรื่องไหนจะตลกล่ะ?
"แกหัวเราะอะไรวะ?!" เหยียนหยางถลึงตาใส่ลู่ชิงเซวียน
"ก็ต้องหัวเราะนายอยู่แล้วสิ! หรือจะให้หัวเราะตัวเองล่ะ? พลังจิตของฉันไม่ได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนั้นสักหน่อย" คราวนี้ตาของลู่ชิงเซวียนเป็นฝ่ายเยาะเย้ยบ้าง
หลานเมิ่งฉินและต้งเชียนชิวก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้เช่นกัน ในขณะที่จี้อิงนั้นเหงื่อตกจนเปียกชุ่มไปหมด
เขารู้ระดับพลังจิตของตัวเองดี หากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาก็คงจะเจริญรอยตามเหยียนหยางไปติดๆ
"แก!"
เมื่อต้องมาอับอายขายหน้าต่อหน้าสองสาวสวย เหยียนหยางก็โกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า วงแหวนวิญญาณสีเหลืองสองวงปรากฏขึ้นบนร่างของเขา พร้อมกับวิหคสีทองตัวใหญ่ที่ปรากฏขึ้นด้านหลัง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้ากดทับลู่ชิงเซวียนโดยตรง กระทั่งอุณหภูมิรอบกายก็ยังพุ่งสูงขึ้นหลายองศา
"ฮึ่ม!"
ลู่ชิงเซวียนไม่คิดจะหลบหลีกเลยแม้แต่น้อย วงแหวนวิญญาณสีม่วงวงหนึ่งลอยขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้าของเขา และในแง่ของกลิ่นอาย เขาไม่ได้ด้อยไปกว่าเหยียนหยางเลยแม้แต่น้อย
ความโกลาหลครั้งใหญ่ดึงดูดสายตาของกลุ่มนักเรียนให้หันมามองทางนี้ทันที
"พอได้แล้ว! พวกเธอคิดว่าที่นี่คือที่ไหนกันฮะ? เป็นตาแก่ยายแก่มาทะเลาะวิวาทกันในตลาดสดหรือยังไง? ทุกคน เก็บวิญญาณยุทธ์ของตัวเองเดี๋ยวนี้!" ครูตู้คังตวาดกร้าว พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันของพลังวิญญาณออกมา บีบบังคับให้วิญญาณยุทธ์ของเหยียนหยางและลู่ชิงเซวียนกลับคืนสู่ร่างกายในชั่วพริบตา
ลู่ชิงเซวียนหันหลังเดินกลับไป ทิ้งให้เหยียนหยางยืนฮึดฮัดอารมณ์เสียอยู่ในเขตทดสอบเพียงลำพัง
"คนต่อไป จี้อิง!" น้ำเสียงเย็นชาของครูตู้คังดังขึ้น
เหยียนหยางรีบเดินกลับไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองไปที่ลู่ชิงเซวียน เหยียนหยางรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้
จี้อิงก้าวออกไปและสวมหมวกกันน็อกสำหรับทดสอบพลังจิต และตัวเลขก็ปรากฏขึ้น
"จี้อิง 96 จุด!"
เมื่อได้ยินตัวเลขนี้ ใบหน้าของจี้อิงก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขากับเหยียนหยางก็ไม่ได้ต่างกันเลยแม้แต่น้อย แต่โชคดีที่ไม่มีเสียงหัวเราะดังมาจากด้านล่าง ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะอับอายขายหน้าไม่ต่างจากเหยียนหยาง
คนต่อไปคือหลานเมิ่งฉินและต้งเชียนชิว เด็กสาวทั้งสองคนทดสอบเสร็จสิ้นด้วยระดับพลังจิตที่เกินหนึ่งร้อยจุดทั้งคู่
เมื่อรอนักเรียนในอีกสองเขตทดสอบเสร็จสิ้น ในที่สุดก็มาถึงช่วงสุดท้ายของการทดสอบเพื่อเข้าชั้นเรียนเยาวชนแห่งยุคเสียที
"เตรียมตัวเข้าสู่แคปซูลจำลองเสมือนจริง และเริ่มการทดสอบแบบบูรณาการ วิญญาณยุทธ์ ขีดความสามารถในการต่อสู้จริง และคุณสมบัติด้านต่างๆ ของพวกเธอจะถูกประเมินในการทดสอบขั้นสุดท้ายนี้ แสดงศักยภาพของตัวเองออกมาให้เต็มที่ ทุกการกระทำของพวกเธอจะเป็นตัวตัดสินเกรดสุดท้าย
การทดสอบแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกสำหรับผู้ที่มีพลังวิญญาณแต่กำเนิดสูงกว่าระดับ 5 และผู้ที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด ส่วนกลุ่มที่สองสำหรับผู้ที่มีพลังวิญญาณแต่กำเนิดตั้งแต่ระดับ 5 ลงมา โปรดจำไว้ว่า ในการทดสอบครั้งนี้ พวกเธอไม่มีเพื่อนร่วมทีม ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในสายตาล้วนเป็นศัตรูทั้งสิ้น โควตาของชั้นเรียนเยาวชนแห่งยุคมีจำกัด และเราจะคัดเลือกเฉพาะกลุ่มคนที่โดดเด่นที่สุดเท่านั้น"
เมื่อชิวอวี่ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเขาก็สลดลงทันที
ช่างโชคร้ายอะไรเช่นนี้ พลังวิญญาณแต่กำเนิดของเขาคือระดับ 5 พอดิบพอดี เขาจึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่สอง ในขณะที่เพื่อนสนิททั้งสองคนของเขาล้วนอยู่ในกลุ่มแรก ตอนนี้เขาจึงไม่สามารถเกาะขาใครได้อีกต่อไป
"กลุ่มแรก เข้าไปในแคปซูลจำลองเสมือนจริงได้!"
ภายใต้การแนะนำของคณะครูประจำสถาบัน นักเรียนทุกคนก็ทยอยเข้าไปในแคปซูลจำลองเสมือนจริง ห้องโดยสารของแคปซูลจำลองนี้นั้นดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก มันไม่ใช่ที่นั่งแบบปกติ ทว่ากลับมีลักษณะเป็นสสารโปร่งใสที่ดูคล้ายกับของเหลวหนืดๆ
เมื่อลู่ชิงเซวียนก้าวเข้าไป เขาก็รู้สึกราวกับกำลังก้าวลงไปในบ่อโคลน ซึ่งมันให้ความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
"เดี๋ยวนั่งลงไปแล้วจะรู้สึกสบายเองจ้ะ" ครูสาวแสนสวยผู้รับหน้าที่ดูแลลู่ชิงเซวียนเอ่ยขึ้น
ลู่ชิงเซวียนทำตามที่บอกอย่างว่าง่าย เขาค่อยๆ หย่อนก้นนั่งลงไปในแคปซูล
ในวินาทีต่อมา หน้ากากโลหะก็หล่นลงมาจากด้านบนและครอบปิดใบหน้าของเขาเอาไว้ จากนั้นร่างกายของเขาก็จมดิ่งลงไปในสสารโปร่งใสจนมิดตัว
"นักเรียนทุกคน ไม่ต้องตกใจไปนะ ทุกสิ่งที่พวกเธอรู้สึกในตอนนี้คือเรื่องปกติ ต่อไปพวกเธอจะได้เข้าไปในอีกโลกหนึ่ง สิ่งที่พวกเธอต้องทำก็คือการเอาชีวิตรอดในโลกใบนั้น เมื่อใดก็ตามที่พวกเธอถูกฆ่าตาย การทดสอบแบบบูรณาการของพวกเธอจะสิ้นสุดลงทันที ในระหว่างการทดสอบ นี่คือสนามรบที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต และพวกเธอสามารถใช้วิธีการใดก็ได้ตามต้องการ พวกเธอสามารถลงมือกับเพื่อนร่วมชั้นที่เจอได้ด้วยซ้ำ การทดสอบแบบบูรณาการ เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้"
เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้น ท่ามกลางเสียงหึ่งๆ ที่ดังขึ้นมาเล็กน้อย จู่ๆ ร่างกายของลู่ชิงเซวียนก็รู้สึกผ่อนคลาย และเขาก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังร่วงหล่นลงไปเบื้องล่าง ในพริบตาต่อมา ทัศนวิสัยที่เคยมืดมิดก็สว่างวาบขึ้น แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงบนพื้นดินเบื้องหน้าเขา
สำหรับลู่ชิงเซวียนแล้ว ความรู้สึกนี้ก็ยังคงแปลกประหลาดอยู่ดี แม้เขาจะรู้ว่ามีของอย่างแคปซูลจำลองเสมือนจริงอยู่บนโลกใบนี้ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้ทดลองใช้มัน และยังเป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับประสบการณ์เสมือนจริงที่สมจริงขนาดนี้
เขามองดูมือของตัวเอง สลับกับมองไปรอบๆ ตัว ลู่ชิงเซวียนขยับร่างกายเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม จากนั้นก็ลองหยิกแขนตัวเองดู
"อืม ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ คงจะมีการปรับลดระดับความเจ็บปวดเอาไว้ล่ะมั้ง"
จุดเริ่มต้นของลู่ชิงเซวียนอยู่ในหุบเขาแห่งหนึ่งซึ่งรายล้อมไปด้วยหน้าผาสูงชัน และยังมีสัตว์วิญญาณประเภทงูจำนวนหนึ่งเลื้อยอยู่บนนั้นด้วย
ภายในโรงยิม
ครูตู้คังและครูคนอื่นๆ ของสถาบันยืนอยู่หน้าหน้าจอขนาดใหญ่ หน้าจอนั้นถูกแบ่งออกเป็นจอเล็กๆ หลายจอ เพื่อแสดงภาพการกระทำของนักเรียนทุกคนในสถานที่ต่างๆ ภายในป่าเสมือนจริง โดยที่หน้าจอเล็กตรงกลางทั้งห้าจอจะมีขนาดใหญ่ที่สุด
ภายในโลกเสมือนจริง จู่ๆ ลู่ชิงเซวียนที่กำลังเดินอยู่ในหุบเขาก็เริ่มตื่นตัวขึ้นมา
"หืม? มีคนมางั้นเหรอ?"