- หน้าแรก
- เหลี่ยมมังกร จอมมารข้ามมิติ
- บทที่ 17 - อาธีน่า: ฉันจะจับตาดูแกอยู่ตลอดเวลาเลย!!
บทที่ 17 - อาธีน่า: ฉันจะจับตาดูแกอยู่ตลอดเวลาเลย!!
บทที่ 17 - อาธีน่า: ฉันจะจับตาดูแกอยู่ตลอดเวลาเลย!!
บทที่ 17 - อาธีน่า: ฉันจะจับตาดูแกอยู่ตลอดเวลาเลย!!
เมื่อเห็นฉากนี้ ชิโรยาฉะก็เลิกคิ้วขึ้นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน
"อัลจัง เธอคงไม่ได้อยู่ในผนึกนานเกินไปจนไม่อยากออกมาหรอกนะ แต่ไม่เป็นไร ฉันจะเข้าไปรับเธอเอง!"
ยิ่งพูด ชิโรยาฉะก็ยิ่งรู้สึกคึกคัก ในฐานะพวกบ้ากาม เธอให้ความเท่าเทียมกับสาวสวยทุกคน สาวงามอย่างอัลกอลก็ย่อมต้องอยู่ในรายชื่อเหยื่อของเธอเช่นกัน
เพียงแต่เมื่อก่อนอัลกอลนั้นรับมือยากเกินไป ไม่ได้รังแกง่ายเหมือนตอนนี้
จากอีกฝั่งของบานประตู เสียงใสๆ ที่ยังเจือความไร้เดียงสาของเด็กสาวก็ดังขึ้น
"คำพูดคำจาหยาบคายจังนะ"
เด็กสาวผมยาวสีม่วงเข้มผู้มีกลิ่นอายความไร้เดียงสาผสมผสานกับความยั่วยวนอันทรงเสน่ห์กระโดดออกมาจากบานประตูอย่างแผ่วเบา
เมื่อเห็นผู้มาเยือน ดวงตาของชิโรยาฉะก็เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น เธอพุ่งตัวเข้าไปหาอัลกอลโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
"อัลจัง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน มาให้ฉันตรวจดูหน่อยสิว่าผิวของอัลจังยังนุ่มนิ่มเหมือนเดิมหรือเปล่า!!"
"อี๋ ทำไมพออัลจังออกมาปุ๊บก็ต้องมาเจอหน้ายัยขี้เหร่แบบนี้ด้วยเนี่ย ซวยชะมัด ทำไมคนที่อัญเชิญฉันออกมาถึงต้องเป็นชิโรยาฉะด้วยนะ"
อัลกอลสาปชิโรยาฉะให้กลายเป็นหินด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ แล้วก็พ่นมันออกมาทันที
"ชาบ้าอะไรเนี่ย ระดับราชาแห่งราตรีสีขาวตกต่ำถึงขนาดต้องมากินของแบบนี้แล้วเหรอ"
"มีชาแบบนี้ให้กินก็ดีแค่ไหนแล้ว มาอยู่เขตชั้นล่างแบบนี้เธอจะไปคาดหวังให้มีชาดีๆ เลิศหรูอะไรนักหนา"
ชิโรยาฉะกลอกตาบน เธอกะเทาะเปลือกหินหลุดออกมาแล้วบ่นอย่างไม่สบอารมณ์
"แต่พูดก็พูดเถอะ ฉันก็ต้องขอบใจเธอเหมือนกันนะที่อัญเชิญฉันออกมาถูกจังหวะพอดี"
อัลกอลกัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ
"ยัยอัปลักษณ์อาธีน่านั่นกล้าดียังไงถึงปล่อยให้ไอ้สวะไม่ได้เรื่องแบบนั้นมาครอบครองฉัน แถมยังกล้าอัญเชิญฉันออกมาในสภาพที่น่าเกลียดแบบนั้นอีก!!"
ผู้ที่ครอบครองบารมีแห่งเมดูซ่า นอกจากจะสามารถใช้อำนาจการกลายเป็นหินของอัลกอลได้แล้ว ยังสามารถอัญเชิญอัลกอลออกมาช่วยต่อสู้ได้ด้วย
เพียงแต่อนุภาพของอำนาจการกลายเป็นหินและสภาพของอัลกอลตอนที่ถูกอัญเชิญออกมานั้น จะขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้ถือครอง
และเห็นได้ชัดเลยว่าศักยภาพของลูออสนั้นห่วยแตกสิ้นดี เขาทำได้เพียงอัญเชิญอัลกอลในสภาพสัตว์ประหลาดที่ไร้สติปัญญาและน่าสะพรึงกลัวออกมาเท่านั้น
เรื่องนี้ทำให้อัลกอลโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะเธอเป็นคนที่ห่วงสวยและรักสวยรักงามเอามากๆ
ถ้าเทียบกับผู้ถือครองเพอร์ซีอุสในรุ่นก่อนๆ ที่คอยดูแลเอาใจใส่เธออย่างดี แถมยังคอยส่งเครื่องสำอางรุ่นใหม่ล่าสุดเข้าไปในผนึกให้เธอบ่อยๆ เธอก็ยังพอจะยอมให้ความร่วมมือและยอมให้เรียกใช้งานสักครั้งสองครั้งอยู่หรอก
แต่ครั้งนี้ อาธีน่าทำเกินไปจริงๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะชิโรยาฉะจู่ๆ ก็นึกครึ้มอัญเชิญเธอออกมา เธอคงไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองต้องกลายเป็นยัยขี้เหร่มานานขนาดนี้แล้ว!!
"จิ๊ ดูเหมือนว่าชีวิตของอัลกอลก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนกันสินะ"
ชิโรยาฉะเดาะลิ้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ
พอลองนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่สามเด็กมีปัญหาแห่งนครสวนจำลองอย่างเธอ ราชาแห่งราตรีสีขาว ดาวมารอัลกอล และราชินีวันฮาโลวีนยังรุ่งเรือง ตอนนั้นพวกเธอยิ่งใหญ่เกรียงไกรขนาดไหนกันนะ
แต่ดูตอนนี้สิ คนหนึ่งถูกวีรบุรุษมนุษย์ตัดหัว ถูกผนึก ถูกมนุษย์ใช้งาน แถมยังถูกทำให้กลายเป็นยัยขี้เหร่อีก
ส่วนตัวเธอเองก็พ่ายแพ้มานับครั้งไม่ถ้วน จนต้องระเห็จมาเข้าร่วมนัยน์ตาพันดวง และสุดท้ายก็รับเทวสิทธิ์ยาฉะแล้วหนีมาใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยอยู่ในเขตชั้นล่าง
ตอนนี้เหลือแค่ราชินีวันฮาโลวีนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงเฉิดฉายและมีอำนาจล้นฟ้าอยู่บนเขตชั้นบน
เมื่อได้ยินดังนั้น อัลกอลก็แค่นเสียงเย็นชาและไม่อยากจะพูดอะไรต่อ
ชีวิตเธอมันไม่ได้อิสระเสรีเหมือนชิโรยาฉะจริงๆ นั่นแหละ ถึงแม้พวกเธอทั้งคู่จะไม่ได้มีชีวิตที่สวยหรูอะไรก็เถอะ
ผีเน่ากับโลงผุ มามัวนั่งเถียงกันตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะ
"ว่าแต่ ชิโรยาฉะ ทำไมฉันถึงถูกเธออัญเชิญออกมาได้ล่ะ ยัยอัปลักษณ์อาธีน่าตัดสินใจคลายผนึกฉันแล้วเหรอ"
อัลกอลหยิบกระจกบานเล็กขึ้นมาส่องสำรวจทรงผมของตัวเอง
"เรื่องนั้นเธอต้องไปถามเจ้าหนู่นั่นเอาเอง"
ชิโรยาฉะชี้ไปทางซูเนี่ยน อัลกอลจึงลดกระจกในมือลงแล้วหันไปมองซูเนี่ยน เธอเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"ลูกมังกรสายเลือดบริสุทธิ์เหรอ เด็กกะโปโลบ้านไหนปล่อยให้วิ่งเพ่นพ่านออกมาเนี่ย"
พอได้ยินคำว่าเด็กกะโปโล ใบหน้าของซูเนี่ยนก็ดำทะมึนขึ้นมาทันที
"ผมบรรลุนิติภาวะแล้วนะ ผมไม่ใช่เด็กสักหน่อย!!"
ถึงแม้การได้รับแก่นวิญญาณมังกรสายเลือดบริสุทธิ์จากแกนกลางนครสวนจำลองมันจะดีเลิศประเสริฐศรีแค่ไหน แต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือเขาต้องเริ่มเติบโตใหม่ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแรกเกิด
พูดง่ายๆ ก็คือ อายุของเขาถูกนับใหม่ตั้งแต่ตอนที่แกนกลางนครสวนจำลองตรวจพบเขาเป็นครั้งแรก นั่นหมายความว่าในสายตาของพวกที่มองทะลุภูมิหลังของซูเนี่ยนได้ ซูเนี่ยนก็เหมือนเด็กทารกที่เพิ่งเกิดแล้ววิ่งเตาะแตะไปมานั่นแหละ
ต่อให้จะบวกอายุในโลกก่อนที่เขาจะทะลุมิติมาด้วย แต่ในสายตาของพวกที่อยู่มาเป็นพันเป็นหมื่นปี เขาก็ยังเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนอยู่ดี
"บรรลุนิติภาวะเหรอ มังกรสายเลือดบริสุทธิ์ที่บรรลุนิติภาวะแล้วมันต้องเป็นตัวตนระดับสามหลักไม่ใช่หรือไง"
อัลกอลสวนกลับอย่างรวดเร็ว
ซูเนี่ยนเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างแนบเนียน
"อย่าเพิ่งมาเถียงเรื่องอายุของผมเลย คุณน่ะถูกผมขโมยมาจากเพอร์ซีอุสต่างหาก"
"โอ้ ยัยอัปลักษณ์อาธีน่านั่นไม่ได้มาหาเรื่องนายหรอกเหรอ"
มุมปากของอัลกอลยกขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกลับ
"มิน่าล่ะ ตอนที่ฉันออกมาถึงไม่ได้ถูกยัยอัปลักษณ์นั่นแอบจับตาดูอยู่"
ในฐานะเทพีแห่งปัญญา อาธีน่าย่อมรู้ดีว่าไม่มีผนึกใดในโลกที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ สักวันหนึ่งมันจะต้องถูกทำลายลงอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นคนที่ถูกผนึกอยู่คือดาวมารอัลกอลผู้เลื่องชื่อ ผู้ที่เคยต่อกรกับทวยเทพและมารร้ายจากสามพันโลกามาแล้วตั้งไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ
หากเธอเผลอเมื่อไหร่ ผนึกก็อาจจะถูกอัลกอลทำลายลงได้ทุกเมื่อ
ดังนั้นไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็จะแบ่งสายตามาคอยจับตามองอัลกอลอยู่เสมอ
อาธีน่า: ฉันจะจับตาดูแกอยู่ตลอดเวลาเลย!! ตลอดไป...
แต่เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้สถานการณ์ฝั่งอาธีน่ากำลังมีปัญหา นอกจากจะดึงสายตากลับไปแล้ว เธอยังยอมปล่อยให้อัลกอลตกไปอยู่ในมือของสวะอย่างลูออสและปล่อยให้อัลกอลจมดิ่งสู่การหลับไหลอีกด้วย
แผนการนี้มันสมบูรณ์แบบมาก ถ้าไม่ใช่เพราะชิโรยาฉะนึกครึ้มอัญเชิญเธอออกมาล่ะก็ คงจะไม่มีช่องโหว่ใดๆ เกิดขึ้นเลย
เมื่อคิดได้ดังนั้น อัลกอลก็หันไปมองชิโรยาฉะด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
"นี่ ชิโรยาฉะ สนใจจะไปป่วนอาธีน่าด้วยกันไหม"
"เรื่องนั้นขอผ่านก็แล้วกัน ฉันวางมือจากวงการมาตั้งนานแล้ว"
ชิโรยาฉะโบกมือปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจ เธอไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลยสักนิด เธอไม่ได้มีความแค้นอะไรกับอาธีน่าสักหน่อย แล้วทำไมเธอจะต้องไปหาเรื่องอาธีน่าด้วยล่ะ
แถมผู้หญิงอย่างอาธีน่าก็รับมือยากจะตาย พวกที่เคยเป็นศัตรูกับหล่อนล้วนพ่ายแพ้ไปแบบงงๆ ทั้งนั้น เธอไม่อยากถูกยัยผู้หญิงน่ารำคาญคนนั้นหมายหัวเอาหรอกนะ
"เอาเถอะ"
อัลกอลยักไหล่อย่างจนปัญญา ในเมื่อชิโรยาฉะไม่ยอมช่วยแล้วเธอจะไปทำอะไรได้ หรือจะพูดให้ถูกคือ การที่ชิโรยาฉะยอมทำเป็นหลับหูหลับตาทำเหมือนเรื่องในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ก็ถือเป็นการช่วยเหลือที่ดีที่สุดสำหรับเธอแล้ว
ว่าแล้วเธอก็เบนสายตาไปทางซูเนี่ยน หรือจะให้เจาะจงก็คือ มองไปที่ลาเมียซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ซูเนี่ยนต่างหาก
ฟุดฟิด!
จมูกโด่งรั้นของอัลกอลขยับดมกลิ่น เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของคำสาปทางสายเลือดที่แผ่ออกมาจากตัวของลาเมีย
ถ้าเดาไม่ผิด หนึ่งในสายเลือดของลาเมียจะต้องโดนคำสาปที่น่าสะพรึงกลัวมากๆ เล่นงานอยู่แน่ๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ได้กลิ่นคำสาปชัดเจนขนาดนี้หรอก
[จบแล้ว]