- หน้าแรก
- เซียนดิบไร้เนตรสยบหมื่นเทพ
- บทที่ 37 - มาดของภูตผีปีศาจ
บทที่ 37 - มาดของภูตผีปีศาจ
บทที่ 37 - มาดของภูตผีปีศาจ
บทที่ 37 - มาดของภูตผีปีศาจ
แม้จิ้งจอกฮวาจะสุขุมมาตลอด แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดโมโหไม่ได้ "พวกเจ้าเก็บเงินครั้งเดียวก็พอแล้ว นี่กลับเก็บถึงสองครั้ง! พวกเจ้านี่มันหาข้ออ้างขูดรีดชัดๆ!"
ปีศาจวานรตัวนั้นชักดาบออกจากอกเสื้อ คมดาบแวววาวบาดตา หัวเราะกล่าว "พวกเจ้าจะไม่ลงสะพานก็ได้นี่ ข้าก็ไม่ได้บังคับจะเอาค่าลงสะพานจากพวกเจ้าสักหน่อย เลิกพูดมากได้แล้ว จะจ่ายเงิน หรือจะยื่นหัวมาให้ข้าฟันสักดาบ!"
ข้างหลังพวกซูอวิ๋น ปีศาจวานรที่เก็บค่าขึ้นสะพานเอ่ยอย่างสบายอารมณ์ "ทุกท่าน ตั้งแต่พวกข้าสร้างสะพานทำถนนเก็บค่าผ่านทาง พวกข้าก็เลิกทำอาชีพปล้นฆ่าชิงทรัพย์ไปแล้ว อย่าบีบให้พวกข้าต้องกลับไปทำอาชีพเก่าเลย"
ซูอวิ๋นเหลือบมองหมู่บ้านบนเนินเขา แล้วมองปีศาจวานรทั้งสองตัวข้างหน้าข้างหลัง กล่าวว่า "เก็บค่าขึ้นสะพานไม่เกินไป เก็บค่าลงสะพานก็ย่อมไม่เกินไปเช่นกัน"
เขาเดินไปข้างหน้า นับเหรียญห้าจูจากถุงเงินสิบเหรียญ ปีศาจวานรตัวนั้นคว้าหมับไป แล้วชำเลืองมองถุงเงินของเขา หัวเราะกล่าว "ข้างในยังมีอีกเยอะนี่ พวกเจ้าตั้งใจจะไปไหนกัน?"
หูพู่ผิงตอบ "เข้าเมือง..."
ซูอวิ๋นรีบปิดปากมัน ยิ้มกล่าว "พวกเราจะไปเยี่ยมญาติข้างหน้า"
หูพู่ผิงรู้ทัน เปลี่ยนคำพูดทันที "ไปเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านข้างหน้า!"
"วันหิมะตกออกไปเยี่ยมญาติ แปลกดีแฮะ"
ปีศาจวานรตัวนั้นแววตาวูบไหว ขณะที่ซูอวิ๋นกำลังเก็บถุงเงินใส่ห่อผ้า เหรียญรุ้งเขียวสิบกว่าเหรียญก็ร่วงหล่นลงมาจากห่อผ้า
จิ้งจอกฮวารีบเข้าไปเก็บเหรียญรุ้งเขียวยัดกลับใส่ห่อผ้า
พวกซูอวิ๋นผูกห่อผ้า รีบเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ปีศาจวานรตัวนั้นมองตามหลังพวกเขาไป จู่ๆ ก็พูดขึ้น "เหลาลิ่ว ข้ามีงานเข้าแล้ว!"
ปีศาจวานรอีกฝั่งขมวดคิ้ว เอ่ยปราม "ก็แค่เด็กน้อย ปล่อยพวกเขาไปเถอะ หยวนอู่ ปล่อยพวกเขาไปเถอะน่า รอพวกเขาขากลับ ค่อยเก็บเงินอีกรอบก็ได้"
หยวนอู่หัวเราะกล่าว "พวกมันจะเข้าเมือง! ไอเด็กผีพวกนี้ ขนยังไม่ทันขึ้นเต็มที่ก็จะเข้าเมืองแล้ว พวกมันไม่มีทางเดินไปถึงจุดพักม้าแบบเป็นๆ แน่ๆ ต้องตายกลางทางแน่นอน! พวกมันพกเงินมาไม่น้อย ให้คนอื่นได้ประโยชน์ สู้ตกเป็นของข้าดีกว่า!"
หยวนเหลาลิ่วยังจะพูดต่อ หยวนอู่ก็ก้าวสาดยาวออกไปแล้ว
"เด็กก็ยังจะฆ่า ไอพวกไม่สร้างกุศล" หยวนเหลาลิ่วส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้ตามไปรั้งตัวมันไว้
ซูอวิ๋นกับพวกจิ้งจอกฮวารีบจ้ำอ้าว ซูอวิ๋นกระซิบ "เดินให้ไกลกว่านี้หน่อย"
พวกจิ้งจอกฮวารู้ทัน หนึ่งคนกับเด็กน้อยปีศาจทั้งสี่รีบเร่งฝีเท้า มองเห็นหิมะสองข้างทางหนาทึบ เดินมาจนถึงทางโค้ง ทันใดนั้นพวกจิ้งจอกฮวาก็กระโดดหายเข้าไปในกองหิมะสองข้างทาง
หยวนอู่อาศัยดาบกระโดดโลดเต้นไปตามทางอย่างรวดเร็ว พอไล่มาถึงทางโค้ง ก็เห็นซูอวิ๋นยืนอยู่ข้างหน้า
เด็กหนุ่มหันหลังให้มัน แถมยังถอดเสื้อตัวนอกออก พับวางไว้อย่างเป็นระเบียบ เผยให้เห็นแผ่นหลังที่มีเส้นสายกล้ามเนื้อสวยงาม
หยวนอู่ประหลาดใจ หัวเราะกล่าว "เด็กคนนี้รู้ความดีแฮะ สงสัยจะกลัวเลือดเปื้อนเสื้อผ้าล่ะสิ? แบบนี้ก็ดี ข้าแทงมีดขาวออกมีดแดง ถ้าเสื้อผ้าขาด เลือดเปื้อน ก็ขายไม่ได้ราคาแล้ว"
ในขณะนั้นเอง จู่ๆ มันก็เห็นแผ่นหลังของซูอวิ๋นพองออก ราวกับมีกระดูกซี่โครงงอกเพิ่มขึ้นมาอีกสิบสองซี่ มัดกล้ามเนื้อบนแผ่นหลังก็ราวกับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในพริบตา!
เบื้องหลังซูอวิ๋น เส้นเอ็นตึงเปรี๊ยะ กระดูกซี่โครงยี่สิบสี่ซี่เสียบอยู่บนกระดูกสันหลัง มัดกล้ามเนื้อหลังขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับกระดูกสันหลัง เส้นเอ็นเชื่อมต่อกล้ามเนื้อและกระดูกซี่โครง
"แข็งแกร่งอะไรอย่างนี้!" หยวนอู่ใจสั่นสะท้าน
บนร่างของซูอวิ๋นพลันมีเจียวหลงแหวกว่าย เจียวหลงมาที่แผ่นหลังของเขา ผสมผสานกับกล้ามเนื้อหลังกลายเป็นภาพมังกรขดตัวบนยอดฟ้า
เจียวหลงเลือดลมนั้นมีแผงคอพลิ้วไหว ยื่นหัวออกมาจากด้านหลังของซูอวิ๋น อ้าปากคำรามใส่หยวนอู่
"โฮกกก——"
หิมะตามต้นสนสองข้างทางร่วงกราวลงสู่พื้น
หยวนอู่ถูกพลังเลือดลมของเขากระแทกใส่ อดไม่ได้ที่จะร้องคำรามยาว พลังลมปราณอันมหาศาลปะปนกับเลือดพุ่งทะลักออกจากผิวหนัง ขนบนร่างถูกกระแทกจนปลิวไสว!
"สร้างรากฐานขั้นที่หกงั้นเรอะ? ข้าก็เหมือนกัน!"
กริ๊งๆ!
ดาบยาวในมือของมันส่งเสียงร้องกังวานใส มันแทบจะทนรับพลังเลือดลมอันบ้าคลั่งของมันไม่ไหว ถูกพลังเลือดลมกระแทกจนสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับแผ่นเหล็กบางๆ ที่สั่นระรัว และจู่ๆ ก็ฉีกขาด!
พลังเลือดลมอันบ้าคลั่งของมันรวมตัวกันเป็นนิมิตร่างวานรบึกบึนอยู่เบื้องหลัง วานรตนนั้นมีขนสีทองอร่าม เขี้ยวหน้าดุดัน เขี้ยวทั้งสี่ซี่มีความยาวถึงห้าหกนิ้ว ตัวสูงใหญ่กว่าหยวนอู่เป็นเท่าตัว
คัมภีร์บำรุงลมปราณวานรเซียน
วิชานี้เป็นวิชาบำรุงปราณสร้างรากฐานในยุคของปราชญ์ยุคเก่า แต่ไม่ได้ถูกนำมาสอนในสถานศึกษาของรัฐในแถบซั่วฟาง แต่เป็นวิชาสร้างรากฐานของสถานศึกษาของรัฐในมณฑลอื่น
ปีศาจวานรแห่งเขาหยวนเจียน่าจะมาจากมณฑลอื่น และได้เรียนรู้คัมภีร์บำรุงลมปราณวานรเซียนนี้มา
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างคัมภีร์บำรุงลมปราณวานรเซียนกับวิชาสร้างรากฐานอื่นๆ คือ การฝึกวิชานี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างเลือดของไขกระดูก เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก เสริมสร้างเส้นเอ็นและพังผืด ขัดเกลากล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกาย ทำให้พละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!
ครึ่งหลังของวิชานี้เรียกว่า เคล็ดวิชาขุนวานร ซึ่งมีหกกระบวนท่าเช่นกัน เป็นกระบวนท่าที่ใช้ความรุนแรงอย่างมาก
เมื่อเทียบกับมนุษย์แล้ว คัมภีร์บำรุงลมปราณวานรเซียนเหมาะสมกับเผ่าวานรมากกว่า ปีศาจวานรฝึกวิชาสร้างรากฐานนี้ เรียกได้ว่าได้ผลดีเป็นสองเท่า อนุภาพรุนแรงยิ่งกว่า!
พลังเลือดลมของหยวนอู่บ้าคลั่ง ในชั่วพริบตาร่างกายของมันก็สูงขึ้นเป็นฟุต แขนใหญ่ขึ้น ขาใหญ่ขึ้น ดวงตาแดงก่ำ จู่ๆ ก็ย่อตัวลง กระโดดขึ้นสูง
ซูอวิ๋นห่างจากมันประมาณสี่จั้ง หยวนอู่กระโดดเพียงครั้งเดียว ตอนลงพื้นก็ห่างจากซูอวิ๋นเพียงจั้งกว่าๆ
วานรคลั่งตนนี้ลงพื้นแล้วสืบเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ดึงไหล่ขวาไปด้านหลัง รวบรวมพลังจากเอวและม้า (การยืนทรงตัว) วานรทองคำเบื้องหลังก็ทำท่าทางเดียวกัน ดึงไหล่ขวาไปด้านหลัง รวบรวมพลังจากเอวและม้า ปล่อยหมัดชกออกไป!
เสียงหมัดแหวกอากาศดังหวีดหวิว หิมะสองข้างทางถูกลมพัดปลิวขึ้นไปในอากาศ ปลิวว่อน
ซูอวิ๋นหันกลับมา ลายมังกรบนแผ่นหลังว่ายไปทั่วร่าง ยกมือขึ้นก็เป็นกระบวนท่าแรกของวิชาเจียวหลงคำราม มังกรจระเข้พ้นห้วงลึก!
ทั่วทั้งร่างของเขา กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นสั่นไหว ถ่ายทอดพลังจากพื้นดินสู่ขา จากขาเข้าสู่เอว กล้ามเนื้อเอวเต้นตุบๆ กระดูกสันหลังราวกับเจียวหลงเลื้อยคลาน ส่งพลังนี้ไปยังหมัดของเขา!
หมัดนี้ทำให้ร่างของเขาโน้มไปข้างหน้า กรงเล็บและหางมังกรที่เกิดจากพลังเลือดลมพุ่งออกจากร่าง กรงเล็บมังกรยึดพื้น ขามังกรทั้งสี่ออกแรง ทำให้พลังของหมัดนี้พุ่งถึงขีดสุด ปะทะเข้ากับหยวนอู่!
หลังจากที่เขาไปศึกษากระดูกมังกรที่สุสานมังกร ความเข้าใจและรับรู้วิชาเจียวหลงคำรามของเขาก็มาถึงระดับสูงมาก ใช้ร่างมังกรขับเคลื่อนพลังเลือดลมเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ตนเอง
นี่คือการต่อสู้ครั้งแรกนับตั้งแต่เขาศึกษาเรื่องกระดูกมังกร!
เขาอยากทดสอบดูว่า ผลลัพธ์ของการศึกษาค้นคว้าของเขาในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร!
กำปั้นของหยวนอู่ราวกับไหเหล้า ใหญ่กว่ากำปั้นของซูอวิ๋นหลายเท่า ในพริบตาเดียว กำปั้นของทั้งสองก็ปะทะกัน
หิมะสองข้างทางราวกับถูกคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็น หิมะปลิวว่อนขึ้นไปบนฟ้า สีหน้าของหยวนอู่พลันเปลี่ยนไป มันได้ยินเสียงกระดูกมือของตนสั่นสะท้าน
เสียงสั่นสะเทือนนั้นดังกรอบแกรบ เป็นเสียงที่เกิดจากกระดูกนิ้วกลางแตกร้าว เหมือนเสียงขวานคมๆ ผ่าลงบนฟืนแห้งๆ
เสียงนี้ส่งผ่านจากกระดูกเข้าสู่แก้วหูของมัน เร็วกว่าส่งผ่านทางอากาศมาก
ตามด้วยเสียงกรอบแกรบของนิ้วชี้และนิ้วนางที่แตกร้าว จากนั้นเป็นเสียงเส้นเอ็นที่ข้อมือขาดสะบั้น พลังอันรุนแรงนี้ส่งผ่านจากกระดูกท่อนแขนไปยังกระดูกต้นแขนและสะบัก
หัวของมันเอียงวูบอย่างแรง ราวกับถูกวัวกระทิงพุ่งชน สมองมึนงง
พลังส่วนอื่นกระจายจากสะบักไปยังกระดูกสันหลังทั้งสามสิบสามข้อและกระดูกซี่โครงสิบสองซี่ แรงพุ่งทะยานของมันถูกหยุดยั้ง ร่างกายกำยำล่ำสันลอยกระเด็นไปด้านหลัง!
มันยังไม่ทันตกถึงพื้น ทันใดนั้นหิมะสองข้างทางก็ระเบิดออก เด็กน้อยน่ารักสี่คนพุ่งออกมา คว้าแขนขาของมันไว้ ใช้กระบวนท่ามังกรจระเข้พลิกตัวและเจียวหลงพลิกตัวกลางอากาศ!
กร๊อบ กร๊อบ!
เสียงกระดูกลั่นสี่ครั้งติด หยวนอู่เห็นแขนขาของตัวเองบิดเบี้ยว กลายเป็นเกลียว ใจหล่นวูบ "เดินเรือมาทั้งชีวิต สุดท้ายมาล่มในร่องน้ำ ข้าโดนไอ้เด็กผีพวกนี้เล่นงานเข้าแล้ว!"
มันตระหนักได้ในทันที ซูอวิ๋นจงใจโชว์เงิน ก็เพื่อใช้ความโลภล่อมันมา หากมันไม่โลภ ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าโลภไล่ตามมาเพื่อหวังฆ่าชิงทรัพย์ ก็จะถูกพวกซูอวิ๋นกำจัดทิ้ง!
พวกจิ้งจอกฮวาลงพื้นด้วยขาข้างเดียว หยวนอู่ตกลงมากระแทกพื้นดังปั้ก แขนขาบิดเบี้ยว
"ที่นี่คือเขาหยวนเจีย ใครกล้าฆ่าข้า?"
หยวนอู่ตวาดก้อง ร้องเสียงหลง "บรรพบุรุษสกุลหยวนของข้านั่งคุมอยู่บนเขา เป็นเจ้าถิ่นของที่นี่ ฆ่าข้าแล้วพวกเจ้าก็อย่าหวังจะ..."
ฟุ่บ——
ขาขวาของซูอวิ๋นตวัดกวาดมา ขานั้นเต็มไปด้วยพละกำลังมหาศาล หลอดเลือดปูดโปนด้วยพลังเลือดลมอันบ้าคลั่ง ราวกับเจียวหลงสะบัดหาง ฟาดเข้าที่คอของมันอย่างจัง!
เส้นเอ็นที่คอของหยวนอู่ขาดสะบั้นเสียงดังเปรี๊ยะ กระดูกคอบิดเบี้ยว ถูกขาของซูอวิ๋นกดศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง!
พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ซูอวิ๋นดึงขาขวากลับ ค้นตัวหยวนอู่เร็วๆ เจอถุงเงินเล็กๆ ใบหนึ่ง เปิดออกหยิบเหรียญห้าจูมาสิบเหรียญ
ในถุงยังมีเงินอีกเยอะ แต่เขาไม่ได้หยิบมาเพิ่ม
"พี่เสี่ยวอวิ๋น มันเก็บพวกเราไปยี่สิบเหรียญนะ!" หูพู่ผิงจัดหมวกหูหมาให้เข้าที่ ร้องท้วง
"สิบเหรียญนั้นเป็นค่าผ่านสะพาน สมควรให้ มันจะฆ่าพวกเรา พวกเราฆ่ามันกลับ นี่คือความถูกต้อง ฆ่ามันไปแล้ว ก็ช่วยให้คนอื่นรอดตายไปได้เยอะ"
ซูอวิ๋นล้วงหนังสือเล่มบางๆ เล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อหยวนอู่ ก้มลงพิจารณาครู่หนึ่ง ชะงักไปเล็กน้อย แล้วโยนเหรียญสิบเหรียญนั้นลงบนศพหยวนอู่ กล่าวว่า "หนังสือเล่มนี้ข้าขอแล้วกัน สิบเหรียญนี่ถือว่าซื้อจากเจ้า เราสองคนไม่ติดค้างกัน"
เขาลุกขึ้นยืน เด็กน้อยทั้งสี่รีบเดินตามไป จิ้งจอกฮวาถามว่า "เสี่ยวอวิ๋น นี่หนังสืออะไร มีค่าตั้งสิบเหรียญ? ตอนอาจารย์สุ่ยจิ้งสอนพวกเรา เก็บแค่เหรียญเดียวเอง"
"หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า คัมภีร์บำรุงลมปราณวานรเซียน"
ซูอวิ๋นพลิกอ่านไปพลางเดินไปพลาง กล่าวว่า "เคล็ดวิชาครึ่งแรก จับกุมวานรในใจ ควบคุมม้าในความนึกคิด วานรคลั่งสถิตจุดตันเถียน ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เคล็ดวิชาครึ่งหลัง เคล็ดวิชาขุนวานร มีหกกระบวนท่าขุนวานร ท่วงท่าก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน"
ชิงชิวเยว่สะบัดหูต่าย "งั้นก็ไม่ถึงสิบเหรียญหรอก"
ซูอวิ๋นหัวเสีย "มันถูกพวกเราตีตายไปแล้ว จะไปต่อราคาได้ยังไง รู้งี้ตกลงราคากันก่อนค่อยตีให้ตายก็ดี"
ในฐานะมนุษย์เพียงคนเดียวในเขตไร้ผู้คน สไตล์การรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ของเขาก็ติดกลิ่นอายของภูตผีปีศาจที่นี่มานานแล้ว
เงินที่ควรให้ ก็ต้องให้ ไม่ขาดสักแดงเดียว แฟร์ๆ ซื้อขายกัน แม้แต่อีกฝ่ายจะเป็นศพก็ต้องให้
เงินที่เป็นของเขา ก็ต้องเอามาให้ได้ โดนแย่งไปก็ต้องแย่งกลับมา ยอมหักไม่ยอมงอ
เงินที่ไม่ใช่ของเขา ต่อให้มากองตรงหน้าก็ไม่หยิบสักแดงเดียว
หลักการของเขาก็เรียบง่ายและชัดเจนเช่นนี้แล
(จบแล้ว)