- หน้าแรก
- กำเนิดเจดีย์กลืนเทพ สังหารล้างโคตรตระกูลทรยศ
- บทที่ 25 - ภารกิจระดับนรก
บทที่ 25 - ภารกิจระดับนรก
บทที่ 25 - ภารกิจระดับนรก
บทที่ 25 - ภารกิจระดับนรก
จุดชีพจรเจ็ดร้อยยี่สิบจุด!
นี่มันเหนือล้ำไปกว่าความรู้ความเข้าใจที่ฉินอี้มีต่อขอบเขตหลอมชีพจรเสียแล้ว
การจะสามารถทะลวงจุดชีพจรได้ครบทั้งสามร้อยหกสิบจุด ก็นับว่าหาได้ยากยิ่งแล้ว หากเขาสามารถทะลวงจุดชีพจรได้ถึงเจ็ดร้อยยี่สิบจุดเล่า?
จะสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้หรือไม่?
ฟู่!
ฉินอี้สูดลมหายใจเข้าลึก นวดขมับของตนเองเบาๆ สัมผัสได้ว่าหนทางที่ตนต้องก้าวเดิน ยังคงอีกยาวไกลนัก
ทว่าโชคดี ที่ยังมีเจดีย์กลืนเทพอยู่
จี๊ด จี๊ด จี๊ด!
ไม่พบหน้ากันเพียงไม่กี่วัน เสี่ยวจินก็ตัวใหญ่ขึ้นมาก ทว่าเมื่อมันเติบโตขึ้น ปริมาณอาหารที่กินก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้กินเสบียงของฉินอี้ไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว
มันกำลังโอดครวญกับฉินอี้
ฉินอี้ขมวดคิ้ว ต้องหาทางหาของกินมาให้เสี่ยวจินบ้างแล้ว
"เท่าที่ข้ารู้ ตอนนี้มันอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการเจริญเติบโต จำเป็นต้องรวบรวมพลังงานจำนวนมหาศาล ทว่า..." จู่ๆ จิตวิญญาณเจดีย์ก็เอ่ยขึ้น "หากสามารถหาแก่นอสูรของสัตว์อสูรขอบเขตหยวนตานมาได้ ย่อมต้องสามารถทำให้มันผลัดเปลี่ยนตัวตนได้อย่างสมบูรณ์"
ฉินอี้ได้แต่ยิ้มขื่น
แม้ว่าตอนนี้เขาจะแข็งแกร่งมากในระดับขอบเขตหลอมชีพจร ทว่าหากต้องเผชิญหน้ากับขอบเขตหยวนตาน เขากลับไร้ซึ่งพลังในการต่อต้านเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ในระดับพลังที่เท่าเทียมกัน พลังของสัตว์อสูร ย่อมสูงส่งกว่ายอดฝีมือของมนุษย์อยู่มาก
"เจ้ากำลังจะบอกให้ข้าไปสังหารสัตว์อสูรขอบเขตหยวนตานงั้นหรือ?" ฉินอี้เอ่ยถาม
จิตวิญญาณเจดีย์กล่าว "ตอนนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ ท่านต้องรีบทะลวงจุดชีพจรทั้งหมดให้เร็วที่สุด"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ในเวลานั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูอย่างเร่งร้อนดังขึ้น
ฉินอี้ดึงสติกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ก็พบว่าผู้มาเยือนคือผู้อาวุโสเจ็ด
"เจ้าได้รับคุณสมบัติในการเข้าสู่ป่ากระบี่แล้ว ทว่ายังคงต้องรอไปอีกสิบวัน" ผู้อาวุโสเจ็ดนำข่าวนี้มาบอกกล่าวแก่ฉินอี้
"ขอบพระคุณผู้อาวุโสเจ็ด" ฉินอี้ประสานมือกล่าวขอบคุณ
ผู้อาวุโสเจ็ดกล่าว "ช่วงเวลานี้ เจ้าจงตั้งใจฝึกฝนให้ดี พยายามทะลวงจุดชีพจรให้ได้มากขึ้นอีก หากเจ้าต้องการศิลาวิญญาณ ก็สามารถไปรับภารกิจง่ายๆ ที่หอภารกิจได้"
กล่าวจบ เขายังเน้นย้ำอีกว่า ห้ามไปรับภารกิจที่มีระดับความยากสูงเด็ดขาด
หลังจากที่ผู้อาวุโสเจ็ดจากไป เสี่ยวผังก็บังเอิญกลับมาพอดี
เขาบอกกับฉินอี้ ว่าวันนี้ที่หอภารกิจมีภารกิจชุดใหม่ถูกปล่อยออกมา ในบรรดานั้นกลับมีภารกิจระดับนรกถึงสามภารกิจ ศิษย์ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
"ระดับนรกงั้นหรือ?"
สีหน้าของฉินอี้แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ระดับพลังของเขาในตอนนี้หยุดนิ่งมาพักใหญ่แล้ว จำเป็นต้องมีจุดเปลี่ยน ซึ่งก็คือการรอให้ป่ากระบี่เปิดออก จึงจะมีความหวังในการทะลวงจุดชีพจรเพิ่มมากขึ้นได้
ส่วนเสี่ยวจิน ก็ต้องการพลังงานจำนวนมหาศาลเพื่อใช้ในการเติบโตอย่างเร่งด่วน
"พาข้าไปดูที่หอภารกิจที" ฉินอี้กล่าว
เสี่ยวผังพาฉินอี้เดินทางมาถึงหอภารกิจอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ บริเวณหน้าประตูหอภารกิจ เนืองแน่นไปด้วยศิษย์สายนอกมากมาย
ศิษย์สายนอกส่วนใหญ่ เมื่อเห็นฉินอี้ ต่างพากันล่าถอย ภายในดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว
นี่มิใช่เรื่องล้อเล่น
ชนะรวดสิบครั้งบนลานประลอง นั่นนับว่ามีน้ำหนักมากเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น คู่ประลองในรอบที่สิบ ยังเป็นถึงจื่อฮ่วนอันดับที่สิบแห่งสายนอกอีกด้วย
กล่าวคือ พลังโดยรวมของฉินอี้ในตอนนี้ สามารถก้าวขึ้นไปอยู่ในสิบอันดับแรกของสายนอกได้แล้ว
ท่ามกลางศิษย์นับหมื่นคน การสามารถก้าวขึ้นสู่สิบอันดับแรกได้ ก็ถือว่าอัจฉริยะปีศาจมากพอแล้ว
"ศิษย์พี่ฉิน"
ผู้คนมากมายต่างเป็นฝ่ายทักทายฉินอี้ก่อน
ในโลกของผู้ฝึกตน ไม่ถามไถ่อายุ ผู้ที่บรรลุธรรมย่อมถือเป็นอาจารย์
เรียกขานศิษย์พี่สักคำ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด
ฉินอี้พยักหน้ารับ ก่อนจะทอดสายตามองไปยังหน้าจอภาพมายาที่แขวนอยู่หน้าหอภารกิจ
"ภารกิจทั้งหมดของหอภารกิจ จะแสดงอยู่บนหน้าจอภาพมายานี้" เสี่ยวผังแนะนำ "ภารกิจของสายนอกเรา แบ่งออกเป็นสี่ระดับความยาก ได้แก่ ธรรมดา ยาก ระดับสูง และระดับนรก"
ในบรรดานั้น สองระดับแรกมีระดับความยากต่ำ รางวัลจึงน้อยตามไปด้วย
ตั้งแต่ภารกิจระดับสูงเป็นต้นไป รางวัลจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
โดยเฉพาะภารกิจระดับนรก
สำนักแทบจะไม่ค่อยปล่อยออกมาเลย เพราะสำหรับศิษย์สายนอกแล้ว ภารกิจระดับนรก อาจจะทำให้ต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ได้จริงๆ
โดยปกติแล้ว ผู้ที่กล้ารับภารกิจเช่นนี้ ล้วนเป็นยอดฝีมือของสายนอกทั้งสิ้น
การต้องสูญเสียไปสักคน สำหรับสำนักกระบี่สวรรค์แล้ว ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าปวดใจเช่นกัน
ทว่าในครั้งนี้
กลับปล่อยภารกิจระดับนรกออกมาถึงสามภารกิจในคราวเดียว
สายตาของฉินอี้ จับจ้องไปที่ตัวอักษรสีแดงบนหน้าจอภาพมายา
ตัวอักษรสีแดงก่ำ ช่างสะดุดตายิ่งนัก
นี่ก็คือภารกิจระดับนรกทั้งสามภารกิจ
ภารกิจที่หนึ่ง เดินทางไปยังเทือกเขากระบี่สวรรค์ ล่าสังหารสัตว์อสูรขอบเขตหลอมชีพจรระดับเก้าหนึ่งตัว โดยใช้แก่นอสูรเป็นเครื่องหมายยืนยันความสำเร็จของภารกิจ
ภารกิจที่สอง มีศิษย์ผู้หนึ่งบังเอิญค้นพบหญ้าหยินหยางในเทือกเขากระบี่สวรรค์ รายละเอียดภารกิจคือให้นำมันกลับมามอบให้กับสำนัก
รางวัลของสองภารกิจนี้ ล้วนอยู่ที่ศิลาวิญญาณระดับล่างหนึ่งหมื่นก้อน
ส่วนภารกิจที่สาม รางวัลกลับสูงถึงศิลาวิญญาณระดับล่างหนึ่งแสนก้อนอย่างน่าตกตะลึง
ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่ปฏิบัติภารกิจ ก็คือเทือกเขากระบี่สวรรค์เช่นกัน
คลื่นสัตว์อสูรบุกโจมตี หมู่บ้านที่อยู่อีกฝั่งของยอดเขากระบี่สวรรค์ถูกทำลาย ภารกิจคือให้สกัดกั้นคลื่นสัตว์อสูร และช่วยเหลือชาวบ้าน
ภารกิจนี้ ดูเผินๆ เหมือนจะง่ายดาย
ทว่ากลับเป็นภารกิจที่มีรางวัลสูงสุด ทำให้ผู้คนรู้สึกงุนงงไม่น้อย
จนกระทั่งมีคนบอกว่า คลื่นสัตว์อสูรในครั้งนี้ ว่ากันว่านำทัพโดยราชันสัตว์อสูรด้วยตนเอง
ราชันสัตว์อสูร!
อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นระดับขอบเขตหลอมชีพจรระดับเก้า ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะไปถึงขอบเขตหยวนตานแล้วก็เป็นได้
"ภารกิจเช่นนี้ พวกเราจะทำสำเร็จได้อย่างไร?"
"คงมีเพียงศิษย์พี่สือลั่วเท่านั้น ที่กล้ารับ"
ฝูงชนวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
ทว่า สือลั่วอันดับหนึ่งแห่งสายนอก เพียงแค่ปรายตามองหน้าจอภาพมายา ก็เมินเฉยต่อภารกิจระดับนรกทั้งสามภารกิจไปโดยสิ้นเชิง
เขาล่วงรู้ตื้นลึกหนาบางอยู่บ้าง ภารกิจทั้งสามนี้มิใช่ภารกิจธรรมดาทั่วไป มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีวิกฤตอันใหญ่หลวงซุกซ่อนอยู่
ภายใต้สายตาจับจ้องของฝูงชน สือลั่วรับภารกิจระดับสูงไปหลายภารกิจ
ตู้ม!
ทุกคนต่างแตกตื่นฮือฮา
แม้แต่อันดับหนึ่งแห่งสายนอกอย่างสือลั่ว ยังไม่กล้ารับภารกิจระดับนรก แล้วจะมีผู้ใดกล้าอีกเล่า?
"น้องฉินอี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้ารับภารกิจ ทางที่ดีควรรับภารกิจระดับยากไปฝึกมือสักสองสามภารกิจก่อนเถอะ" เสี่ยวผังเอ่ยเตือนฉินอี้ไปพร้อมกับจ้องมองหน้าจอภาพมายา
ทว่า
เมื่อเขาหันกลับไป ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าฉินอี้หายตัวไปเสียแล้ว
ทันใดนั้นเอง
ภายในหอภารกิจ ก็เกิดเสียงฮือฮาดังระงม ทุกคนต่างพากันร้องอุทาน
เสี่ยวผังชะโงกหน้าออกไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อได้เห็น ก็ถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง
ภารกิจระดับนรกทั้งสามภารกิจ กลับถูกผู้คนรับไปจนหมดแล้ว
หืม?
เสี่ยวผังมองดูคนที่รับภารกิจระดับนรก รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตายิ่งนัก เขาจึงเบียดเสียดไปอยู่ด้านหน้าสุดเพื่อดูให้ชัด
"น้องฉินอี้?"
เมื่อเห็นใบหน้าของฉินอี้ เสี่ยวผังก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป
"เจ้า..."
เขารีบเอ่ยทัดทานฉินอี้ ให้ล้มเลิกภารกิจ
ทว่า ภายในใจของฉินอี้ได้ตัดสินใจไว้ก่อนแล้ว
ในเมื่อสถานที่ปฏิบัติภารกิจทั้งสามแห่งอยู่รวมกัน เช่นนั้นก็รับมันมาให้หมดเลยก็แล้วกัน
ตู้ม!
บรรดาศิษย์ที่มุงดูอยู่ ต่างส่งเสียงฮือฮา
บางคนเอ่ยเยาะเย้ยฉินอี้ "หึ อวดดีเรียกร้องความสนใจ แม้แต่ศิษย์พี่สือลั่วยังไม่กล้ารับ ทว่าเขากลับรับเหมาคนเดียวถึงสามภารกิจ"
"แสร้งทำเป็นเก่งกาจ ระวังจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่เทือกเขากระบี่สวรรค์"
"ไอ้โง่ คิดว่าตัวเองชนะรวดสิบครั้งบนลานประลอง แล้วจะเก่งกาจเทียมฟ้าเลยหรือ?"
แม้แต่สือลั่วที่เดินออกไปได้ไม่ไกลนัก ก็ยังต้องหยุดฝีเท้าเพื่อหันมามอง
เขาหรี่ตาจ้องมองฉินอี้
ผ่านไปเนิ่นนาน บนใบหน้าก็เผยให้เห็นสีหน้าดูแคลน ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
การทำตัวอวดดี ย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทน
แน่นอนว่าฉินอี้มิได้ไร้สมองถึงขนาดรับภารกิจระดับนรกสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกนะ
ก่อนจะรับภารกิจ เขาได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น จิตวิญญาณเจดีย์เองก็สนับสนุนเขา บัดนี้สายนอกแห่งนี้ ไม่มีความท้าทายใดๆ สำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว
ประจวบเหมาะ จะได้อาศัยโอกาสนี้ ไปขัดเกลาฝีมือที่เทือกเขากระบี่สวรรค์เสียหน่อย
ถือโอกาสหาของกินมาให้เสี่ยวจินด้วย