เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - ทะลวงจุดชีพจร

บทที่ 24 - ทะลวงจุดชีพจร

บทที่ 24 - ทะลวงจุดชีพจร


บทที่ 24 - ทะลวงจุดชีพจร

แท้จริงแล้ว

การเข้าสู่ป่ากระบี่ มีอยู่ด้วยกันสองวิธี

ประการแรก คือศิษย์ใหม่ที่เข้าไปในสระเหมันต์วารีมรกต แล้วสามารถยืนหยัดอยู่ได้เกินเจ็ดวันขึ้นไป ก็จะได้รับป้ายผ่านทางเข้าสู่ป่ากระบี่

ประการที่สอง คือการค้นพบตราประทับความมุ่งมั่นแห่งกระบี่เหมันต์ภายในสระเหมันต์วารีมรกต แล้วนำมามอบให้กับสำนัก

วิธีที่สองนี้ ไม่ว่าจะยืนหยัดอยู่ได้นานเพียงใด ต่อให้เพียงแค่ชั่วพริบตา ก็สามารถได้รับป้ายผ่านทางเข้าสู่ป่ากระบี่อย่างไม่มีเงื่อนไข

ทว่า ศิษย์ของสำนักกระบี่สวรรค์ส่วนใหญ่ ล้วนได้รับมาด้วยวิธีแรกทั้งสิ้น

วิธีที่สองนั้น ยากเย็นแสนเข็ญเกินไป

ศิษย์ทั่วไป เมื่ออยู่ในสระเหมันต์วารีมรกต ร่างกายก็ยากที่จะต้านทานความหนาวเหน็บอันเสียดกระดูกได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการค้นหาความมุ่งมั่นแห่งกระบี่เหมันต์เลย

"ตราประทับความมุ่งมั่นแห่งกระบี่เหมันต์งั้นหรือ?"

ฉินอี้รับลูกแก้วคริสตัลมา สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นแห่งกระบี่เหมันต์อันเข้มข้น

"แท้จริงแล้ว เจ้ามีเมล็ดพันธุ์กระบี่ก่อกำเนิด ขอเพียงเอื้อนเอ่ยออกไป สำนักย่อมต้องกราบไหว้เจ้าประดุจบรรพชน ทว่า..." ปราชญ์กระบี่เหมันต์เองก็รู้ดี ว่าโลกหล้าอันตราย จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง

อัจฉริยะปีศาจระดับสูงสุดเช่นนี้ หากมีผู้ใดล่วงรู้ความลับของเขา ย่อมต้องนำพาภัยพิบัติมาสู่ตัวอย่างแน่นอน

ถึงอย่างไร

เมล็ดพันธุ์กระบี่ก่อกำเนิด ก็สามารถ 'มอบให้' กันได้

"ขอบพระคุณผู้อาวุโส" ฉินอี้ประสานมือกล่าวขอบคุณ

ปราชญ์กระบี่เหมันต์โบกมือเป็นพัลวัน อีกทั้งยังเอ่ยกำชับฉินอี้ ว่าต้องปกปิดความลับของตนให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้เด็ดขาด และอย่าหลงเชื่อผู้ใดง่ายๆ

หลังจากนั้น

เงาร่างของปราชญ์กระบี่เหมันต์ ก็ค่อยๆ เลือนหายไป หลอมรวมเข้ากับสระเหมันต์วารีมรกตอย่างสมบูรณ์

ภายนอกสระเหมันต์วารีมรกต

ผู้อาวุโสผู้คุมสระกำลังนั่งสมาธิหลับตา จู่ๆ ภายในสระเหมันต์ก็บังเกิดเกลียวคลื่นม้วนตัวขึ้น เขาเบิกตาโพลง นึกว่าเกิดความผิดปกติขึ้น

ทว่าเมื่อเพ่งมองดูให้ดี ก็พบว่าเป็นฉินอี้ที่โผล่ขึ้นมา

"หืม?"

ผู้อาวุโสผู้คุมสระมองดูเขา แล้วเอ่ยถาม "ทนไม่ไหวแล้วงั้นหรือ?"

ยังไม่ทันที่ฉินอี้จะได้อธิบาย ผู้อาวุโสผู้คุมสระก็โบกมือไล่ "รีบไสหัวไปเสียเถอะ อาศัยการทุจริตเข้ามาในสำนักกระบี่สวรรค์ เจ้าไปได้ไม่ไกลหรอก"

ฉินอี้เบ้ปาก หันหลังเดินจากไป

"หึ ไอ้สวะที่ทนอยู่ได้ไม่ถึงวันด้วยซ้ำ" ผู้อาวุโสผู้คุมสระก่นด่า

เพียงไม่นาน

ข่าวที่ฉินอี้ยืนหยัดอยู่ในสระเหมันต์วารีมรกตได้เพียงครึ่งวัน ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งสำนักกระบี่สวรรค์

ชั่วพริบตา

เขากลายเป็นตัวตลกของสายนอก

หลังจากที่หลิวเสวียนได้รับรู้ข่าวนี้ เขาก็ส่ายหน้า ไอ้สวะเช่นนี้ ถึงอย่างไรก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมาเป็นคู่มือของเขาได้

คู่แข่งที่แท้จริงของเขา คือสีรั่วจื่อและเจี่ยนอวิ๋น

ส่วนคนอื่นๆ ยิ่งฉวยโอกาสนี้ ซ้ำเติมเขาด้วยถ้อยคำเย้ยหยันสารพัด

"ได้ยินหรือไม่? ไอ้สวะนั่น ทนอยู่ในสระเหมันต์วารีมรกตได้แค่ครึ่งวันเท่านั้นเอง"

"ฮ่าฮ่าฮ่า ว่ากันว่าสิทธิ์เข้าสระเหมันต์วารีมรกตนั่น ผู้อาวุโสเจ็ดยอมใช้คะแนนถึงสองแสนคะแนนแลกมาเชียวนะ ช่างน่าเสียดายนัก"

"ขยะถึงอย่างไรก็เป็นขยะ เป็นเด็กเขลาที่ไม่อาจสั่งสอนได้"

เมื่อเผชิญหน้ากับคำก่นด่าจากภายนอก ฉินอี้กลับเมินเฉยโดยสิ้นเชิง

ภายในเรือนพัก

เสี่ยวผังเบิกตากว้าง กวาดสายตามองฉินอี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า

"เจ้ายืนหยัดอยู่ได้แค่ครึ่งวันจริงๆ หรือ?" ในที่สุด เสี่ยวผังก็ทนไม่ไหว เอ่ยถามออกไป

ฉินอี้ยักไหล่ "ก็แค่สระเหมันต์วารีมรกต ข้าอยากจะยืนหยัดอยู่นานแค่ไหนก็ย่อมได้ เพียงแต่ไม่มีความจำเป็นหรอก"

ครึ่งวัน ก็เพียงพอแล้ว

อีกอย่าง ความมุ่งมั่นแห่งกระบี่เหมันต์ก็ถูกเขาดูดซับไปจนหมดสิ้นแล้ว จะมัวเสียเวลาอยู่ที่นั่นทำไมเล่า?

"เจ้า... ผู้อาวุโสเจ็ดอุตส่าห์ยอมจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลขนาดนั้น เพื่อแลกสิทธิ์เข้าสระเหมันต์มาให้เจ้า เจ้ากลับยอมทิ้งมันไปดื้อๆ เช่นนี้หรือ?" เสี่ยวผังเองก็เอ่ยตำหนิด้วยความผิดหวังเล็กน้อย

สวบ สวบ สวบ!

ผู้อาวุโสเจ็ดมาแล้ว

เขาเปิดประตูเข้ามาแล้วเอ่ยถามตรงๆ "ผลลัพธ์เป็นเช่นไรบ้าง?"

"ก็พอใช้ได้" ฉินอี้แย้มยิ้ม

"ช่างน่าเสียดาย เจ้าหมดหนทางเข้าสู่ป่ากระบี่เสียแล้ว" ผู้อาวุโสเจ็ดเอ่ยด้วยความเสียดาย

ทว่า ฉินอี้สะบัดข้อมือเบาๆ โยนลูกแก้วคริสตัลลูกหนึ่งให้ผู้อาวุโสเจ็ด

ผู้อาวุโสเจ็ดรับลูกแก้วคริสตัลมา จ้องมองด้วยความงุนงง

ในตอนแรก เขายังคงมีท่าทีสงบนิ่ง ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงตราประทับความมุ่งมั่นแห่งกระบี่เหมันต์ที่อยู่ภายในลูกแก้วคริสตัล เขากก็ตกตะลึงจนหน้าถอดสี

"นี่คือ... สิ่งที่เจ้าหาเจองั้นหรือ?"

"ใช่ วิธีเข้าสู่ป่ากระบี่มีตั้งสองวิธี เหตุใดข้าต้องไปเสียเวลาด้วยเล่า?" ฉินอี้กล่าว

"ฮ่าฮ่าฮ่า ดี ดียิ่งนัก" ผู้อาวุโสเจ็ดเผยรอยยิ้มอันแสนตื่นเต้นยินดีในชั่วพริบตา ประคองลูกแก้วคริสตัลเอาไว้ เอ่ยชมฉินอี้ไม่ขาดปาก "มิน่าเล่า เจ้าถึงออกมาหลังจากทนอยู่ได้แค่ครึ่งวัน ที่แท้ก็หาตราประทับความมุ่งมั่นแห่งกระบี่เหมันต์เจอนี่เอง"

แน่นอนว่า เมื่อมีตราประทับ ก็ย่อมสามารถเข้าสู่ป่ากระบี่ได้แล้ว

เสี่ยวผังที่อยู่ด้านข้าง ก็เบิกตากว้างเช่นกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

ทว่า เขาเองก็ยังคงรู้สึกเสียดายแทนฉินอี้อยู่ดี

ต่อให้ได้รับสิทธิ์เข้าสู่ป่ากระบี่มาแล้ว ก็สามารถยืนหยัดอยู่ในสระเหมันต์วารีมรกตต่อไปได้อีกนานนี่นา

ทุกครั้งที่ยืนหยัดอยู่ได้หนึ่งวัน ก็จะสามารถทะลวงจุดชีพจรได้เพิ่มขึ้นอีกหลายจุด

สำหรับผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมชีพจรแล้ว นี่คือสิ่งสำคัญยิ่ง

"ผู้อาวุโสเจ็ด มิใช่ข้าไม่อยากอยู่ต่อ ทว่าข้าทะลวงจุดชีพจรไปได้ถึงสองร้อยจุดแล้ว ซึ่งถือเป็นขีดจำกัดของสระเหมันต์วารีมรกตแล้ว..." ฉินอี้อธิบาย

ผู้อาวุโสเจ็ดพยักหน้า "เจ้าทำได้ยอดเยี่ยมมากแล้ว การเข้าไปในสระเหมันต์วารีมรกตครั้งแรก ก็สามารถทะลวงได้ตั้งยี่สิบจุด..."

หืม?

เอ่ยไปได้ครึ่งประโยค ก็รู้สึกถึงความผิดปกติ

ผู้อาวุโสเจ็ดเงยหน้าขึ้นขวับ จ้องมองฉินอี้เขม็ง แล้วเอ่ยถามเน้นย้ำทีละคำ "เมื่อครู่เจ้าบอกว่า ทะลวงจุดชีพจรไปได้เท่าใดนะ?"

"สองร้อยจุดไง" ฉินอี้มีสีหน้าราบเรียบดั่งสายลมพัดผ่าน

ตู้ม!

สติของผู้อาวุโสเจ็ดและเสี่ยวผังถึงกับขาวโพลนไปหมด

จุดชีพจรสองร้อยจุด!

นี่มันจะเกินจริงไปหน่อยกระมัง?

"เจ้า..."

ตกตะลึงอยู่นาน ผู้อาวุโสเจ็ดจึงได้สติกลับมา เอ่ยด้วยความตื่นเต้นยินดี "ฮ่าฮ่าฮ่า ก่อนหน้านี้สถิติการทะลวงจุดชีพจรในสระเหมันต์วารีมรกตอยู่ที่ร้อยหกสิบจุด ทว่าเขาใช้เวลาถึงเจ็ดสิบสองวัน นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าใช้เวลาเพียงครึ่งวัน ก็ทะลวงไปได้ถึงสองร้อยจุด สมกับที่เป็นอัจฉริยะวิถีกระบี่จริงๆ"

ฉินอี้ย่อมรู้ดี ว่าผู้ที่ผู้อาวุโสเจ็ดเอ่ยถึงก็คือหลิวเสวียน

"น้องฉินอี้ เจ้ายังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่?" เสี่ยวผังพึมพำเอ่ยถาม

ฉินอี้ตบหัวเขาไปหนึ่งฉาด แล้วกล่าวว่า "เหตุใดข้าจะไม่ใช่มนุษย์เล่า?"

เสี่ยวผังเกาหัว ยังคงไม่อยากจะเชื่อ "ข้าเข้าสำนักกระบี่สวรรค์มาสามปีแล้ว เพิ่งจะทะลวงจุดชีพจรไปได้แค่ร้อยเก้าสิบจุด เจ้าเพิ่งมาได้ไม่กี่วัน ก็แซงหน้าข้าไปแล้ว ช่างเป็นอัจฉริยะปีศาจไร้เทียมทานเสียจริง"

ฉินอี้ฉีกยิ้ม มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด

ผู้อาวุโสเจ็ดตื่นเต้นยินดียิ่งนัก

ฉินอี้เป็นคนที่เขาพามาเอง หากพิจารณาจากความเร็วในการฝึกฝนระดับนี้ การประลองสายนอกเพื่อเข้าสู่ฝ่ายใน ย่อมเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว

เมื่อถึงเวลานั้น ก็จะได้ร่วมมือกันสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของฉินเทียนเป้า

"ดี ดียิ่งนัก เจ้าจงตั้งใจปรับพื้นฐานให้ดี ข้าจะไปจัดการเรื่องสิทธิ์เข้าป่ากระบี่ให้เจ้าเดี๋ยวนี้แหละ" ผู้อาวุโสเจ็ดเก็บลูกแก้วคริสตัลไป แล้วเอ่ยกำชับ

ทว่า ก่อนจากไป เขาได้บอกกับฉินอี้ ว่าทุกครั้งที่ป่ากระบี่เปิดออก ศิษย์สายนอกทุกคน ล้วนสามารถเข้าไปด้านในได้

เขาโดดเด่นถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังไปล่วงเกินสือลั่วเข้าอีก ย่อมมีความเป็นไปได้สูงที่จะตกเป็นเป้าหมาย ให้เขาระมัดระวังตัวให้ดี

หลังจากที่ผู้อาวุโสเจ็ดจากไป เสี่ยวผังเองก็ถูกกระตุ้นเช่นกัน เขาตรงกลับไปที่หอสูง เพื่อฝึกฝนอย่างหนัก

ฉินอี้เข้าไปในเจดีย์กลืนเทพ

"ขอแสดงความยินดีกับนายท่าน ที่สามารถทะลวงจุดชีพจรได้ถึงสองร้อยจุด" จิตวิญญาณเจดีย์แย้มยิ้ม

ฉินอี้ฉีกยิ้มกว้าง

จิตวิญญาณเจดีย์กล่าว "ทว่า นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น นายท่านอย่าเพิ่งหยิ่งผยองไป รอให้ท่านทะลวงจุดชีพจรได้ถึงเจ็ดร้อยยี่สิบจุดเมื่อใด ท่านก็จะสามารถเข้าไปยังเจดีย์กลืนเทพชั้นที่สองได้"

หืม?

ฉินอี้ชะงักไป

จุดชีพจรภายในร่างกายของผู้ฝึกตน อย่างมากที่สุดก็ทะลวงได้เพียงสามร้อยหกสิบจุด ก็ถือเป็นขีดจำกัดแล้วมิใช่หรือ?

เหตุใดจิตวิญญาณเจดีย์จึงบอกว่า เจ็ดร้อยยี่สิบจุดเล่า?

"อ้อจริงสิ ท่านอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจนัก" จิตวิญญาณเจดีย์เห็นสีหน้าของฉินอี้ จึงเอ่ยอธิบาย "โดยปกติแล้ว จุดชีพจรสามร้อยหกสิบจุดคือขีดจำกัดจริงๆ ทว่าท่านไม่เหมือนผู้อื่น ท่านครอบครองสายเลือดกลืนเทพบรรพกาล ภายใต้การหล่อเลี้ยงของสายเลือด รอบๆ จุดชีพจรแต่ละจุด จะปรากฏจุดชีพจรคู่ขนานขึ้นมาด้วย"

จุดชีพจรสามร้อยหกสิบจุด รวมกับจุดชีพจรคู่ขนาน มิใช่ว่ากลายเป็นเจ็ดร้อยยี่สิบจุดหรอกหรือ

"นี่มัน..."

ฉินอี้หนังศีรษะชาหนึบ

จบบทที่ บทที่ 24 - ทะลวงจุดชีพจร

คัดลอกลิงก์แล้ว