- หน้าแรก
- ข้ามมิติเป็นนางพญาศักดิ์สิทธิ์แห่งโลกอสูรเปิดประตูมาเจอห้าสามีรอเสิร์ฟ
- บทที่ 2 : ชะตากรรมของสตรีไร้ค่า กับการออกโรงของเหลยเซียว
บทที่ 2 : ชะตากรรมของสตรีไร้ค่า กับการออกโรงของเหลยเซียว
บทที่ 2 : ชะตากรรมของสตรีไร้ค่า กับการออกโรงของเหลยเซียว
เหล่ามนุษย์อสูรที่เดินผ่านไปมาต่างพากันมองดู บ้างก็สะใจ บ้างก็กลอกตาด้วยความสมเพช ทว่าไม่มีสักคนเดียวที่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหยุนเจียว
"นี่นายคิดจะทำอะไรอีก?" สืออีมองชิ้นเนื้อนั้นด้วยสายตารังเกียจ "หยุนเจียว ข้าจะพูดอีกครั้งนะ ข้ามีคู่ครองแล้ว เลิกพยายามเอาใจข้าด้วยของพวกนี้เสียที"
หยุนเจียวใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ เธอผลักชิ้นเนื้อนั้นออกไป เช็ดมุมปากที่เปื้อนเลือด แล้วหยัดกายลุกขึ้นยืน
นี่น่ะหรือมนุษย์อสูรหนุ่มที่เจ้าของร่างเดิมหลงรัก... ฉันล่ะขยะแขยงจริงๆ!
"เอาใจนายเนี่ยนะ? หน้าตาก็อัปลักษณ์ยังจะกล้าเพ้อเจ้ออีก ฉันก็แค่เดินตามทางของฉัน จู่ๆ นายก็พุ่งพรวดพราดออกมาเหมือนคนโง่แล้วก็ผลักฉันจนล้ม นี่ยังคิดว่าตัวเองทำถูกอีกงั้นเหรอ?"
สืออีแค่นเสียงหยัน "ถ้าไม่ได้ตั้งใจจะเอาใจข้า แล้วเจ้าจะถือเนื้อชิ้นนี้มาทำไม? ในชนเผ่ามีมนุษย์อสูรตั้งมากมาย ทำไมต้องมาเดินชนข้าด้วย? เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ทันมารยาของเจ้าหรือไง?"
เหล่ามนุษย์อสูรที่มุงดูเหตุการณ์เริ่มซุบซิบนินทากัน
"นั่นสิ ทำไมถึงไม่เดินมาชนข้าบ้างล่ะ?"
"หยุนเจียวหลงรักสืออีมาตลอดนั่นแหละ เมื่อก่อนนางก็ชอบเอาเนื้อที่มนุษย์อสูรหนุ่มตนอื่นให้มาคอยเอาอกเอาใจเขา ข้าว่าตอนนี้นางก็คงยังตัดใจจากสืออีไม่ได้หรอก!"
"จุ๊ๆ... ไป๋เวย คู่ครองของสืออีเป็นถึงสตรีชั้นดีที่มีความสามารถในการให้กำเนิดทายาทเป็นเลิศ แล้วนางที่เป็นแค่สตรีไร้ค่าจะเอาอะไรไปเทียบได้?"
"น่าเสียดายจริงๆ หน้าตาก็งดงาม ข้าเคยชอบนางมากเลยนะ ใครจะไปคิดว่านางจะเป็นสตรีที่ไม่สามารถมีทายาทได้"
…
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น สืออีก็เชิดคางขึ้นมองหยุนเจียวอย่างหยิ่งยโส "เลิกล้มความตั้งใจซะเถอะ ไม่ว่าเจ้าจะพยายามเอาใจข้าแค่ไหน ข้าก็ไม่มีวันชายตามองเจ้าหรอก"
"บ้าเอ๊ย ไปเอาความมั่นใจผิดๆ แบบนี้มาจากไหน!" หยุนเจียวหัวเราะออกมาด้วยความโมโห "ค้างคาวเสียบขนไก่ คิดว่าตัวเองเป็นนกวิเศษหรือไง? ดูหน้าตัวเองเสียบ้าง เครื่องหน้าแต่ละชิ้นแย่งกันเกิดไม่มีใครยอมใคร ต่อให้แต่งหน้าทาปากก็ยังดูไม่ได้ครึ่งของฉันตอนหน้าเปื้อนขี้เถ้าเลยด้วยซ้ำ ฉันจะไปชอบอะไรในตัวนาย? ชอบความอัปลักษณ์หรือไง? หรือชอบที่นายไม่อาบน้ำ?"
แม้สืออีจะฟังคำด่าทอเหล่านั้นไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ก็พอจะจับใจความได้ ใบหน้าของเขาพลันดำมืดลง "นี่เจ้ากำลังหลอกด่าข้าอยู่ใช่ไหม?"
"นายก็ไม่ได้โง่นี่ ที่รู้ว่าฉันกำลังด่าอยู่ นึกว่าบนคอมีแต่งอกเนื้อเสียอีก!" หยุนเจียวเอ่ยอย่างหมดความอดทนพลางลูบท้องตัวเองเบาๆ "ฉันไม่อยากเปลืองน้ำลายกับนายแล้ว นายทำเนื้อหมูป่าของฉันตกพื้นจนสกปรก รีบเอาเนื้อมาชดใช้ฉันเดี๋ยวนี้เลย ฉันไม่อยากทนเห็นหน้าทุเรศๆ ของนายอีกต่อไปแล้ว"
สืออี่หรี่ตาลงอย่างอันตราย "คิดว่าพูดแบบนี้แล้วข้าจะหันไปสนใจเจ้าหรือไง? ฝันไปเถอะ!"
"..." หยุนเจียวถึงกับพูดไม่ออก บนโลกนี้มีคนหลงตัวเองขนาดนี้อยู่ด้วยหรือ? "ประเด็นที่ฉันกำลังพูดถึงคือ การที่นายผลักฉันและทำเนื้อหมูของฉันสกปรก มันเป็นเรื่องของการชดใช้ค่าเสียหาย แล้วนายจะมาโยงเรื่องความรู้สึกทำไม? ฟังภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่องหรือไง? ฉันไม่ได้คุยกับนายเรื่องความรัก เข้าใจไหม? ชดใช้เนื้อหมูมา ฟังเข้าใจไหมเนี่ย?"
"เจ้า..."
"พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันน่ะ?" สตรีผู้นึงวิ่งเข้ามาขวางหน้าหยุนเจียวไว้ แล้วถลึงตาใส่สืออี "สืออี เจ้าไม่มียางอายบ้างหรือไง? ถึงขั้นลงไม้ลงมือกับสตรีเลยหรือ?"
สืออีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบปฏิเสธ "ข้าไม่ได้ทำนะ!"
"ไม่ได้ทำงั้นหรือ? มุมปากของหยุนเจียวมีเลือดซึมออกมาเห็นๆ เจ้ายัวจะกล้าปฏิเสธอีก?"
"แล้วก็พวกเจ้าด้วย!"
พูดจบ กั่วกั่วก็หันไปตวัดสายตาขวางใส่บรรดามนุษย์อสูรที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ "หยุนเจียวเป็นสตรี นางกระอักเลือดออกมา พวกเจ้าไม่เห็นหรือไง? สืออีทำร้ายสตรี แทนที่พวกเจ้าจะเข้าไปช่วยหยุนเจียว กลับเอาแต่ยืนดูดายเนี่ยนะ? เดี๋ยวข้าจะเอาเรื่องนี้ไปป่าวประกาศให้สตรีทุกคนในชนเผ่ารู้ให้หมด คอยดูสิว่าจะมีสตรีคนไหนยอมรับพวกเจ้าไปเป็นสามีอสูรบ้าง"
เหล่ามนุษย์อสูรที่มุงดูอยู่ต่างหน้าถอดสี
"กั่วกั่ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกข้านะ!"
"พวกข้าจะเข้าไปแทรกแซงเรื่องระหว่างหยุนเจียวกับสืออีได้ยังไงล่ะ?"
"สืออีเป็นถึงนักรบอันดับหนึ่งของเผ่า พวกข้าสู้เขาไม่ได้หรอก!"
"นี่มันเป็นความหน้าไม่อายของหยุนเจียวเองต่างหาก สืออีมีคู่ครองอยู่แล้ว แต่นางก็ยังพยายามจะเอาอกเอาใจเขาทุกวิถีทาง แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับพวกข้าเล่า?"
"ใช่แล้ว นางเป็นแค่สตรีไร้ค่าที่แม้แต่ทายาทยังให้กำเนิดไม่ได้ด้วยซ้ำ นับว่าเป็นสตรีแบบไหนกัน?"
…
เหล่ามนุษย์อสูรหนุ่มต่างพากันส่งเสียงสนับสนุน ไม่มีใครอยากล่วงเกินกั่วกั่วเลยสักคน
นางคือบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของหัวหน้าเผ่า นางเพิ่งบรรลุนิติภาวะ รูปร่างอวบอั๋นสมบูรณ์ ดูแล้วน่าจะให้กำเนิดทายาทได้มากมาย พวกเขาทุกคนต่างก็เฝ้ารอที่จะได้เป็นสามีอสูรของกั่วกั่วหลังพิธีบรรลุนิติภาวะในวันพรุ่งนี้ทั้งนั้น!
สืออีกล่าวเสริมขึ้นมาว่า "กั่วกั่ว เป็นนางนั่นแหละที่หน้าไม่อายวิ่งโร่มาหาข้าเอง"
"เหลวไหล! หยุนเจียวเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีมนุษย์อสูรคอยล่าเนื้อให้นาง นางจึงมักจะนำผลไม้ไปแลกเปลี่ยนเนื้อกับเหลยเซียวอยู่บ่อยๆ ข้าเห็นมาตั้งหลายครั้ง แถมยังเคยชิมเนื้อย่างฝีมือนางด้วย แล้วนางจะพยายามเอาใจเจ้าได้ยังไง? ถึงเจ้าจะเป็นนักรบอันดับหนึ่งของชนเผ่า แต่จะหลงตัวเองขนาดนี้ไม่ได้นะ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าสตรีทั้งโลกจะต้องชอบเจ้า?"
เมื่อก่อนกั่วกั่วเคยมีความรู้สึกดีๆ ให้กับนักรบอันดับหนึ่งสืออี ผู้ซึ่งเก่งกาจที่สุดในเผ่าและคอยทำดีต่อหยุนเจียวมาตลอด
แม้จะไม่มีการเอ่ยออกมาตรงๆ แต่ทุกคนก็คาดเดากันไปแล้วว่านักรบอันดับหนึ่งสืออีจะต้องได้เป็นสามีอสูรคนแรกของหยุนเจียวแน่ๆ
แต่ใครจะคาดคิดว่า หลังจากที่หยุนเจียวกลายเป็นสตรีไร้ค่าในพิธีบรรลุนิติภาวะเมื่อปีที่แล้ว นักรบอันดับหนึ่งสืออีก็พลิกลิ้นหันไปแต่งงานกับไป๋เวยทันที
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กั่วกั่วก็พานเกลียดขี้หน้านักรบอันดับหนึ่งสืออีไปเลย
สืออีแค่นเสียงเย็นชา "ข้าไม่เคยบอกว่าสตรีทั้งโลกจะต้องชอบข้า เจ้าสนิทกับนางนี่ แน่นอนว่าเจ้าก็ต้องออกรับแทนใจนางอยู่แล้ว"
กั่วกั่วเริ่มร้อนรน "ข้าไม่ได้ลำเอียงนะ ทุกอย่างที่ข้าพูดคือความจริง!"
สืออีไม่เชื่อ และมนุษย์อสูรตนอื่นๆ ก็ไม่เชื่อเช่นกัน
บางคนถึงกับเอ่ยปากเตือนกั่วกั่วว่าอย่าไปสนิทสนมกับหยุนเจียวผู้เป็นสตรีไร้ค่าให้มากนัก
กั่วกั่วร้อนใจจนแทบจะร้องไห้ออกมา
หยุนเจียวตบไหล่นางเบาๆ และจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากพูดนั่นเอง น้ำเสียงสบายๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "โอ้โห คึกคักกันจังเลยนะ!"
เหล่ามนุษย์อสูรเงยหน้าขึ้นมอง และพบว่าเป็นเหลยเซียวนั่นเอง
มนุษย์อสูรหนุ่มตนหนึ่งรีบเอ่ยขึ้น "เหลยเซียว เจ้ามาได้จังหวะพอดีเลย กั่วกั่วบอกว่าหยุนเจียวเอาผลไม้มาแลกเนื้อชิ้นนี้ไปจากเจ้า เป็นเรื่องจริงงั้นหรือ?"
"จริงสิ! แลกกันมาตั้งหลายครั้งแล้วด้วย"
เมื่อเหลยเซียวพูดจบ บรรยากาศรอบข้างก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด
แลกมาจริงๆ หรือนี่? ถ้างั้นที่กั่วกั่วพูดมาทั้งหมดก็เป็นความจริงน่ะสิ?
ใบหน้าของสืออีแดงก่ำ แต่เขาก็ยังคงดื้อดึงเถียงข้างๆ คูๆ "แลกจากเจ้ามาแล้วยังไงล่ะ? นางจะเอาเนื้อที่แลกจากเจ้ามาเอาใจข้าไม่ได้หรือไง?"
เหลยเซียวพูดอย่างหมดความอดทน "ข้าขี้เกียจเสวนากับเจ้าแล้ว เนื้อชิ้นนี้สกปรกไปแล้ว เจ้าจงเอาเนื้ออีกชิ้นที่ขนาดพอๆ กันมาชดใช้ให้หยุนเจียวซะดีๆ ไม่งั้นข้าจะอัดเจ้าให้น่วม!"
พอได้ยินดังนั้น ใบหน้าของสืออีก็มืดครึ้มลง "เหลยเซียว นี่เจ้าคิดจะออกหน้าแทนสตรีไร้ค่าคนนี้อย่างนั้นหรือ?"
เหลยเซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "กฎของชนเผ่าระบุไว้ว่า มนุษย์อสูรห้ามลงไม้ลงมือกับสตรีเด็ดขาด มิเช่นนั้นใครๆ ก็สามารถรุมอัดเขาได้ การที่เจ้าทำร้ายหยุนเจียวจนบาดเจ็บนั้นเป็นความจริง และถ้าข้าจะอัดเจ้าก็เป็นเพียงการทำตามกฎเท่านั้น แต่นี่ข้ายังไม่ได้ลงมืออัดเจ้าเลยนะ ข้าแค่ทวงค่าเสียหายคืนให้นางเท่านั้นเอง"
สืออี "..."
ถ้าเป็นคนอื่นยังพอว่า แต่ถ้าเป็นเหลยเซียว... เขาคงสู้ไม่ได้จริงๆ
สืออีไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจำใจเดินกลับเข้าไปในถ้ำด้วยความหงุดหงิด แล้วหยิบเอาเนื้อขนาดใกล้เคียงกันออกมาชดใช้ให้หยุนเจียว
หยุนเจียวรับเนื้อชิ้นนั้นมาโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา เธอเอ่ยขอบคุณเพียงแค่เหลยเซียวเท่านั้น
"ยัยทึ่มเอ๊ย โดนรังแกแล้วทำไมถึงไม่มาหาข้าล่ะ?" เหลยเซียวดีดหน้าผากเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว
หยุนเจียวยกมือขึ้นกุมหน้าผาก มองเขาด้วยแววตาน้อยใจและใสซื่อ "ก็คุณไม่เคยบอกนี่นาว่าจะคอยปกป้องฉันเวลาที่ฉันโดนรังแก!"
"..." สรุปว่าเป็นความผิดของข้าหรือไง?
เหลยเซียวก้มมองคราบเลือดที่มุมปากของเธอแล้วรู้สึกขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก "เจ้าบาดเจ็บแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปหาหมอผี"
"ไม่ต้องๆ แค่เลือดลมมันตีกลับนิดหน่อยเอง"
"เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว!"
โดยไม่รอให้เธอปฏิเสธ เหลยเซียวก็คว้าชิ้นเนื้อมาจากมือเธอ จัดการแบกหยุนเจียวขึ้นพาดบ่า แล้วมุ่งหน้าไปยังที่พักของหมอผีในทันที