- หน้าแรก
- น้องชายเอลเดนลอร์ดผู้กุมกฎบัญญัติ
- บทที่ 23 : อัศวินสาวผู้ยอมพลีกายตามขนบดั้งเดิม
บทที่ 23 : อัศวินสาวผู้ยอมพลีกายตามขนบดั้งเดิม
บทที่ 23 : อัศวินสาวผู้ยอมพลีกายตามขนบดั้งเดิม
แสงเจิดจรัสแห่งเวทมนตร์และเทวคาถาแลบแปลบปลาบอย่างต่อเนื่องในลานโล่งกลางผืนป่า
แม้ว่าวิชาดาบของเรลลานาจะประณีตงดงามอย่างไร้ที่ติ ทว่าโฮเซ ลู ผู้พึ่งพาการเพิ่มพูนพลังรอบด้านที่ได้รับมาจากกฎบัญญัติ ผนวกกับสัญชาตญาณการต่อสู้อันดุร้ายราวกับสัตว์ป่า ก็เริ่มเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบในการปะทะระยะประชิดอย่างช้า ๆ! การโจมตีของเขาตื๊อแน่นคอยตามติดช่องว่างอันน้อยนิดในยามที่เรลลานาสลับเปลี่ยนท่วงท่าเสมอ บังคับให้นางต้องเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา จนยากที่จะสถาปนาการกดดันด้วยวิชาดาบเวทมนตร์อันต่อเนื่องและทรงพลังได้
ยามที่คมดาบปะทะกันอีกครา โฮเซ ลู อาศัยแรงสะท้อนดีดกายถอยหลัง สร้างระยะห่างออกมาช่วงหนึ่งสั้น ๆ สังเกตเห็นว่าเนื่องจากเรลลานาไม่สามารถเผด็จศึกได้อย่างรวดเร็ว ลมหายใจของนางจึงเริ่มติดขัดแผ่วเบาจนแทบไม่สังเกตเห็น และเกิดการหยุดชะงักไปชั่วอึดใจในยามที่นางสลับเปลี่ยนระหว่างเวทมนตร์และเทวคาถา โอกาสมาถึงแล้ว!
โดยไม่ลังเล โฮเซ ลู ทะยานร่างขึ้นสู่เวหา เปิดใช้งาน 《เทวคาถาความบ้าคลั่งแห่งเบล》 อสนีบาตสีส้มแดงอันบ้าคลั่งเริ่มควบแน่นในฝ่ามือของเขาและบนท้องฟ้าเบื้องบน อณูอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งการแผดเผาและทำลายล้าง!
แววตาของเรลลานาภายใต้หน้ากากเหล็กพลันเฉียบคมขึ้นมาทันใด "เทวคาถาแห่งพิธีศีลมหาสนิทมังจรรึ?" นางพึมพำออกมาแผ่วเบา จำแนกแหล่งที่มาของพลังนี้ได้อย่างชัดเจน ทว่าไม่ได้ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ในวินาทีก่อนที่เทวคาถาของโฮเซ ลู กำลังจะสมบูรณ์แบบ นางพลันตวัดดาบในมือซ้ายชี้ตรงมาข้างหน้า! ศรเวทมนตร์ศิลาประกายสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง กระแทกเข้าใส่แขนขวาของโฮเซ ลู ที่กำลังขับเคลื่อนเทวคาถาอยูอย่างแม่นยำ!
"อึก!" โฮเซ ลู ส่งเสียงครางต่ำในลำคอ แขนของเขาสั่นสะท้อนอย่างรุนแรง พลังอสนีบาตเปลวเพลิงที่รวบรวมไว้พลันขาดการควบคุมในทันที เทวคาถารถูกขัดจังหวะ!
และในเศษเสี้ยววินาทีนั้น ยามที่พลังเก่าขาดตอนและพลังใหม่ยังไม่ถือกำเนิด ร่างของเรลลานาก็พุ่งทะยานเข้ามาดั่งแสงจันทร์ ดาบในมือขวาของนางที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟแห่งเทวคาถา แทงตรงเข้าหาเอวของเขาพร้อมกับเสียงฉีกกระชากอากาศอันแหลมสูง! ต่อให้คมดาบจะยังมาไม่ถึง ทว่าไอความร้อนอันแแผดเผาและกลิ่นอายทำลายล้างก็พุ่งเข้าใส่เขาแล้ว!
ในวิกฤตการณ์ความเป็นตายนี้ โฮเซ ลู บิดกายอย่างรุนแรง ดาบสั้นในมือซ้ายยกขึ้นต้านทานการแทงอันเฉียบขาดนี้ไว้ได้อย่างหวุดหวิด ทว่าเปลวไฟแห่งเทวคาถายังคงครูดผ่านเกราะหนังตรงเอวของเขา แผดเผาผืนหนังจนไหม้เกรียมในพริบตา และทิ้งความเจ็บปวดแสบร้อนไว้บนผิวหนัง เขาอาศัยจังหวะนั้นถอยร่นออกมาอย่างรวดเร็ว หัวใจดิ่งวูบด้วยความเย็นยะเยือก
เป็นอย่างที่คิดไว้ เทวคาถาอันทรงพลังที่มีระยะเวลาในการสำแดงยาวนานเช่นนี้ ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือสูสีกันหรือยอดฝีมือ ย่อมถูกขัดจังหวะได้ง่ายดาย และจะกลายเป็นช่องว่างที่นำมาซึ่งความตายแทน เขาไม่สามารถพึ่งพาสิ่งนี้ได้อีก
เมื่อเห็นว่าโฮเซ ลู ล้มเลิกการใช้เทวคาถาแห่งพิธีศีลมหาสนิทมังกร และดูเหมือนจะตั้งใจพึ่งพาการต่อสู้ระยะประชิดต่อไป เรลลานาก็เปลี่ยนกลยุทธ์ของนางเช่นกัน นางดูเหมือนจะตระหนักได้ว่าหากวัดกันด้วยวิชาดาบระยะประชิดล้วน ๆ นางย่อมด้อยกว่านักรบจากแดนรกร้างผู้นี้เล็กน้อย ชายผู้ดูภายนอกหยาบกระด้างทว่าครอบครองสัญชาตญาณการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัว นางไม่คิดจะบีบระยะห่างเข้าไปอีกแล้ว ในทางกลับกัน นางเอียงศีรษะเล็กน้อย ไขว้ดาบคู่ในมือตัดกันไว้ตรงหน้าอก มวลพลังงานเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าพลันระเบิดออกจากร่างของนาง!
"จงเฝ้ามอง..." เสียงอันเย็นชาและใสกระจ่างของเรลลานาราวกับแฝงไว้ด้วยเสียงสะท้อน ร่างของนางพลันเลือนลาง ราวกับแปรเปลี่ยนเป็นภาพลวงตาของดวงจันทร์อันสว่างไสวสองดวง — สีเงินขาวบริสุทธิ์ และความลึกล้ำอันลึกลับ เงาจันทราทั้งสองลอยเด่นขึ้นสู่เวหาอย่างรวดเร็ว สะท้อนแสงเข้าหากันและแผ่ขยายบารมีรวมถึงแรงกดดันที่ทำให้จิตวิญญาณต้องสั่นสะท้อน! เสียงระฆังเตือนภัยดังระงมในหัวใจของโฮเซ ลู นี่คือเวทมนตร์เฉพาะตัวของเรลลานา — 《มหาจันทราคู่แห่งเรลลานา》!
เมื่อเห็นเงาจันทราทั้งสองกำลังจะหลอมรวมกันและเบ่งบานเป็นกระแสธารแห่งแสงจันทร์อันทำลายล้าง แววตาแห่งความมุ่งมั่นก็พาดผ่านดวงตาของโฮเซ ลู เขาไม่คิดจะหลบเลี่ยงหรือป้องกันอีกต่อไป เขาชูดาบคู่ไขว้กันไว้เหนือศีรษะ คมดาบถูกปกคลุมด้วยอสนีบาตสีส้มแดงอันบ้าคลั่งในพริบตา ส่งเสียงเปรี้ยงปร้างบาดแก้วหู! พื้นดินใต้ฝ่าเท้าปริแตก ร่างกายของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งลูกกระสุน ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังจันทราคู่ที่กำลังหลอมรวมกัน ทว่ากระโจนขึ้นไปในอากาศให้อยู่สูงยิ่งกว่าเงาจันทราเสียอีก!
"ความบ้าคลั่งแห่ง... เบล!!!"
เสาอสนีบาตสีส้มแดงที่หนาใหญ่และบ้าคลั่งกว่าครั้งก่อนหน้าหลายเท่า ราวกับลมหายใจมังกรที่ร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์ ทะยานลงมาด้วยพลังทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง ฟาดฟันลงมาอย่างดุดันใส่ภาพลวงตาจันทราคู่เบื้องล่างที่กำลังจะหลอมรวมกันเสร็จสิ้น! เนื่องจากเรลลานาปลดปล่อยเวทมนตร์ออกมาก่อน มหาจันทราคู่ของนางจึงถูกแสดงผลออกไปแล้ว และโฮเซ ลู ที่ทะยานหลบขึ้นไปย่อมไม่ได้ถูกมหาจันทราคู่โจมตี ทว่าในเวลานี้ ตัวนางเองกลับถอยร่นลงมาเรียบร้อยแล้ว
"อะไรกัน!" เรลลานาไม่ได้คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะคำนวณเวลาได้อย่างแม่นยำขนาดนี้!
ตู้ม!
อสนีบาตทำลายล้างสีส้มแดงฟาดกระหน่ำใส่ร่างของอัศวินสาวอย่างจัง เรลลานาส่งเสียงครางต่ำในลำคอ สายฟ้าสีส้มแดงอันปั่นป่วนเต้นระบำอยู่บนชุดเกราะสีเงินครามของนาง เห็นได้ชัดว่านางได้รับแรงกระแทกอันมหาศาล ยามที่เท้าแตะพื้น ร่างของนางเซถลาไปหลายก้าว และทำได้เพียงใช้ดาบยันพื้นพยุงกายเอาไว้ให้อยู่รอด เสียงลมหายใจที่ค่อนข้างกระชั้นชิดดังแว่วออกมาจากใต้หน้ากากเหล็ก ดาบคู่ในมือหม่นแสงลง พลังของทั้งศิลาประกายและเทวคาถาลบล้างไปจนสิ้น
โฮเซ ลู ร่อนลงมาจากกลางอากาศและคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เมื่อเทียบกับเรลลานาที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเห็นได้ชัด สภาพร่างกายของเขาถือว่าดีกว่ามาก เขาค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น มองไปยังอัศวินสีเงินครามที่แทบจะยืนไม่อยู่ในระยะไม่ไกลนัก ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วทั้งผืนป่า มีเพียงเสียงลมหายใจอันหนักหน่วงของทั้งสองและเสียงร้องของวิหคราตรีในระยะไกล
หลังจากผ่านไปหลายวินาที เรลลานาดูกระทั่งสามารถปรับลมหายใจได้ในที่สุด นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ทอดสายตามองโฮเซ ลู ผ่านหน้ากากเหล็กด้วยแววตาที่ซับซ้อน ในดวงตาคู่นั้น ความระแวดระวังอันเย็นชาในคราแรกยังคงดำรงอยู่ ทว่าดูเหมือนจะมีสิ่งอื่นที่ยากจะอธิบายแฝงเร้นอยู่ด้วย — อาจจะเป็นความประหลาดใจ อาจจะเป็นการยอมรับ หรืออาจจะเป็นความสับสนที่ดิ่งลึกยิ่งกว่า
จากนั้น นางก็กระทำสิ่งหนึ่งที่แทบจะทำให้โฮเซ ลู ต้องสูญเสียการควบคุมตัวเอง นางดูเหมือนต้องการบังคับตัวเองให้ยืนตรงเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของอัศวิน ทว่าอาการบาดเจ็บภายในกลับทำให้ร่างกายของนางสั่นไหวเล็กน้อย นางล้มเลิกความพยายามนั้น เบนสายตาลงต่ำเล็กน้อย และเอ่ยพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะยอมรับชะตากรรมทว่าแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นอย่างประหลาด: "...ข้าพ่ายแพ้แล้ว ฝีมือไร้เทียมทาน ข้าไม่มีสิ่งใดจะโต้แย้ง"
นางหยุดเว้นจังหวะ น้ำเสียงแแผ่วเบาลงไปอีก ราวกับถูกเค้นออกมาจากซอกฟัน แฝงไว้ด้วยความรู้สึกขัดเขินอย่างแปลกประหลาด "...ฆ่า... ฆ่าข้าเสียเถิด"
โฮเซ ลู: "...?"
เขาแทบจะคิดว่าประสาทหูของตัวเองมีปัญหา หรือเกิดอาการหูแว่วเพราะแรงสั่นสะเทือนจากอสนีบาตเมื่อครู่นี้ ฆ่าข้าเสียเถิดอย่างนั้นหรือ? นี่มันบทพูดโบราณตามขนบดั้งเดิมแบบไหนกันเนี่ย? ถ้อยคำที่คุ้นเคยนี้... น้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกเชื้อเชิญอันแปลกประหลาดภายใต้ความขัดเขินนี้...
สีหน้าของโฮเซ ลู พลันแปรเปลี่ยนเป็นมีสีสันขึ้นมาทันตาเห็น และมุมปากของเขาก็กระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ เขามองไปยังอัศวินสาวแห่งคาเรียตรงหน้า ผู้ซึ่งแม้จะพ่ายแพ้ทว่ายังคงรักษาท่วงท่าที่เหยียดตรงและทัศนียภาพอันสง่างามเอาไว้ได้ และเขาไม่สามารถเชื่อมโยงนางเข้ากับภาพลักษณ์ของ "อัศวินสาวผู้ยอมพลีกาย" ที่มักจะปรากฏในผลงานเฉพาะทางบางประเภทได้เลยจริง ๆ ไม่สิ... แม่นาง เจ้าเป็นอัศวินที่จริงจังใช่ไหม? เจ้าคืออัศวินจันทราคู่เรลลานาในอนาคตนะ! เจ้าหยิบบทพูดมาผิดหรือเปล่า? ข้าจำไม่ได้ว่าในเรื่องราวเดิมเจ้ามีฉากหรือบทสนทนาที่แปลกประหลาดแบบนี้ด้วยนะ!
บรรยากาศในผืนป่า ที่ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งจะอบอวลไปด้วยความตึงเครียดและจริงจังหลังผ่านพ้นศึกใหญ่ พลันแปรเปลี่ยนเป็นความคลุมเครือและขัดเขินขึ้นมาอย่างกะทันหัน โฮเซ ลู ราวกับถูกอสนีบาตฟาดใส่ซ้ำสองด้วยบทพูด "ฆ่าข้าเสียเถิด" ที่โผล่มาอย่างกะทันหันนี้ สมองของเขาว่างเปล่าไปชั่วขณะ ช่วงเวลากลางคืน ผืนป่าขนาดเล็ก อัศวินสาวผู้พ่ายแพ้พร้อมชุดเกราะที่ชำรุดทรุดโทรมเพิ่งเสร็จสิ้นจากการต่อสู้... แถมยังมีบุรุษต่างถิ่นอยู่อีกหนึ่งคน