- หน้าแรก
- ระบบพฤกษาศักดิ์สิทธิ์ วิวัฒนาการต้นไม้ไร้ค่า สู่มหาพฤกษาแห่งหมื่นโลก
- บทที่ 32 - ความพิเศษของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์!
บทที่ 32 - ความพิเศษของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์!
บทที่ 32 - ความพิเศษของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์!
บทที่ 32 - ความพิเศษของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์!
ต่างพากันทิ้งศพสิ่งชั่วร้ายในมือ แบกจอบเสียมขุดดิน
แล้ววิ่งหน้าตั้งกลับเข้าไปในพื้นที่หลบภัยทันที
และฝูงชนที่กำลังเดินหน้ามาจากแดนไกลก็สังเกตเห็นพวกเขาเช่นกัน
"หรือว่าจะเป็นภาพลวงตาที่พืชวิญญาณสร้างขึ้น" ชายสวมเสื้อคลุมดำขมวดคิ้วพึมพำ
"ก็น่าจะใช่นะ เพราะในรัศมีร้อยลี้นี้ ไม่น่าจะมีพื้นที่หลบภัยขนาดเล็กที่รอดมาได้หรอก"
ตลอดทางที่เดินทางมาจากเมืองตี้กวน ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านหรือเมืองเล็กๆ ที่พวกเขาพบเจอ
ล้วนถูกทำลายพินาศ ไม่มีใครรอดชีวิตอยู่ในพื้นที่หลบภัยเลยสักคน
การมาเจอคนเป็นๆ ที่นี่ ถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง
ดังนั้น พวกเขาจึงคิดว่าเป็นพืชวิญญาณ
เด็กหนุ่มสวมฮู้ดสีดำดึงหมวกฮู้ดลง ดวงตากลอกไปมา "ฉันกลับคิดว่าไม่ใช่พืชวิญญาณนะ พืชวิญญาณระดับต่ำไม่มีพลังสร้างภาพลวงตาขั้นสูงขนาดนี้หรอก"
"นายดูศพสิ่งชั่วร้ายบนพื้นนั่นสิ มีทั้งระดับต่ำและระดับกลางขั้นสูงสุดเลยนะ"
"แถมกลิ่นก็แรง สภาพศพก็ต่างกันไป แต่ที่เหมือนกันคือส่วนใหญ่ตายจากการถูกโจมตีเพียงครั้งเดียว แบบนี้พืชวิญญาณระดับต่ำทำไม่ได้หรอก"
"ไม่ต้องพูดถึงการสร้างภาพหลอนที่สมจริงขนาดนี้ให้พวกเราเห็นเลย ยิ่งเป็นไปไม่ได้ มันไม่มีพลังพอที่จะล่อลวงพวกเราได้หรอก"
"อีกอย่าง พืชวิญญาณระดับต่ำฉลาดมากนะ ส่วนใหญ่พวกมันรู้จักรอดพ้นจากอันตราย"
"พวกเรามีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงตั้งมากมาย มันไม่รนหาที่ตายด้วยการมายุ่งกับคนที่มันสู้ไม่ได้หรอก"
ทันใดนั้น ก็มีผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งแทรกขึ้นมา "แล้วถ้าเป็นพืชวิญญาณระดับสูงล่ะ"
เด็กหนุ่มสวมฮู้ดสีดำยิ้มกว้าง "ถ้าเป็นอย่างที่นายว่า พืชวิญญาณต้นนั้นมันจะมาโผล่ที่นี่อย่างปลอดภัยได้ยังไง"
"พืชวิญญาณระดับสูงเป็นวัตถุดิบสำคัญในการเลื่อนระดับของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นะ คนของวิหารเสวียนเทียนจะไม่รู้เหรอว่าที่นี่มีของที่พวกเขาต้องการอยู่"
เมื่อฟังเขาอธิบายอย่างละเอียด ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ ก็เริ่มคล้อยตาม
งั้น
ถ้าสิ่งที่พวกเขาเห็นไม่ใช่ภาพลวงตาล่ะ
สิ่งที่เห็นและได้ยิน ทุกอย่างล้วนเป็นความจริง
เปลือกตาขวาของผู้ฝึกยุทธ์หลายคนกระตุกยิกๆ!
พื้นที่หลบภัยที่สามารถรอดพ้นจากภัยพิบัติระดับทำลายล้างเมืองมาได้ นี่มันบ้าไปแล้วชัดๆ
"เป็นไปไม่ได้!"
มีคนตะโกนแย้งเสียงดัง
"เมืองตี้กวนยังแตกเลย พื้นที่หลบภัยในที่ราบรกร้างตะวันออกจะรอดมาได้ยังไง นี่ต้องเป็นภาพลวงตาที่พืชวิญญาณสร้างขึ้นแน่ๆ!"
พวกเขาไม่อยากจะเชื่อ และไม่ยอมรับด้วย
เพราะอะไรน่ะเหรอ!
หมู่บ้านเล็กๆ ซอมซ่อที่ดูเชยๆ ตรงหน้านั่น ดูยังไงก็เป็นพื้นที่หลบภัยระดับต่ำสุดๆ!
จะรอดจากภัยพิบัติระดับทำลายล้างเมืองมาได้ยังไง
ขนาดเมืองตี้กวนยังทำไม่ได้เลย!
พื้นที่หลบภัยขนาดเล็กแบบนี้ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ระดับก็ต่ำต้อย แถมส่วนใหญ่ยังไม่เปิดสติปัญญาด้วยซ้ำ
เมื่อกลางคืนมาเยือน ก็คงเก่งกว่าพืชวิญญาณทั่วไปนิดหน่อยเท่านั้น ถ้าโชคร้ายเจอสิ่งชั่วร้ายระดับกลางหรือระดับสูงสักสองสามตัว ก็คงโดนเขมือบเรียบในพริบตา
แต่พวกเขากลับไม่เพียงรอดพ้นจากการถูกเขตแดนภัยพิบัติกลืนกิน แถมยังมีชีวิตอยู่ดีมีสุขอีกต่างหาก!
นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
"ไม่ใช่เรื่องจริงหรอก เป็นภาพลวงตาแน่ๆ"
"ใช่ๆๆ ต้องเป็นภาพลวงตาชัวร์"
"ท่านผู้พิทักษ์ยามราตรี พวกเราอ้อมที่นี่ไป แล้วเดินหน้าต่อกันเถอะ"
ชาวบ้านที่อยู่ข้างหลังเร่งเร้าผู้ฝึกยุทธ์ที่นำทางอยู่ด้านหน้า
ผู้ฝึกยุทธ์ขยับตัว แต่พวกเขาไม่ได้เลือกที่จะเดินอ้อม
กลับเดินตรงดิ่งไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ตรงหน้า
"ข้างหน้ามันเป็นกับดักนะ ทำไมยังจะเดินเข้าไปอีกล่ะ ทำไมไม่อ้อมไป"
"ใช่ๆ ท่านผู้พิทักษ์โดนล่อลวงไปแล้วเหรอ"
"แค่นี้ก็เรียกตัวเองว่าผู้พิทักษ์ยามราตรี ถุย"
"ไอ้พวกผู้ฝึกยุทธ์กากๆ เลี้ยงเสียข้าวสุก ไร้ประโยชน์สิ้นดี"
"แม่งเอ๊ย นี่มันตั้งใจจะพาพวกเราไปตายชัดๆ!"
บางคนในฝูงชนเริ่มสบถด่าทอเบาๆ
แต่พอด่าไปด่ามา จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่คอ ยังไม่ทันได้ตั้งตัว หัวก็หลุดกลิ้งลงจากบ่าเสียแล้ว
"ขอบอกอีกครั้งนะ ใครอยากตามมาก็ตามมา ไม่อยากตามก็ไสหัวไป ถ้าขืนได้ยินใครด่าทอพวกเราอีกล่ะก็ ตายสถานเดียว!"
ผู้ฝึกยุทธ์ที่ลงมือคือชายหน้าตาเหี้ยมเกรียมแฝงความอำมหิต
ชายคนนี้ชื่อ จ้าวเจิ้งหมิง ก่อนที่เมืองตี้กวนจะแตก เขาทำหน้าที่สืบสวนและตรวจสอบนักโทษ
จ้าวเจิ้งหมิงเกลียดที่สุดคือนักโทษที่ชอบนินทาลับหลัง เจอคนพวกนี้ทีไร เขามักจะส่งพวกมันลงนรกก่อนเสมอ
และคนที่เขาฆ่าตายไปเมื่อกี้ ก็ล้วนเป็นนักโทษอุกฉกรรจ์ที่แหกคุกหนีตายออกมาทั้งสิ้น
พอพวกปากพล่อยตายไป ฝูงชนก็เริ่มแตกตื่น
พวกเขาพากันร้องอุทานและถอยกรูดออกไปเป็นระยะทางไกล
พักใหญ่กว่าที่ฝูงชนจะกลับมาสงบลงได้
เพราะเห็นคนนินทาถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา
พวกเขาจึงยอมหุบปากอย่างรู้ประสีประสา ทำตัวเป็นคนดี ไม่กล้าเปิดปากตะโกนให้เดินอ้อมหรือเปลี่ยนเส้นทางอีก
จ้าวเจิ้งหมิงแค่นเสียงเย็นชา เก็บดาบยาวเข้าฝัก ก้าวเดินอย่างไม่เร่งรีบ กลับไปรวมกลุ่มกับผู้พิทักษ์ยามราตรี แล้วเดินหน้าต่อไป...