เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - ฉันอยากจะพักที่หมู่บ้านของพวกนายสักคืน!

บทที่ 33 - ฉันอยากจะพักที่หมู่บ้านของพวกนายสักคืน!

บทที่ 33 - ฉันอยากจะพักที่หมู่บ้านของพวกนายสักคืน!


บทที่ 33 - ฉันอยากจะพักที่หมู่บ้านของพวกนายสักคืน!

เยี่ยหยางเฝ้ามองขบวนคนนับพันเดินตรงเข้ามาทางเขาอย่างไม่ลดละ

เมื่อพวกเขาเข้ามาในอาณาเขตของเขา เยี่ยหยางก็ใช้ทักษะตรวจสอบไปที่ผู้ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้นำขบวน

[เผ่าพันธุ์: มนุษย์]

[ผู้ฝึกยุทธ์พลังเลือดลม]

[เลเวล: ระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุด (สีน้ำเงิน)]

[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาฝึกฝนเทียนกัง (ขั้นต้น)]

[จุดอ่อน: จุดฝังเข็มด้านในต้นขาซ้าย]

คุณภาพระดับสีน้ำเงิน มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นระดับปรมาจารย์ใหญ่ หรือระดับก่อกำเนิดได้

นี่เป็นครั้งแรกที่เยี่ยหยางได้พบกับยอดฝีมือระดับกลางของมนุษย์ พลังเลือดลมหนาแน่นกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับทั่วไปจริงๆ

หลังจากตรวจสอบเสร็จ เยี่ยหยางกำลังจะดึงสายตากลับ

แต่ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่าถุงเงินที่เอวของชายคนนั้น มีหมอกวิญญาณสีขาวจางๆ ลอยออกมา

สัมผัสของเยี่ยหยางสามารถรับรู้ถึงดินบริสุทธิ์คุณภาพสูงได้ ดังนั้น ไม่ว่าคุณภาพของดินจะดีหรือแย่ เขาก็สามารถแยกแยะได้หมด

ตราบใดที่มีคนพกดินบริสุทธิ์ติดตัว เขาจะรู้ทันที!

ทว่า สิ่งที่อยู่ในถุงเงินของชายคนนั้น กลับให้ความรู้สึกแปลกๆ มีปราณวิญญาณอยู่ก็จริง แต่ไม่ใช่ดินบริสุทธิ์ หรือแม้แต่ดินก็ไม่ใช่ด้วยซ้ำ

แล้วอะไรล่ะที่ปล่อยหมอกวิญญาณออกมา

เยี่ยหยางไม่รอช้า ใช้ทักษะตรวจสอบถุงเงินใบนั้นทันที

[ประเภท: น้ำพุวิญญาณห้าสิบหยด]

[ระดับ: ชั้นมนุษย์ขั้นต่ำ]

[ต้องการกลืนกินหรือไม่]

น้ำพุวิญญาณนี่เอง!

ประกายความประหลาดใจพาดผ่านดวงตาของเยี่ยหยาง

เขารู้ว่ามีน้ำพุวิญญาณอยู่จริง แต่ลองหาดูรอบๆ อาณาเขตของตัวเองแล้ว ก็ไม่พบน้ำพุวิญญาณตามที่ระบุไว้ในหน้าต่างระบบเลย

เยี่ยหยางคิดว่าคงต้องรออีกนานกว่าจะได้เห็นของแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีคน 'เอามาส่ง' ถึงที่

ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งห้าสิบกว่าคนหยุดยืนห่างจากพื้นที่หลบภัยสิบห้าเมตร

จ้าวเจิ้งหมิงกวาดสายตาคมกริบมองชาวบ้านในหมู่บ้าน

ชั่วครู่ เขาก็ดึงสายตากลับ หยิบแผนที่หนังวัวออกมาจากอกเสื้อ

และเริ่มค้นหาตำแหน่งของพื้นที่หลบภัยแห่งนี้บนแผนที่

เพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็หาเจอ

จ้าวเจิ้งหมิงหันไปรายงานหัวหน้าหน่วย

"ตามที่ระบุไว้ในแผนที่ ที่นี่คือพื้นที่หลบภัยขนาดเล็กที่เจ็ดสิบเจ็ดแห่งที่ราบรกร้างตะวันออก ร้างผู้คนมาสามสิบปีแล้วครับ"

"ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่หลบภัยก็อยู่ในภาวะจำศีล"

"หัวหน้าฉู่ พวกเราเอาไงดีครับ"

ฉู่สิงหยวนยกมือเป็นเชิงบอกให้เขาเงียบก่อน จากนั้นก็หรี่ตามองไปยังเด็กหนุ่มผิวคล้ำคนหนึ่ง

เขาก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

ประสานมือคารวะ "น้องชาย ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม"

เยี่ยชวีจ้องมองเขาด้วยความระแวดระวัง

ไม่ตอบอะไรอยู่นาน

แต่ผู้นำตระกูลเฒ่าที่ยืนถือไม้เท้าอยู่ข้างๆ กลับเป็นคนเปิดปากพูด

"ไม่ทราบว่านายท่านต้องการถามสิ่งใด หากพวกเรารู้ ย่อมตอบตามตรงไม่ปิดบัง"

ฉู่สิงหยวนถามตรงประเด็น "พวกนายรอดชีวิตจากภัยพิบัติระดับทำลายล้างเมืองมาได้ยังไง"

ภัยพิบัติระดับทำลายล้างเมืองงั้นเหรอ!

คนตระกูลเยี่ยหน้าถอดสีทันที

เมื่อคืน พื้นที่หลบภัยถูกภัยพิบัติระดับทำลายล้างเมืองโจมตีงั้นเหรอ

ไม่ ไม่ใช่นี่

ถ้ามีภัยพิบัติระดับทำลายล้างเมืองมาโจมตีพื้นที่หลบภัยจริงๆ พวกเขาต้องรู้สึกถึงความผิดปกติบ้างสิ

อีกอย่าง พื้นที่หลบภัยระดับล่างๆ อย่างพวกเขา จะรับมือกับภัยพิบัติระดับนั้นได้ยังไง

เมื่อคิดได้ดังนั้น ทุกคนก็มองฉู่สิงหยวนด้วยสายตาเคลือบแคลง

ผู้นำตระกูลเฒ่าเองก็ไม่เชื่อ

แม้จะไม่เคยเห็นภัยพิบัติระดับทำลายล้างเมือง แต่เขาก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ความน่าสะพรึงกลัวของมันมาบ้าง

"นายท่าน ท่านกำลังล้อเล่นหรือเปล่า"

ผู้นำตระกูลเฒ่าเสียงแหบพร่า "เมื่อคืน หมู่บ้านของเราไม่ได้ถูกภัยพิบัติอะไรโจมตีเลยนะ"

"ที่มาโจมตีเรามีแค่สิ่งชั่วร้ายระดับต่ำไม่กี่ตัวเท่านั้น ถ้าพวกท่านไม่เชื่อ ลองดูศพรอบๆ นี้สิ!"

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันตัวเองว่า "ถ้าเมื่อคืนมีภัยพิบัติระดับทำลายล้างเมืองมาโจมตีพื้นที่หลบภัย พวกเราคงไม่เหลือแม้แต่ซากแล้วล่ะ"

"แต่พวกเราก็ยังมีชีวิตอยู่"

ฉู่สิงหยวนเงียบไป

มือที่กุมด้ามดาบที่เอวค่อยๆ กำแน่นขึ้น

เขาชำเลืองมองเด็กหนุ่มผิวคล้ำ

แล้วพูดทีละคำ

"เมื่อคืน ฝูงภัยพิบัติระดับทำลายล้างเมืองเดินทางมาจากที่ราบรกร้างตะวันออกมุ่งลงใต้"

"เมืองมนุษย์ที่แปดสิบเจ็ดแห่งทวีปตอนใต้ เมืองตี้กวน ถูกทำลายล้างแล้ว!"

ดวงตาฝ้าฟางของผู้นำตระกูลเฒ่าเบิกกว้าง เขาเผลอกำไม้เท้าในมือแน่น

ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ!

อะไรนะ เมืองตี้กวนแตกแล้ว

เป็นไปได้ยังไง

เมืองตี้กวนจะแตกได้ยังไง ที่นั่นมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงมากมาย มีสิบผู้ลิขิตสวรรค์คอยดูแล...

แถมยังเป็นเมืองใหญ่ที่ต้นไม้ลิขิตสวรรค์คอยคุ้มครองมนุษย์อยู่นะ!

ผู้นำตระกูลเฒ่าแทบจะยืนไม่อยู่ โชคดีที่เยี่ยชวีซึ่งอยู่ข้างๆ เข้ามาประคองไว้ทัน

เมืองตี้กวน...แตกแล้ว

แถมยังเพิ่งเกิดเมื่อคืนนี้เอง

ริมฝีปากของเขาสั่นระริก ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะเค้นคำพูดขาดๆ หายๆ ออกมาได้

"ที่ ที่พูดมา เป็น เป็นความจริงงั้นเหรอ"

ไม่ได้หลอกเขา ไม่ได้วางกับดักใช่ไหม

แต่หมู่บ้านเล็กๆ ของพวกเขากับคนตระกูลจางรวมกัน ก็มีแค่ร้อยกว่าคนเอง

ผู้นำอย่างเขาที่ดูเก่งกาจขนาดนี้ จำเป็นต้องแต่งเรื่องโกหกมาหลอกพวกเขาด้วยเหรอ

ผู้นำตระกูลเฒ่าทอดสายตามองฝูงชนนอกพื้นที่หลบภัย บางคนแต่งตัวหรูหรา บางคนแม้จะแต่งตัวธรรมดาแต่ก็ไม่มีรอยปะชุน

หลายคนดูภูมิฐาน รองเท้าที่ใส่ก็ไม่ใช่รองเท้าสำหรับเดินทางไกล เห็นได้ชัดว่าเจอเรื่องฉุกเฉินถึงได้หนีตายออกมา...

ไม่ได้ตั้งใจมาแสดงละครตบตาพวกเขาที่นี่แน่ๆ

จริงสิ ที่ผู้นำคนนี้พูดมาทั้งหมดเป็นความจริง!

แม้ผู้นำตระกูลเฒ่าจะเชื่อไปแล้วแปดเก้าส่วน แต่เขาก็ยังรอคอยคำยืนยันสุดท้ายจากอีกฝ่าย

ฉู่สิงหยวนพยักหน้า "แน่นอนว่าเป็นความจริง เมืองตี้กวนแตกแล้วจริงๆ พวกเราคือคนที่หนีรอดออกมาจากที่นั่น"

"คนกว่าสิบล้าน รอดมาได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ!"

ผู้นำตระกูลเฒ่าสูดลมหายใจเข้าลึก

เยี่ยหยางที่แอบฟังอยู่ก็หน้าเครียดลงเช่นกัน

เขาพอจะเดาออกแล้วว่าภัยพิบัติกลุ่มไหนที่ทำลายเมืองตี้กวน

'น่ากลัวจริงๆ'

'รู้ว่าภัยพิบัติกลุ่มนั้นเก่ง แต่ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้!'

'แม่งเอ๊ย ขนาดพื้นที่หลบภัยขนาดใหญ่ที่มีต้นไม้ลิขิตสวรรค์คอยปกป้องยังพินาศเลย'

'โชคดีนะที่ฉันรอดมาได้!'

เยี่ยหยางสะบัดกิ่งไม้สองสามกิ่งในมุมที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

'พวกภัยพิบัตินั่นคงไม่กลับมาแล้วมั้ง'

เยี่ยหยางไม่แน่ใจ เขาไม่ใช่พวกเดียวกันกับมัน ใครจะไปรู้ว่ามันจะกลับมาอีกหรือเปล่า

'บ้าชะมัด ฉันต้องแข็งแกร่งขึ้น!'

'ต้องกลืนกินปราณวิญญาณให้มากกว่านี้เพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง!'

ในโลกที่โหดร้ายและน่ากลัวขนาดนี้ ความอ่อนแอคือบาปขนานแท้ ถ้าไม่มีพลัง ไม่ช้าก็เร็วต้องตายอย่างอนาถแน่ๆ

เยี่ยหยางไม่อยากตาย เขาอยากกลับบ้าน

เขาอยากกลับไปดาวโลก กลับไปอยู่ในโลกที่สงบสุข ปราศจากสิ่งชั่วร้ายและภัยพิบัติ

ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม

ต่อให้ต้องกลับไปในร่างต้นไม้ก็ตามที

ฉู่สิงหยวนพูดต่อ "เพราะงั้น ฉันเลยอยากรู้ว่าพวกนายรอดมาได้ยังไงในสถานการณ์แบบนั้น"

"ฉันรับรองได้เลยว่าในรัศมีร้อยลี้ ไม่สิ พันลี้เลยก็ได้ มีแค่พื้นที่หลบภัยของพวกนายเท่านั้นที่ยังเหลือรอด"

ผู้นำตระกูลเฒ่าไม่ตอบ

เขาไม่อยากตอบ และไม่กล้าตอบด้วย

เพราะเขารู้ดีว่าผลงานทั้งหมดนี้เป็นของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่หลบภัย!

เมื่อคืน ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เป็นคนคุ้มครองพวกเขา!

หากไม่ได้รับอนุญาตจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ไม่กล้าเปิดเผยความพิเศษของมันให้คนอื่นรู้เด็ดขาด

พวกเขาตระกูลเยี่ยเป็นคนปลุกต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา และให้คำมั่นว่าจะบูชาไปชั่วลูกชั่วหลาน

ดังนั้น เรื่องทางอ้อมที่อาจเปิดเผยความพิเศษของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้ หากไม่ได้รับอนุญาต เขายอมตายดีกว่าปริปากพูด!

"เถ้าแก่ ทำไมไม่ตอบล่ะ" ฉู่สิงหยวนเอ่ยถามช้าๆ

"เป็นเพราะ..."

จบบทที่ บทที่ 33 - ฉันอยากจะพักที่หมู่บ้านของพวกนายสักคืน!

คัดลอกลิงก์แล้ว