- หน้าแรก
- ระบบพฤกษาศักดิ์สิทธิ์ วิวัฒนาการต้นไม้ไร้ค่า สู่มหาพฤกษาแห่งหมื่นโลก
- บทที่ 31 - ตกตะลึง พื้้นที่หลบภัยที่ยังเหลือรอด!
บทที่ 31 - ตกตะลึง พื้้นที่หลบภัยที่ยังเหลือรอด!
บทที่ 31 - ตกตะลึง พื้้นที่หลบภัยที่ยังเหลือรอด!
บทที่ 31 - ตกตะลึง พื้้นที่หลบภัยที่ยังเหลือรอด!
"ผู้นำตระกูล ตอนที่เราลงไปหลุมยุบเพื่อหาโสมป่าให้ท่าน พวกเรานำเมล็ดพันธุ์ที่สามารถเพาะปลูกได้กลับมาด้วยครับ"
"แต่มีไม่กี่ชนิด แถมจำนวนก็น้อยด้วย"
ผู้นำตระกูลเฒ่าได้ยินดังนั้น ก็รีบลุกจากเตียงหิน สวมรองเท้าฟางแล้วเดินออกไปข้างนอกอย่างคล่องแคล่ว
เขาพึมพำไปตลอดทาง "เร็วเข้า พาฉันไปดูหน่อยว่ามีเมล็ดพันธุ์อะไรบ้าง"
"แกนี่ ไม่ยอมบอกให้เร็วกว่านี้!"
ท่าทางกระฉับกระเฉงนั้น ไม่เหมือนคนเพิ่งหายเจ็บเลยสักนิด
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ยังนอนซมเป็นคนป่วยหนักแท้ๆ
เยี่ยชวีนำทางผู้นำตระกูลออกไปอย่างเอือมระอา มุ่งหน้าไปยังบ้านหินแคบๆ หลังหนึ่ง
บ้านหินหลังเล็กนี้ใช้เก็บเครื่องมือเกษตรและฟืน มีของจิปาถะไม่มากนัก
มุมห้องมีตะกร้าสานไม้ไผ่ทรงก้นแคบปากกว้างวางซ้อนกันอยู่สิบกว่าใบ
ตะกร้าแต่ละใบมีขนาดต่างกันไป
ผู้นำตระกูลเฒ่าพิจารณาเมล็ดพันธุ์ในตะกร้าใบเล็กอย่างละเอียด ยิ่งดูก็ยิ่งดีใจ
"โอ้โห เมล็ดพันธุ์พวกนี้ดูดีทีเดียวนะเนี่ย!"
"เยี่ยชวี แกช่วยได้มากจริงๆ!"
"ฉันจะไปขอให้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แบ่งพื้นที่สำหรับปลูกพืชเดี๋ยวนี้เลย!"
ผู้นำตระกูลเฒ่าพูดด้วยความดีใจ แล้วก็รีบไปทำตามที่พูดทันที
เยี่ยหยางกำลังอาบแดดอย่างสบายใจ และกำลังใช้ดวงตาของเยี่ยต้าสือสังเกตการณ์โลกภายนอกพื้นที่รกร้างอย่างตั้งใจ
แต่ข้างล่างกลับมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นมา
เยี่ยหยางจำต้องดึงสติกลับมา แล้วมองลงไปใต้ต้นไม้
ก็เห็นผู้นำตระกูลเฒ่าตระกูลเยี่ย ตาแก่ที่ 'นอนซม' คนนั้นแหละ
"ขอให้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์โปรดประทานพื้นที่สำหรับเพาะปลูกด้วยเถิด"
ผู้นำตระกูลเฒ่าจ้องมองด้วยดวงตาเป็นประกาย จนเยี่ยหยางต้องเลิกคิ้ว
มาขอพื้นที่ทำกินนี่เอง
รู้จักกาลเทศะดี ไม่ได้มาถึงก็ขอแปลงเพาะปลูกวิญญาณที่เขาเพิ่งสร้างเมื่อวานเลย
คนรู้จักเจียมตัวและมีมารยาทแบบตาแก่นี่ ในโลกนี้คงมีไม่มากแล้วล่ะ
เยี่ยหยางบังคับกิ่งไม้ ชี้ไปที่พื้นที่ด้านหลังพื้นที่หลบภัยให้คนตระกูลเยี่ย
ดินตรงนั้นเป็นส่วนที่ร่วนซุยที่สุดในพื้นที่หลบภัยแล้วตอนนี้
"ขอบคุณต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ประทานให้"
ผู้นำตระกูลเฒ่าลุกขึ้นจากพื้นด้วยความตื่นเต้น แล้วหันไปสั่งคนในตระกูลให้หยิบเครื่องมือไปถางที่ด้านหลังพื้นที่หลบภัยทันที
เขาโบกมือสั่งคนสิบกว่าคนให้ขุดดินที่แห้งแล้งให้ลึก แล้วพลิกหน้าดินขึ้นมา เพื่อให้ดินร่วนซุยยิ่งขึ้น
ผ่านไปสองก้านธูป
"แค่นี้ก็ใช้ได้แล้ว"
"พวกแกไปตักน้ำมาสักถังนะ แล้วรดหน้าดินให้ทั่วๆ ทำงานให้มันคล่องแคล่วหน่อยล่ะ อย่าทำน้ำหกเชียว"
คนตระกูลเยี่ยหลายคนเดินเท้าเปล่าออกจากแปลงนา พากันวิ่งไปที่บ้านหินเก็บน้ำ
พวกเขาหิ้วถังไม้ออกมา เดินกลับมาที่แปลงนาด้วยท่าทางมั่นคง แล้วรดน้ำลงบนดินที่เพิ่งพลิกใหม่
โดยปกติแล้ว รดน้ำเสร็จก็สามารถหว่านเมล็ดได้เลย
แต่ตอนนี้ที่ดินผืนนี้แห้งแล้งเกินไป ไม่มีสารอาหารอะไรเลย
แถมยังขาดความชุ่มชื้น โดนแดดเผาแป๊บเดียวก็แห้งกรัง
ถ้าหว่านเมล็ดลงไป คงยากที่จะงอก
ดังนั้น ผู้นำตระกูลเฒ่าจึงยังไม่รีบหว่านเมล็ด
เขาสั่งให้คนในตระกูลรดน้ำแปลงนาอีกรอบในอีกหนึ่งถึงสองชั่วโมงข้างหน้า แล้วนำเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดไปแช่น้ำไว้ในชาม กะว่าจะนำมาหว่านในวันที่สาม
คนตระกูลจางจ้องมองพวกเขาถางที่ดินอย่างไม่วางตา ความอิจฉาในดวงตาปิดบังไว้ไม่มิด
"เฮ้อ จะสามวันแล้ว จางเหล่าซื่อยังไม่ได้เรื่องเลย"
"วันนี้ก็วันสุดท้ายแล้ว ตระกูลเยี่ยยังไม่ยอมให้ตระกูลจางเราเข้าร่วมกับหมู่บ้านพวกเขาอีกเหรอ"
"นี่ ตอนบ่ายพวกเราจะโดนไล่ออกจากพื้นที่หลบภัยหรือเปล่าเนี่ย"
"ไม่รู้สิ"
"ฉัน ฉันไม่อยากไป ฉันยังมีดินบริสุทธิ์อีกเยอะ ฉันจะยกให้คนตระกูลเยี่ยให้หมด เพื่อแลกกับโอกาสอยู่ต่อ!"
คนตระกูลจางกินข้าวเที่ยงเสร็จ
ก็ไม่ได้รอให้คนตระกูลเยี่ยสั่งให้ออกไปจัดการศพสิ่งชั่วร้ายนอกเขตคุ้มครอง
พวกเขาพากันไปขุดหลุมฝังศพกันเองเลย
กลัวว่าถ้าช้าไปก้าวเดียว คนตระกูลเยี่ยจะไล่พวกเขาออกจากพื้นที่หลบภัย
ฝังศพไปได้ชั่วโมงกว่า
จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังสวบสาบมาจากไกลๆ ฟังดูเหมือนคนจำนวนไม่น้อย
คนตระกูลจางเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงง
แล้วก็เห็นคนกลุ่มใหญ่เดินขบวนตรงมาทางพวกเขาจากระยะสิบกว่าลี้
จำนวนน่าจะไม่ต่ำกว่าพันคน
"คน คนเยอะมาก!"
"พวกเขามาทำอะไรที่นี่"
"รีบหนี เร็วเข้า กลับเข้าพื้นที่หลบภัยเร็ว!"
คนตระกูลจางที่กำลังขุดหลุมฝังศพรู้สึกถึงอันตราย!