- หน้าแรก
- ระบบเอาชีวิตรอด เริ่มต้นด้วยหมั่นโถวหนึ่งลูก
- บทที่ 57 ผู้เข้าแข่งขันหัวเซี่ยมาเหนือเมฆ เบื้องหลังนี่มันลึกซึ้งเกินจะหยั่ง
บทที่ 57 ผู้เข้าแข่งขันหัวเซี่ยมาเหนือเมฆ เบื้องหลังนี่มันลึกซึ้งเกินจะหยั่ง
บทที่ 57 ผู้เข้าแข่งขันหัวเซี่ยมาเหนือเมฆ เบื้องหลังนี่มันลึกซึ้งเกินจะหยั่ง
หลินเสวี่ยยิ่งโมโห เธอตบมือหนาของเขาออกอย่างแรง
"นิก นายไม่รู้จักมารยาทบ้างเลยหรือไง"
"ยาทาแผลของพวกเราเดิมทีก็มีไม่มากนักอยู่แล้ว"
"ถ้านายอยากจะทายา นายต้องขออนุญาตพวกเราก่อน
หรือว่านายเห็นเสบียงของคนอื่นแล้วก็จ้องแต่จะแย่งจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว?"
นิกและหลินเสวี่ยจ้องหน้ากัน บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที
สถานการณ์หมิ่นเหม่จะระเบิดได้ทุกเมื่อ
ทันใดนั้น นิกก็ปั้นหน้าทะมึนแล้วลุกพรวดขึ้นมา ร่างที่สูงถึง 195
เซนติเมตรของเขาที่ยืนขึ้นกะทันหันดูราวกับกำแพงขุนเขาไท่ซานที่ถล่มลงมาทับ
ทอดเงาครึ้มบดบังแสงสว่าง กลิ่นอายคุกคามนั้นช่างน่าหวาดหวั่น
เขายื่นมือที่หนาและทรงพลังออกมา หมายจะคว้าคอของหลินเสวี่ยให้หักสะบั้นในพริบตา
หลินเสวี่ยตกใจจนตัวสั่นเทา คว้ามือเย่ไป๋ไว้ตามสัญชาตญาณ
แฟนคลับชาวหัวเซี่ยต่างพากันด่าทอด้วยความโกรธ
"ไอ้ฝรั่งหน้าด้านไร้ยางอาย!"
"สมกับเป็นประเทศสุดสวย มีแต่พวกป่าเถื่อน!"
"มาบ้านคนอื่นแท้ ๆ เจ้าของเขาอุตส่าห์ต้อนรับ
แต่แกกลับจะมาแย่งเสบียงที่มีอยู่น้อยนิดเนี่ยนะ?"
"ยังจะมาขู่คนสวยของพวกเราอีก?"
"ถุ้ย! เย่ไป๋ สั่งสอนมันเลย!"
...
ในภาพถ่ายทอดสด เย่ไป๋ลงมือแล้ว
สมรรถภาพทางกายระดับนักรบ ทำงาน!
เย่ไป๋ลงมือรวดเร็วมาก มือที่ทรงพลังของเขาพุ่งออกไปราวกับกรงเล็บอินทรี
คว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของนิกไว้แน่น
ในชั่วพริบตานั้น หลินเสวี่ยเห็นเพียงเงาร่างเลือนรางเท่านั้น
วินาทีต่อมา ใบหน้าของนิกก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
สวมหน้ากากแห่งความทุกข์ทรมานทันที
"อ๊าก..."
"อ๊ากกกก..."
แต่เย่ไป๋ไม่เปิดโอกาสให้เขาดิ้นหลุด
นิ้วทั้งห้าที่รวดเร็วปานสายฟ้าและแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า
บิดแขนอันกำยำของนิกจนม้วนเป็นเกลียว
หนึ่งกระแทก สองถอด
แขนทั้งข้างของนิกถูกถอดข้อต่อออกจนห้อยต้อยแต่งอยู่ข้างลำตัว
หลุดออกจากเบ้าในพริบตา
นิกเจ็บปวดเจียนตาย แต่ปากยังคงไม่ยอมแพ้ พ่นคำด่าออกมาไม่หยุด
"ไอ้คนหัวเซี่ย! ฟักยู!"
หลินเสวี่ยหน้าซีดเผือด
เย่ไป๋สีหน้าไม่เปลี่ยน เขาลงมืออีกครั้งด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า บิด หมุน และถอด
ทำให้แขนอีกข้างของนิกหลุดออกจากเบ้าไปตาม ๆ กัน
ร่างของนิกโอนเอนไปมา
แขนที่ไร้เรี่ยวแรงทั้งสองข้างแกว่งไกวไปมาดูไม่ต่างจากเส้นบะหมี่
ห้องถ่ายทอดสดตกอยู่ในความเงียบกริบ
ผู้ชมจากประเทศสุดสวยต่างพากันลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง
ผู้ชมจากประเทศจิงโจ้หวาดกลัวจนหดคอหนี
ผู้ชมจากยุโรปตะวันตกถึงกับอ้าปากค้างจนตาถลน
...
คนทั้งโลกต่างถูกสั่นประสาทด้วยวิธีการอันเฉียบคมและดุดันแบบหัวเซี่ยของเย่ไป๋
ผ่านไปนานถึง 1 นาทีเต็ม
กว่าจะมีคนต่างชาติกล้าพิมพ์กระสุนคอมเมนต์ออกมาอย่างระมัดระวัง
"นี่คือ... กังฟูตะวันออกงั้นเหรอ?"
"คนตะวันออกมีกังฟูกันทุกคนจริง ๆ ด้วย"
"อย่าได้ริไปทำให้คนหัวเซี่ยโกรธเชียวนะ..."
"น่ากลัวเกินไปแล้ว..."
เลล่า พิธีกรสาวสวยเองก็ตกใจจนตัวสั่น
สมาชิกทีมงานฝ่ายผลิตยิ่งหวาดกลัวจนสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความสยดสยอง
มีคนแอบถามผู้กำกับเบา ๆ ว่า
"ท่านผู้นำครับ
ถ้าจบรายการนี้ไปแล้วเย่ไป๋รู้ว่าท่านเป็นคนลักพาตัวเขามาไว้บนเกาะร้างนี่
เขาจะทำยังไงกับท่านครับ"
เจมส์ ผู้กำกับรายการแทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว
เขารู้สึกเหมือนแขนทั้งสองข้างของตัวเองเริ่มจะเจ็บแปลบขึ้นมา
ราวกับถูกเย่ไป๋ถอดข้อต่อออกไปแล้วจริง
ๆ
...
เพียงไม่นาน ภาพในหน้าจอก็กลับมาสงบสุขและงดงามอีกครั้ง
นิกนั่งคอตกอยู่บนโซฟาด้วยความหดหู่
แขนที่แกว่งไปมาเหมือนเส้นบะหมี่ทำให้เขาไม่กล้าหืออีกต่อไป
ตรงหน้าของเขา
มีแมวนอร์เวย์ฟอเรสต์หนึ่งตัวและสุนัขพันธุ์อลาสก้าอีกหนึ่งตัวกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ดุดัน
ราวกับว่าถ้าเขาขยับเพียงนิดเดียว พวกมันจะพุ่งเข้ามาฉีกเขาเป็นชิ้น ๆ ทันที
ในห้องครัว เย่ไป๋และหลินเสวี่ยพูดคุยกันไปพลางยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหาร
ไม่นานนักทั้งคู่ก็ยกอาหารรสเลิศออกมาเต็มโต๊ะ
ปลาแมนดารินหมักผักกาดดอง, ข้าวไก่อบหม้อดิน, บะหมี่เปี๋ยงเปี๋ยงราดน้ำมันพริกเผา,
ข้าวอบเนื้อเค็มผักใบเขียว และยังมีชานมแก้วใหญ่อีกสองแก้ว
ใช้ชาแดงจินจวิ้นเหมย ผสมกับนมสดอุณหภูมิห้อง
แล้วเติมคาราเมลที่เคี่ยวจนเป็นสีแดงลงไป
เท่านี้ก็ได้ชานมคาราเมลสูตรเน็ตไอดอลที่กำลังฮิตแล้ว
รสชาติของนมที่หอมหวาน ผสมผสานกับความหวานของคาราเมล
สัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นนั้นช่างหวานซึ้งไปถึงขั้วหัวใจ
เย่ไป๋ตักน้ำซุปปลาผักกาดดองขึ้นมาจิบ คีบไก่อบหม้อดินเข้าปากตามด้วยบะหมี่เส้นใหญ่
พลางหัวเราะพูดคุยกับหลินเสวี่ย แล้วกระดกชานมคาราเมลตามลงไป
"หอมจริง ๆ!"
"รสชาตินี้แหละที่ต้องการ!"
นิกที่นั่งแขนห้อยอยู่นิ่ง ๆ จ้องมองภาพตรงหน้าจนอึ้งไปเลย
หลังจากที่เขาเอาอาหารกระป๋องไปแลกกับเมล็ดพันธุ์จนหมด
เขาก็ทำได้เพียงกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขนมเพื่อประทังชีวิต
แผงโซลาร์เซลล์จากแผ่นซีดีก็ยังผลิตไฟฟ้าไม่ได้
เมล็ดผักก็เพิ่งจะงอกออกมาเพียงเล็กน้อย
แต่เย่ไป๋กลับ... ได้กินมื้อค่ำที่หรูหราขนาดนี้เชียวเหรอ?
แถมยังเป็นชุดอาหารทองคำสุดหรูที่มีทั้งปลาและเนื้อไก่!
นิกอิจฉาจนกัดฟันกรอด ดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความหิว
เขาอยากจะเข้าไปแย่งชิงใจจะขาด แต่จะมีประโยชน์อะไรล่ะ?
สู้ไอ้หนุ่มผิวเหลืองนั่นก็ไม่ได้
จะแย่งก็แย่งไม่ไหว
ทำได้เพียงแต่นั่งมองจนตาค้างด้วยความหิวโหย
ในที่สุด นิกก็ยอมลดละศักดิ์ศรีของประเทศสุดสวยลง เขาฝืนยิ้มแห้ง ๆ
พลางขยับมือที่หนาเทอะทะอย่างสั่น ๆ
"เย่ไป๋ แบ่งให้ฉันสักคำเถอะนะ"
"ฉันไม่ได้กินข้าวที่เป็นข้าวร้อน ๆ แบบนี้มา 9 วันเต็ม ๆ แล้ว"
เขาทำหน้าเศร้าเล่าความเท็จเพื่อขอความเห็นใจ
"จริง ๆ นะ ฉันกินแต่อาหารกระป๋องเย็น ๆ กับคุกกี้แห้ง ๆ มา 9 วันแล้ว"
"ตอนนี้แค่ได้กลิ่นสารกันบูดในคุกกี้ฉันก็อยากจะอ้วกแล้วล่ะ"
เย่ไป๋เคี้ยวเนื้อปลาพลางเปรยออกมาอย่างไม่ใส่ใจว่า
"ไม่เคยเห็นใครจนขนาดนี้มาก่อนเลยแฮะ"
นิก: "..."
ผู้ชมจากประเทศสุดสวย: "..."
เศรษฐกิจของประเทศสุดสวยอยู่อันดับหนึ่งของโลก
พวกเขามีชื่อเสียงในฐานะนายทุนที่มั่งคั่ง
พลังทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจมาตลอด
แต่ตอนนี้
ไอ้หนุ่มผิวเหลืองชาวหัวเซี่ยกลับแสดงความเวทนาที่นิกยากจนต่อหน้าคนทั้งโลกเนี่ยนะ?
และที่ร้ายแรงที่สุดคือ นิกกลับยอมรับมันแต่โดยดี
นิก: "ขอบใจนะ ฉันรู้สึกเหมือนโดนด่าเลยว่ะ"
"แล้วสรุปว่า ตอนนี้จะแบ่งของร้อน ๆ ให้ฉันกินสักคำได้หรือยัง"
ผู้ชมจากประเทศสุดสวยเริ่มเดือดดาลจนอยากจะลากนิกออกจากรายการแล้วลงไปแข่งเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด
"โอ้ ไม่นะ!"
"โอ้ ไม่นะ!"
"โอ้ ไม่นะ!"
"ดาเมจไม่แรง แต่ทำไมมันหยามกันขนาดนี้!"
"พระเจ้าช่วย
ต่อไปนี้ฉันออกไปข้างนอกคงไม่กล้าบอกใครแล้วว่าเป็นพลเมืองของประเทศสุดสวย"
...
เย่ไป๋ตอบอย่างใจป้ำว่า "ได้สิ กินตามสบายเลย"
นิกตื่นเต้นจนแขนที่เหมือนเส้นบะหมี่แกว่งไปมา
เขาเริ่มสวาปามอาหารบนโต๊ะอย่างตะกรุมตะกราม
แต่เพราะแขนของเขาหลุดจากเบ้า
เย่ไป๋จึงต้องเป็นคนคอยใช้ตะไบคีบอาหารป้อนให้เขาทีละคำ
"อร่อยสุด ๆ ไปเลย!"
"เย่ไป๋ นายมีเนื้อไก่ด้วยเหรอเนี่ย"
"เอ้อ จริงสิ นายไปเอาไก่แช่แข็งมาจากไหนน่ะ?"
"ไอ้ปลาแมนดารินหมักนี่ขอบายนะ เดี๋ยวก่อน...
ผักกาดดองกับปลาแมนดารินหมักพอกินด้วยกันแล้วมันอร่อยมากเลยแฮะ
ไม่เหม็นเลยสักนิด"
"ชานมนี่มันอร่อยกว่ากาแฟตั้งเยอะเลย ขออีกคำนะ ขอบใจมาก"
ในขณะที่นิกกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยและมีสีหน้าเปี่ยมสุข
เย่ไป๋ที่กำลังป้อนเขาก็เปรยออกมาอย่างเนิบนาบว่า
"เนื้อไก่หนึ่งคำ แลกกับเสบียง 5 จิน"
"น้ำซุปปลาหนึ่งช้อน แลกกับเสบียง 10 จิน"
"ชานมนี่หายากมากนะ แลกกับเสบียง 15 จิน"
"อ้อ แล้วยังมียาทาแผลสดที่นายต้องใช้ทีหลัง
กับยาแก้ปักเสบเซฟาเลกซินพวกนี้ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่"
"ยาแก้ปวดหนึ่งเม็ด แลกกับเสบียง 50 จิน"
...
ในพริบตา สีหน้าของนิกก็เปลี่ยนไปอย่างสุดยอดราวกับจานสีที่ถูกทำคว่ำ
ใบหน้าบิดเบี้ยวเปลี่ยนเป็นสีแดง สีเขียว สีม่วง
สลับกันไปมา ก่อนจะกลับมาสวมหน้ากากแห่งความเจ็บปวดอีกครั้ง
อาหารที่คาอยู่ริมฝีปากพลันจืดชืดไปในทันที
การแลกเปลี่ยนเสบียง เป็นเขาเองที่เสนอขึ้นมาเป็นคนแรก
แต่ละคำที่กินเข้าไปเนี่ยมันคือเสบียงตั้ง 10
จินเลยนะ! มันแพงจนเกินจะทำใจ!
หลินเสวี่ยยิ้มหวานแล้วพูดว่า "นิก รีบกินสิคะ กำลังร้อน ๆ เลยนะ"
นิก: "..."
ผู้ชมทั่วโลกต่างพากันหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง
"แคปหน้าจอไว้แล้ว!"
"มีมใหม่ของนิกคลอดแล้วจ้า"
"ผู้เข้าแข่งขันหัวเซี่ยมาเหนือเมฆจริง ๆ เบื้องหลังนี่มันลึกซึ้งเกินจะหยั่ง"
"ความสุขของการนับเสบียง ใครไม่นับไม่รู้หรอก!"
"เย่ไป๋ แกมันไม่ใช่คน! ร้ายกาจจนนิกแทบไม่เหลือทางเดินเลยนะ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ขอร้องล่ะ ช่วยทำตัวเป็นคนปกติหน่อยเถอะ!"
"มาถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย ช่วงขุดหลุมฝังเทพเจ้า
เทพนิกถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว!"
...
จบบท