- หน้าแรก
- ระบบเอาชีวิตรอด เริ่มต้นด้วยหมั่นโถวหนึ่งลูก
- บทที่ 56 วิดีโอฉากธรรมดาของเย่ไป๋ กลับขายได้ถึง 55 ล้านดอลลาร์
บทที่ 56 วิดีโอฉากธรรมดาของเย่ไป๋ กลับขายได้ถึง 55 ล้านดอลลาร์
บทที่ 56 วิดีโอฉากธรรมดาของเย่ไป๋ กลับขายได้ถึง 55 ล้านดอลลาร์
สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดอันทรงพลังทำให้นิกสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แล่นผ่านแผ่นหลัง
ก่อนที่ทั้งร่างจะกระโดดตัวลอยขึ้นมา
รถบูกัตติ เวย์รอนสีแดงสดพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงจนเสียการทรงตัว
มันพุ่งเข้าชนตำแหน่งที่เขายืนอยู่เมื่อครู่อย่างรุนแรง
ปัง!
ถุงลมนิรภัยทำงานทันที
หลินเสวี่ยถูกแรงกระแทกจนสลบไป
รถบูกัตติ เวย์รอนพลิกคว่ำอยู่หลายตลบ หมุนคว้างกลางอากาศถึง 720
องศาก่อนจะหยุดนิ่งในสภาพสั่นโคลน
นิกอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เขาแข็งทื่อไปด้วยความหวาดกลัว
นิก: !!!
แต่เพียงไม่นานเขาก็ได้สติ และแผดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโอหัง
"เย่ไป๋นะเย่ไป๋!"
"รู้ว่าฉันจะมาบุกบ้านว่าง
เลยถึงขั้นยอมขับซูเปอร์คาร์รุ่นท็อปมาไล่ตามฉันเลยเหรอ?"
"รถนายเนี่ยมันแน่จริง ๆ นะ! รุ่นพิเศษสีแดงด้วย
ราคาคงหลายสิบล้านดอลลาร์เลยล่ะสิ?"
"เท่ชะมัด"
"โฉบเฉี่ยวสุด ๆ!"
"แต่เท่ไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร สุดท้ายแกก็ต้องมาสยบอยู่ตรงหน้าฉัน
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!"
ในขณะที่นิกกำลังตื่นเต้นจนแหงนหน้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง วินาทีต่อมา
เขาก็หัวเราะไม่ออกอีกต่อไป
เหนือศีรษะของเขา มีเงาดำขนาดมหึมาพุ่งเข้ากดทับลงมา
ราวกับขุนเขาไท่ซานที่ถล่มลงมาทับร่าง
ทั้งลมพายุที่รุนแรง แรงกดดันมหาศาล และเงาที่ทะมึน
นิกค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น รูม่านตาหดเกร็ง และค่อย ๆ พ่นคำสองคำออกมาจากปาก
"โอ้..."
"ฟัก..."
โลกทั้งใบดูเหมือนจะถูกปิดเสียงลงกะทันหัน
ในหูของนิกเหลือเพียงเสียงวิ้งดังสนั่น
สองวินาทีต่อมา เฮลิคอปเตอร์ก็เริ่มลดระดับลง
กระแสลมแรงจากการหมุนของใบพัดซัดร่างของนิกจนปลิวว่อน
ฟึ่บ!
เขาถูกลมพายุหอบร่างจนลอยละลิ่วเหมือนนกยักษ์ที่สยายปีก
หัวทิ่มลงพื้นแล้วกลิ้งขลุกขลักไปตกกระแทกที่ไหนสักแห่งที่มองไม่เห็นในระยะไกล
...
เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างพากันอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก
"พระเจ้าของฉัน"
"เทพเจ้านิกถูกพัดหายไปแบบนั้นเลยเหรอ?"
"ภาพยนตร์เอฟเฟกต์ระดับโลกยังไม่กล้าทำแบบนี้เลยนะเนี่ย"
"ฉันเหมือนกำลังดูหนังฟอร์มยักษ์ในโรงภาพยนตร์แบบ 4D เลย มันยอดเยี่ยมมาก!"
"คนข้างบนแกตื่นเถอะ! นิกจากประเทศสุดสวยของพวกแกถูกพัดหายไปนะ แกจะมาสะใจอะไร?"
...
ทีมงานฝ่ายผลิตได้รับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการสร้างในฮอลลีวูด
โดยขอซื้อคลิปวิดีโอส่วนนี้ในราคาสูง
ทั้งเฮลิคอปเตอร์, ซูเปอร์คาร์รุ่นท็อป, การพุ่งชน, รถคว่ำ
และตัวร้ายที่ถูกพัดปลิว...
นี่คือภาพฉากเอฟเฟกต์ที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงที่สุดสำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์
และที่สำคัญที่สุดคือ!
ฉากของเย่ไป๋ไม่ใช่เอฟเฟกต์!
แต่มันคือการไล่ล่ากันจริง ๆ แม้แต่ตอนรถคว่ำก็เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น กล้องยังจับภาพรูม่านตาที่สั่นระริกด้วยความกลัวของนิก
และลิ้นไก่ที่สั่นรัวในปากของเขาได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ผู้กำกับรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
"60 ล้านดอลลาร์!"
"58 ล้านดอลลาร์!"
"งั้นพบกันครึ่งทาง 55 ล้านดอลลาร์!"
"ตกลง!"
...
ผู้ชมทั่วโลกต่างพากันฮือฮา
เพียงแค่วิดีโอฉากหนึ่งในชีวิตประจำวันของเย่ไป๋ กลับสามารถขายได้ราคาสูงถึง 55
ล้านดอลลาร์!
มันช่างไร้เทียมทานจริง ๆ!
ผู้ชมจากประเทศสุดสวยต่างพากันอิจฉาตาร้อนและพูดจาถากถาง
แต่แฟนคลับชาวหัวเซี่ยกลับรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
"เห็น ๆ อยู่ว่าเป็นฉากของเย่ไป๋แห่งหัวเซี่ยของเรา
ทำไมเงินถึงเข้ากระเป๋าผู้กำกับล่ะ?"
"นั่นสิ! ถึงแม้เฮลิคอปเตอร์กับซูเปอร์คาร์จะเป็นของที่ผู้กำกับจัดหามา
แต่ฉากในวิดีโอน่ะมันคือเย่ไป๋นะ"
"สิทธิส่วนบุคคล! สิทธิในรูปถ่าย! เย่ไป๋คือเจ้าของภาพฉากที่ทรงคุณค่าพวกนั้น
ทำไมถึงต้องมาขูดรีดคนหัวเซี่ยของเราด้วย?"
"ประท้วง!"
"รายงาน!"
"รายงานไปแล้ว!"
"ทีมงานเตรียมรับจดหมายจากทนายความได้เลย!"
...
ผู้กำกับถึงกับเหงื่อตกเมื่อเห็นความสามัคคีอย่างไม่น่าเชื่อของแฟนคลับหัวเซี่ย
เขาเลือกเอาคนธรรมดามาออกรายการโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว ไม่ได้มีการเซ็นสัญญาใด ๆ
และยังเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ส่วนบุคคลอีกด้วย หากต้องขึ้นศาลกันจริง ๆ
เขาอาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายจนหมดเนื้อหมดตัว
เลล่า พิธีกรสาวสวยรู้สึกกังวล
"ผู้กำกับคะ จะทำยังไงดี?
ตอนนี้กระสุนคอมเมนต์จากหัวเซี่ยถล่มหน้าจอหลักจนมองไม่เห็นอะไรแล้วค่ะ"
"พวกเขาสามัคคีกันมากเลยนะคะ"
ผู้กำกับเจมส์เจ็บปวดใจจนแทบกระอักเลือด แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันตัดสินใจ
"รอให้จบรายการก่อน แล้วค่อยเอาเงิน 55
ล้านดอลลาร์นี้มาแบ่งกับผู้เข้าแข่งขันหัวเซี่ยทั้งสองคน"
"แบ่งแบบ 80/20 เราได้ 80 พวกเขาได้ 20"
ในขณะเดียวกัน สมาคมทนายความหัวเซี่ยที่มาพร้อมกับชื่อนำหน้าสีทองอร่าม
ก็ก้าวเข้าสู่ห้องถ่ายทอดสด
'หลักกฎหมายแพ่ง' มาตรา 139 ระบุว่า: เพื่อวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร
การใช้ภาพถ่ายของบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมเพื่อการโฆษณา
เครื่องหมายการค้า การตกแต่งหน้าต่างร้านค้า ฯลฯ
ให้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในรูปถ่ายของบุคคล
ในพริบตา กระสุนคอมเมนต์ที่มีชื่อนำหน้าว่า [สมาคมทนายความ] ก็พุ่งขึ้นถึง 9,999
ข้อความ
เหล่าทนายความหัวเซี่ยต่างรวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียว
เพื่อส่งเสียงแทนผู้เข้าแข่งขันหัวเซี่ย
พิธีกรสาวเลล่าเริ่มลนลาน
เจ้าหน้าที่ทีมงานฝ่ายผลิตต่างพากันหวาดกลัว
พนักงานใหม่บางคนถึงกับวิ่งหนีไปแล้ว
ผู้กำกับเจมส์ตื่นเต้นจนเหงื่อไหลพรากราวกับสายฝน เขาตวาดออกมา
"ฟัก!"
"บังอาจนัก!"
"ดะ... ได้! เดี๋ยวฉันไปตกลงกับเย่ไป๋เอง ให้เขา 80 ฉันเอา 20 พอใจหรือยัง!
แบบนี้พอใจหรือยัง!"
ผู้กำกับแอบหลั่งน้ำตาเงียบ ๆ
เขาอุสาห์เหนื่อยยากไปซื้อเฮลิคอปเตอร์มือสองและซูเปอร์คาร์มือสองมา
แต่กลับได้ส่วนแบ่งเพียงนิดเดียว
ส่วนเงินก้อนโตกลับไหลเข้ากระเป๋าของเย่ไป๋แทน
ฮือ ๆ ๆ ผู้ชมชาวหัวเซี่ยพวกนี้ช่างใจดำและรังแกคนเกินไปแล้ว
...
ในภาพถ่ายทอดสด
ใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ค่อย ๆ หยุดหมุน และเย่ไป๋ก็ก้าวลงมาจากเครื่อง
เขาลากหลินเสวี่ยที่ได้รับบาดเจ็บออกมาจากที่นั่งคนขับ
จากนั้นเขาก็ไปจูงสุนัขพันธุ์อลาสก้าออกมาจากอพาร์ตเมนต์
แล้วปล่อยสุนัขออกไปตามหานิกที่บาดเจ็บ
โฮ่ง ๆ!
ในระยะไกล สุนัขพันธุ์อลาสก้าสะบัดหัวขนาดใหญ่ของมัน
แล้วงับเข้าที่หนังคอของนิกก่อนจะลากตัวเขากลับมา
เดิมทีนิกถูกแรงลมพัดจนสลบไป
แต่ตอนนี้เขากลับตื่นขึ้นมาเพราะความเจ็บปวดและร้องโหยหวนออกมา
"ไอ้หมาบ้า!"
"ปล่อยเนื้อคอของฉันนะ!"
"ปล่อยเดี๋ยวนี้!!"
เย่ไป๋หัวเราะร่า เขาแบกหลินเสวี่ยที่หมดสติขึ้นหลัง
และสั่งให้สุนัขพันธุ์อลาสก้าลากนิกขึ้นตึกไป
ในห้องนั่งเล่นของอพาร์ตเมนต์
แมวนอร์เวย์ฟอเรสต์เห็นคนสภาพสะบักสะบอมทั้งสามคนเดินเข้ามาในบ้าน
มันก็เอียงคอที่เต็มไปด้วยขนฟู ๆ
มองดูด้วยความมึนงง
วิธีการที่เย่ไป๋ใช้ปลุกหลินเสวี่ยนั้นง่ายมาก
เขาหยิบโซ่น่าที่หยิบติดมือมาออกมา
สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วเป่าลงไปในรูโซ่น่าอย่างแรง
เสียงโซ่น่าที่แหลมสูงและดังกังวานทำเอาหลินเสวี่ยตกใจจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
"เย่ไป๋!"
เย่ไป๋ยื่นยาทาแผลสดให้หลินเสวี่ย ภาพนี้ทำเอานิกอิจฉาจนตาแดง
"เย่ไป๋ นายยังรวบรวมยามาได้อีกเหรอ?"
"ยาพวกนายมีแต่ตัวอักษรจีน ฉันอ่านไม่ออกสักตัว แบ่งมาให้ฉันทาบ้างสิ"
นิกโชว์แขนที่เต็มไปด้วยขนหน้าแข้งซึ่งตอนนี้มีเลือดไหลซึมจากรอยถลอกเต็มไปหมด
เขาถลกขากางเกงที่ขาดรุ่งริ่งขึ้นมา โอ้โห! เนื้อที่น่องแตกจนเห็นแผลสด
แม้แต่ขนหน้าแข้งที่เคยดกดำก็ถูกครูดจนหายไปหมด
ผู้ชมจากประเทศสุดสวยต่างพากันเจ็บปวดใจจนแทบหายใจไม่ออก
"เทพเจ้านิก..."
"ช่างน่าสลดใจเหลือเกิน"
"ฉันเคยดูสารคดีการเอาชีวิตรอดของนิกมาเยอะ
แต่ไม่เคยเห็นเขาสภาพสะบักสะบอมขนาดนี้เลย"
"เพราะนี่ไม่ใช่การเอาชีวิตรอดในป่า แต่มันคือการเอาชีวิตรอดในเมืองของทีมงานรายการ
ขนหน้าแข้งเขายังไม่เหลือเลยเนี่ย"
"น่องที่เคยเต็มไปด้วยขนของนิก ตอนนี้เหลือขนงอ ๆ แค่สองสามเส้น
เห็นแล้วเศร้าใจจริง ๆ"
...
นิกไม่รู้เลยว่าการถลกขากางเกงของเขาจะสร้างความสงสารไปทั่วโลกขนาดนี้
เขายังคงยิ้มร่าพลางกวักมือเรียกเย่ไป๋
เพื่อขอให้ช่วยทายาให้บ้าง
หลินเสวี่ยรีบห้ามเย่ไป๋ด้วยความหงุดหงิด
"ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก"
"เขากะจะมาขโมยเสบียงในฐานทัพอพาร์ตเมนต์ของเรานะ"
"ถ้าไม่ใช่เพราะตาฝรั่งคนนี้ พวกเราก็ไม่ต้องรีบซิ่งรถกลับมากลางดึกแบบนี้หรอก"
"เขาสมควรโดนแล้ว"
นิกทำเพียงฉีกยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันสีเหลือง เขาไม่ได้มีความเขินอายเลยแม้แต่น้อย
ยังคงคว้ายาไปทาเองอย่างหน้าตาเฉย ราวกับเป็นคนในครอบครัวก็ไม่ปาน
จบบท