เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 (ตอนจบ) ที่แท้ก็เล็งมาที่ฉัน...

บทที่ 6 (ตอนจบ) ที่แท้ก็เล็งมาที่ฉัน...

บทที่ 6 (ตอนจบ) ที่แท้ก็เล็งมาที่ฉัน...


บทที่ 6 (ตอนจบ) ที่แท้ก็เล็งมาที่ฉัน...

โชเกะทอดสายตามองไปทางหมวกฟางซึ่งอยู่ห่างออกไปข้างหน้าไม่กี่เมตรโดยไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับมามองพลางเอ่ยชื่อของชายชราผู้นั้นออกมา

ใช่แล้ว ชายคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือวีรบุรุษแห่งกองทัพเรือ หมัดเหล็ก การ์ป...

แม้ว่าชายชราคนนี้จะน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด ทว่าโชเกะกลับไม่ได้มีความรู้สึกตื่นตระหนกเหมือนในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับชายตาเหยี่ยวเลยแม้แต่น้อย

เอาเถอะ จะไปโทษเขาได้อย่างไร ในเมื่อชายชราคนนี้คือปู่แท้ๆ ของหมวกฟาง...

โชเกะรู้ดีว่าในไม่ช้าชายชราคนนี้จะต้องยอมออมมือให้แก่หลานชายของตนเองอย่างแน่นอน ตัวเขาจึงทำเพียงแค่วิ่งตามหลังหมวกฟางไปอย่างเงียบๆ ก็พอแล้ว

"ปู่ หลบไป..."

"ฉันจะหลบได้อย่างไร ฉันคือพลเรือโทแห่งกองทัพเรือ หากแกอยากจะผ่านทางนี้ไป ก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน หมวกฟาง นี่คือเส้นทางที่แกเลือกเองนะ"

"ฉันทำไม่ได้หรอก ปู่"

"หากแกทำไม่ได้ เอสต้องตายอย่างแน่นอน"

"ฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น หลบไปเถอะ ปู่"

"ชีวิตคนเรามันก็ต้องมีเรื่องให้ผิดหวังกันบ้างแหละ ฉันจะไม่ยอมออมมือให้หรอกนะ"

"..."

เมื่อได้ยินบทสนทนาอันแสนคุ้นเคยระหว่างลูฟี่และวิลล่า การ์ป โชเกะก็พลันเบ้ปาก

"หากแสดงงิ้วเกินบทบาทไป มันจะดูไม่เป็นธรรมชาตินะ รีบๆ ทำตามกระบวนการให้มันจบๆ ไปเถอะ"

ในยามที่โชเกะกำลังค่อนแคะฝีมือการแสดงของการ์ปอยู่ในใจนั้น สองปู่หลานก็เริ่มเปิดฉากปะทะฝีมือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การ์ปกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าจนสูง หมัดของเขาพุ่งตรงดิ่งลงมายังพื้นเบื้องล่าง

"เหตุใดภาพนี้มันถึงดูแตกต่างจากความทรงจำของฉันอยู่บ้างนะ..."

เมื่อมองดูท่วงท่าของการ์ป โชเกะก็เริ่มมีความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่ามีบางอย่างผิดปกติไป

ทว่าโชเกะไม่มีเวลามาพะวงกับเรื่องนั้นแล้ว นี่คือโอกาสอันดีที่สุดที่เขาจะได้เข้าถึงตัวเซ็นโงกุ

เมื่อคิดได้ดังนั้น โชเกะจึงเร่งความเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน วิ่งแซงหน้าหมวกฟางไปตรงๆ พลางโบกไม้โบกมือแผดเสียงตะโกนบอกเซ็นโงกุ

"เซ็นโงกุ ฉันรหัสวาฬขาว เป็นสาย..."

โชเกะร้อนรนใจอยากจะแสดงตัวตนทหารเรือของตนเอง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยจบประโยค คลื่นกระแทกมหาศาลก็พลันกดทับลงมาจากฟากฟ้า ส่งผลให้เรียวขาของโชเกะถูกตรึงแน่นอยู่กับพื้นดินจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้

"หมัดละลายกระดูก ปะทะ"

โชเกะเงยหน้าขึ้นมอง และสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาของเขาก็คือคลื่นพลังทำลายล้างที่ห่อหุ้มด้วยสายฟ้าสีแดงฉาน...

"ซวยเช็ด ที่แท้ก็เล็งมาที่ฉันนี่หว่า! นี่ฉันกลายเป็นแค่ส่วนหนึ่งในเกมปู่หลานของพวกคุณไปแล้วอย่างนั้นหรือ..."

โชเกะมีเวลาเพียงแค่สบถด่าอยู่ในใจคำหนึ่ง ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกกลืนหายไปในคลื่นพลังทำลายล้างนั้นทันที

"ตู้ม"

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลานกว้างรูปพระจันทร์เสี้ยวของศูนย์บัญชาการกองทัพเรือ ส่งผลให้ทุกคนในสนามรบต่างพากันชะงักไปชั่วครู่

ร่องรอยหลุมลึกก้นหลุมไม่อาจหยั่งถึงปรากฏขึ้นที่บริเวณบันไดหินด้านล่าง

"โจรสลัดคนนั้นเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับฉันเมื่อครู่นี้ แต่ฉันได้ยินไม่ค่อยถนัดนัก ได้ยินคำว่า ขาวๆ อะไรสักอย่าง..."

"อ๋อ คงจะตะโกนเรียกหนวดขาวกระมัง"

เซ็นโงกุปรายสายตามองไปยังหลุมลึกนั้นพลางพึมพำกับตัวเอง

ทว่าเซ็นโงกุและคนอื่นๆ ต่างก็ละสายตาไปจากหลุมนั้นอย่างรวดเร็ว เพราะในยามนี้หมวกฟางได้ปีนขึ้นไปถึงบนลานประหารสำเร็จแล้ว...

ภายในหลุมลึก

"บ้า... เอ๊ย หมัด... นี้ ฉันจะ... จำไว้..."

โชเกะเอ่ยออกมาอย่างกระท่อนกระแท่นก่อนที่สติสัมปชัญญะของเขาจะดับวูบไปโดยสมบูรณ์

ก่อนที่จะหมดสติไป โชเกะคลับคล้ายคลับคลาว่าเห็นเลย์ตันสหายรักของตนกระโดดลงมา...

สงครามยังคงดำเนินต่อไป ทว่าเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกับโชเกะที่หมดสติไปแล้วเลย

โชเกะไม่รู้ว่าตนเองสลบไสลไปนานเท่าใด

เอาเป็นว่าเมื่อโชเกะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สงครามได้มลายหายไปสิ้นแล้ว เหลือเพียงใบหน้าอันเต็มไปด้วยหนวดเคราของเลย์ตันที่อยู่ตรงหน้า...

"ท่านหัวหน้าหน่วย ในที่สุดท่านก็ฟื้นเสียที"

"ฮือๆ ฮือๆ..."

เมื่อเห็นโชเกะลืมตาตื่นขึ้น เลย์ตันก็ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนห่างจากโชเกะเพียงไม่กี่เซนติเมตรพลางปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น

ในวินาทีนั้น โชเกะราวกับถูกบังคับให้ล้างหน้าด้วยน้ำตาของอีกฝ่ายอย่างไรอย่างนั้น...

"ที่นี่ที่ไหนกัน"

โชเกะพยายามจะขยับร่างกายของตนเอง ทว่ากลับพบว่านอกจากศีรษะแล้ว ร่างกายส่วนอื่นๆ ของเขาต่างถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยผ้าพันแผลอย่างแน่นหนา

"ฮือๆ ฮือๆ..."

โชเกะเพียงแค่เอ่ยถามออกไปตามมารยาท ทว่าเลย์ตันกลับยิ่งร้องไห้โฮหนักกว่าเดิม ถึงกับทรุดตัวลงไปกองกับพื้น

แต่ก็ยังดีที่เขา ยอมเลื่อนใบหน้าออกไปห่างๆ แล้ว...

"หยุดร้องไห้สักประเดี๋ยวเถอะ แล้วช่วยบอกฉันทีว่าสถานการณ์ในยามนี้เป็นอย่างไรบ้าง"

โชเกะเอ่ยออกมาอย่างจนปัญญา

หากร่างกายของเขาในยามนี้สามารถขยับเขยื้อนได้ เขาจะต้องตวัดเท้าเตะเจ้าหมอนี่ที่กำลังร้องไห้โฮราวกับหมาป่าหิวโหยให้กระเด็นไปไกลๆ อย่างแน่นอน

"ที่นี่คือเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ไม่มีการบันทึกไว้ในล็อกโพส และในวันนี้คือวันจัดงานศพของพ่อและเอสครับ"

"ฮือๆ ฮือๆ..."

เลย์ตันคร่ำครวญพลางอธิบายสถานการณ์ในยามนี้ให้โชเกะฟัง

"งานศพอย่างนั้นหรือ..."

โชเกะพยายามกลอกสายตามองไปรอบๆ ตัว

ดูเหมือนว่าเขาจะนอนอยู่บนดาดฟ้าเรือโมบี้ดิก และนอกจากเลย์ตันแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นอยู่รอบตัวเลย ทุกคนคงจะเดินทางไปร่วมงานศพกันหมดแล้วเป็นแน่

ในความทรงจำของโชเกะ ไม่ได้มีการกล่าวถึงตำแหน่งที่ตั้งของหลุมฝังศพของหนวดขาวและเอสเอาไว้เลย

เมื่อได้ยินคำพูดของเลย์ตัน สิ่งนี้คงจะเป็นการตัดสินใจอย่างรอบคอบของพวกตนแล้ว

สถานที่ที่ไม่มีการบันทึกไว้ในล็อกโพส ย่อมเป็นการยากที่คนนอกจะสืบเสาะหาจนพบ

"ใช่ครับ งานศพ"

เลย์ตันพักหน้ารับคำ จากนั้นราวกับนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาก็ยิ่งทวีความมืดมนลงไปอีก

"ท่านหัวหน้าหน่วย ยามนี้พ่อได้จากพวกเราไปแล้ว พวกเรายังคงเป็นกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวอยู่ไหมครับ"

เลย์ตันเอ่ยถาม

"ชื่อของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวอาจจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำตลอดไป ทว่าพวกเรา... มันยากที่จะเอ่ยคำได้..."

โชเกะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบออกมาด้วยความหม่นหมองเล็กน้อย

หากตัดเหตุผลของเจ้าของร่างเดิมออกไป จุดยืนของโชเกะย่อมต้องผูกพันอยู่กับกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวอย่างแน่นอน

เพราะอย่างไรเสียเขาก็ทำหน้าที่เป็นสายลับมาตั้งแต่ข้ามมิติต่างโลกมา และอยู่ที่นี่มานานถึงห้าปีแล้ว แม้ว่าตัวเขาจะทำตัวไร้ตัวตนเพียงใด แต่หากจะบอกว่าไม่มีความผูกพันเลยย่อมเป็นไปไม่ได้

"ทว่า..."

"กลุ่มโจรสลัดหนวดขาวได้หลงเหลือเพียงแค่ชื่อแล้ว ดังนั้นภารกิจสายลับของฉันในครั้งนี้..."

"หยุดนะ พอได้แล้ว ภารกิจสายลับยังคงต้องดำเนินต่อไป"

โชเกะลองครุ่นคิดถึงเรื่องภารกิจสายลับของตนในใจดู และเป็นไปตามคาด จิตวิญญาณของเขาพลันสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดรุนแรงอีกสายหนึ่ง ดูท่าว่าเจ้าของร่างเดิมจะมีความยึดติดกับเรื่องการเป็นสายลับนี้อย่างลึกซึ้งเหลือเกิน

"เฮ้อ นั่นสินะครับ ฉันไม่รู้เลยว่าในอนาคตข้างหน้าพวกเราจะต้องทำอย่างไรต่อไปดี"

เลย์ตันถอนหายใจยาวพลางเอ่ย

"ตึก ตึก ตึก..."

ในยามที่ทั้งสองคนกำลังสนทนากันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบก็พลันดังระงมขึ้น มีใครบางคนกำลังเดินขึ้นมาบนเรือ

"ฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ"

"ประจวบเหมาะพอดี พวกเรามาหารือกันเถอะว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี"

คนแรกที่เดินนำขึ้นมาบนเรือคือหัวหน้าหน่วยที่หนึ่ง มาร์โก เมื่อเห็นโชเกะลืมตาตื่นขึ้น เขาก็พยายามฝืนยิ้มออกมา

"หารือเรื่องอะไรหรือครับ"

โชเกะเลือกที่จะไม่เอ่ยถึงเรื่องงานศพตามมารยาทพลางเอ่ยถาม

"นับจากนี้เป็นต้นไป พวกเราจะต้องตกเป็นเป้าหมายอย่างแน่นอน ไม่เพียงแต่กองทัพเรือเท่านั้น แต่ฉันคิดว่าสี่จักรพรรดิคนอื่นๆ เองก็คงอยากจะได้ดินแดนในความคุ้มครองของพวกเราไปครอบครองเช่นกัน"

มาร์โกเดินตรงเข้ามาแล้วนั่งขัดสมาธิลงที่ข้างกายของโชเกะ

"เรื่องพวกนี้พวกคุณตัดสินใจกันได้เลยครับ ฉันเป็นเพียงแค่ตัวกะเปี๊ยกคนหนึ่ง จะคอยรับฟังคำสั่งจากพวกคุณเอง"

โชเกะรีบแสดงจุดยืนของตนเองอย่างรวดเร็ว เขายังคงระลึกถึงสถานะสายลับของตนเองอยู่เสมอ ยิ่งทำตัวโดดเด่นมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะถูกเปิดเผยฐานะก็ยิ่งมหาศาลมากขึ้นเท่านั้น

หากฐานะของเขาถูกเปิดเผยขึ้นมา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความโกรธแค้นที่ถูกกดขี่เอาไว้ของคนเหล่านี้ พวกเขาคงจะรุมสับร่างของเขาจนแหลกเป็นชิ้นๆ แน่

"ฮ่าฮ่า เธอคือหัวหน้าหน่วยที่สี่ที่พ่อเป็นคนแต่งตั้งขึ้นมาด้วยตนเองเชียวนะ ครั้งนี้เธอจะมาทำเป็นอู้งานไม่ได้แล้วล่ะ"

"ขออภัยที ฉันลืมไปว่าเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่"

มาร์โกตบบ่าของโชเกะเบาๆ พลางเอ่ยเย้าแหย่ปนหัวเราะ

แม้ว่ามาร์โกจะไม่ได้ออกแรงมากนัก ทว่าโชเกะก็ยังคงสูดปากด้วยความเจ็บปวดอยู่ดี

จบบทที่ บทที่ 6 (ตอนจบ) ที่แท้ก็เล็งมาที่ฉัน...

คัดลอกลิงก์แล้ว