เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 409 - พวกจอมโอ้อวด

บทที่ 409 - พวกจอมโอ้อวด

บทที่ 409 - พวกจอมโอ้อวด


เฉินสามสุ่ยเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติ "ตงเซิง วันนี้เจ้าก็เข้าเฝ้าฝ่าบาทเรียบร้อยแล้ว ได้เจอกับสหายเก่าก็เรียบร้อยแล้ว ไหนบอกว่าต้องหลีกเลี่ยงข้อครหาอย่างไรล่ะ แล้วทำไมถึงไม่ออกเดินทางตั้งแต่พรุ่งนี้เช้าเลยล่ะ?"

ตอนที่เฉินตงเซิงบอกว่าจะออกเดินทางมะรืนนี้ ทุกคนก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเฉินสามสุ่ยทักขึ้นมา มันก็ชักจะยังไงๆ อยู่

"ใช่สิ พวกเราไม่ได้กลับบ้านมาหลายปีแล้ว ออกเดินทางเร็วขึ้นสักวัน ก็จะได้อยู่บ้านนานขึ้นอีกวัน ไม่สู้พรุ่งนี้เช้าออกเดินทางเลยล่ะ?"

"จริงด้วย ฟ้ายังสางอยู่เลย เตรียมเสบียงเดินทางยังไงก็ทันสบายๆ พวกคนในตระกูลเราก็แวะไปเยี่ยมมาแล้ว ไม่มีธุระอะไรให้ต้องทำอีกแล้วนี่"

"ตงเซิง พรุ่งนี้เดินทางเลยดีไหม"

ทุกคนต่างส่งเสียงเซ็งแซ่ เห็นได้ชัดว่าอยากจะรีบกลับบ้านใจจะขาด

เฉินตงเซิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยตอบ "พรุ่งนี้ยังไม่ได้ ข้ายังมีธุระที่ต้องจัดการอีกเรื่องหนึ่ง"

เฉินต้าตงอดรนทนไม่ไหว โพล่งถามขึ้นมา "ธุระอะไรกัน?"

สายตาทุกคู่พุ่งเป้าไปที่เขา ดูออกเลยว่าถึงแม้ประโยคนี้เฉินต้าตงจะเป็นคนถาม แต่พวกเขาทุกคนก็อยากรู้คำตอบใจแทบขาดเหมือนกัน

เฉินตงเซิงจำต้องลดเสียงลง อธิบายว่า "วันนี้ฝ่าบาทมีรับสั่งว่าจะพระราชทานจวนให้ข้า ดูจากเวลาในวันนี้แล้ว คงประกาศราชโองการไม่ทันแน่ๆ เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ คนจากในวังจะต้องมาที่นี่อย่างแน่นอน"

"จวนงั้นรึ?" ตาของเฉินต้าจู้เบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า "ใหญ่แค่ไหน? อยู่ที่ไหน? ไปขอดูหน่อยได้ไหม?"

เฉินต้าตงกับเฉินเฟยมองตากัน นึกถึงตอนขากลับที่จู่ๆ ก็สั่งให้แวะไปดูจวนอะไรนั่น

ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง ปะติดปะต่อเรื่องราวได้หมดแล้ว

เฉินต้าตงโพล่งออกมาด้วยความตื่นเต้น "ข้ารู้แล้ว ตงเซิง จวนที่พวกเราไปดูเมื่อวันก่อน ก็คือจวนที่ฝ่าบาทจะพระราชทานให้เจ้าใช่ไหมล่ะ?"

เฉินตงเซิงพยักหน้ารับ

"ต้าตง เจ้ารีบเล่ามาเร็วๆ สิ จวนหลังนั้นมันอยู่ที่ไหนกันแน่?"

เพียงชั่วพริบตา เฉินต้าตงก็ถูกวงล้อมของทุกคนกลืนกิน โดยเฉพาะเฉินสามสุ่ยที่คว้าหมับเข้าที่แขนของเขา กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความร้อนใจ "มัวชักช้าอยู่ได้ รีบๆ เล่ามาสิ อมพะนำอยู่ได้"

เฉินต้าตงเพิ่งจะอ้าปาก ชิงพูดขึ้นมาก่อน เสียงดังกว่าเสียงของเขาเสียอีก กลบเสียงของเขาจนมิด

"อยู่แถวประตูตงอันโน่น ที่ตรงนั้นไม่ธรรมดาเลยนะเว้ย มีแต่จวนหลังใหญ่ๆ ทั้งนั้น"

"หน้าประตูมีสิงโตหินตัวเบ้อเริ่มสองตัวตั้งตระหง่าน น่าเกรงขามสุดๆ เป็นเรือนอิฐสีเทาหลังคากระเบื้อง แล้วก็กำแพงจวนนะ มองไปนี่ไกลลิบเลย อลังการกว่าศาลเจ้าหมู่บ้านตระกูลเฉินของเราเสียอีก"

"ประตูไม้ทาสีแดงชาด จวนหลังใหญ่ที่สุดในอำเภอหลินอันของเรา ยังเทียบไม่ติดฝุ่นเลย ที่นี่เมืองหลวงนะโว้ย มีจวนหลังใหญ่ขนาดนั้น ลองคิดดูสิว่ามันจะสุดยอดขนาดไหน"

แล้วกลุ่มคนที่ล้อมหน้าล้อมหลังเฉินต้าตง ก็แห่กันไปล้อมเฉินเฟยแทน

ทุกคนแย่งกันถามรายละเอียดจิปาถะ เฉินเฟยก็ตอบได้หมดทุกคำถาม ยิ่งเล่าก็ยิ่งออกรส ออกไม้ออกมือประกอบท่าทาง คนที่ไม่รู้คงนึกว่าเขาเข้าไปเดินสำรวจในจวนมาแล้วเสียอีก

เฉินต้าตงแทบจะกระอักเลือดตาย เขาผลักพี่น้องในตระกูลคนหนึ่ง "ข้าเล่าให้เจ้าฟังได้นะ..."

"เดี๋ยวค่อยว่ากัน ข้าขอฟังเฉินเฟยเล่าก่อน"

เฉินต้าตง: "..."

มีคนสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเฉินต้าตง แต่ก็ไม่มีใครสนใจ มัวแต่เอาแต่ซักไซ้เฉินเฟยถึงรายละเอียดปลีกย่อยของจวน

เฉินตงเซิงทนฟังเฉินเฟยโม้จนน้ำไหลไฟดับด้วยความแปลกใจ เดิมทีคิดว่าญาติผู้พี่คนนี้เวลาออกรบก็ดุดัน ไม่เกรงกลัวสิ่งใด เป็นคนที่พึ่งพาได้

เพิ่งจะมาประจักษ์แก่ใจก็ตอนนี้นี่แหละ ว่าเฉินเฟยเป็นพวกชอบพูดจาเลื่อนเปื้อน

"เฉินเฟย ฟังเจ้าเล่ามาตั้งนาน สรุปแล้วจวนหลังนั้นมันใหญ่แค่ไหนกันแน่?"

เฉินเฟยยืดคอตั้งตรง ตอบอย่างหนักแน่น "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ระยะทางจากปากทางเข้าหมู่บ้านไปจนถึงศาลเจ้าไกลแค่ไหน พวกเจ้าก็รู้ดีใช่ไหมล่ะ จวนหลังนั้นนะ แค่ความยาวของกำแพงด้านนอก ก็ยาวเท่ากับระยะทางนั้นเลยล่ะ"

"สวรรค์! ยาวขนาดนั้นเลยรึ จริงหรือหลอกเนี่ย?"

"จะหลอกทำไมล่ะ ข้าไม่ได้โม้นะ จวนหลังนั้นมันใหญ่จริงๆ ใหญ่ขนาดที่ว่าคนทั้งหมู่บ้านเราเข้าไปอยู่ได้สบายๆ เลย" เฉินเฟยยังคงโม้เสียงดังต่อไป

เฉินต้าตงอดรนทนไม่ไหวแทรกขึ้นมา "คนครึ่งหมู่บ้านเข้าไปอยู่ก็เบียดกันตายแล้ว เลิกโม้เสียทีเถอะ"

ทว่า ไม่มีใครสนใจเฉินต้าตงเลยสักคน

เฉินเฟยยังคงเล่าต่อไป "แม่น้ำน่ะหรือ จะไปนับประสาอะไร ในจวนมีลำธารสายเล็กๆ ไหลผ่านด้วยนะ จะซักผ้า อาบน้ำ ก็มีน้ำใช้เหลือเฟือ จะจับปลามากินก็ยังได้ หรือถ้าอยากจะพายเรือเล่นก็ไม่ใช่ปัญหา"

คนในตระกูลฟังแล้วตาเป็นประกายวาววับ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา โดยไม่คลางแคลงใจเลยแม้แต่น้อย

มีคนถามขึ้น "จวนใหญ่ขนาดนั้น ด้านในปลูกข้าวปลูกผักได้ไหม?"

เฉินเฟยตบหน้าอกป้าบ เบิกตากว้าง "เรื่องปลูกข้าวปลูกผักยังต้องถามอีกหรือ ใช้สมองคิดดูสิ มันต้องได้อยู่แล้ว สวนหลังบ้านมีทั้งนาข้าว แปลงผัก แถมยังมีพื้นที่สำหรับทำเล้าไก่คอกหมูอีกต่างหาก"

"โอ้โห"

เฉินตงเซิง: "..."

เขาทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงหาข้ออ้างหลบเข้าห้องไป

วันรุ่งขึ้น เสียงฝีเท้าม้าดังกระทบพื้นอย่างพร้อมเพรียงดังขึ้นที่หน้าหอรับรองฮุ่ยทงในเมืองหลวง ตามมาด้วยเสียงขานรับอันเป็นเอกลักษณ์ของขันที ทำลายความเงียบสงบภายในหอรับรองจนสิ้น

กององครักษ์เสื้อแพรเดินนำทาง ขันทีชุดแดงผู้เชิญพระราชโองการประคองม้วนผ้าไหมสีเหลืองทองไว้ในมือ ก้าวเท้าอย่างสง่างามและน่าเกรงขามเข้ามาภายในหอรับรอง บรรดาขุนนางที่เข้าเวรยามตลอดสองข้างทางต่างค้อมศีรษะหลีกทางให้

เมื่อเฉินตงเซิงและพรรคพวกได้รับแจ้งข่าว ก็รีบสาวเท้าออกไปต้อนรับ

ขันทีผู้เชิญพระราชโองการยืนตระหง่านอยู่บนแท่นสูงในห้องโถงใหญ่ คลี่พระราชโองการออก น้ำเสียงกังวานใส ชัดถ้อยชัดคำ ก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องโถง

"โองการฟ้า องค์ฮ่องเต้มีพระราชดำรัส ผู้ว่าการเหลียวตง เฉินตงเซิง ประจำการอยู่ชายแดน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีใจรักชาติบ้านเมือง... วันนี้เจิ้นขอพระราชทานจวนขั้นสามนอกประตูตงอันหนึ่งหลัง พร้อมที่นาอีกยี่สิบชิ่ง เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนความดีความชอบของเจ้า หวังว่านับจากนี้ไป เจ้าจะยังคงยึดมั่นในปณิธานเดิม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะ มุ่งมั่นปกป้องเหลียวตง สร้างความมั่นคงให้แก่แนวป้องกันชายแดน มิให้เจิ้นต้องผิดหวัง จบราชโองการ"

เฉินตงเซิงหมอบลงโขกศีรษะ เปล่งเสียงกังวาน "กระหม่อม เฉินตงเซิง ขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี"

หลังจากกระทำพิธีซานกุ้ยจิ่วโค่วเสร็จสิ้น เขาก็ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปรับพระราชโองการด้วยความเคารพ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอยู่ด้านข้าง

ขันทีผู้เชิญพระราชโองการในครั้งนี้ก็นับว่าเป็นคนคุ้นเคยกันอยู่ เขาคือขันทีผู้จดบันทึก หลิวอิง ก่อนหน้านี้ตอนที่เฉินตงเซิงได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้ว่าการเหลียวตง ก็เป็นเขาผู้นี้นี่แหละที่มาอ่านพระราชโองการ

ใบหน้าของหลิวอิงประดับไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ก้าวขึ้นมาข้างหน้าครึ่งก้าว น้ำเสียงอ่อนโยน "การเจรจาสงบศึกในครั้งนี้ ใต้เท้าเฉินมีความดีความชอบใหญ่หลวง เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งราชสำนัก ฝ่าบาททรงจดจำความดีความชอบและหวงแหนคนเก่งเสมอมา จวนขุนนางหลังนี้คือพระมหากรุณาธิคุณที่แท้จริง วันหน้าเมื่อท่านกลับไปประจำการที่เหลียวตง ก็ขอให้พยายามสร้างผลงานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระของฝ่าบาท และเพื่อปกป้องแผ่นดินต้าหนิงให้มั่นคงสืบไปนะขอรับ"

เฉินตงเซิงค้อมตัวประสานมือตอบ "กงกงกล่าวชมเกินไปแล้ว กระหม่อมจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ จะไม่ทำให้ฝ่าบาทต้องผิดหวังอย่างแน่นอนขอรับ"

หลิวอิงพยักหน้าน้อยๆ เอ่ยต่อ "เวลายังเช้าอยู่ ข้ายังต้องกลับไปทูลรายงานที่วังหลวง คงไม่อาจรั้งอยู่ได้นาน ใต้เท้าเฉินดูแลตัวเองด้วย"

กล่าวจบ ก็พาเหล่าข้าราชบริพารและผู้ติดตามหมุนตัวเดินจากไป

บรรดาขุนนางจากต่างเมืองที่รออยู่ในหอรับรองต่างพากันกรูเข้ามาล้อมรอบ เอ่ยปากแสดงความยินดีด้วยความอิจฉาริษยา

"ขอแสดงความยินดีกับใต้เท้าเฉินด้วย เจรจาสงบศึก สร้างความสงบให้ชายแดน ได้รับพระราชทานจวนจากฝ่าบาท นับว่าเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่เหลือเกินขอรับ"

"นอกประตูตงอันล้วนแต่เป็นจวนของบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ทำเลทองเช่นนั้น ได้รับพระราชทานจวนมา ถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความไว้วางพระทัยที่ฝ่าบาทมีต่อท่านเลยทีเดียว"

"ใต้เท้าเฉินยังหนุ่มยังแน่น แถมยังมีผลงานโดดเด่น อนาคตวันข้างหน้าย่อมต้องก้าวไกลไร้ขีดจำกัดเป็นแน่"

เสียงแสดงความยินดีดังเซ็งแซ่ไม่ขาดสาย เฉินตงเซิงทำเพียงยิ้มรับและค้อมตัวตอบรับทีละคน ถ้อยคำถ่อมตน บอกเพียงว่าเป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณและโชคช่วยเท่านั้น

พอลับตาคน นอกประตูหอรับรองปิดลง คนในตระกูลเฉินก็เลิกปั้นจิ้มปั้นเจ๋อทันที

เฉินสามสุ่ยพุ่งพรวดเข้ามาเป็นคนแรก "พรุ่งนี้ก็ต้องออกเดินทางแล้ว ข้าขอออกไปเดินเล่นหาซื้อของฝากไปให้คนที่บ้านหน่อยนะ"

เฉินต้าจู้ตามมาติดๆ "ตงเซิง ข้ารู้สึกอุดอู้น่ะ ขอออกไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายหน่อยนะ เดี๋ยวก็กลับแล้ว"

จากนั้น ในบรรดาผู้ติดตามทั้งสามสิบคน ก็มีคนครึ่งหนึ่งงัดข้ออ้างสารพัดที่ไม่ซ้ำกันออกมาใช้ จุดประสงค์เดียวกันหมด คือต้องการออกไปจากหอรับรองฮุ่ยทง

เฉินตงเซิงก็พยักหน้าอนุญาตให้ไป แต่ในใจกลับสงสัยตงิดๆ ทำไมจู่ๆ แต่ละคนถึงมีธุระปะปังกันขึ้นมาพร้อมเพรียงขนาดนี้?

จบบทที่ บทที่ 409 - พวกจอมโอ้อวด

คัดลอกลิงก์แล้ว