เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76 เล็งไปที่ใด สยงต้าก็ระเบิดเป็นจุณเช่นกัน!

บทที่ 76 เล็งไปที่ใด สยงต้าก็ระเบิดเป็นจุณเช่นกัน!

บทที่ 76 เล็งไปที่ใด สยงต้าก็ระเบิดเป็นจุณเช่นกัน!


บทที่ 76 เล็งไปที่ใด สยงต้าก็ระเบิดเป็นจุณเช่นกัน!

จินจิ่วรื่อโขกศีรษะขอขมาอย่างไม่ขาดสายจนหน้าผากแตกยับเยิน โลหิตไหลอาบใบหน้า

ช่างน่าเวทนาแสนสาหัสจนหาที่เปรียบมิได้

ยามนี้เขารู้สึกราวกับก้าวขาข้างหนึ่งเข้าไปในดินแดนแห่งความตายแล้ว

และเฉินฉางอันก็คือพญายมราชผู้ชี้เป็นชี้ตาย มีอำนาจสั่งให้คนอยู่หรือตายได้เพียงปลายนิ้ว!

ทั่วทั้งฟ้าดินตกอยู่ในความเงียบงันปานป่าช้า ลูกศรเหล็กดอกสุดท้ายแหวกอากาศธาตุพุ่งเข้าปักกลางอกของจินจิ่วรื่ออย่างแม่นยำ มันหยั่งลึกลงไปหนึ่งนิ้วจนโลหิตหลั่งรินไม่หยุดสาย!

ร่างกายของจินจิ่วรื่อสั่นเทิ้มด้วยความหวาดผวา เขาค่อย ๆ ก้มหน้าลงมองลูกศรเหล็กที่ปักตรึงอยู่กลางอกตนเองด้วยสายตาตระหนกขวัญ

เขาสัมผัสได้ว่า แม้นี่จะเป็นเพียงลูกศรเหล็กธรรมดาสามัญ ทว่าภายในกลับแฝงด้วยคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวไร้ขอบเขต!

หากพลังสายนี้ระเบิดออก มันย่อมบดขยี้เขาให้กลายเป็นเศษเนื้อกระจายเต็มท้องฟ้า เหมือนกับจ้าวเทาแห่งนิกายซือถัวผู้นั้นไม่มีผิด!

ทว่าพลังนี้กลับรวมตัวนิ่งสนิทมิระเบิดออกมา ชัดเจนว่าต้องการสื่อความนัยแก่จินจิ่วรื่อ

ข้าจะสังหารเจ้าเมื่อใดก็ได้ แต่ในวันนี้จะขอละเว้นชีวิตเจ้าไว้สักครา

จินจิ่วรื่อตื้นตันใจยิ่งนัก เขารีบโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างหนักหน่วงด้วยความซาบซึ้ง

"ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่เมตตาละเว้นชีวิต ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่เมตตาละเว้นชีวิตยิ่งนัก!!!"

หลังจากโขกศีรษะจนเสียงดังสนั่นไปหลายสิบครั้ง จินจิ่วรื่อจึงกล้าจากไปด้วยความโล่งอก

ณ ร้านยาจิ่วคัง

เฉินฉางอันถือธนูเหล็กอยู่ในมือ ดวงตาคมกล้าล้ำลึกลุ่มลึกจดจ้องไปยังแผ่นหลังของจินจิ่วรื่อที่ค่อย ๆ ลับตาไป

เดิมทีเขาคิดจะสังหารจินจิ่วรื่อทิ้งเสียให้สิ้นซาก

แต่หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจปล่อยไปสักครั้ง

สองขุมกำลังบ่มเพาะอมตะนี้ ตีตัวเล็กตัวใหญ่ก็มาตามล้างตามเช็ด น่ารำคาญใจไม่จบสิ้น ทุกครั้งที่ต้องลงมือล้วนทำให้เขาเสียอายุขัยไปโดยเปล่าประโยชน์

และหากเฉินฉางอันจะลงมือทำลายตระกูลจินและนิกายซือถัวให้สิ้นซากโดยตรงก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้

ทว่าต้องเข้าใจก่อนว่าดินแดนเหอโจวนั้นกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก ตระกูลจินและนิกายซือถัวตั้งอยู่ห่างจากเมืองเทียนอู่ไปไกลนับหลายแสนลี้!

ส่วนราชวงศ์สุริยันนั้น ยิ่งอยู่ห่างจากเมืองเทียนอู่ออกไปเกือบล้านลี้ พวกเขาเดินทางมายังวังจักรพรรดิได้เพราะอาศัยค่ายกลเคลื่อนย้ายชั่วคราวที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ!

มิเช่นนั้นต่อให้ใช้สมบัติวิเศษระดับสูงสุด ราชันแท้จริงระดับหมื่นมรรคต้องบินอย่างสุดกำลัง ยังต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองถึงสามเดือนเป็นอย่างน้อย!

และแน่นอนว่าเฉินฉางอันย่อมสามารถนั่งอยู่ในบ้าน แล้วใช้ "วิชามหาพุทธจักรวาลในฝ่ามือ" ตวัดมือทำลายล้างราชวงศ์สุริยัน ตระกูลจิน และนิกายซือถัวที่อยู่ห่างไปนับล้านลี้ได้เพียงพริบตา

แต่ทว่า

ร่างกายของเฉินฉางอันนั้นยังอ่อนแอนัก ปัจจุบันฝึกฝนถึงเพียงระดับหนึ่ง หากจะรองรับพลังวัตรไร้เทียมทานโดยไม่สูญเสียอายุขัยนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้เลย!

การลงมือแต่ละครั้งย่อมต้องแลกด้วยอายุขัยเสมอ!

อีกทั้งการใช้กระบวนท่าทำลายล้างขุมกำลังที่อยู่ห่างไปนับล้านลี้เช่นนั้น พลังที่ต้องใช้นั้นมหาศาล ย่อมต้องผลาญอายุขัยไปไม่น้อย ซึ่งมันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย!

ดังนั้น เมื่อสิ่งที่ต้องจ่ายไปไม่คุ้มกับผลที่ได้รับ เฉินฉางอันจึงเลือกวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องฆ่าล้างโคตรทุกครั้งไป

ครานี้เขาสังหารหนึ่งคน ละเว้นหนึ่งคน เพื่อหวังจะจบปัญหาให้สิ้นซากในคราเดียว!

เป็นการข่มขวัญสองขุมกำลังใหญ่

และมอบโอกาสรอดชีวิตให้พวกมัน!

ผู้ที่เข้าใจ ย่อมเข้าใจได้เอง

หากยังกล้าบังอาจมาวุ่นวายกับชีวิตสงบสุขของเขาอีก ต่อให้ต้องเสียอายุขัยไปบ้าง เฉินฉางอันก็จะไม่ลังเลที่จะกวาดล้างตระกูลจินและนิกายซือถัวให้พินาศสิ้น!

เฉินฉางอันตรวจสอบสถานะอายุขัยของตน

[อายุขัย: 186 ปี]

ก็ยังพอไหว ขั้นตอนต่อไปคือตั้งใจฝึกฝน พยายามพัฒนาตนเองให้ก้าวสู่ระดับสองให้ได้โดยเร็ว!

อีกทั้งยังต้องฝึกวิชาอายุขัยเพื่อสะสมพลังแก่นแท้ชีวิตลงในมุกอายุขัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มอายุขัยได้อีกราว 30 ปี

ยังมีเรื่องโอสถพันอายุขัยอีก

ครานี้เขาละเว้นชีวิตจินจิ่วรื่อ หากตระกูลจินรู้จักกาลเทศะ ก็ควรนำสมุนไพรที่เขาต้องการมาประเคนให้ถึงมือด้วยตนเอง

เพราะอย่างน้อย

เย่หงอิงเคยส่งคนไปเจรจากับตระกูลจินเมื่อสองวันก่อน แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

ครั้งนี้ มาดูกันว่าตระกูลจินยังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือไม่?

ข้างกายเขานั้น จงหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความใคร่รู้

"พี่ชาย แล้วนกเฒ่าที่เหลือเล่า?"

เฉินฉางอันยิ้มบาง ๆ

"วันนี้อารมณ์ดี ปล่อยนกเฒ่าไปสักครั้งเถอะ"

"จริงสิ สยงต้าแห่งค่ายลมดำนั่น เจ้าต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่?"

เฉินฉางอันเบนหัวศร เล็งเป้าไปยังสยงต้าที่กำลังอยู่ภายในวังจักรพรรดิ!

จงหลิงเอ๋อร์ส่ายหน้า "ท่านพี่ ข้าอยากทำด้วยตนเองเจ้าค่ะ"

เฉินฉางอันส่งคันธนูเหล็กให้จงหลิงเอ๋อร์

จงหลิงเอ๋อร์กะพริบตาคู่งามที่ดูใสซื่อไร้เดียงสา จ้องมองเฉินฉางอันอย่างมึนงง

"?"

เฉินฉางอัน: "ยิงธนูไม่เป็นหรือ? ไม่เป็นไร ข้าจะสอนเจ้าเอง"

"หลิงเอ๋อร์ยังไม่ค่อยเข้าใจเจ้าค่ะ"

เฉินฉางอันขยับไปยืนด้านหลังจงหลิงเอ๋อร์ โอบนางจากเบื้องหลังเพื่อสอนวิธีพาดลูกศรและน้าวสายธนู

"ท่านพี่ จะให้ข้ายิงไปที่ใดหรือเจ้าคะ?"

"อีกประเดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้"

"เจ้าค่ะ"

ใบหน้าจดงามของจงหลิงเอ๋อร์ขึ้นสีระเรื่อ การที่เฉินฉางอันโอบกอดนางจากทางด้านหลังเพื่อสอนยิงธนูเช่นนี้...

ยามสัมผัสถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขาขณะเอ่ยคำ ยิ่งทำให้นางรู้สึกจั๊กจี้จนติ่งหูแดงซ่านดูนวลเนียนประดุจไข่มุก น่าเอ็นดูจนชวนให้ใคร่จุมพิตสักครา

"อ๊ะ!"

ฉับพลันนั้น จงหลิงเอ๋อร์พลันสังเกตเห็นบางอย่าง ร่างบางสั่นสะท้านจนเผลออุทานออกมา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ!

แม้นางจะยังอยู่ในร้านยาจิ่วคัง แต่ดวงตาคู่นั้นกลับมองทะลุผ่านขุนเขาและสายน้ำนับหมื่นลี้ เห็นไปถึงส่วนลึกของเขาต้าหลง ณ วังจักรพรรดิ

บนลานหน้าประตูกลไกทองคำยักษ์ มีผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวกัน บางคนนั่งสมาธิเดินลมปราณเพื่อฟื้นฟูพลังวัตร บางคนกำลังรักษาบาดแผล บางคนแขนขาขาดรุ่งริ่งส่งเสียงร้องโหยหวน บางคนกำลังสนทนาถกเถียง...

และสุดท้าย

จงหลิงเอ๋อร์ก็ได้พบกับสยงต้าแห่งค่ายโจรลมดำ

ศัตรูคู่อาฆาตผู้ส่งคนมาทำลายล้างป้อมสกุลจงของนาง!

ยามนี้ สยงต้ากำลังสนทนากับชายหัวโล้นข้างกาย สีหน้าของมันดูไม่สู้ดีนัก บนร่างกายมีบาดแผลหลายจุดจากการบุกฝ่าเข้าไปหลังประตูกลไกทองคำ

เมื่อเห็นสยงต้า แววตาของจงหลิงเอ๋อร์ก็พลันปรากฏไอสังหารรุนแรงออกมา

แต่ในขณะเดียวกัน การที่เห็นสยงต้าชัดเจนประหนึ่งมันมายืนอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ ยิ่งทำให้นางรู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่ง

ทว่าจงหลิงเอ๋อร์รู้ดีว่า นี่ต้องเป็นฝีมือของท่านพี่อย่างแน่นอน!

"เห็นแล้วใช่หรือไม่?"

เฉินฉางอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ข้าเห็นแล้วเจ้าค่ะ"

จงหลิงเอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึก แม้การน้าวสายธนูจะยังดูเกอะกัง แต่นั่นย่อมมิใช่ปัญหาในการสังหารสยงต้า

ด้วยความช่วยเหลือจาก [เนตรเทวะ] ของเฉินฉางอัน แม้จะห่างไกลหมื่นลี้ แต่ยามนางน้าวสายยิงธนู กลับรู้สึกราวกับเล็งเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า มิมีทางพลาดเป้าไปได้เลย!

เฉินฉางอันอัดฉีดพลังอันมหาศาลจากพลังวัตรไร้เทียมทานเข้าสู่ศรเหล็ก เพื่อรับประกันว่าจงหลิงเอ๋อร์จะสามารถสังหารสยงต้าได้ในศรเดียว!

จงหลิงเอ๋อร์สูดลมหายใจอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยสายธนู

ทันใดนั้น

ศรเหล็กเล่มนั้นก็พุ่งทะยานออกไปประดุจอาชาคลั่งที่หลุดจากบังเหียน พุ่งผ่านเมืองเทียนอู่ ข้ามมหาคงคา ผ่านยอดเขานับร้อย และทะลวงผ่านผืนพสุธานับหมื่นลี้!

ณ ลานหน้าประตูกลไกทองคำ วังจักรพรรดิ

ผู้ฝึกตนหลายพันคนกำลังชุมนุมกันอยู่

ทันใดนั้น มีผู้ฝึกตนคนหนึ่งสังเกตเห็นบางอย่างจึงอุทานขึ้น พร้อมชี้ไปยังขอบฟ้าอันไกลโพ้น

"พวกเจ้าดูเร็ว นั่นมันอะไรกัน?"

ทุกคนเงยหน้ามองตาม และเห็นลำแสงสายหนึ่งพุ่งตรงมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาของผู้ฝึกตนจะจับภาพได้ทัน

"มันคือสิ่งใด?"

"ดาวตกงั้นหรือ?"

"ต้องอธิษฐานหรือไม่?"

"ดูเหมือนจะเป็นของวิเศษบางอย่าง"

สยงต้าได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชน จึงเงยหน้าขึ้นมองพลางแค่นเสียงเยาะ

"ของวิเศษกับผีน่ะสิ พวกเจ้ามันตาถั่ว สิ่งนั้นดูอย่างไรก็เป็นลูกธนูชัด ๆ"

"บ้าเอ๊ย ใครยิงธนูมากัน? ดูเหมือนจะถูกยิงมาจากที่ที่ไกลมาก ทำได้อย่างไรกัน?"

"ศรนี้พุ่งมา หรือว่าต้องการสังหารใคร?" มีคนเอ่ยด้วยความอยากรู้อยากเห็น

สยงต้าสบถ "จะยิงใครก็ช่างหัวมันสิ เกี่ยวอันใดกับข้า อย่ามาขวางทางพักผ่อนของข้าก็พอ"

ทว่าสิ้นคำพูดนั้นเอง

ศรเหล็กพุ่งเข้าเป้ากลางร่างของสยงต้าอย่างแม่นยำ พลังอันกราดเกรี้ยวรุนแรงระเบิดออกจากศรเหล็ก สยงต้ายังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น และยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวน ร่างของมันก็ระเบิดกลายเป็นเศษเนื้อกระจายเต็มท้องฟ้า!

บนลานที่มีผู้ฝึกตนกว่าพันชีวิตรวมตัวกัน ทุกคนต่างตกตะลึงกับเสียงระเบิดของเนื้อและโลหิตที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ต่างพากันหันไปมองยังจุดที่สยงต้าเคยยืนอยู่ เมื่อเห็นว่าอ๋องโหวแห่งค่ายโจรลมดำระเบิดกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว ทั่วทั้งลานกว้างพลันตกอยู่ในความเงียบงันในทันที!

จบบทที่ บทที่ 76 เล็งไปที่ใด สยงต้าก็ระเบิดเป็นจุณเช่นกัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว