- หน้าแรก
- คนไร้ค่าอย่างข้า อยู่ ๆ ก็ได้รับพลังฝึกตนระดับพันล้านปี
- บทที่ 39 จินหยางสิ้นชีพ อย่าได้ล่วงเกินเป็นอันขาด!
บทที่ 39 จินหยางสิ้นชีพ อย่าได้ล่วงเกินเป็นอันขาด!
บทที่ 39 จินหยางสิ้นชีพ อย่าได้ล่วงเกินเป็นอันขาด!
บทที่ 39 จินหยางสิ้นชีพ อย่าได้ล่วงเกินเป็นอันขาด!
เฉินฉางอันหรี่ตาลงเล็กน้อย
"เช่นนั้น เจ้ากำลังข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ?"
เจตนาฆ่าอันเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเฉินฉางอัน ราวกับดวงจันทร์ในเหมันตฤดูที่หนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก จนจินหยางสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย แม้แต่ดวงวิญญาณก็ยังสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น
"ขะ...ข้าไม่ได้ข่มขู่เจ้า เพียง...เพียงแต่หวังว่าเจ้าจะไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน"
ใบหน้าของจินหยางซีดเผือด เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
ฉู่หยงเทียนและฉู่อู๋ซวงที่ยืนอยู่ด้านข้างมิได้ปริปากพูดสิ่งใด เพียงลอบนึกในใจว่าจินหยางผู้นี้ช่างโง่เขลานัก
ทั้งที่รู้ว่าเขาเพิ่งสังหารยอดฝีมือระดับอ๋องโหวของนิกายซือถัวไปถึงสองคน ทั้งยังปล่อยให้ตันฟงจื่อจากไปได้โดยง่าย หากคนผู้นี้มิได้มีวรยุทธ์แก่กล้าจนไม่เกรงกลัวนิกายซือถัว ก็คงเป็นคนโอหังบังอาจจนถึงที่สุด
คนประเภทนี้ย่อมไม่เกรงกลัวคำข่มขู่ของผู้ใด
ยิ่งข่มขู่ กลับจะยิ่งเป็นการกระตุ้นโทสะเสียมากกว่า
มุมปากของเฉินฉางอันผุดรอยยิ้มเย็นชา
"หากข้าเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ ป่านนี้คงสิ้นชีพด้วยน้ำมือเจ้าไปแล้ว ในเมื่อเจ้าคิดสังหารข้า แล้วเหตุใดข้าต้องละเว้นชีวิตเจ้าด้วยเล่า?"
"เจ้า...เจ้าคิดจะตั้งตนเป็นศัตรูกับตระกูลจินอย่างนั้นหรือ?"
จินหยางกัดฟันเอ่ยออกมา
ทว่าสิ้นคำพูดยังไม่ทันไร ประกายกระบี่อันคมกล้าสายหนึ่งก็ฟาดฟันออกมาจากมือของเฉินฉางอัน พุ่งตรงเข้าหาจินหยางทันที
ประกายกระบี่สายนี้แฝงไว้ด้วยอานุภาพอันน่าหวาดหวั่น ฉีกกระชากความว่างเปล่าให้ขาดสะบั้น แสงของมันเจิดจ้าเสียจนผู้คนไม่อาจลืมตามองได้!
เพียงชั่วพริบตาเดียว
ศีรษะและลำตัวของจินหยางก็หลุดออกจากกัน กลายเป็นศพอันเย็นชืดร่างหนึ่ง!
ในมือของเฉินฉางอัน บัดนี้คือกะบี่แสงมรกตซึ่งเป็นศัสตราวิเศษระดับสามที่จินหยางเคยใช้ลอบสังหารเขา ณ หอเซียนเมรัยนั่นเอง!
หลังจากเก็บกระบี่เข้าสู่แหวนมิติ เฉินฉางอันมีสีหน้าเรียบเฉยพลางพึมพำแผ่วเบา
"ข้าคร้านจะต่อความยาวสาวความยืดกับเจ้า หากตระกูลจินไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คิดรนหาที่ตาย ข้าก็แค่กวาดล้างให้สิ้นซากไปเสีย"
จากนั้น เฉินฉางอันจึงหันไปมองฉู่หยงเทียนและฉู่อู๋ซวง
ใบหน้าของสองพ่อลูกซีดเผือดลงทันตา ยามที่สายตาของเฉินฉางอันกวาดมองมา หัวใจของพวกเขาก็สั่นสะท้าน หนังตากระตุกวูบด้วยความหวั่นเกรงว่าเฉินฉางอันจะสังหารปิดปากพวกตนหรือไม่?
หากเป็นเช่นนั้น ก็จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าใครเป็นผู้ลงมือสังหารจินหยาง
และที่สำคัญที่สุด
เฉินฉางอันสามารถบดขยี้ผู้อาวุโสระดับอ๋องโหวของนิกายซือถัวให้เป็นจุณได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย
เช่นนั้น การจะสังหารพวกเขาสองพ่อลูกย่อมยิ่งง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ
ฉู่หยงเทียนลอบกลืนน้ำลาย พยายามข่มความกลัวเอาไว้แล้วปั้นยิ้มประจบ
"คุณชาย...คุณชายเฉิน โปรดวางใจเถิด ข้า...ข้าสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องที่ท่านเป็นผู้สังหารจินหยางออกไปอย่างเด็ดขาด!"
เฉินฉางอันยิ้มพลางเอ่ยว่า
"ท่านเจ้าเมืองฉู่มิต้องกวาดกลัวไป เฉินผู้นี้มิใช่คนกระหายเลือด อีกทั้งท่านกับข้าก็มิได้มีความแค้นเคืองต่อกัน"
ฉู่หยงเทียนเบาใจลงเล็กน้อย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงเฉินฉางอัน
"แต่ทางด้านตระกูลจินเล่า..."
"ไม่เป็นไร เจ้าอยากจะแจ้งข่าวแก่พวกเขาก็ตามใจ"
ฉู่หยงเทียนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
พึงรู้ว่าตระกูลจินมิใช่ตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดา แต่เป็นตระกูลเก่าแก่ที่สืบทอดมานับหมื่นปีในแคว้นเหอโจว มีแม้กระทั่งยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ขั้นอมตะอยู่หลายคน หรือแม้แต่บรรพชนผู้เป็นราชันแท้จริงในระดับหมื่นวิถีก็ยังมี!
การที่เฉินฉางอันสังหารอัจฉริยะนักปรุงยาของตระกูลจินไปเช่นนี้ ตระกูลจินย่อมไม่ยอมรามือเป็นแน่
เขาไม่เกรงกลัวเลยจริง ๆ หรือ?
เกรงว่าเมื่อถึงคราวที่ตระกูลจินมาคิดบัญชีแค้น เขาอาจจะต้องหนีหัวซุกหัวซุนก็เป็นได้
แม้เฉินฉางอันจะแข็งแกร่ง แต่ฉู่หยงเทียนคาดเดาว่าตบะของเขาน่าจะอยู่ในระดับอมตะเท่านั้น คงไม่อาจเหนือไปกว่านี้ได้
ยอดฝีมือระดับหมื่นวิถีเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นผู้ทรงอิทธิพลที่เขย่าขวัญไปทั่วโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรต้าฉง เป็นบุคคลสำคัญผู้มีชื่อเสียงระบือไกลไปทั่วทั้งแคว้น แต่สำหรับเฉินฉางอัน เขาไม่เคยเห็นหรือได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของบุคคลเช่นนี้ในแคว้นเหอโจวมาก่อนเลย!
ฉู่หยงเทียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างนอบน้อม
"คุณชาย ช่วงนี้เมืองเทียนอู่ไม่สู้สงบสุขนัก มีผู้อาวุโสของนิกายซือถัวมาถึงสองท่าน ไม่ทราบว่าคุณชายได้ยินข่าวคราวเรื่องนี้บ้างหรือไม่?"
ฉู่หยงเทียนตั้งใจจะบอกเป็นนัยว่านิกายซือถัวกำลังตามหาเขาเพื่อคิดบัญชี
แต่ใครจะรู้ว่าเฉินฉางอันกลับไม่คิดจะปิดบังเลยแม้แต่น้อย เขาเอ่ยว่า
"ข้าเป็นคนสังหารผู้อาวุโสสองคนนั้นของนิกายซือถัวเอง มีอันใดหรือ?"
คำตอบที่ตรงไปตรงมาเช่นนั้นทำเอาฉู่หยงเทียนถึงกับอึ้งจนน้ำท่วมปาก ไม่รู้จะเอ่ยคำใดต่อดี
ฉู่อู๋ซวงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จึงเอ่ยขึ้นว่า "ในเมื่อคุณชายสามารถสังหารผู้อาวุโสระดับอ๋องโหวของนิกายซือถัวได้อย่างง่ายดาย เหตุใดจึงปล่อยผู้อาวุโสปรุงยาคนนั้นไปเล่า? หากเขานำข่าวกลับไปแจ้ง นิกายซือถัวย่อมต้องมุ่งเป้ามาที่คุณชายเป็นแน่"
เฉินฉางอันเอ่ยอย่างเรียบเฉย
"ข้าศึกมาก็ใช้ทหารต้าน น้ำมาก็ใช้ดินกั้น... ยังคงเป็นคำเดิม ตันฟงจื่อผู้นั้นไม่ได้มีความแค้นกับข้า และเขาก็ไม่ได้ลงมือกับข้า ข้าย่อมไม่ลงมือสังหารเขาโดยไร้เหตุผล"
"แต่หากผู้ใดบังอาจมาล่วงเกินข้า ก็อย่าได้หาว่าข้าไม่เกรงใจ!"
ในถ้อยคำอันเรียบง่ายนั้น กลับเปี่ยมไปด้วยเจตนาฆ่าอันหนาวเหน็บจนเสียดกระดูก ทำให้ฉู่อู๋ซวงและฉู่หยงเทียนรู้สึกขนพองสยองเกล้า หัวใจสั่นรัวด้วยความหวาดกลัว!
ไม่รู้ด้วยเหตุใด ในใจของพวกเขากลับมีความคิดอันน่าขันประการหนึ่งผุดขึ้นมา
พวกเขาเริ่มรู้สึกว่า ต่อให้ตระกูลจินและนิกายซือถัวจะมาหาเรื่องเฉินฉางอัน ก็คงไม่อาจทำอะไรคนผู้นี้ได้!
เฉินฉางอันหยิบแหวนมิติจากศพของจินหยางออกมา แล้วเอ่ยว่า
"ท่านทั้งสอง ในเมื่อคนก็ตายไปแล้ว ข้าก็คงไม่ขอรบกวนต่อนาน ขอตัวกลับก่อน"
สิ้นคำกล่าว
เพียงก้าวเท้าออกมา เฉินฉางอันก็เลือนหายไปจากจวนเจ้าเมืองทันที
มาไร้รอยนวล ไปไร้ร่องรอย ภายใต้กระบวนท่า 'ก้าวเทวะ' ท่วงท่าการเคลื่อนที่ของเขานั้นเรียกได้ว่าประดุจภูตพรายที่ยากจะหยั่งถึง ชวนให้ผู้คนใจหายใจคว่ำยิ่งนัก
หลังจากเฉินฉางอันจากไป ฉู่อู๋ซวงและฉู่หยงเทียนสองพ่อลูกก็สบตากัน
ฉู่อู๋ซวงเอ่ยว่า
"จินหยางตายแล้ว ตระกูลจินต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่ ท่านพ่อ พวกเราจะทำอย่างไรดี?"
ฉู่หยงเทียนทอดถอนใจ พลางปรายตามองศพของจินหยาง
"นี่คือการหาที่ตายด้วยตนเองแท้ ๆ ไปล่วงเกินคนผู้นี้เข้า ต่อให้เป็นใครก็ช่วยเขาไม่ได้"
"ในเมื่อคุณชายท่านนี้ไม่แยแสเรื่องที่จะมีคนรู้ว่าเป็นฝีมือเขา เช่นนั้นก็จงส่งข่าวไปบอกตระกูลจินเถิด มิฉะนั้นหากจินหยางมาตายในจวนเจ้าเมือง แล้วตระกูลจินพาลมาลงโทษข้าที่นี่ ข้ามิกลายเป็นแพะรับบาปหรอกหรือ"
แต่แล้วเหมือนจะนึกบางอย่างออก ฉู่หยงเทียนจึงเรียกพ่อบ้านเข้ามาสั่งการอย่างจริงจัง
"หลินเหล่ย รองผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์ผู้พิทักษ์กฎ จงส่งเสริมเขาให้ดี อย่าได้ล่วงเกินเป็นอันขาด และให้เพิ่มเบี้ยหวัดของเขาขึ้นไปให้อยู่ในระดับเดียวกับผู้บัญชาการใหญ่ทันที"
"น้อมรับคำสั่ง!"
พ่อบ้านล่าถอยออกไป