- หน้าแรก
- คนไร้ค่าอย่างข้า อยู่ ๆ ก็ได้รับพลังฝึกตนระดับพันล้านปี
- บทที่ 32 รองแม่ทัพหน่วยคุมกฎ ผู้ซ่อนคมไว้ล้ำลึก!
บทที่ 32 รองแม่ทัพหน่วยคุมกฎ ผู้ซ่อนคมไว้ล้ำลึก!
บทที่ 32 รองแม่ทัพหน่วยคุมกฎ ผู้ซ่อนคมไว้ล้ำลึก!
บทที่ 32 รองแม่ทัพหน่วยคุมกฎ ผู้ซ่อนคมไว้ล้ำลึก!
หลินเหล่ยรอคอยอยู่ภายในโถงใหญ่เป็นเวลานาน
เขาเดินกระสับกระส่ายกลับไปกลับมา
ทว่าก็ยังไร้วี่แววที่เฉินฉางอันจะกลับออกมาจากโถงหลัง
"ทำไมถึงไม่เหมือนหมอคนอื่น ๆ เลยนะ"
"หมอเหล่านั้นเข้าไปประเดี๋ยวเดียวก็ออกมาแล้ว แต่ฉางอันเข้าไปตั้งนานแล้ว เหตุใดจึงยังไม่กลับมาอีก?"
หลินเหล่ยเริ่มใจคอไม่ดี รู้สึกกังวลขึ้นมา
"หรือเพราะฉางอันยังเยาว์วัยเกินไป ท่านเจ้าเมืองเลยไม่เชื่อว่าเขาเป็นหมอ แล้วมองว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎหรือเปล่า?"
"ฉางอันจะถูกท่านเจ้าเมืองตบตายด้วยฝ่ามือเดียวไหมนะ?"
"หากท่านเจ้าเมืองตบฉางอันตายแล้ว รายต่อไปจะไม่ใช่ข้าหรอกหรือ???"
ขาของหลินเหล่ยเริ่มสั่นพั่บ ๆ อย่างห้ามไม่ได้
ยิ่งในช่วงสองวันมานี้ ท่านเจ้าเมืองอารมณ์ไม่สู้ดีนักเพราะเรื่องของฉู่อู๋ซวง
ในขณะที่หลินเหล่ยกำลังฟุ้งซ่านอยู่นั้น เขาก็เห็นฉู่หยงเทียนเดินนำเฉินฉางอันออกมาด้วยรอยยิ้มและท่าทีนอบน้อม
หลินเหล่ยตกตะลึง เหตุใดท่านเจ้าเมืองถึงได้ดูมีความสุขเช่นนี้?
แล้วเหตุใดถึงได้นอบน้อมต่อฉางอันถึงเพียงนั้น?
หลินเหล่ยรีบก้าวไปข้างหน้า "ฉางอัน เป็นอย่างไรบ้าง?"
ฉู่หยงเทียนแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน "คุณชาย ท่านนี้คือสหายรักที่ท่านเอ่ยถึง หลินเหล่ยน้องชายผู้นี้ใช่หรือไม่?"
หลินเหล่ยรู้สึกปลื้มปีติจนทำตัวไม่ถูก
เขาเป็นเพียงทหารหน่วยคุมกฎตัวเล็ก ๆ แต่ท่านเจ้าเมืองผู้สูงส่งถึงกับรู้จักชื่อของเขา ทั้งนี่ยังเป็นอ๋องโหวระดับแปลงเทพอีกด้วย กลับเรียกเขาว่าน้องชาย
สิ่งนี้ทำให้หลินเหล่ยตัวลอยไปชั่วขณะ เรื่องนี้ช่างคุ้มค่าแก่การนำไปคุยโวข้างนอกยิ่งนัก
พวกเจ้ารู้หรือไม่ ท่านเจ้าเมืองเรียกข้าว่าน้องชายเชียวนะ!
"ใช่แล้ว ข้าจะไปหอตำราเสียหน่อย ประเดี๋ยวค่อยมาหาเจ้า"
เฉินฉางอันตบบ่าหลินเหล่ยเบา ๆ
"อ้อ... ได้ ได้สิ"
หลินเหล่ยยังคงงุนงง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ฉู่หยงเทียนหันไปสั่งการผู้ดูแลด้านหลัง "เรื่องการปูนบำเหน็จให้หลินเหล่ยน้องชาย ข้ามอบหมายให้เจ้าเป็นคนจัดการ"
"รับคำบัญชาท่านเจ้าเมือง"
หลังจากฉู่หยงเทียนนำทางเฉินฉางอันออกจากโถงใหญ่ไปแล้ว
หลินเหล่ยก็หันไปมองผู้ดูแล "ท่านผู้ดูแล... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันขอรับ?"
ผู้ดูแลยิ้มให้ หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่ลดตัวมาตอบคำถามของทหารหน่วยคุมกฎตัวเล็ก ๆ เช่นนี้
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว สหายที่หลินเหล่ยพามาช่วยรักษาท่านหญิงจนหายดี เฉินฉางอันผู้นั้นคือผู้มีพระคุณของท่านเจ้าเมือง
ผู้ดูแลไม่กล้าล่วงเกินหลินเหล่ย จึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม "คุณชายท่านนั้นรักษาท่านหญิงจนหายขาดแล้ว"
สิ้นคำกล่าวนี้
หลินเหล่ยเบิกตากว้าง ราวกับถูกอัสนีบาตฟาดใส่ร่าง
"อะไรนะ?!"
"ฉางอันรักษาท่านหญิงหายแล้ว???"
"ข้าหูฝาดไปใช่ไหม???"
ผู้ดูแลกล่าวว่า "มิได้หูฝาดหรอก แม้แต่นักปรุงโอสถอัจฉริยะจากตระกูลจิน หรือท่านผู้อาวุโสอ๋องโหวที่เป็นนักปรุงโอสถระดับหกจากนิกายซือถัว ต่างก็เคยมาตรวจรักษาท่านหญิง แต่กลับไร้หนทาง"
"แต่คุณชายท่านนั้นกลับรักษาท่านหญิงให้หายได้อย่างง่ายดาย นึกไม่ถึงเลยว่าน้องชายหลินจะรู้จักยอดคนที่มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศเพียงนี้"
หลังจากหายตกตะลึง หลินเหล่ยก็มีความรู้สึกสับสนเล็กน้อยฉายชัดบนใบหน้า
เดิมทีเขาตั้งใจจะให้เฉินฉางอันมาแอบอ้างเพื่อต้มตุ๋นเอาค่าตอบแทนหนึ่งร้อยหินปราณเท่านั้น
แต่ใครจะไปรู้ว่า เฉินฉางอันจะรักษาฉู่อู๋ซวงจนหายจริง ๆ
เจ้านี่ได้รับสืบทอดวิชามาจากตาเฒ่าหวงมาจริง ๆ สินะ
หลินเหล่ยกระแอมไอสองครั้ง แล้วแสร้งกล่าวกับผู้ดูแลอย่างหน้าไม่อายว่า
"ในฐานะที่ข้าเป็นทหารหน่วยคุมกฎของจวนเจ้าเมือง เรื่องของท่านเจ้าเมืองก็เหมือนเรื่องของข้า ท่านเจ้าเมืองกังวลเรื่องความปลอดภัยของบุตรสาว ข้าจึงได้ตั้งใจไปเชิญสหายรักมา แม้เขาจะชอบเก็บตัวเงียบขรึมอยู่ในเมือง แต่ท่านก็ได้เห็นวิชาแพทย์ของเขาแล้ว เมื่อท่านหญิงหายดี ข้าก็เบาใจ"
ผู้ดูแลกล่าวว่า
"การมีทหารหน่วยคุมกฎที่ภักดีต่อจวนเจ้าเมืองเช่นเจ้า ถือเป็นโชคดีของท่านเจ้าเมืองยิ่งนัก ท่านมีคำสั่งลงมาว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าจะได้เลื่อนขั้นเป็นรองแม่ทัพหน่วยคุมกฎ ได้รับเบี้ยหวัดเพิ่มเป็นเดือนละยี่สิบหินปราณ นอกจากนี้จากการรักษาท่านหญิงในครั้งนี้ ท่านเจ้าเมืองยังตบรางวัลให้เจ้าเป็นหินปราณระดับต่ำอีกห้าพันก้อน"
หลินเหล่ยเบิกตากว้างอีกครั้ง
เซอร์ไพรส์นี้มาแบบระลอกแล้วระลอกเล่าจริง ๆ!
"ข้า... ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม???"
ผู้ดูแลยิ้มพลางกล่าว "จะฝันไปได้อย่างไร ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณที่เจ้ามีสหายที่ดีเช่นนั้น"
ในน้ำเสียงของผู้ดูแลแฝงไปด้วยความอิจฉาที่ปิดไม่มิด
หินปราณระดับต่ำห้าพันก้อน ถือเป็นทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาล เมื่อหลินเหล่ยมีหินปราณเหล่านี้ ก็นับว่าเป็นคนรวยคนหนึ่งในเมืองเทียนอู่แล้ว
"ใช่แล้ว ทั้งหมดเป็นเพราะข้ามีสหายที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้"
มุมปากของหลินเหล่ยยกยิ้มกว้างจนหุบไม่อยู่
สิ่งที่เฉินฉางอันมอบให้นั้นมันยิ่งใหญ่เกินคาดจริง ๆ
หากไม่ใช่เพราะเฉินฉางอันไปที่หอตำรา หลินเหล่ยคงอยากจะเข้าไปกอดแล้วหอมแก้มเขาสักสองฟอดใหญ่ ๆ!
รวยแล้ว!
รวยเละแล้ว!
"ท่านรองแม่ทัพ เชิญเถิด ข้าจะพาท่านไปทำเรื่องเข้ารับตำแหน่ง แล้วไปที่คลังเพื่อเบิกหินปราณ"
"ดี ดี ดีมากเลย"
หลินเหล่ยมีความสุขจนเนื้อเต้น
เดิมทีเขากำลังกลัดกลุ้มว่าจะหาทางแต่งงานกับหญิงสาวที่รักได้อย่างไร
แต่ตอนนี้ล่ะ
มีหินปราณห้าพันก้อนนี้ เขาจะเอาไปฟาดหน้าพ่อตาให้ดูสิว่ายังจะกล้าคัดค้านอีกหรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เขายังมีฐานะเป็นถึงรองแม่ทัพหน่วยคุมกฎเชียวนะ!
หอตำราตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอันเงียบสงบในจวนเจ้าเมือง เป็นหอคอยสูงถึงเจ็ดชั้น ดูสง่างามและทรงอำนาจยิ่งนัก
ฉู่หยงเทียนกล่าวว่า
"คุณชาย นี่คือหอตำรา ท่านปรารถนาจะอ่านสิ่งใด เชิญเลือกชมได้ตามสบาย"
"แน่นอนว่าในช่วงเวลาสั้น ๆ การจะอ่านตำราทั้งหมดในหอตำราของจวนเจ้าเมืองให้ครบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หากวันนี้คุณชายอ่านไม่หมด วันหน้าก็สามารถมาที่หอตำราแห่งนี้ได้ทุกเมื่อ"
"ข้ายังมีภารกิจอื่นต้องไปจัดการ คงไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนคุณชายได้"
เฉินฉางอันพยักหน้า แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในหอตำรา
หลังจากเฉินฉางอันเข้าไปแล้ว ฉู่หยงเทียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบยันต์สื่อสารออกมาเพื่อส่งข้อความถึงตันฟงจื่อจากนิกายซือถัวที่เพิ่งจากไปก่อนหน้า
เมื่อตันฟงจื่อเห็นเฉินฉางอัน ท่าทางของเขาแปลกประหลาดเกินไป อีกทั้งยังรีบร้อนจากไปอย่างเร่งรีบ
กระทั่งฉู่หยงเทียนยังสัมผัสได้เลือนลางว่า ตันฟงจื่อมีความยำเกรง หรืออาจถึงขั้นหวาดกลัวต่อเฉินฉางอัน?
ระหว่างที่เดินไปตามทาง
ฉู่หยงเทียนก็ได้รับข้อความตอบกลับจากตันฟงจื่ออย่างรวดเร็ว
เมื่ออ่านจบ ต่อให้ฉู่หยงเทียนจะเป็นถึงอ๋องโหวระดับแปลงเทพผู้เกรียงไกร ในยามนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะหน้าถอดสีด้วยความตกใจสุดขีด
"เขาสังหารผู้อาวุโสอ๋องโหวของนิกายซือถัวไปถึงสองคน คือสือโยวและกู่ซิวหมัว!"
ข่าวนี้ทำให้ฉู่หยงเทียนตกตะลึงจนพูดไม่ออก ได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ
"นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะซ่อนคมไว้ได้ลึกซึ้งเพียงนี้!"
เขารู้ดีว่าวิชาของนิกายซือถัวสามารถใช้แสงโลหิตซากศพเพื่อระบุตัวฆาตกรได้ มิน่าเล่า เมื่อตันฟงจื่อมาถึงจวนเจ้าเมืองและเห็นเฉินฉางอันเพียงแวบแรก ก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ต้องเป็นเพราะเห็นแสงโลหิตซากศพบนตัวเขาเป็นแน่!
เมื่อคิดว่าเด็กหนุ่มที่ดูธรรมดาผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นยอดฝีมือผู้ซ่อนคมที่สามารถสังหารระดับอ๋องโหวได้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดผวาในภายหลัง
"ยังดีที่ไม่ได้ไปล่วงเกินคุณชายท่านนี้"
เพราะอย่างไรเสีย...
ก่อนที่ฉู่หยงเทียนจะพาฉู่อู๋ซวงกลับมา เขาได้รับข่าวคราวเกี่ยวกับยอดฝีมือไร้เทียมทานท่านหนึ่งในเมืองเทียนอู่!
ผู้อาวุโสสือโยวแห่งนิกายซือถัวคิดจะล้างเมือง แต่กลับไปรบกวนยอดฝีมือลึกลับท่านหนึ่งในเมืองเข้า จึงถูกคนผู้นั้นใช้มือเพียงข้างเดียวบดขยี้จนร่างระเบิดออกอย่างง่ายดาย!
ตอนที่ได้ยินข่าวนี้ ฉู่หยงเทียนรู้สึกตกใจและสงสัยใคร่รู้ยิ่งนักว่า ยอดฝีมือลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเทียนอู่คือใคร?
บัดนี้เขาพอจะรู้คำตอบแล้ว เกรงว่าจะเป็นเด็กหนุ่มผู้นีนั่นเอง!