- หน้าแรก
- คนไร้ค่าอย่างข้า อยู่ ๆ ก็ได้รับพลังฝึกตนระดับพันล้านปี
- บทที่ 20 ดีดนิ้วปลิดชีพ สมองเทวะ และโอสถพันอายุขัย!
บทที่ 20 ดีดนิ้วปลิดชีพ สมองเทวะ และโอสถพันอายุขัย!
บทที่ 20 ดีดนิ้วปลิดชีพ สมองเทวะ และโอสถพันอายุขัย!
บทที่ 20 ดีดนิ้วปลิดชีพ สมองเทวะ และโอสถพันอายุขัย!
กู่ซิวหมัวหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ
เขาไม่มีทางคาดคิดเลยว่า หลังจากใช้วิชาค้นวิญญาณกับจงหลิงเอ๋อร์แล้ว ตนเองจะได้ล่วงรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของตัวตนที่ชื่อเฉินฉางอัน
เพียงชั่วพริบตา เฉินฉางอันกลับมาปรากฏกายเบื้องหน้าเขาตัวเป็น ๆ!
เขาข่มใจกลืนน้ำลายลงคอ ความหวาดหวั่นเริ่มเอ่อล้นขึ้นในจิตใจ
ต้องรู้ก่อนว่าเฉินฉางอันผู้นี้ คือยอดฝีมือสุดโหดเหี้ยมที่สามารถใช้เพียงมือเดียวบดขยี้ระดับอ๋องโหวจนแหลกลาญได้
การต้องเผชิญหน้ากับชายผู้นี้ ตัวเขาไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย!
เขาไม่เสียเวลาคิดแม้แต่ชั่วอึดใจ รีบคว้าตัวจงหลิงเอ๋อร์มาเป็นตัวประกันเพื่อข่มขู่เฉินฉางอันทันที
"เฉิน... เฉินฉางอัน เจ้าปล่อยข้าไป แล้วข้าจะคืนนังเด็กนี่ให้!"
เพียงแต่สุ้มเสียงของเขานั้น กลับสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความพรั่นพรึงอย่างปิดไม่มิด
ยอดคนที่บดขยี้อ๋องโหวได้ด้วยมือเดียวเช่นนี้ มีหรือที่เขาจะไม่ขลาดกลัว!
เมื่อจงหลิงเอ๋อร์เห็นเฉินฉางอันปรากฏตัวขึ้นต่อหน้ากะทันหัน หัวใจที่เคยสิ้นหวังก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างที่สุด
นางเดิมทีนึกว่าชะตากรรมที่ต้องถูกเฒ่ามารผู้นี้หลอมเป็นโอสถถูกกำหนดไว้แล้ว แต่กลับคาดไม่ถึงว่าเฉินฉางอันจะมาปรากฏกายที่นี่!
"พี่ฉางอัน ท่านมาได้อย่างไรกันเจ้าคะ?"
เฉินฉางอันคลี่ยิ้มบางให้จงหลิงเอ๋อร์ "หากข้าไม่มา แล้ววันหน้าใครจะปรนนิบัติข้า ใครจะคอยซักผ้าหุงหาอาหารให้ข้ากันเล่า?"
"หรือจะต้องให้ยายเฒ่าหรงช่วยแนะนำเด็กสาวคนใหม่ให้ข้าอีกคน?"
เมื่อได้ยินคำหยอกล้อของเฉินฉางอัน ใบหน้าของจงหลิงเอ๋อร์ก็ขึ้นสีระเรื่อ ความกังวลและหวาดกลัวมลายหายไปสิ้น!
แม้จะยังถูกเฒ่ามารข่มขู่ แต่นางมั่นใจว่าพี่ฉางอันจะต้องช่วยนางได้อย่างแน่นอน
เฉินฉางอันตวัดสายตามองกู่ซิวหมัวด้วยแววตาเย็นเยียบ "ตาเฒ่า คนของข้าเจ้าก็กล้าแตะต้อง ดูท่าอายุที่ยืนยาวมานานจะทำให้เจ้าเบื่อหน่ายการมีชีวิตอยู่เสียแล้ว"
"อีกอย่าง เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าการจับคนของข้าไว้จะสามารถข่มขู่ข้าได้?"
กู่ซิวหมัวกล่าวด้วยเสียงหนักอึ้ง "เดิมทีข้าไม่รู้ว่านังหนูนี่เป็นคนของเจ้า ขอเพียงเจ้าเมตตาปล่อยข้าไป ข้าก็จะไม่ทำร้ายนาง!"
"แต่หากเจ้าคิดจะฆ่าข้า ก็อย่ามาหาว่าข้าโหดเหี้ยมที่ต้องลากนังเด็กนี่ลงหลุมไปพร้อมกัน!"
เฉินฉางอันแค่นยิ้มเย็น "ลงหลุมพร้อมกันงั้นรึ?"
เขาเรียกใช้พลังวัตรไร้เทียมทานอีกครั้ง เพียงชั่วความคิด แรงกดดันมหาศาลไร้ขอบเขตก็พลันอุบัติขึ้น ทับถมลงบนร่างของกู่ซิวหมัวอย่างหนักหน่วง!
กู่ซิวหมัวราวกับถูกวิชาตรึงร่าง เขายืนนิ่งค้างอยู่กับที่โดยไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว แม้แต่พลังวัตรในร่างก็หยุดไหลเวียน การจะฆ่าจงหลิงเอ๋อร์ให้ตายตกไปตามกันนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง!
กู่ซิวหมัวขวัญผวา ความสิ้นหวังอันไร้สิ้นสุดเอ่อล้นขึ้นในใจ
"เจ้า... เจ้าทำอะไรกับข้ากันแน่?!"
แรงกดดันนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก กู่ซิวหมัวกล้าสาบานได้เลยว่าเขาไม่เคยเห็นผู้ฝึกตนคนใดมีแรงกดดันที่เหนือชั้นเพียงนี้มาก่อน!
เพียงแค่แรงกดดันก็สยบเขาได้อยู่หมัด ชายผู้นี้จะแข็งแกร่งปานใดกันแน่???
ยามนี้กู่ซิวหมัวถึงได้ตระหนักว่าการจับตัวจงหลิงเอ๋อร์มาข่มขู่เฉินฉางอันนั้นช่างน่าขันเพียงใด ในสายตาของเฉินฉางอัน ตัวเขาไม่ต่างอะไรกับมดปลวกที่ขยับเขยื้อนไปมา ซึ่งอีกฝ่ายสามารถบดขยี้ให้ตายได้ตามใจปรารถนา!
"ละ... ละเว้นชีวิตด้วย!"
"ผู้อาวุโส... ได้โปรด... ได้โปรดเมตตาละเว้นชีวิตข้าด้วย ข้าจะไม่กล้าทำเช่นนี้อีกแล้ว!"
กู่ซิวหมัวขยับกายไม่ได้ ทำได้เพียงเปล่งเสียงวิงวอนขอชีวิตอย่างต่ำต้อยที่สุด!
หากเขาสามารถขยับเขยื้อนได้ เกรงว่ายามนี้คงจะคุกเข่าลงไปหมอบแทบเท้าอีกฝ่ายแล้ว!
เฉินฉางอันไม่ได้เห็นกู่ซิวหมัวอยู่ในสายตา เขาไม่แม้แต่จะขานรับ ก่อนจะกล่าวกับจงหลิงเอ๋อร์ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"หลิงเอ๋อร์ ไม่เป็นไรแล้ว"
จงหลิงเอ๋อร์พบว่าพันธนาการบนร่างมลายหายไปสิ้น นางได้รับอิสรภาพคืนมาจึงรีบกลับไปอยู่ข้างกายเฉินฉางอันด้วยความดีใจ
เฉินฉางอันลูบศีรษะของจงหลิงเอ๋อร์อย่างเบามือ
"ตาเฒ่าคนนี้ เจ้าอยากจะจัดการอย่างไร?"
จงหลิงเอ๋อร์ตอบด้วยน้ำเสียงหวานใส "แล้วแต่ท่านพี่เลยเจ้าค่ะ"
"ตกลง"
เฉินฉางอันดีดนิ้วหนึ่งครา
กู่ซิวหมัวที่กำลังอ้อนวอนขอชีวิต สัมผัสได้ถึงขุมพลังมหาศาลไร้ขอบเขตที่จู่โจมลงมา เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้องก่อนจะระเบิดกลายเป็นหมอกโลหิตกระจายคลุ้ง สมบัติวิเศษป้องกันตัวบนร่างล้วนแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงแหวนมิติวงเดียวเท่านั้น
นับตั้งแต่เฉินฉางอันปรากฏตัว จนถึงคราวที่กู่ซิวหมัวมอดม้วย
ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งนัก
รวดเร็วเสียจนกู่ซิวหมัวยังไม่ทันได้อ้างชื่อนิกายซือถัวที่อยู่เบื้องหลังเพื่อข่มขู่เฉินฉางอัน ก็ต้องมาสิ้นชีพเสียก่อน!
นี่คืออานุภาพการกดขี่จากการใช้พลังวัตรไร้เทียมทานของเฉินฉางอัน
แต่ในขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในห้วงสมองของเขาอีกครั้ง
[คำแจ้งเตือนจากระบบ: โฮสต์ใช้งานพลังวัตรไร้เทียมทาน เกินขีดจำกัดที่ร่างกายจะรับไหว อายุขัยลดลง 1 ปี อายุขัยปัจจุบัน 16/62 ปี]
ออกมาคราวนี้นอกจากจะเสียเวลาแล้วยังต้องสูญเสียอายุขัยไปอีกสองปี ดูท่าเขาต้องรีบหาหนทางเพิ่มอายุขัยให้มากขึ้นโดยเร็วเสียแล้ว
"หลิงเอ๋อร์ คืนนี้พักในถ้ำนี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยกลับกัน"
"เจ้าค่ะ"
ไม่นานนัก จงหลิงเอ๋อร์ก็ก่อกองไฟจนภายในถ้ำสว่างไสว ด้านนอกถ้ำมีเสียงสัตว์อสูรคำรามกึกก้องแว่วมาเป็นระยะ
จงหลิงเอ๋อร์นั่งลงข้างกายเฉินฉางอัน สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและปลอดภัยที่เปี่ยมล้น
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอเพียงมีพี่ฉางอันอยู่ด้วย นางก็ไม่หวาดกลัวสิ่งใดทั้งสิ้น!
"พี่ฉางอัน คืนนี้คงไม่ได้กินปลาแล้วล่ะเจ้าค่ะ"
เฉินฉางอันยิ้มตอบ "กินพรุ่งนี้ก็ไม่สาย"
เมื่อกล่าวจบ เฉินฉางอันก็เริ่มตรวจสอบแหวนมิติของกู่ซิวหมัว
ครานี้เขาตั้งใจเก็บมันไว้ เพื่อดูว่าในแหวนมิติของระดับอ๋องโหวผู้หนึ่งจะมีสิ่งใดบ้าง?
หินปราณระดับต่ำนับล้านก้อน แม้แต่หินปราณระดับกลางและระดับสูงก็ยังมีอยู่ไม่น้อย
เฉินฉางอันถึงกับสูดหายใจเข้าลึก
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหินปราณมากมายถึงเพียงนี้ รวยอู้ฟู่เสียแล้ว!
ไม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ขัดสนเหมือนตอนไปที่หอหมื่นสมบัติจนไม่มีเงินพอซื้อโอสถอายุยืนแม้เพียงเม็ดเดียวอีกต่อไป!
นอกจากหินปราณแล้ว ก็ยังมีประเภทสมบัติวิเศษ
สมบัติวิเศษมีไม่มากนัก มีธงกระชากวิญญาณมาร แส้กระดูกงู และหม้อหลอมโอสถสีเลือดที่วางอยู่ด้านนอก!
แต่สิ่งที่สุมรวมกันอยู่มากที่สุด กลับเป็นพวกตัวยาสมุนไพร
สมบัติล้ำค่าแห่งฟ้าดินนานาชนิดถูกเก็บไว้ในแหวนมิติ ส่งกลิ่นหอมของตัวยาอบอวลออกมา!
ซึ่งสมบัติแต่ละอย่างล้วนล้ำค่ายิ่ง ในด้านของตัวยาส่วนใหญ่นั้นเป็นสมุนไพรวิเศษที่มีอายุนับหลายร้อยปี!
และสุดท้าย คือกองตำราวิถีโอสถ และสูตรโอสถลับที่เก็บสะสมไว้บางส่วน
เฉินฉางอันประหลาดใจ "ดูท่าเจ้าเฒ่านี่จะเป็นนักหลอมโอสถด้วย"
เขาหยิบกองตำราวิถีโอสถเหล่านั้นออกมาแล้วเริ่มพลิกอ่าน
เขาใช้พลังวัตรไร้เทียมทานกระตุ้นทักษะ [สมองเทวะ] พลิกอ่านตำราวิถีโอสถทุกเล่มอย่างรวดเร็ว ด้วยความสามารถในการจดจำได้เพียงผ่านตา ไม่นานนักความรู้ในตำราเหล่านั้นก็ถูกจดจำไว้ในใจ ทั้งยังเกิดความหยั่งรู้จนแตกฉานอย่างรวดเร็ว!
เขาอ่านตำราเหล่านั้นจนจบโดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม หากเขาสามารถพลิกหน้ากระดาษได้เร็วกว่านี้ เกรงว่าเพียงหนึ่งก้านธูปเขาก็คงบรรลุความรู้ทั้งหมดแล้ว!
เป็นดังคาด ความเร็วในการพลิกตำราคือสิ่งเดียวที่ฉุดรั้งความเร็วในการเรียนรู้ของเขา!
และนี่ก็คือความพิเศษเหนือชั้นของ [สมองเทวะ]!
ทางด้านจงหลิงเอ๋อร์ที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นความเร็วในการพลิกตำราของเฉินฉางอันก็นึกสงสัยยิ่งนัก
พลิกเร็วถึงเพียงนั้น พี่ฉางอันจะอ่านเข้าใจจริงหรือ?
เดิมทีเฉินฉางอันก็เป็นหมออยู่แล้ว ยามนี้เมื่อได้อ่านตำราวิถีโอสถหลายร้อยเล่มจากแหวนมิติของกู่ซิวหมัว เขาก็เริ่มเกิดความเข้าใจและมีทักษะด้านการหลอมโอสถที่ก้าวล้ำ
"ไม่รู้ว่ายามนี้ ตัวข้าจะนับว่าเป็นนักหลอมโอสถได้หรือยัง?"
เฉินฉางอันมองไปยังหม้อหลอมโอสถที่อยู่ด้านข้าง รู้สึกคันไม้คันมือจนอยากจะลองหลอมโอสถดูสักครา
แต่น่าเสียดายที่ยามนี้เขายังอยู่เพียงระดับหล่อเลี้ยงโลหิตขั้นต้น ยังไม่ก้าวเข้าสู่ระดับทำลายขีดจำกัดมนุษย์ จึงยังไม่มีพลังวัตรที่สามารถชักนำเพลิงฟ้าดินมาใช้ปรุงยาได้ เขาจึงทำได้เพียงละทิ้งความคิดที่จะหลอมโอสถไปก่อน!
จากนั้น เฉินฉางอันจึงหยิบเอาสูตรโอสถลับที่กู่ซิวหมัวสะสมไว้ออกมาดูว่ามีสิ่งใดบ้าง
โอสถเสริมโลหิตระดับสาม, โอสถเปลี่ยนมารระดับสี่, โอสถหล่อเลี้ยงวิญญาณระดับสี่, ระดับห้า...
ทว่าเมื่อเฉินฉางอันเปิดดูสูตรโอสถสูตรหนึ่ง ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยกลับปรากฏร่องรอยของความตื่นตะลึง!
"โอสถพันอายุขัย โอสถอายุวัฒนะระดับห้า หากกินเข้าไปจะสามารถเพิ่มอายุขัยได้ถึงหนึ่งพันปี!"