- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุค 60 พลิกชะตาในลานสี่ประสาน
- บทที่ 182 หลิวไห่จงไม่หลงกล
บทที่ 182 หลิวไห่จงไม่หลงกล
บทที่ 182 หลิวไห่จงไม่หลงกล
คนทำเรื่องเลวร้ายต้องเป็นคนอื่น ส่วนตัวเองก็แค่ก้าวออกมารับบทผู้กอบกู้ก็พอแล้ว
นี่คือคติประจำใจของอี้จงไห่ และเขาก็ทำเช่นนั้นมาตลอด
อี้จงไห่เดินไปหยุดยืนอยู่กึ่งกลาง ระหว่างบ้านของหลิวไห่จงกับบ้านของสวี่ต้าเม่า แล้วจงใจพูดความสงสัยของตัวเองออกมา ด้วยระดับเสียงที่พอจะให้ทั้งสองบ้านได้ยิน
"จู้จื่อนะจู้จื่อ ทำไมถึงได้ไม่รู้จักความควรไม่ควรแบบนี้นะ เธอกับโหลวเสี่ยวเอ๋อยังไม่ได้แต่งงานกันแท้ ๆ ก็มาอยู่ด้วยกันซะแล้ว ขืนมีคนเอาเรื่องนี้ไปฟ้องสำนักงานเขต หน้าที่การงานของเธอได้ปลิวแน่"
หลิวไห่จงกับป้ารองที่อยู่ในบ้านได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจน
ป้ารองจึงหันไปถามหลิวไห่จง "ถ้ามีคนไปฟ้องสำนักงานเขต จู้จื่อจะโดนไล่ออกจริงเหรอ"
"คิดอะไรของเธอน่ะ พวกเราไม่ได้มีหลักฐานอะไรเลย ขืนไปฟ้องสำนักงานเขต เขาก็ไม่รับเรื่องหรอก ตาเฒ่าอี้กำลังหลอกใช้ฉันให้ออกหน้าไปงัดกับจู้จื่อน่ะสิ"
ป้ารองลองคิดตาม ก็เห็นว่าจริงอย่างที่ว่า จับโจรต้องจับให้ได้ของกลาง จับชู้ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา พวกเขาเห็นแค่เหออวี่จู้กับโหลวเสี่ยวเอ๋อเดินออกมาจากห้องเดียวกัน จะเอาหลักฐานอะไรไปเอาผิดได้ล่ะ
"ทำไมคุณถึงมองแผนการของตาเฒ่าอี้ออกล่ะเนี่ย?"
หลิวไห่จงพูดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง "ก็ตอนนี้ฉันเป็นถึงหัวหน้าแล้วนี่นา เจอเรื่องแบบนี้มาก็เยอะ ลูกไม้ตื้น ๆ แค่นี้ทำไมฉันจะดูไม่ออก ไม่ใช่พวกเราเพิ่งคุยกันว่าจู้จื่อเปลี่ยนไปหรอกเหรอ ลองคิดดูดี ๆ สิ ว่าหมอนั่นเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนที่ได้เป็นรองหัวหน้าโรงอาหารใช่ไหมล่ะ"
การได้เป็นหัวหน้ากลุ่ม ทำให้วิสัยทัศน์ของหลิวไห่จงกว้างไกลขึ้นมาบ้าง ถึงขั้นมองแผนการของอี้จงไห่ทะลุปรุโปร่ง
"จริงด้วยแฮะ ตั้งแต่จู้จื่อได้เป็นหัวหน้า พวกคุณผู้ใหญ่ทั้งสามคนรวมหัวกันก็ยังสู้เขาไม่ได้เลย" ป้ารองพูดด้วยความประหลาดใจ
พอโดนขุดคุ้ยแผลเก่า สีหน้าของหลิวไห่จงก็ดูไม่ได้ขึ้นมาทันที
ป้ารองเองก็รู้ตัวว่าพูดผิดไป จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง "แล้วทำไมตาเฒ่าอี้ถึงต้องไปยืนพูดปาว ๆ อยู่หน้าบ้านเพื่อยั่วยุคุณด้วยล่ะ"
"เธอลองคิดดูสิ ว่านอกจากตาเฒ่าอี้แล้ว ยังมีใครอีกที่ไม่อยากให้จู้จื่อกับโหลวเสี่ยวเอ๋อแต่งงานกัน"
"ฉินหวยหรูไง" ป้ารองโพล่งตอบทันที
หลิวไห่จงส่ายหน้า "ทายใหม่สิ"
ป้ารองมองตามสายตาของหลิวไห่จงไปทางบ้านของสวี่ต้าเม่า ก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที "คุณหมายความว่าเขาตั้งใจจะยั่วยุให้คุณกับสวี่ต้าเม่าออกโรงเหรอ ร้ายกาจจริง ๆ ตาเฒ่าคนนี้ แต่ก็โชคดีนะที่บ้านเรามองแผนการชั่วร้ายของเขาทะลุปรุโปร่ง อ้อ สวี่ต้าเม่าน่ะพาฉินจิงหรูออกไปเที่ยวตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ ไม่อยู่บ้านหรอก"
หลิวไห่จงแค่นหัวเราะเย็นชา "คราวนี้แผนของตาเฒ่าอี้คงพังไม่เป็นท่าแล้วล่ะ เธอออกไปบอกเขาทีสิ"
ป้ารองเปิดประตูห้อง แล้วพูดกับอี้จงไห่ว่า "ตาเฒ่าอี้ ช่วงนี้ตาเฒ่าหลิวบ้านเราทำงานหนักน่ะ ยังไม่ตื่นเลย คุณช่วยไปคุยกันที่อื่นได้ไหม เดี๋ยวตาเฒ่าหลิวจะตื่นเอา"
อี้จงไห่ลอบด่าในใจ เป็นแค่หัวหน้ากลุ่มกระจอก ๆ ทำมาเป็นเบ่ง ถ้าเขาอยากเป็นล่ะก็ ตำแหน่งหัวหน้าก็แค่เรื่องขี้ผง
"ฉันคุยอยู่กลางลานบ้าน จะไปรบกวนตาเฒ่าหลิวได้ยังไง อีอย่างฉันก็ยืนอยู่ฝั่งบ้านสวี่ต้าเม่านะ"
ป้ารองเบ้ปาก พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "สวี่ต้าเม่าน่ะพาฉินจิงหรูออกไปเที่ยวตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่อยู่บ้านหรอก"
ไม่อยู่บ้านงั้นเหรอ?
ไอ้เด็กเวรนี่ ดันไม่อยู่บ้านซะได้
สีหน้าของอี้จงไห่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที ตัวเองอุตส่าห์มายืนปาว ๆ อยู่ตั้งนาน สรุปคนนึงนอนหลับ อีกคนนึงออกไปเที่ยว พึ่งพาไม่ได้สักคน
"ทุกคนก็อยู่ร่วมลานบ้านเดียวกัน เรื่องที่จู้จื่อกับโหลวเสี่ยวเอ๋อนอนด้วยกัน อย่าไปบอกตาเฒ่าหลิวเขาล่ะ"
ป้ารองพูด "วางใจเถอะน่า ตาเฒ่าหลิวบ้านเราน่ะ สนใจแต่เรื่องใหญ่ ๆ ในโรงงาน เรื่องในลานบ้านเขาไม่เอามาใส่ใจหรอก"
อี้จงไห่นึกค่อนขอดในใจ นี่หล่อนเห็นเขาเป็นคนโง่หรือไง ถ้าหลิวไห่จงไม่สนใจเรื่องในลานบ้านจริง แล้วเมื่อหลายวันก่อนจะอยากฟื้นฟูระบบผู้ใหญ่คุมลานกลับมาทำไม
ตอนนี้อี้จงไห่ก็รู้แล้วว่าหลิวไห่จงไม่มีความคิดที่จะสอดมือเข้ามายุ่ง
ฮึ
ตอนนี้ทำเป็นยืนดูความวุ่นวายของฉันไปเถอะ ระวังจะเสียใจทีหลังก็แล้วกัน
ยายเฒ่าหูหนวกฟันธงไว้ตั้งนานแล้ว ว่าถึงหลิวไห่จงจะมีลูกชายหลายคน แต่สุดท้ายก็จะไม่มีใครเหลียวแล
ถ้าตอนนี้แกไม่ช่วยฉันจัดการเหออวี่จู้ ต่อไปก็อย่าหวังเลยว่าเหออวี่จู้จะยอมเลี้ยงดูแก
อี้จงไห่มองบ้านหลิวไห่จงด้วยสายตาสมเพช ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ตอนนี้เรื่องด่วนที่สุดคือต้องหาทางหยุดงานแต่งของเหออวี่จู้กับโหลวเสี่ยวเอ๋อให้ได้ เรื่องจัดการหลิวไห่จงน่ะ วันหลังยังมีโอกาสอีกเยอะแยะ
ป้ารองหันหลังกลับเข้าบ้าน แล้วถามหลิวไห่จงว่า "เมื่อกี้ฉันพูดได้ดีไหมล่ะ"
หลิวไห่จงย่อมต้องพอใจอยู่แล้ว โดยเฉพาะประโยคที่ป้ารองบอกว่าเขาสนใจแต่เรื่องใหญ่ ๆ ในโรงงาน
ใช่แล้ว!
ฉันเป็นถึงหัวหน้าในโรงงาน ก็ต้องเอาใจใส่แต่เรื่องในโรงงานสิถึงจะถูก
"ไม่เลวเลย ต่อไปนี้ไม่ว่าในลานบ้านจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น พวกเราก็แค่รอดูงิ้วสนุก ๆ ก็พอแล้ว"
หลิวไห่จงถึงกับอารมณ์ดีจนชวนป้ารองมานั่งทายกันว่า อี้จงไห่จะงัดไม้ไหนออกมาใช้เพื่อขัดขวางงานแต่งของเหออวี่จู้ การจะรับมือกับโหลวเสี่ยวเอ๋อที่รู้ไส้รู้พุงกันดี มุกซักกางเกงในของฉินหวยหรูน่ะใช้ไม่ได้ผลหรอก
อี้จงไห่หน้ามืดตามัว ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรแล้ว ตรงดิ่งไปเคาะประตูบ้านฉินหวยหรูทันที
เมื่อเจี่ยจางซื่อเห็นอี้จงไห่เดินเข้ามาในบ้านโดยไม่หลบเลี่ยงสายตาผู้คน แม้ในใจจะไม่พอใจ แต่เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในวันข้างหน้า ยายเฒ่าก็ยอมอดทนไว้
"ลุงใหญ่ ยายเฒ่าหูหนวกว่ายังไงบ้างคะ แกจะมาเมื่อไหร่ ถ้าขืนปล่อยให้จู้จื่อกับโหลวเสี่ยวเอ๋อกินข้าวเสร็จ แล้วพวกนั้นออกไปกันหมด เราจะแย่เอานะคะ" พอเห็นอี้จงไห่ ฉินหวยหรูก็รีบยิงคำถามเป็นชุด
อี้จงไห่คว้ามือฉินหวยหรูมากุมไว้ด้วยความเคยชิน แล้วพูดว่า "เฮ้อ อย่าพูดถึงเลย ยายเฒ่าน่ะตั้งใจจะให้จู้จื่อแต่งงานกับโหลวเสี่ยวเอ๋อมาตั้งแต่แรกแล้ว"
"อะแฮ่ม" เจี่ยจางซื่อส่งเสียงกระแอมขัดจังหวะด้วยความไม่พอใจที่เห็นอี้จงไห่กุมมือลูกสะใภ้ตัวเองไว้
อี้จงไห่ปรายตามองเจี่ยจางซื่อแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มมองมือเล็ก ๆ ที่ตัวเองกุมอยู่ แล้วจำใจต้องปล่อยมือ
"ลุงใหญ่คะ ถ้าจู้จื่อแต่งงานไป แล้วบ้านเราจะทำยังไงดีล่ะคะ" ฉินหวยหรูน้ำตาร่วงเผาะทันที
ครั้งนี้หล่อนร้องไห้จากใจจริง
ถ้าเหออวี่จู้ยังไม่แต่งงาน รอไปอีกสักสองปีพอเขาเริ่มอายุมากขึ้น ก็ต้องเริ่มกังวลเรื่องคนเลี้ยงดูยามแก่เฒ่าแน่ ๆ ถึงตอนนั้นแค่บอกเขาว่าป้างเกิงจะยอมเลี้ยงดูเขา เขาก็คงจะหันมาดีกับครอบครัวหล่อนเหมือนอย่างที่อี้จงไห่ทำแน่ ๆ
แต่ถ้าเหออวี่จู้แต่งงานไปล่ะก็ ทุกอย่างก็จบเห่กันพอดี
"หวยหรู เธออย่าเพิ่งใจร้อนไป พวกเรามาช่วยกันคิดหาทางกันก่อนดีกว่า ว่าแต่เธอรู้ไหมว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอไปไหน"
อี้จงไห่รู้ดีว่าเหออวี่จู้ให้ความสำคัญกับการแต่งงานมากแค่ไหน ถ้าขืนเขาเป็นคนออกหน้าไปพังงานแต่งของเหออวี่จู้กับโหลวเสี่ยวเอ๋อด้วยตัวเองล่ะก็ เหออวี่จู้คงแตกหักกับเขาชนิดที่มองหน้ากันไม่ติดไปจนวันตายแน่ ๆ
การจะพังงานแต่งของเหออวี่จู้ ต้องยืมมือคนอื่นทำ ถึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด
ฉินหวยหรูอ่านใจอี้จงไห่ออกทันที ตอนนี้หล่อนไม่เหมาะที่จะออกหน้าไปพังงานแต่งของเหออวี่จู้กับโหลวเสี่ยวเอ๋อด้วยตัวเองหรอก ต่อให้ออกหน้าไป ก็ใช่ว่าจะได้ผลตามที่หวังไว้
สวี่ต้าเม่ากับเหออวี่จู้เป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน เขาไม่มีทางทนดูโหลวเสี่ยวเอ๋อแต่งงานกับเหออวี่จู้ได้แน่ ขอแค่สวี่ต้าเม่ารู้เรื่องที่สองคนนี้กำลังจะแต่งงานกัน เขาต้องออกโรงมาขัดขวางแน่นอน
แต่ไอ้สวี่ต้าเม่าบ้าเอ๊ย จะไปไหนไม่ไป ทำไมต้องมาออกไปข้างนอกเอาวันนี้ด้วยนะ
ฉินหวยหรูทำหน้าเศร้าแล้วตอบว่า "ตอนที่จิงหรูออกไป หล่อนไม่ได้บอกฉันหรอกค่ะว่าจะไปไหน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน"
"เธอใจเย็น ๆ ก่อนนะ เดี๋ยวพวกเรารีบออกไปตามหาพวกเขากันเถอะ ไม่แน่ว่าอาจจะอยู่แถว ๆ นี้ก็ได้" อี้จงไห่เห็นท่าทีร้อนรนของฉินหวยหรู ก็รู้สึกสงสารจนต้องรีบเอ่ยปากปลอบใจ
"แถวนี้ก็กว้างจะตายไป ลำพังพวกเราสองคน จะงมเข็มในมหาสมุทรไปถึงเมื่อไหร่กันคะ"
อี้จงไห่คิดตามก็เห็นด้วย จึงบอกว่า "เอาอย่างนี้ เธออยู่บ้านคอยถ่วงเวลาพวกนั้นไว้ ส่วนฉันจะพาคนออกไปตามหาฉินจิงหรูเอง"
เพราะเวลาเป็นเงินเป็นทอง อี้จงไห่จึงรีบหันหลังวิ่งออกไปทันที
พออี้จงไห่คล้อยหลังไป เจี่ยจางซื่อก็ด่ากราดใส่ฉินหวยหรูทันที "นังจิ้งจอกจอมยั่วสวาท ทำมาส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้อี้จงไห่ต่อหน้าต่อตาฉัน แกนี่มันไม่รู้จักยางอายบ้างเลยหรือไง"
"แม่คะ ฉันก็ทำเพื่อบ้านเราทั้งนั้นแหละค่ะ มีแค่ลุงใหญ่คนเดียวเท่านั้นที่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเรา ถ้าฉันปฏิเสธความหวังดีของเขา ก็จะไม่มีใครหน้าไหนมาเหลียวแลพวกเราอีกแล้วนะคะ ฉันก็แค่ยอมให้เขาจับมือเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยซะหน่อย"
ต่อให้หล่อนจะทำเรื่องอย่างอื่น เจี่ยจางซื่อก็ไม่มีปัญญาไปห้ามได้หรอก ที่ยายเฒ่าพูดดักคอไว้ ก็เพื่อเตือนสติฉินหวยหรู ไม่ให้ทำอะไรเกินงาม และที่สำคัญคือห้ามมีความคิดที่จะแต่งงานใหม่เด็ดขาด
(จบบท)