- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุค 60 พลิกชะตาในลานสี่ประสาน
- บทที่ 181 ขัดขวางงานแต่งของเหออวี่จู้
บทที่ 181 ขัดขวางงานแต่งของเหออวี่จู้
บทที่ 181 ขัดขวางงานแต่งของเหออวี่จู้
คนที่ร้อนใจที่สุดย่อมหนีไม่พ้นอี้จงไห่ หลังจากฉินหวยหรูจากไป เขาก็รีบวิ่งตามไปหายายเฒ่าหูหนวกที่ลานหลังเพื่อขอคำปรึกษาทันที
"แกว่าไงนะ จู้จื่อจะแต่งงานกับเสี่ยวเอ๋อเหรอ ดี ดีมากเลย" ท่าทีของยายเฒ่าหูหนวกผิดคาดไปจากที่อี้จงไห่คิดไว้อย่างสิ้นเชิง ยายเฒ่าไม่ควรจะโกรธเกรี้ยวเหมือนเขาหรอกหรือ?
อี้จงไห่คิดว่ายายเฒ่าหูหนวกคงฟังไม่ถนัด จึงกระซิบที่ข้างหูแกอีกครั้ง "ยายเฒ่าครับ จู้จื่อนี่มันเหลวไหลเกินไปแล้ว จะแต่งงานกับโหลวเสี่ยวเอ๋อทั้งที ก็ไม่ยอมมาขอความเห็นชอบจากพวกเราเลย ผมว่าเราจะปล่อยให้หมอนี่ทำตามอำเภอใจไม่ได้นะครับ ต้องหาทางหยุดงานแต่งนี้ให้ได้"
ยายเฒ่าหูหนวกเริ่มแกล้งหูตึงอีกครั้ง "แกว่าไงนะ จะให้เตรียมซองแดงให้จู้จื่อเหรอ จงไห่เอ๊ย ฉันจะบอกให้นะ งานแต่งของจู้จื่อกับเสี่ยวเอ๋อเนี่ย เป็นโอกาสดีที่สุดที่พวกแกสองคนจะกลับมาคืนดีกันเลยนะ แกต้องเตรียมซองแดงใบใหญ่ ๆ ให้พวกเขาสองคนเลยล่ะรู้ไหม"
อี้จงไห่ร้อนใจจนแทบกระอักเลือด ไฟจะลามถึงคิ้วอยู่แล้ว ยายเฒ่าหูหนวกยังมาแกล้งหูหนวกตาบอดใส่เขาอีก
"แล้วคนที่ยายตั้งใจจะแนะนำให้จู้จื่อล่ะครับ? ถ้าเขาแต่งกับโหลวเสี่ยวเอ๋อไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นจะทำยังไงล่ะครับ?"
เวลาแบบนี้ อี้จงไห่จะเอ่ยชื่อฉินหวยหรูออกมาตรง ๆ ไม่ได้ จึงต้องยกเอาผู้หญิงที่ยายเฒ่าหูหนวกตั้งใจจะแนะนำให้มาเป็นข้ออ้าง มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะทำให้ยายเฒ่ายอมออกโรงได้
ยายเฒ่าหูหนวกเลิกแกล้งหูตึง แกคิดว่าถึงเวลาต้องเปิดเผยความจริงกับอี้จงไห่เสียที จะปล่อยให้เขามาทำลายแผนการของแกไม่ได้
"คนที่ฉันกะจะแนะนำให้จู้จื่อ ก็คือโหลวเสี่ยวเอ๋อนี่แหละ จงไห่เอ๊ย ฉันจะบอกอะไรให้นะ ในลานสี่ประสานแห่งนี้ ไม่มีใครเหมาะสมกับจู้จื่อเท่าเสี่ยวเอ๋ออีกแล้ว เสี่ยวเอ๋อเป็นคนจิตใจดี ยังไงก็ต้องคอยดูแลแกกับชุ่ยหลานยามแก่เฒ่าแน่ ๆ รอให้หล่อนแต่งงานกับจู้จื่อเมื่อไหร่ ฉันจะให้หล่อนช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้จู้จื่อยอมคืนดีกับแกเอง"
โหลวเสี่ยวเอ๋อเนี่ยนะ?
ยายเฒ่าหูหนวกไปถูกตาต้องใจโหลวเสี่ยวเอ๋อได้ยังไงกัน?
เขาควรจะคิดได้ตั้งนานแล้ว ว่ายายเฒ่าหูหนวกน่ะรู้จักคนไม่มากนักหรอก คนที่อายุไล่เลี่ยกับเหออวี่จู้ ก็มีแค่โหลวเสี่ยวเอ๋อคนเดียวนี่แหละ
แต่ทำไมเขาถึงนึกไม่ถึงว่าเป็นโหลวเสี่ยวเอ๋อกันล่ะ?
ก็เพราะโหลวเสี่ยวเอ๋อมีลูกไม่ได้น่ะสิ เขาหลงคิดมาตลอดว่ายายเฒ่าหูหนวกรักและเอ็นดูเหออวี่จู้มาก ไม่มีทางเลือกผู้หญิงที่เป็นหมันมาเป็นเมียให้เขาเด็ดขาด
หรือว่าจุดประสงค์ของยายเฒ่าจะเหมือนกับเขา ที่อยากให้เหออวี่จู้ไร้ทายาทสืบสกุล?
จู่ ๆ อี้จงไห่ก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา ยายเฒ่าหูหนวกนี่ช่างน่ากลัวจริง ๆ เหออวี่จู้ดีกับแกขนาดนั้น แกยังกล้าวางแผนให้เขาไร้ทายาทได้ลงคอ
แม้จุดประสงค์ของยายเฒ่าหูหนวกจะเหมือนกับเขา แต่วิธีการที่ใช้นั้นช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว วิธีของยายเฒ่าหูหนวกอยู่นอกเหนือการควบคุมของเขา เขาไม่มีวันยอมตกลงเด็ดขาด
"ยายเฒ่าครับ โหลวเสี่ยวเอ๋อกับจู้จื่อไม่เหมาะสมกันหรอก หล่อนมีลูกไม่ได้ แล้วต่อไปใครจะเลี้ยงดูจู้จื่อตอนแก่ล่ะครับ"
"เหลวไหล เสี่ยวเอ๋อจะท้องไม่ได้ได้ยังไง ฉันดูโหงวเฮ้งมาหมดแล้ว เสี่ยวเอ๋อต้องคลอดลูกชายตัวจ้ำม่ำให้จู้จื่อได้แน่ ๆ"
ไฟริษยาในใจอี้จงไห่ลุกโชน เหออวี่จู้มีสิทธิ์อะไรถึงจะได้ลูกชายตัวจ้ำม่ำสืบสกุล
ไม่ว่าโหลวเสี่ยวเอ๋อจะมีลูกได้หรือไม่ เหออวี่จู้ก็ห้ามแต่งงานกับหล่อนเด็ดขาด
"ยายเฒ่าครับ ประวัติครอบครัวของโหลวเสี่ยวเอ๋อก็ไม่ดี แถมยังเคยแต่งงานมาแล้ว ไม่คู่ควรกับจู้จื่อหรอกครับ หล่อนแต่งงานกับจู้จื่อ ก็คงไม่ได้มาจากความจริงใจแน่ ๆ ผมว่าเราควรจะทบทวนเรื่องนี้กันใหม่นะครับ"
ยายเฒ่าหูหนวกพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและหวังดี "จงไห่เอ๊ย ทำไมแกถึงได้หัวรั้นขนาดนี้นะ ครั้งนี้แกต้องเชื่อฉัน การที่จู้จื่อแต่งงานกับเสี่ยวเอ๋อ มันต้องไม่ผิดพลาดแน่นอน"
ทั้งสองคนต่างก็เป็นพวกหัวแข็งดื้อรั้น ต่างฝ่ายต่างพยายามหาทางโน้มน้าวอีกฝ่ายให้ได้
ป้ารองที่เพิ่งไปฟังเรื่องซุบซิบจากข้างนอกมา ก็รีบวิ่งแจ้นกลับมาเล่าให้หลิวไห่จงฟังที่บ้านทันที
หลังจากเล่าจบ ป้ารองก็ยังไม่ลืมที่จะใส่ความเห็นส่วนตัวลงไปด้วย "ไม่มีใครเห็นโหลวเสี่ยวเอ๋อเดินเข้าไปในบ้านจู้จื่อเลยนะ คุณว่าเมื่อคืนสองคนนั้นจะแอบหลับนอนด้วยกันหรือเปล่า ตาเฒ่าหลิว คุณจะเรียกประชุมลานบ้านเพื่อสั่งสอนจู้จื่อสักหน่อยไหม"
หลิวไห่จงตกใจจนสะดุ้ง รีบพูดสวนขึ้นมาทันที "นี่เธอเบาเสียงหน่อยสิ อย่าให้คนอื่นได้ยินเข้า ฉันขอเตือนเธอไว้เลยนะ ช่วงนี้ห้ามไปตอแยจู้จื่อเด็ดขาด"
ป้ารองเห็นเหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผากหลิวไห่จง ก็รู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก พอลองคิดทบทวนดูดี ๆ ช่วงนี้พฤติกรรมของหลิวไห่จงมันดูผิดปกติไปจริง ๆ นั่นแหละ พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเหออวี่จู้ทีไร เขาก็มักจะหลบเลี่ยงไปให้ไกลตลอด
"คุณเป็นอะไรไปเนี่ย โอกาสดีขนาดนี้ จะปล่อยไปง่าย ๆ ได้ยังไง เสียดายแย่เลย"
หลิวไห่จงมองท่าทีตื่นเต้นของป้ารอง แล้วก็นึกถึงตอนที่ตัวเองโดนเหออวี่จู้หิ้วคอเสื้อขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว รวมถึงคำเตือนของหัวหน้าหลี่หลังจากเกิดเรื่องด้วย
เขาพยายามข่มความวู่วามในใจ แล้วพูดกับป้ารองว่า "เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง จู้จื่อตอนนี้เป็นคนโปรดของหัวหน้าหลี่นะ หัวหน้าหลี่กำชับไว้เป็นพิเศษเลยว่าห้ามใครไปแตะต้องเขาเด็ดขาด"
"ทำไมคุณถึงได้ขี้ขลาดตาขาวแบบนี้ล่ะ ต่อให้ไปแตะต้องเขาไม่ได้ พวกเราก็ดัดหลังเขากลางลานบ้านได้นี่นา อุตส่าห์จับจุดอ่อนเขาได้ทั้งที ยังต้องกลัวว่าต่อไปเขาจะไม่เชื่อฟังเราอีกเหรอ" ป้ารองรู้สึกขัดใจกับความขี้ขลาดของหลิวไห่จง
หลิวไห่จงทนไม่ไหว ตบโต๊ะปัง "ฉันบอกว่าห้ามไปตอแยเขา ก็คือห้ามไปตอแยเขา ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงฮะ!"
ป้ารองตกใจจนผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วบ่นอุบอิบด้วยความไม่พอใจ "ตกลงว่าทำไมถึงห้ามไปตอแยเขา คุณก็ต้องบอกเหตุผลฉันมาสิ"
หลิวไห่จงจนปัญญา จึงจำใจต้องเล่าเรื่องที่ตัวเองถูกเหออวี่จู้หิ้วคอเสื้อขึ้นมาด้วยมือเดียวให้ฟัง เรื่องนี้หัวหน้าหลี่กำชับคนที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคนแล้วว่าห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด แต่ถ้าแค่บอกเมียตัวเองก็คงไม่เป็นไรมั้ง
ป้ารองเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "ที่คุณพูดน่ะเรื่องจริงเหรอ จู้จื่อจะไปมีเรี่ยวแรงมหาศาลขนาดนั้นได้ยังไง"
"เหลวไหล ฉันจะแต่งเรื่องโกหกแบบนี้มาหลอกเธอเพื่ออะไรล่ะ"
พอป้ารองแน่ใจว่าเรื่องนี้เป็นความจริง หล่อนก็ไม่กล้าพูดเรื่องจะไปสั่งสอนเหออวี่จู้อีกเลย คนที่สามารถหิ้วหลิวไห่จงขึ้นมา แถมยังเหวี่ยงออกไปได้เนี่ย นี่มันยิ่งกว่าแม่ทัพกลับชาติมาเกิดซะอีก
ความสนใจของป้ารองเปลี่ยนจากเรื่องสั่งสอนเหออวี่จู้ มาอยู่ที่ตัวหลิวไห่จงแทน หล่อนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นสุด ๆ "ตอนที่คุณโดนจู้จื่อจับหิ้วขึ้นมาน่ะ ความรู้สึกมันเป็นยังไงเหรอ"
"มีอะไรน่าถามนักหนา เธอแค่จำไว้ว่าอย่าไปหาเรื่องจู้จื่อสุ่มสี่สุ่มห้าก็พอแล้ว"
หลิวไห่จงพร่ำสั่งสอนกำชับกำชาอยู่ที่บ้าน ก็เพื่อให้มั่นใจว่าหล่อนจะไม่ไปตอแยเหออวี่จู้เด็ดขาด วันนั้นที่เขาเอาตัวรอดมาได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ก็เพราะล้มไปทับร่างจางโหย่วเต๋อพอดี ส่วนจางโหย่วเต๋อน่ะเหรอ ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่โรงพยาบาลตั้งหลายวัน ป่านนี้ยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลย
ถ้าป้ารองไปยั่วโมโหเหออวี่จู้เข้า แล้วโดนเขาจับหิ้วขึ้นมาเหวี่ยงทิ้งต่อหน้าธารกำนัลล่ะก็ นอกจากจะเสียหน้าแล้ว ยังต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลอีกต่างหาก
หลิวไห่จงอาศัยความเป็นผู้นำครอบครัว กดขี่ป้ารองไว้ไม่ให้ออกไปก่อเรื่อง
ส่วนทางด้านอี้จงไห่นั้นกลับต้องหน้าหงายกลับมาจากยายเฒ่าหูหนวก การมัดมือชกด้วยศีลธรรมใช้กับแกไม่ได้ผลเลย ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไร ยายเฒ่าก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ
เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าฉินหวยหรูดีกว่าโหลวเสี่ยวเอ๋อตั้งเยอะแยะ ทำไมยายเฒ่าหูหนวกถึงไปถูกตาต้องใจโหลวเสี่ยวเอ๋อได้ แล้วเหออวี่จู้อีกคน ทั้งที่รู้ว่าโหลวเสี่ยวเอ๋อมีลูกไม่ได้ ก็ยังจะดันทุรังแต่งงานกับหล่อนอีก นี่อยากจะไร้ทายาทสืบสกุลขนาดนั้นเลยหรือไง?
รสชาติของการไร้ทายาทสืบสกุลมันทนรับได้ง่าย ๆ ซะที่ไหน
ที่เขาสภาพตกต่ำลงมาเป็นแบบนี้ ก็ไม่ใช่เพราะเรื่องไร้ทายาทหรอกหรือ? ถ้าเขามีลูกสักคน ก็คงไม่ต้องมาโดนเหออวี่จู้รังแกย่ำยีขนาดนี้หรอก
อี้จงไห่เดินออกจากบ้านยายเฒ่าหูหนวก แต่ก็ไม่ได้กลับบ้านทันที เขาเอาแต่เดินวนเวียนไปมาอยู่ในลานหลัง
ไม่ว่ายังไง ก็ต้องขัดขวางไม่ให้เหออวี่จู้แต่งงานกับโหลวเสี่ยวเอ๋อให้ได้ โหลวเสี่ยวเอ๋อจนป่านนี้ยังเอาแต่นอนตื่นสาย เมียที่ขี้เกียจสันหลังยาวแบบนี้ จะไปหวังพึ่งให้มาคอยปรนนิบัติดูแลคนอื่น สู้ไปนอนฝันกลางวันยังจะดูเป็นจริงมากกว่าเลย
ถ้าจะพูดถึงคนที่คอยปรนนิบัติดูแลเขา ตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวก็คือฉินหวยหรู หล่อนทั้งขยันขันแข็ง จิตใจดี และที่สำคัญที่สุดคือหล่อนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา ฉินหวยหรูอยากจะแต่งงานกับเหออวี่จู้ ก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเขา บุญคุณครั้งนี้มากพอที่จะเป็นหลักประกันว่าฉินหวยหรูจะยอมปรนนิบัติดูแลเขาในยามแก่เฒ่าอย่างเต็มใจ
พอเงยหน้าขึ้นมองไปทางบ้านของสวี่ต้าเม่ากับหลิวไห่จง อี้จงไห่ก็คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้
(จบบท)