- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุค 60 พลิกชะตาในลานสี่ประสาน
- บทที่ 180 ความคิดผุดขึ้นกะทันหัน
บทที่ 180 ความคิดผุดขึ้นกะทันหัน
บทที่ 180 ความคิดผุดขึ้นกะทันหัน
โหลวเสี่ยวเอ๋อมองอาหารบนโต๊ะ แล้วเงยหน้ามองเหออวี่จู้ด้วยสายตาเปี่ยมรัก ก่อนเอ่ยว่า "จัดงานแต่งให้ฉันหน่อยสิ เอาในห้องนี้แหละ เราสองคนมากราบไหว้ฟ้าดินแต่งงานกันเถอะ"
"ตกลง" เหออวี่จู้รับคำโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่าโหลวเสี่ยวเอ๋อเตรียมตัวมาล่วงหน้าแล้ว หล่อนหยิบผ้าแดงผืนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ทั้งสองคนช่วยกันลงมือตัดแบ่งผ้าแดง แล้วเริ่มตกแต่งภายในห้อง
ไม่มีพยานในพิธี ไม่มีเถ้าแก่จัดงาน มีเพียงคนสองคนที่รักกัน กำลังจัดเตรียมห้องหออันแสนเรียบง่ายให้แก่ตัวเอง
ความสุขสมรื่นเริงในค่ำคืนนั้น ย่อมไม่ต้องบรรยายให้มากความ
เวลาที่ทั้งคู่ตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นก็สายมากแล้ว
เหออวี่จู้โอบกอดโหลวเสี่ยวเอ๋อที่นอนซบอยู่บนตัวเขา เขารู้สึกว่าจะปล่อยให้หล่อนจากไปแบบเงียบ ๆ หงอย ๆ ไม่ได้
"เสี่ยวเอ๋อ เรามาเปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเรากันเถอะ"
โหลวเสี่ยวเอ๋อ ยกมือขึ้นปิดปากเหออวี่จู้ แล้วเอ่ยว่า "ไม่ได้หรอก ทำแบบนั้นมันจะส่งผลเสียต่อคุณนะ"
"ไม่เป็นไรหรอก เราสองคนยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันซะหน่อย ไม่มีผลกระทบอะไรหรอก ไม่ว่ายังไง ผมก็ต้องประกาศสถานะของคุณในลานสี่ประสานแห่งนี้ให้ชัดเจนให้ได้"
แม้ปากโหลวเสี่ยวเอ๋อจะบอกว่าไม่ได้ แต่ในใจกลับหวั่นไหวกับข้อเสนอของเหออวี่จู้เป็นอย่างมาก สิ่งที่หล่อนต้องการมากที่สุดก็คือการได้แต่งงานกับเหออวี่จู้อย่างเปิดเผยสง่าผ่าเผย และมีลูกที่แข็งแรงให้เขาสักคน
แต่วันนี้หล่อนจะต้องจากไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้พบเหออวี่จู้เด่นอีกหรือไม่ การกราบไหว้ฟ้าดินแต่งงานกันเมื่อคืน ก็เพียงเพื่ออยากทิ้งความทรงจำไว้ให้ตัวเองสักเรื่องหนึ่งเท่านั้น
ข้อเสนอของเหออวี่จู้ตรงกับสิ่งที่หล่อนใฝ่ฝันมาตลอด หากทำตามที่เขาบอก ความทรงจำชิ้นนี้ก็จะยิ่งสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
โหลวเสี่ยวเอ๋อตัดใจปฏิเสธไม่ลงจริง ๆ จึงพยักหน้ารับ
วันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อน ยกเว้นบ้านที่ขัดสนจริง ๆ คนส่วนใหญ่ต่างก็ไม่ได้ออกไปไหน สาเหตุก็เพราะสถานการณ์ภายนอกที่ทุกคนยังมองไม่ออก จึงกลัวจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนเอาภัยเข้าตัว
ส่วนเหออวี่จู้ที่ถูกจับตามองมาตลอด ก็ค่อนข้างจะเป็นเป้าสายตา ปาเข้าไปเกือบสิบโมงแล้วก็ยังไม่ตื่น ไม่ใช่แค่เหออวี่จู้ แม้แต่โหลวเสี่ยวเอ๋อก็ยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลยเช่นกัน
อี้จงไห่กับฉินหวยหรู ต่างรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาพร้อมกัน เมื่อเช้าต่างก็ชะเง้อคอมองไปทางบ้านเหออวี่จู้ จากในลานกลางอยู่หลายรอบ
ในที่สุด ประตูบ้านของเหออวี่จู้ก็เปิดออก เหออวี่จู้กับโหลวเสี่ยวเอ๋อในชุดเสื้อผ้าใหม่เอี่ยม เดินเคียงคู่กันออกมา
ฉินหวยหรูที่อยู่ในลานบ้าน ขยี้ตาตัวเองแรง ๆ ถึงได้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาดไป แต่โหลวเสี่ยวเอ๋อควรจะอยู่ในห้องของเหออวี่สุ่ยไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงเดินออกมาจากห้องของเหออวี่จู้ได้ล่ะ
หรือว่าเมื่อคืนสองคนนี้จะนอนด้วยกัน?
ฉินหวยหรูส่ายหน้า เมื่อคืนหล่อนไปแอบฟังความเคลื่อนไหวที่หน้าบ้านเหออวี่จู้มาแล้ว ในบ้านเงียบกริบ ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาเลย ชายหญิงอยู่ด้วยกันตามลำพังในห้อง ถ้าไม่ทำอะไรกันเลย มันจะเป็นไปได้งั้นเหรอ? แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้
แล้วทำไมสองคนนี้ถึงเดินออกมาจากข้างในได้ล่ะ?
"โหลวเสี่ยวเอ๋อ ทำไมเธอถึงไปอยู่ในห้องของจู้จื่อได้ล่ะ?" ไม่รู้ก็ต้องถาม สำหรับเรื่องของเหออวี่จู้แล้ว ฉินหวยหรูย่อมต้องซักไซ้ไล่เลียงให้ถึงที่สุด
เสียงของฉินหวยหรูดังมาก อี้จงไห่ที่อยู่ในบ้านพอได้ยินเข้า ก็รีบวิ่งพรวดพราดออกมาทันที
เมื่อเห็นเหออวี่จู้กับโหลวเสี่ยวเอ๋อยืนแนบชิดสนิทสนมกัน ราวกับเป็นสามีภรรยากันก็ไม่ปาน
สีหน้าของอี้จงไห่ก็มืดครึ้มลงจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้ เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าโหลวเสี่ยวเอ๋อเข้าไปในห้องของเหออวี่จู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
"จู้จื่อ เธอสองคนช่วยรักษาหน้าตากันหน่อย" อี้จงไห่ปลอบใจตัวเองในใจ ว่าสองคนนั้นไม่ได้มีอะไรเกินเลยกัน ทุกอย่างก็แค่เรื่องบังเอิญ
"เราสองคนคบหาดูใจกันตามปกติ อีกเดี๋ยวก็จะเตรียมตัวแต่งงานกันแล้ว มีอะไรต้องระวังหน้าตากันอีก" เหออวี่จู้ตอบกลั้วรอยยิ้ม การประกาศความสัมพันธ์กับโหลวเสี่ยวเอ๋อถือเป็นเรื่องน่ายินดี ต่อให้น้ำเสียงของอี้จงไห่จะฟังดูไม่เข้าหู แต่เหออวี่จู้ก็ไม่อยากจะอารมณ์เสีย เพราะมันรังแต่จะทำให้ตัวเองขุ่นข้องหมองใจเปล่า ๆ
คบหาดูใจกัน! จะเตรียมตัวแต่งงานกัน!
กะละมังซักผ้าในมือฉินหวยหรูร่วงหล่นลงพื้น น้ำในกะละมังสาดกระเซ็นเจิ่งนองไปทั่ว แต่หล่อนกลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
"ไม่ได้นะ พวกเธอสองคนไม่เหมาะสมกันหรอก" ฉินหวยหรูร้องตะโกนเสียงหลง
"ฉินหวยหรู เธอประสาทกลับไปแล้วหรือไง ฉันกับจู้จื่อไม่เหมาะสมกันตรงไหน ต่อไปฉันก็จะได้เป็นเมียของจู้จื่อแล้ว เลิกใช้มารยาตื้น ๆ ต่อหน้าเขาสักทีเถอะ" โหลวเสี่ยวเอ๋อก้าวออกมาย้อนฉินหวยหรูไปหนึ่งดอก
"ฉัน..." ฉินหวยหรูมองท่าทีเย็นชาของเหออวี่จู้กับโหลวเสี่ยวเอ๋อ แม้จะมีคำพูดอัดอั้นอยู่ในใจเป็นหมื่นเป็นพันคำก็พูดไม่ออก หล่อนไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงอะไรไปพูดเรื่องพวกนั้นได้เลย
แต่อี้จงไห่กลับทนไม่ไหว เหออวี่จู้คือเป้าหมายที่เขาเล็งไว้ให้มาเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า เรื่องจะแต่งงานทำไมถึงไม่มารายงาน เขายังไม่ได้อนุมัติเลยนะ
"จู้จื่อ เรื่องที่เธอจะแต่งงาน ทำไมไม่เห็นบอกฉันกับยายเฒ่าหูหนวกเลยล่ะ อย่างน้อยก็ต้องให้พวกเราช่วยดูให้ก่อนสิ" อี้จงไห่รู้ตัวดีว่าน้ำหนักคำพูดของตัวเองมีไม่พอ จึงลากเอายายเฒ่าหูหนวกมาเป็นข้ออ้าง
เหออวี่จู้บ้วนน้ำบ้วนปากทิ้ง แล้วตอบกลับไปว่า "ผมจะแต่งงาน แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับพวกคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงต้องให้พวกคุณมาช่วยสแกน หมาจับหนู แส่เรื่องชาวบ้านไม่เข้าเรื่อง เสี่ยวเอ๋อ ป่ะ เรากลับเข้าบ้านไปกินข้าวกันเถอะ"
โหลวเสี่ยวเอ๋อขานรับ แล้วยื่นผ้าขนหนูของตัวเองให้เหออวี่จู้ พอเหออวี่จู้เช็ดหน้าเสร็จ ก็ส่งคืนให้โหลวเสี่ยวเอ๋อ หล่อนรับผ้าขนหนูมา ซักในกะละมังจนสะอาด แล้วยกกะละมังเดินตามหลังเหออวี่จู้เข้าห้องไป
ภาพทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติและเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ทว่ากลับดูขัดหูขัดตาใครบางคนเหลือเกิน
ฉินหวยหรูเดินเข้าไปหาอี้จงไห่ "ลุงใหญ่คะ จู้จื่อกับโหลวเสี่ยวเอ๋อจะแต่งงานกันแล้ว ทำยังไงดีคะ"
อี้จงไห่มองสีหน้าหมดอาลัยตายอยากของฉินหวยหรู ในใจก็รู้สึกปวดร้าวเป็นอย่างมาก ถ้าเหออวี่จู้แต่งงานไปจริง ๆ แล้วต่อไปใครจะคอยดูแลหล่อนล่ะ
"หวยหรู เธออย่าเพิ่งร้อนใจไป จู้จื่อน่ะไม่คู่ควรกับโหลวเสี่ยวเอ๋อเลยสักนิด เรื่องของสองคนนี้ไม่มีทางสำเร็จหรอก เดี๋ยวฉันจะไปหายายเฒ่าหูหนวกซะหน่อย" ในใจอี้จงไห่ก็แอบร้อนรนอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังรู้สึกว่าพอมีทางขัดขวางไม่ให้เหออวี่จู้แต่งงานกับโหลวเสี่ยวเอ๋อได้
ดวงตาของฉินหวยหรูทอประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะหม่นแสงลงอีกครั้ง โหลวเสี่ยวเอ๋อ กับยายเฒ่าหูหนวกก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ในลานสี่ประสานแห่งนี้ ยายเฒ่าหูหนวกก็มักจะออกโรงปกป้องแค่เหออวี่จู้กับโหลวเสี่ยวเอ๋อเท่านั้น แล้วแบบนี้ยายเฒ่าจะยอมขัดขวางงานแต่งของทั้งคู่เหรอ?
หล่อนหันไปมองอี้จงไห่อีกครั้ง ก็พบว่าสีหน้าของเขาดูแน่วแน่มาก จากที่รู้จักอี้จงไห่มา หากเขาแสดงสีหน้าแบบนี้เมื่อไหร่ ก็แปลว่าจะต้องทำตามเป้าหมายให้สำเร็จจงได้
ยายเฒ่าหูหนวกก็รักอี้จงไห่เหมือนลูกในไส้ บางทีอาจจะยอมฟังคำเกลี้ยกล่อมของเขาก็ได้
ไม่ว่ายังไง ก็ต้องขอลองดูสักตั้ง
ฉินหวยหรูไม่มีอารมณ์จะซักผ้าต่อแล้ว หล่อนยกกะละมังเดินกลับเข้าบ้านตัวเองไป
เมื่อเจี่ยจางซื่อ ได้ยินข่าวว่าเหออวี่จู้จะแต่งงานกับโหลวเสี่ยวเอ๋อ ในใจก็รู้สึกปั่นป่วนไปหมด แน่นอนว่ายายเฒ่าเกลียดที่บ้านเหออวี่จู้มีความเป็นอยู่ที่ดี แต่กลับไม่ยอมจุนเจือครอบครัวหล่อนเลยสักนิด
แต่สิ่งที่หล่อนทนไม่ได้ยิ่งกว่า ก็คือการปล่อยให้เหออวี่จู้กับฉินหวยหรูมีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือต่อกัน พอตอนนี้เหออวี่จู้จะแต่งงาน เจี่ยจางซื่อก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าฉินหวยหรูจะหอบผ้าตามผู้ชายไปแต่งงานใหม่อีกแล้ว
"ซาจู้กำลังจะแต่งงานแล้ว แกก็ตัดใจซะเถอะ เลิกวาดฝันลม ๆ แล้ง ๆ ได้แล้ว"
ฉินหวยหรูตั้งใจจะกลับมาระบายความอัดอั้นตันใจที่บ้าน พอได้ยินคำพูดของเจี่ยจางซื่อเข้า ก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาทันที
"แม่คะ ฉันจะไปวาดฝันอะไรได้ล่ะ ถ้าจู้จื่อแต่งงานกับโหลวเสี่ยวเอ๋อจริง ๆ ต่อไปเขาต้องไม่ยอมช่วยบ้านเราแน่ ๆ แล้วแม่คิดว่าหลังจากนี้บ้านเราจะใช้ชีวิตกันยังไง ถ้าจู้จื่อยังไม่แต่งงาน ลุงใหญ่ก็ยังพอหาทางบีบให้เขามาช่วยบ้านเราได้ แต่ถ้าเขาแต่งงานไป บ้านเราก็เตรียมนอนรอความลำบากได้เลย"
เจี่ยจางซื่ออ้าปากค้าง ในใจก็รู้สึกขมขื่นไม่แพ้กัน ยายเฒ่าไม่มีวันยอมทนกัดก้อนเกลือกินแน่ ๆ
"งั้นก็ปล่อยให้มันแต่งงานไม่ได้สิ แกมีวิธีพังงานดูตัวของมันไม่ใช่เหรอ? รีบไปจัดการสิ มัวยืนบื้ออยู่ทำไม"
ฉินหวยหรูยิ้มขื่น มารยาเหล่านั้นของหล่อน เอาไปใช้จัดการกับแม่สาวหน้าใหม่จากข้างนอกน่ะได้ผลชะงัดนัก แต่ถ้าจะเอาไปใช้กับโหลวเสี่ยวเอ๋อ มีหวังได้โดนหัวเราะเยาะกลับมาน่ะสิ
"แม่คะ ลุงใหญ่ไปหายายเฒ่าหูหนวกแล้ว เดี๋ยวเรามารอดูท่าทีทางฝั่งยายเฒ่าหูหนวกก่อนเถอะค่ะ"
"จริงด้วย ซาจู้จะแต่งงานหรือไม่ อี้จงไห่นั่นแหละที่ร้อนใจที่สุด พวกเราก็แค่รอดูผลงานตามหลังมันก็พอแล้ว" เจี่ยจางซื่อนึกถึงเจตนาของอี้จงไห่ออก ก็แอบรู้สึกยินดีปรีดาขึ้นมาทันที
(จบบท)