เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - วาจาหวังดีมิอาจรั้งผีร้ายที่รนหาที่ตาย!

บทที่ 3 - วาจาหวังดีมิอาจรั้งผีร้ายที่รนหาที่ตาย!

บทที่ 3 - วาจาหวังดีมิอาจรั้งผีร้ายที่รนหาที่ตาย!


บทที่ 3 - วาจาหวังดีมิอาจรั้งผีร้ายที่รนหาที่ตาย!

พวกหลี่เสวียนเทียนที่อยู่ในห้องต่างพากันจ้องเขม็งไปยังลานบ้านตาไม่กะพริบ แผ่พลังจิตออกไปจับสัมผัสอย่างรัดกุม เกรงว่าจะพลาดรายละเอียดสำคัญแม้แต่วินาทีเดียว

"ไอ้ลูกชาย ยอดฝีมือท่านนี้จะไหวแน่เหรอ ถึงเขาจะแข็งแกร่งมาก แต่ฝ่ายตรงข้ามก็เป็นถึงวิญญาณจารย์ระดับแปดสิบเก้าถึงสามคนเลยนะ"

หลี่เสวียนเทียนคิดว่าลิโป้น่าจะเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับจอมราชันย์วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่นานนัก จึงอดที่จะรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้

"นั่นสิชิงเอ๋อร์ แบบนี้มันไม่อวดเก่งไปหน่อยหรือ" หลิ่วซิงเยว่เอ่ยด้วยความกังวลเช่นกัน

"วางใจเถอะน่า! พวกท่านทั้งสองคอยดูให้ดีก็แล้วกัน มาแล้ว!" หลี่ฉางชิงปลอบประโลมทั้งสอง ก่อนจะมองเห็นเงาร่างสามสายพุ่งทะยานผ่านน่านฟ้าเหนือลานบ้านมาด้วยความเร็วสูง

ทั้งสามแผ่กลิ่นอายพลังอันมหาศาล สวมชุดคลุมสีดำมิดชิด เผยให้เห็นเพียงดวงตาอันแสนเย็นเยียบและอำมหิต ราวกับอสรพิษร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดยามราตรี

"หอโลหิตสังหาร! ไม่นึกเลยว่าพวกมันจะส่งนักฆ่าของหอโลหิตสังหารมา แย่แล้วล่ะสิ ประสบการณ์ต่อสู้และเล่ห์เหลี่ยมของพวกมันร้ายกาจกว่าวิญญาณจารย์ในระดับเดียวกันมากนัก ราชวงศ์ใบเมเปิลสีชาดช่างอำมหิตจริงๆ!" สองสามีภรรยาตระกูลหลี่ตกตะลึง เพราะหอโลหิตสังหารคือองค์กรนักฆ่าที่ลือชื่อ ขอเพียงแค่จ่ายค่าตอบแทนที่สูงพอ แม้แต่จอมราชันย์วิญญาณศักดิ์สิทธิ์พวกมันก็สามารถลอบสังหารได้

ลิโป้ยืนไพล่หลัง ท่วงท่าสง่างามราวกับกำลังรอคอยคนทั้งสามมาเป็นเวลานานแล้ว

"หืม?"

หนึ่งในนั้นอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ แววตาเย็นยะเยือกวาบผ่านดวงตาของมัน มันมองลงมาจากเบื้องบนแล้วเอ่ยถาม "แกเป็นใคร ตระกูลหลี่ให้ผลประโยชน์อะไรแก่แก"

พวกมันทั้งสามไม่ใช่คนโง่ การที่มีสุดยอดฝีมือแปลกหน้ามาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ย่อมต้องเป็นกำลังเสริมที่ตระกูลหลี่เชิญมาอย่างแน่นอน

"ลงมือได้แล้ว! คนตายไม่จำเป็นต้องรู้อะไรให้มากความ!" ลิโป้ยืนหยัดอย่างองอาจ ก่อนจะเอ่ยเสริมอีกประโยค "อ้อ งัดพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกแกออกมาซะล่ะ ไม่งั้นจะไม่มีโอกาสได้ใช้อีกแล้วนะ"

"หึหึหึ~! อวดดีนักนะ!"

"พวกเราอาละวาดมาแล้วทั่วทั้งสามจักรวรรดิ แกเป็นคนแรกเลยนะที่กล้าอวดดีขนาดนี้"

"ในเมื่อรนหาที่ตายนัก ก็จะสนองให้! น้องรอง น้องสาม เปิดวิญญาณยุทธ์!"

ทันใดนั้นทั้งสามก็ค่อยๆ ร่อนลงจอดกลางลานบ้าน วงแหวนวิญญาณแปดวงปรากฏขึ้นรอบกาย เคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ

เหลืองสอง ม่วงสาม ดำสาม!

และเบื้องหลังของพวกมันทั้งสามก็ปรากฏร่างวิญญาณยุทธ์ของแต่ละคน หมาป่ามารกระหายเลือด ราชสีห์คลั่งเพลิงทมิฬ และอสรพิษวิญญาณหลอน!

เมื่อทั้งสามปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมา กลิ่นอายอันเย็นยะเยือกและบ้าคลั่งก็แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ วงแหวนวิญญาณทั้งแปดวงมอบความมั่นใจให้พวกมันอย่างเปี่ยมล้น "โชว์วงแหวนของแกออกมาสิ!"

เมื่อได้ยินดังนั้น ลิโป้ก็แบมือทั้งสองข้างออกอย่างหน่ายๆ เขาบอกไปแล้วแท้ๆ ว่าให้งัดท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา ถือเป็นการให้โอกาสพวกมันอย่างเต็มที่แล้ว

แต่ไอ้สวะสามตัวนี้กลับยังมัวแต่ทำตัวหยิ่งผยองและพล่ามไร้สาระอยู่ได้

วาจาหวังดีมิอาจรั้งผีร้ายที่รนหาที่ตายได้จริงๆ!

"ตายซะ!"

พริบตาต่อมา พลังวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออก พลังจิตไร้สภาพพุ่งเข้าปกคลุมร่างของทั้งสามในทันที สีหน้าของพวกมันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกสุดขีด พวกมันรู้ดีว่าคนผู้นี้แข็งแกร่ง แต่ไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เพียงแค่แรงกดดันก็รุนแรงจนแทบจะบดขยี้พวกมันได้แล้ว

"กายแท้วิญญาณ..."

"อั้ก!!!"

"น้องสาม~!!"

ในขณะที่ยังตกอยู่ในความตื่นตะลึง ร่างของลิโป้ก็พุ่งทะยานราวกับภูตผี เขาตวัดขาเตะอัดร่างของหนึ่งในนั้นจนปลิวลอยละลิ่ว กระแทกพื้นอย่างแรง เสียงกระดูกแตกหักดังลั่นพร้อมกับเลือดคำโตที่พุ่งกระฉอกออกจากปาก

ดับเครื่องชนในพริบตา!

แม้ร่างกายของวิญญาณจารย์ระดับแปดสิบเก้าจะแข็งแกร่งมาก ทว่านั่นก็ต้องดูด้วยว่ากำลังเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ระดับไหน ลิโป้แสยะยิ้มที่มุมปาก เผยให้เห็นแววตาเย้ยหยัน "ให้โอกาสแล้วแต่พวกแกไม่รู้จักใช้เองนะ!"

"ทักษะวิญญาณที่หก เงามารพันธนาการ!!"

"ทักษะวิญญาณที่เจ็ด กายแท้วิญญาณยุทธ์!"

และในชั่วพริบตานั้นเอง สองคนที่เหลือก็ตั้งสติได้ทัน ทันใดนั้นร่างของราชสีห์เพลิงก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับอสรพิษวิญญาณทมิฬที่พุ่งเข้ามารัดพัน

"วิชาปาหี่!" ลิโป้แสดงสีหน้าดูแคลน ร่างของเขาพุ่งทะยานอีกครั้งพร้อมกับหมุนตัวกลางอากาศ ฟาดหน้าแข้งลงมาอย่างเกรี้ยวกราด

ความเร็วของเขานั้นเหนือชั้นเกินไป อยู่คนละระดับอย่างสิ้นเชิง หนึ่งในนั้นหมดทางหลบหลีกโดยสิ้นเชิง เสียงดังปังสนั่นหวั่นไหว ร่างของมันร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง

"เป็นไปไม่ได้!!! ทำไมแกถึงแข็งแกร่งขนาดนี้!!"

"ท่านจอมราชันย์ ข้าคือนักฆ่าป้ายเงินแห่งหอโลหิตสังหาร..."

"ปัง!"

ลิโป้ซัดหมัดออกไปเต็มแรง ทะลวงทะลุร่างกายแท้วิญญาณยุทธ์ของคนสุดท้ายอย่างง่ายดาย ฝ่ามือใหญ่ราวกับคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ลำคอ ทำให้เสียงร้องขอชีวิตของมันขาดห้วงไปในทันที

"ชาติหน้าก็อย่าพูดมากอีกล่ะ" ลิโป้ออกแรงบีบที่ฝ่ามือแล้วบิดอย่างแรง เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ วิญญาณจารย์ระดับแปดสิบเก้าถูกหักคอตายคามืออย่างน่าอนาถ

จนถึงตอนนี้ ทั้งสามก็นอนตายเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบอยู่กลางลานบ้าน ส่วนลิโป้นั้นเสื้อผ้ายังคงสะอาดสะอ้านไร้รอยขีดข่วน

เรื่องทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะกินเวลานาน แต่ความจริงแล้วตั้งแต่ที่พวกมันปรากฏตัวจนกระทั่งตกตายไป ใช้เวลาไปเพียงแค่ชั่วอึดใจเท่านั้น และที่สำคัญคือลิโป้ยังไม่ได้ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมาเลยแม้แต่น้อย

[ขอแสดงความยินดีด้วย โฮสต์ ลิโป้ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านได้ทำการสังหารวิญญาณจารย์ระดับสูงสามคน ท่านได้รับแต้มสังหารยี่สิบเจ็ดแต้ม]

ภายในห้อง พวกหลี่เสวียนเทียนถึงกับช็อกจนตาค้าง รูม่านตาเบิกกว้าง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้

โดยเฉพาะหลี่หลิงเอ๋อร์ที่เบิกตากว้างอ้าปากค้างจนแทบจะยัดกล้วยเข้าไปได้ทั้งหวี

"หา? เอาจริงดิระบบ นี่ระดับแปดสิบเก้าเลยนะ ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ที่ไหน ฆ่าคนนึงได้แค่เก้าแต้มเองเนี่ยนะ แกคำนวณผิดหรือเปล่า" หลี่ฉางชิงเองก็ตกใจกับความแข็งแกร่งของลิโป้ไม่น้อย ซึ่งเรื่องนี้มันก็อยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว แต่ที่นึกไม่ถึงก็คือการสังหารวิญญาณจารย์ระดับสูงตั้งสามคนกลับได้แต้มสังหารมาแค่ยี่สิบเจ็ดแต้มนี่สิ

[โฮสต์ ตัวเลขหลักร้อยหลักพันมันวุ่นวายจะตายไป ถ้าวันข้างหน้าพวกแกไปล่าเทพขึ้นมาแต้มมันจะไม่ทะลุหลักร้อยล้านเลยหรือไง เอาแบบง่ายๆ ได้ใจความนี่แหละ จะไปตั้งค่าให้อลังการงานสร้างทำไมให้เหนื่อย]

หลี่ฉางชิงถึงกับขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วย

"นายน้อย ศัตรูถูกข้าจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ"

เมื่อได้ยินดังนั้น พวกหลี่เสวียนเทียนก็เพิ่งจะได้สติ แววตาที่มองไปยังลิโป้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ทว่าส่วนลึกในใจกลับแฝงไว้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

ยอดฝีมือที่เก่งกาจถึงเพียงนี้ พลังคงไม่ด้อยไปกว่าท่านนายท่านผู้เฒ่าแน่ๆ!

"อืม ทำได้ดีมาก!"

"ท่านพ่อ ท่านแม่ คราวนี้พวกท่านวางใจได้แล้วใช่ไหมขอรับ มีลิโป้อยู่ที่นี่ ตระกูลหลี่ของเราไม่มีใครหน้าไหนมาทำลายได้หรอก และนี่ก็ดึกมากแล้ว ลูกขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะขอรับ"

พูดจบ หลี่ฉางชิงก็รีบจ้ำอ้าวกลับห้องตัวเองทันที เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นว่าแต้มสังหารยี่สิบเจ็ดแต้มนี้จะสามารถอัปเกรดอะไรได้บ้าง

หลี่เสวียนเทียนมองตามแผ่นหลังของลูกชายไป ราวกับว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในความฝัน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวิญญาณจารย์ระดับแปดสิบเก้าที่อยู่ในระดับเดียวกับเขาจะมานอนตายอนาถอยู่กลางลานบ้านง่ายๆ แบบนี้

"ฉางชิง รอพี่ด้วยสิ!" หลี่หลิงเอ๋อร์ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้น ขอแค่ครอบครัวปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว นางรีบวิ่งตามไปติดๆ ทว่าพอไปถึงหน้าห้องของหลี่ฉางชิง ประตูก็ถูกปิดกระแทกใส่หน้าดังปัง พร้อมกับเสียงที่ดังลอดออกมาจากข้างใน

"พี่หลิงเอ๋อร์ ผมจะอาบน้ำนอนแล้ว มีอะไรพรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ"

หลี่หลิงเอ๋อร์กระทืบเท้าด้วยความขัดใจ เบ้ปากบ่นอุบอิบ "ชิ ทำเป็นหวงไปได้ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นซะหน่อย!" นางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบวิ่งกลับไปหาพวกหลี่เสวียนเทียนด้วยความเร่งรีบ

ภายในห้อง หลี่ฉางชิงทนรอไม่ไหวรีบปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ของตัวเองออกมาทันที

"วูบ วูบ วูบ~!"

แสงสว่างวาบขึ้นสามสาย วงแหวนวิญญาณสีเหลืองสองวงและสีม่วงหนึ่งวงลอยโผล่ขึ้นมาจากร่างกายของเขา

วงแหวนวิญญาณทั้งสามวงสวมทับอยู่บนดาบยาวที่เปล่งประกายสายฟ้า ตัวดาบทอแสงสีเงินเจิดจ้าราวกับสายฟ้าที่ฟาดฝ่าผืนฟ้า ดาบเล่มนี้มีความยาวประมาณสามฉื่อกว่าๆ บนตัวดาบสลักลวดลายอัสนีบาตอันลึกลับเอาไว้

นี่คือวิญญาณยุทธ์สืบทอดของตระกูลหลี่ ดาบอัสนีสวรรค์! แต่ดูเหมือนว่าดาบอัสนีสวรรค์ของหลี่ฉางชิงจะมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างจากของหลี่เสวียนเทียนอยู่สักหน่อย

"ระบบ ตอนนี้ข้าอยู่ระดับสามสิบเจ็ด ถ้าเอาแต้มสังหารทั้งหมดไปอัปเกรดพลังวิญญาณ จะเลื่อนไปได้ถึงระดับไหน"

[ระดับห้าสิบสาม! แต่โฮสต์แน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้ ระบบขอแนะนำให้โฮสต์อัปเกรดพลังวิญญาณให้ถึงแค่ระดับสี่สิบก็พอ แล้วเอาแต้มที่เหลือไปอัปเกรดอายุของวงแหวนวิญญาณดีกว่า ยิ่งช่วงแรกร่างกายแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ช่วงหลังก็จะยิ่งดูดซับวงแหวนวิญญาณระดับสูงได้ง่ายขึ้นเท่านั้นนะ]

"แล้วจะสามารถอัปเกรดไอ้วงแหวนขยะสามวงนี่ให้เป็นระดับหมื่นปีได้ไหม"

[วงแหวนที่สองกับสามสามารถอัปเกรดเป็นระดับหมื่นปีได้ แต่มีข้อแม้ว่าท่านต้องไม่อัปเกรดพลังวิญญาณนะ] (หมายเหตุ: ก่อนถึงระดับเก้าสิบ สามารถใช้สิบแต้มสังหารในการอัปเกรดวงแหวนวิญญาณระดับร้อยปีให้เป็นระดับหนึ่งหมื่นปีได้ สองหมื่นปีก็ใช้ยี่สิบแต้ม (ถ้าระดับห้าพันปีอัปเป็นหมื่นปีก็ใช้แค่ห้าแต้ม)... ส่วนการอัปเกรดพลังวิญญาณนั้นจะต้องใช้แต้มเพิ่มขึ้นสิบแต้มจากระดับก่อนหน้า ตัวอย่างเช่น จากระดับสามสิบไประดับสี่สิบใช้ยี่สิบแต้ม จากระดับสี่สิบไประดับห้าสิบใช้สามสิบแต้ม จากระดับห้าสิบไประดับหกสิบใช้สี่สิบแต้ม... จากระดับแปดสิบไประดับเก้าสิบใช้เจ็ดสิบแต้ม หลังระดับเก้าสิบไปแล้วค่อยว่ากันอีกที ⊙﹏⊙)

หลี่ฉางชิงครุ่นคิด แม้ตระกูลหลี่จะดูต้อยต่ำเมื่ออยู่ต่อหน้าราชวงศ์ แต่ก็ถือว่าเป็นตระกูลที่อยู่ในระดับแนวหน้าของจักรวรรดิใบเมเปิลสีชาด ดังนั้นวงแหวนวิญญาณแต่ละวงของเจ้าของร่างเดิมจึงไม่ใช่ระดับไก่กา อย่างวงแหวนวิญญาณวงที่สามก็เป็นถึงระดับห้าพันปีแล้ว

"ตกลง! เอาตามนี้แหละ อัปเกรดพลังวิญญาณให้ถึงระดับสี่สิบ แล้วก็อัปเกรดวงแหวนวิญญาณวงที่สองกับสามให้เป็นระดับหมื่นปี" เมื่อตัดสินใจได้แล้วหลี่ฉางชิงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป รอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าเขาจะรีบไปที่เทือกเขาสัตว์วิญญาณเพื่อหาวงแหวนวิญญาณวงที่สี่ทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - วาจาหวังดีมิอาจรั้งผีร้ายที่รนหาที่ตาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว