- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างพันธุ์เดือด : โคตรคน พิชิตภารกิจนรก
- บทที่ 37 ปืนไรเฟิลยิงแม่นยำ ปลิดชีพผู้บัญชาการอาสาสมัครเมียวดีจากระยะหนึ่งกิโลเมตร!
บทที่ 37 ปืนไรเฟิลยิงแม่นยำ ปลิดชีพผู้บัญชาการอาสาสมัครเมียวดีจากระยะหนึ่งกิโลเมตร!
บทที่ 37 ปืนไรเฟิลยิงแม่นยำ ปลิดชีพผู้บัญชาการอาสาสมัครเมียวดีจากระยะหนึ่งกิโลเมตร!
บทที่ 37 ปืนไรเฟิลยิงแม่นยำ ปลิดชีพผู้บัญชาการอาสาสมัครเมียวดีจากระยะหนึ่งกิโลเมตร!
ปัจจุบัน กองกำลังอาสาสมัครเมียวดีมีจำนวนกว่าสามพันนาย แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงชาวนาที่หยิบปืนขึ้นมาสู้และไม่มีอาวุธหนัก แต่ก็ยังถือเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรัศมีร้อยกิโลเมตร โดยมี ‘ซอมิน’ ลูกชายของซูฉีตู่ เป็นผู้บัญชาการและเป็น ‘ราชา’ ของที่นี่อย่างแท้จริง
ซอมินเป็นคนใช้ชีวิตฟู่ฟ่าและโอหัง วันว่าง ๆ เขามักจะพาบอดี้การ์ดนับร้อยนายออกเดินตรวจตราในย่านที่เจริญที่สุดของเมียวดี ราวกับราชสีห์ที่เดินสำรวจอาณาเขต อย่างเช่นตอนนี้ เขากินมื้อเที่ยงเสร็จก็ออกมาเดินทอดน่องตามถนน
เขาเรียกมันว่า ‘การเดินเล่นหลังมื้ออาหาร’
“ลูกพี่ครับ ช่วงนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดี ผมว่าเรากลับกันเถอะครับ”
‘ไต้อันจุน’ นายทหารคนสนิทของซอมินเอ่ยเตือนด้วยสีหน้ากังวล
“ฮ่า ๆ” ซอมินหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ “กลัวอะไรวะ พวกที่โดนจับน่ะเพราะพวกมันอยู่ตัวคนเดียว แต่อย่างฉันน่ะอยู่ที่ไหน? เมียวดีโว้ย! และฉันคือราชาเพียงหนึ่งเดียวของเมียวด...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง กระสุนนัดหนึ่งก็เจาะทะลุลำคอของเขา เลือดอุ่น ๆ กระเด็นอาบหน้าไต้อันจุน เขายืนเบิกตาค้างมองซอมินที่หน้าซีดเผือด เอามือกุมคอแล้วทรุดฮวบลงกับพื้น
ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจก็ดังระงม “ลูกพี่โดนยิงตายแล้ว!!”
บนดาดฟ้าตึกที่ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตร จินหนานเก็บปืนไรเฟิล HK417 รุ่นลำกล้องยาวอย่างใจเย็น ก่อนจะบ่นด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก “ยิงพลาดแฮะ”
เขาเล็งที่หัวใจ
แต่กระสุนดันไปโดนที่คอ
แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนกัน... คือตายสนิท
หม่าต้าเพิ่นที่ทำหน้าที่พลชี้เป้าข้าง ๆ วางกล้องส่องทางไกลลง แล้วมองจินหนานเหมือนมองสัตว์ประหลาด “พี่เล่นเอาปืนไรเฟิลยิงแม่นยำมายิงแทนปืนซุ่มยิงเลยเหรอเนี่ย”
ถ้าเขาจำไม่ผิด ระยะยิงหวังผลของปืนชนิดนี้อยู่ที่ไม่เกิน 800 เมตร แต่จินหนานกลับยิงเข้าเป้าจากระยะ 1,000 เมตร
นี่มันใช้โปรโกงชัด ๆ
จินหนานไม่ได้สนใจท่าทางช็อกของหม่าต้าเพิ่น เขาหันหลังเดินหนีพลางเตือนสั้น ๆ “รีบไปเถอะ ถ้าช้ากว่านี้จะหนีลำบาก”
หม่าต้าเพิ่นรีบวิ่งตามไปติด ๆ
ระหว่างลงจากตึก หม่าต้าเพิ่นถามด้วยความสงสัย “ทำไมคราวนี้พี่ไม่ลักพาตัว แต่เลือกยิงทิ้งเลยล่ะครับ?”
“เวลาของเราเหลือน้อยแล้ว การยิงทิ้งมันประหยัดเวลากว่าการลักพาตัวเยอะ หวังว่ากระสุนนัดนี้จะช่วยให้ตาแก่ซูฉีตู่กลับมาใช้สมองคิดอะไรที่มีเหตุผลมากขึ้นนะ”
ณ อุทยานเขามินลัต เมืองพะอัน!
ภายในห้องอาหาร ซูฉีตู่กำลังนั่งทานมื้อเที่ยงกับตูเมทิน เมื่อเห็นภรรยามีสีหน้าตึงเครียด เขาจึงคีบเนื้อวัวชุ่มเลือดชิ้นหนึ่งวางลงบนจานของเธอเพื่อปลอบใจ “ฉันไม่ได้เลือดเย็นหรอกนะ แต่ฉันเจอโจรมาเยอะ พวกนี้มันชอบเล่นบทแข็ง ถ้าฉันยอมพวกมันแม้แต่นิดเดียว ต่อไปเราจะโดนจูงจมูกไม่จบไม่สิ้น”
ตูเมทินนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไร ความโกรธยังไม่หายไปแม้แต่นิด
ซูฉีตู่เกลี้ยกล่อมต่อ “เชื่อฉันสิ เดี๋ยวพวกมันก็ต้องติดต่อมาอีก และฉันมั่นใจว่าพวกมันไม่กล้าทำอะไรอองกีหรอก”
ตูเมทินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงอืมในลำคอแล้วคีบเนื้อเข้าปาก
ทว่าเนื้อยังไม่ทันเข้าปาก อองโตก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้อง “ท่านครับ! ทางเมียวดีเพิ่งโทรมาแจ้งว่า...” เขาละล่ำละลักด้วยสีหน้าตระหนกจนพูดไม่ออก
ซูฉีตู่ชำเลืองมองอย่างรำคาญใจพลางวางตะเกียบลง “ทำไม? ซอมินโดนลักพาตัวไปอีกคนหรือไง?” ตอนนี้เขาเริ่มชินกับข่าวคนในบ้านหายตัวไปแล้ว
“เปล่าครับ... คุณชายสาม... ถูกฆ่าตายแล้วครับ”
อองโตกัดฟันรายงานข่าวร้าย
ซูฉีตู่และตูเมทินชะงักงันไปพร้อมกัน ทั้งคู่เบิกตาโพลงมองอองโตด้วยความเหลือเชื่อ ซูฉีตู่ถึงกับปากสั่นพะงาบ ๆ “แกว่าไงนะ... ซอมินเขา...”
อองโตก้มหน้าตอบ “ทางเมียวดีรายงานว่า หลังจากคุณชายทานมื้อเที่ยงเสร็จก็ออกไปเดินตรวจถนน จู่ ๆ ก็ถูกกระสุนยิงเข้าที่คอ เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุครับ”
ใบหน้าของซูฉีตู่ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ตัวเขาแข็งทื่อราวกับหิน
เขาไม่คิดเลยว่าพวกโจรจะกล้าฆ่าลูกชายของเขาจริง ๆ!
“อ๊ากกกกกก!!”
ซูฉีตู่แผดร้องอย่างบ้าคลั่ง เขาผุดลุกขึ้นแล้วปัดโต๊ะอาหารจนพลิกคว่ำ ทำเอาอองโต ตูเมทิน และคนใช้ในห้องต่างถอยหนีด้วยความตกใจ
“ไอ้สารเลว! มันฆ่าลูกชายฉัน! มันกล้าฆ่าลูกชายของฉัน!”
“ฉันจะฆ่าพวกมันให้หมด! จะฆ่าล้างโคตรพวกมัน!”
“โว้ยยยยยย!”
ซูฉีตู่คำรามด้วยโทสะที่พุ่งพล่าน ดวงตาแดงก่ำจนเหมือนจะมีไฟพุ่งออกมา หน้าอกกระเพื่อมอย่างรุนแรง เส้นเลือดที่หน้าผากปูดโปนจนน่ากลัว
“กรี๊ดดดดด!”
ตูเมทินเองก็กอดหัวกรีดร้องออกมาด้วยความขวัญเสีย เพราะเธอเริ่มตระหนักแล้วว่าพวกโจรอาจจะฆ่า ‘อองกี’ ลูกชายสุดที่รักของเธอได้จริง ๆ
อองโตมองดูเจ้านายทั้งสองที่กำลังเสียสติด้วยความทำตัวไม่ถูก ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวว่า ‘ทาย่า’ น้องสาวของเขาอาจจะถูกปลิดชีพเป็นรายต่อไปได้ทุกเมื่อ
ท่ามกลางเสียงตะโกนและเสียงกรีดร้องในห้องอาหาร จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังแทรกขึ้นมา ซูฉีตู่ที่ดวงตาแดงฉานกวาดมองไปทั่วเพื่อหาต้นเสียง เขากำลังต้องการที่ระบายอารมณ์พอดี จนกระทั่งพบว่าเป็นโทรศัพท์ส่วนตัวของเขาเอง
เขากระชากโทรศัพท์ขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์แปลกเบอร์เดิม เขาก็กดรับสายทันทีและเปิดลำโพงพลางด่าลั่น “ไอ้ชาติชั่ว! แกบังอาจฆ่าลูกชายฉัน! ฉันจะฆ่าแกให้ตาย จะฆ่าล้างตระกูลแก!”
“ฮ่า ๆ ๆ”
เสียงหัวเราะอย่างรื่นเริงของจินหนานดังมาจากปลายสาย
เมื่อได้ยินโจรหัวเราะ ซูฉีตู่ก็โกรธจนฟันแทบจะแตก ในจังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากด่าต่อ จินหนานก็หยุดหัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า: “คุณมีเมีย 6 คน ลูกชาย 7 คน ลูกสาว 4 คน ตอนนี้เมีย 5 คน ลูกชาย 4 คน และลูกสาว 2 คนอยู่ในมือผม... นั่นคือพวกที่ยังหายใจอยู่นะครับ ส่วนลูกชายอีกคนเพิ่งจะตายด้วยน้ำมือผมไปเมื่อกี้”
“ตอนนี้คุณเหลือแค่เมียหลวงตูเมทิน ลูกชายคนโตซอวิน ลูกชายคนเล็กเรย์มาน ลูกสาวคนโตตินไล และลูกสาวคนรองมีอา... ผมแค่อยากจะถามว่า ตอนนี้ผมมี ‘คุณสมบัติ’ พอจะเจรจากับคุณได้หรือยัง?”
“เจรจา?” ซูฉีตู่หัวเราะอย่างขมขื่น “แกฆ่าลูกชายฉันแล้วยังจะมาขอเจรจา? ฝันไปเถอะ! ตราบใดที่แกยังอยู่ในพม่า ไม่ว่าแกจะอยู่หรือตาย แกไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่แน่ หลังจากฉันฆ่าแกแล้ว ฉันจะขุดคุ้ยประวัติแกให้หมด และจะฆ่าครอบครัวแกให้เกลี้ยง!”
“ดูเหมือนจะยังคุยกันไม่รู้เรื่องแฮะ ถ้าอย่างนั้น ผมจะฆ่า ‘ซอวิน’ ลูกชายคนโตของคุณก่อนแล้วกัน พูดตามตรงนะ การฆ่าคนน่ะมันสบายกว่าการลักพาตัวเยอะเลย” จินหนานเว้นช่วงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับปลอบโยน “ไม่ต้องห่วงนะครับท่านนายพล อย่างช้าที่สุดก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ผมจะส่งวิญญาณลูกชายคนโตของคุณไปลงนรกเอง”
“หลังจากฆ่าซอวินแล้ว ผมจะให้เพื่อนที่อเมริกาจัดการฆ่าลูกชายคนเล็กของคุณที่เรียนอยู่เกรด 5 โรงเรียนเมคอนในซานฟรานซิสโกด้วย ส่วนฝั่งนี้ ผมก็จะเก็บลูกสาวสองคนที่เหลือของคุณไปเรื่อย ๆ จนถึงภรรยาหลวง และสุดท้าย... ก็คือคุณ ซูฉีตู่!”
ซูฉีตู่หน้าสั่นพะงาบ ๆ กัดฟันพูดทีละคำ “แก... กล้า... ก็... ลอง... ดู!”
“นายทหารยศพลตรีของประเทศมหาอำนาจท่ามกลางกองทัพนับหมื่นผมก็เคยเก็บมาแล้ว นับประสาอะไรกับคุณล่ะครับท่านนายพล?”
“ถ้าผมจะฆ่าคุณ มันง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ เว้นแต่ว่าคุณจะมุดหัวอยู่ในอุทยานเขามินลัตไปตลอดกาล แต่ทันทีที่คุณก้าวเท้าออกมา ต่อให้คุณจะนั่งรถหุ้มเกราะรุ่นไหน กระสุนของผมจะเจาะหัวคุณจนแตกกระจายแน่นอน”