- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างพันธุ์เดือด : โคตรคน พิชิตภารกิจนรก
- บทที่ 8 ฝ่าวงล้อมหนีตาย!
บทที่ 8 ฝ่าวงล้อมหนีตาย!
บทที่ 8 ฝ่าวงล้อมหนีตาย!
บทที่ 8 ฝ่าวงล้อมหนีตาย!
ณ คฤหาสน์หรูแถบชานเมืองสีหนุวิลล์ เถ้าแก่จางกำลังนอนท่ามกลางกลุ่มภรรยาของเขา ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์บนหัวเตียงก็ดังระรัว
เถ้าแก่จางเคยสั่งลูกน้องไว้ว่าถ้าไม่มีเรื่องคอขาดบาดตายห้ามโทรมาตอนกลางคืน เมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้า เขาจึงสะดุ้งตื่นทันที เขาสลัดกลุ่มภรรยาที่หลับใหลออกแล้วกดรับสาย
“ฮัลโหล เกิดอะไรขึ้น?”
“เถ้าแก่ครับ มีคนบุกเข้าไปที่โรงแรมเมนี่ ฆ่าผู้จัดการหลิวกับหลานชายทั้งสามคน แล้วยังยิงมือปืนเราตายไปอีกสามศพ แถมยังพาผู้หญิงที่ห้อง 7011 หนีไปแล้วครับ!”
“อะไรนะ! มีคนกล้าพาตัวจางเสี่ยวปาไปงั้นเหรอ!”
เถ้าแก่จางเบิกตาโพลงด้วยความโกรธแค้น เขาไม่ได้เสียดายพวกผู้จัดการหลิวเลย เพราะขอแค่มีเงิน ลูกน้องก็หาใหม่ได้ไม่ยาก แต่การที่จางเสี่ยวปา สาวงามระดับเทพธิดาถูกชิงตัวไปเนี่ยสิที่ทำให้เขาเจ็บใจและเดือดดาลสุดขีด
“แม่งเอ๊ย! ใครมันหน้าไหนกล้าลูบคมจางเทียนเหล่ยถึงถิ่น! รีบยกพวกตามล่ามันเดี๋ยวนี้ ต้องเอาตัวกลับมาให้ได้!”
เถ้าแก่จางคำรามลั่นใส่โทรศัพท์!
“ครับ ๆ ผมจะรีบพาคนไปเดี๋ยวนี้ครับ”
“พวกมันหนีไปทางไหน?”
“พวกมันปล้นรถหนีไปทางชายฝั่งครับ”
“เข้าใจแล้ว”
เถ้าแก่จางกัดฟันกรอดพลางกดโทรหาคุณพลโม่หลินทันที
“ท่านนายพลโม่หลิน มีคนมาป่วนถิ่นผม พาตัวผู้หญิงคนจีนไปคนหนึ่ง น่าจะเป็นคนจากทางฝั่งจีนส่งมาครับ”
“เราจะปล่อยให้พวกมันหนีไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นท่านเองก็คงจะลำบาก”
“ผมส่งคนตามไปแล้ว แต่ดูเหมือนคนที่มาช่วยจะฝีมือไม่เบา ฆ่าคนของเราไปหลายศพแล้ว ผมอยากขอให้ท่านช่วยส่งกำลังมาสมทบหน่อยครับ”
“ได้ ไม่มีปัญหา พวกมันหนีไปทางไหนล่ะ?”
“ทางชายฝั่งครับ น่าจะมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือเพื่อหาเรือหนี”
“เข้าใจแล้ว!”
หลังจากวางสายจากนายพลโม่หลิน เถ้าแก่จางก็ไม่เหลือความง่วงอีกต่อไป เขารีบแต่งตัวและนำกองกำลังติดอาวุธรุดไปยังโรงแรมเมนี่ทันที
เมื่อเขาลับตาไป บรรดาหญิงสาวบนเตียงต่างพากันลืมตาขึ้น
พวกเธอไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความอิจฉา
‘มีคนมาช่วย... มันดีแบบนี้นี่เอง...’
บนถนนสายหลักของสีหนุวิลล์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 กำลังวิ่งด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตอนนี้จินหนานและเสี่ยวปาอยู่ห่างจากท่าเรือเพียง 3 กิโลเมตร
แต่แล้วที่ทางแยกข้างหน้า รถเก๋งสองคันก็พุ่งออกมาจากซอยข้างทางแล้วจอดขวางถนนสองเลนจนมิด
กลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธห้าหกคนกระโดดลงจากรถ บางคนถือปืนไรเฟิล บางคนถือปืนสั้น พวกเขาใช้ตัวรถเป็นที่กำบังและระดมยิงใส่รถบีเอ็มดับเบิลยูที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
“ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!”
เสียงปืนดังสนั่น กระจกหน้ารถบีเอ็มดับเบิลยูแตกกระจายทันที จินหนานรีบก้มตัวหลบพลางกดหัวเสี่ยวปาให้ต่ำลง มือข้างหนึ่งบังคับพวงมาลัยแน่น อีกข้างเหยียบคันเร่งจมมิดพุ่งเข้าใส่เครื่องกีดขวาง
กลุ่มมือปืนยืนหยัดยิงถล่มจนกระทั่งรถพุ่งมาถึงหน้า เมื่อเห็นว่ารถไม่มีทีท่าจะหยุด พวกเขาจึงแตกฮือหลบไปข้างทางด้วยความหวาดกลัว
“โครม!” เสียงชนดังสนั่นหวั่นไหว รถเก๋งสองคันถูกกระแทกจนเปิดทางออก บีเอ็มดับเบิลยูพุ่งผ่านไปได้แต่ก็เสียการทรงตัวจนพุ่งเข้าชนต้นไม้ริมทางเข้าอย่างจังจนรถหยุดสนิท
บรรยากาศเงียบกริบลงทันที
มือปืนหกคนเดินถือปืนเข้าไปตรวจสอบรถอย่างระมัดระวัง เมื่อพวกเขาขยับเข้าไปใกล้ไม่ถึงสิบเมตร ทันใดนั้น มือที่ถือปืนก็ยื่นออกมาจากหน้าต่างฝั่งคนขับ เสียงปืนดังขึ้นสามนัดติดกัน มือปืนสามคนล้มลงสิ้นใจทันที
ที่เหลืออีกสามคนตกใจสุดขีด ระดมยิงใส่รถจนตัวถังพรุนเป็นรังผึ้ง
เพียงครู่เดียวพวกเขาก็ยิงจนหมดแม็ก ในขณะที่พวกเขากำลังลนลานเปลี่ยนแม็กกาซีน จินหนานก็ก้าวลงจากรถอย่างองอาจและเดินเข้าหาพร้อมเล็งปืนสั้นใส่
ภาพนั้นทำเอามือปืนทั้งสามหน้าซีดเผือด มือที่ถือกระสุนสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้ ร่างกายถอยรั้งไปข้างหลังด้วยสัญชาตญาณ
ในความสับสนอลหม่านนั้น จนกระทั่งจินหนานเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าห่างเพียงเมตรเดียว ทั้งสามคนก็ยังเปลี่ยนแม็กกาซีนไม่เสร็จ
“อย่า...!”
ก่อนที่พวกเขาจะได้ทันอ้อนวอนขอชีวิต จินหนานก็เหนี่ยวไกปลิดชีพ
“ปัง! ปัง! ปัง!”
สามนัดเจาะเข้ากลางหน้าผาก ล้มลงจมกองเลือด
จินหนานเก็บปืนไรเฟิล AK-74 สองกระบอกที่ตกอยู่บนพื้นมาสะพายไว้ และยึดปืนสั้นอีกสี่กระบอก
เขาเก็บรุ่น 54 ไว้หนึ่งกระบอก ส่วนที่เหลือเขาถอดแม็กกาซีนออกแล้วทิ้งปืนไป พร้อมกับรวบรวมกระสุนทั้งหมดจากศพมาไว้กับตัว
จากนั้นเขาเดินไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร แล้วเอ่ยกับเสี่ยวปาที่สั่นเป็นลูกนก “รถใช้ไม่ได้แล้ว เราต้องเดินเท้าไป”
เขารู้ดีว่ากำลังเสริมจะมาถึงในไม่ช้า หากขับรถต่อจะถูกดักทางได้ง่าย ทางรอดที่ดีที่สุดตอนนี้คือการลัดเลาะไปตามกลุ่มอาคาร
ต่อให้พวกมันจะชำนาญพื้นที่แค่ไหน ก็ยากที่จะปิดล้อมเขาในกลุ่มอาคารที่ซับซ้อนได้ แถมการสู้ในที่แคบยังช่วยลดความเสียเปรียบด้านจำนวนคนได้อีกด้วย
“ค่ะ... ค่ะ”
เสี่ยวปาตะเกียกตะกายลงจากรถด้วยความหวาดกลัว หากไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ค้ำคออยู่ เธอคงถอดใจไปนานแล้ว
ทั้งคู่รีบวิ่งออกจากถนนใหญ่แล้วหายลับเข้าไปในตรอกมืด
เมื่อเข้ามาในซอกตึก จินหนานเปิดแอปแผนที่ในมือถือขึ้นมา เพียงชำเลืองมองแวบเดียว เส้นทางหลบหนีก็ปรากฏขึ้นในหัว
เขาปิดมือถือแล้วนำทางเสี่ยวปาวิ่งลัดเลาะไปตามซอกซอย
ผ่านไปราวห้าหกนาที จินหนานพบอาคารร้างหลังหนึ่ง เขาพาเสี่ยวปาปีนหน้าต่างเข้าไป จากนั้นก็นั่งพิงกำแพงและเริ่มบรรจุกระสุนลงแม็กกาซีนอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวปายืนมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง เธอเห็นความชำนาญในการบรรจุกระสุนของเขาจนอดถามไม่ได้ “คุณ... เคยเป็นทหารมาก่อนเหรอคะ?”
จินหนานไม่ตอบ เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาบรรจุกระสุนต่อ
“แล้วคุณแม่ไปหาคุณเจอได้ยังไงคะ...” เสี่ยวปาถามต่อด้วยความอยากรู้เหมือนแมว
จินหนานเริ่มรำคาญ “ถ้าฉันเป็นเธอ ตอนนี้ฉันจะเอาเวลาไปพักผ่อน อย่าเสียแรงไปกับการพูดเรื่องไร้สาระเลย”
เสี่ยวปารีบหุบปากทันทีและหาที่นั่งสงบสติอารมณ์
จินหนานบรรจุกระสุนจนเต็มทุกแม็กกาซีนอย่างรวดเร็ว เขาหยิบ AK-74 ขึ้นมาเสียบแม็กกาซีน กระชากคันรั้งด้วยมือเดียวอย่างคล่องแคล่วแล้วยกปืนขึ้นเล็งทดสอบ
จากนั้นเขาก็ตรวจเช็กอาวุธที่เหลือทั้งหมดด้วยท่าทางแบบเดียวกัน