- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างพันธุ์เดือด : โคตรคน พิชิตภารกิจนรก
- บทที่ 7 เปิดฉากดวลปืน!
บทที่ 7 เปิดฉากดวลปืน!
บทที่ 7 เปิดฉากดวลปืน!
บทที่ 7 เปิดฉากดวลปืน!
“เถ้าแก่จางของเราถูกใจเธอ เลยสั่งห้ามพวกเราแตะต้อง พูดไปคุณอาจจะไม่เชื่อ แต่เถ้าแก่จางเขาไม่ชอบการบังคับ เขาชอบทรมานให้ผู้หญิงยอมสยบให้เองเหมือนการฝึกเหยี่ยว เพราะอย่างนั้นเธอเลยถูกขังไว้ที่ห้อง 7011 เพื่อรอเวลาให้ใจอ่อนครับ”
เมื่อได้รับคำตอบนี้ จินหนานก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอกในใจ
ขอแค่ไม่ได้ถูกย่ำยีก็พอแล้ว
สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือการช่วยคนออกมาได้ในสภาพที่ถูกทำลายจนย่อยยับ ไม่อย่างนั้นคุณป้าข้างบ้านคงใจสลายจนไม่เป็นผู้เป็นคนแน่ ๆ
“โทรศัพท์ไป สั่งให้คนของแกพาเธอมาที่นี่” จินหนานโยนโทรศัพท์บนโต๊ะให้เขา
ผู้จัดการหลิวไม่ได้รีบโทร แต่ถามขึ้นว่า “คุณมาช่วยเธอเหรอ? มาคนเดียวเนี่ยนะ?”
“อย่าพูดมาก รีบโทรซะ!” จินหนานขยับปากกระบอกปืนไปมาเป็นการขู่ เขาไม่มีเวลามาเสวนากับมัน
ผู้จัดการหลิวรีบค้นหาเบอร์โทรศัพท์พลางเอ่ย “คุณช่วยเธอไม่ได้หรอก แค่ก้าวเท้าออกจากโรงแรมนี้ เถ้าแก่จางก็จะรู้เรื่องทันที คุณไม่รู้หรอกว่าอิทธิพลของเขาที่นี่มันยิ่งใหญ่แค่ไหน ต่อให้คุณมีคนร้อยคน ก็พาเธอออกไปไม่ได้”
พูดจบ เขาก็กดโทรออก
“ฮัลโหล ผู้จัดการหลิวครับ”
“เสี่ยวหวัง... พาผู้หญิงที่ห้อง 7011 มาที่ห้อง 3066 เดี๋ยวนี้”
“หา? นั่นผู้หญิงของเถ้าแก่จางไม่ใช่เหรอครับ? ผู้จัดการจะทำอะไ...”
“หุบปาก! เดี๋ยวฉันอธิบายกับเถ้าแก่จางเอง สั่งอะไรก็ทำไปเถอะ!”
“ครับ ๆ ผมจะพาเธอไปเดี๋ยวนี้ครับ”
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งนาที ผู้จัดการหลิวก็วางสาย เขาหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้ง แล้วมองจินหนานด้วยสายตาชื่นชมอย่างแปลกประหลาด “ฝีมือระดับคุณเนี่ย สนใจมาทำงานกับเถ้าแก่จางไหม? เขาชอบคนเก่ง ๆ แบบคุณที่สุด ถ้าคุณยอมมาอยู่ด้วย บางทีเขาอาจจะยอมยกผู้หญิงคนนั้นให้คุณก็ได้ ถึงตอนนั้นทั้งผู้หญิงทั้งเงินคุณก็ได้ครบเลยนะ”
จินหนานได้ยินแล้วก็อดขำไม่ได้ “ฉันฆ่าลูกน้องแกไปตั้งกี่คน แกไม่คิดจะแก้แค้น แต่กลับจะมาชวนฉันเนี่ยนะ? คิดอะไรอยู่กันแน่?”
“ฮ่า ๆ” ผู้จัดการหลิวหัวเราะ “พูดตามตรงนะ ไอ้สามคนที่คุณฆ่าไปน่ะมันคือหลานชายที่บ้านเกิดผมเอง แต่แล้วไงล่ะ? ตายก็ตายไปสิ อย่างน้อยพวกมันก็ได้เสวยสุขมาพอสมควรแล้ว ถือว่าคุ้มแล้ว”
“แกมันไอ้คนเลือดเย็นจริง ๆ” จินหนานแสยะยิ้ม ก่อนจะปักมีดสั้นเข้าที่หน้าอกของผู้จัดการหลิว แทงทะลุหัวใจ ปลิดชีพในดาบเดียว!
จินหนานลุกขึ้น เช็กแม็กกาซีนปืน พบว่ากระสุนเต็มเปี่ยมจึงเหน็บไว้ที่เอว จากนั้นเขาเปิดลิ้นชักโต๊ะไพ่นกกระจอกและพบกระสุนอีกประมาณสามสิบกว่านัด
เขาคว้ากระสุนใส่กระเป๋าแจ็คเก็ตโดยไม่ได้นับ จากนั้นก็ถือมีดสั้นเดินออกจากห้องไปยังหน้าลิฟต์
ตัวเลขบนลิฟต์กำลังเลื่อนลงมา จินหนานจ้องมองหน้าจอไม่วางตา 6... 5... 4... 3...
ลิฟต์หยุดที่ชั้นสามพร้อมเสียงสัญญาณ ประตูค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นชายฉกรรจ์สามคนยืนคุมผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ชายสองคนหิ้วปีกผู้หญิงที่สภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แต่จินหนานก็จำได้ทันทีว่าเธอคือเสี่ยวปา
ชายสามคนในลิฟต์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นชายแปลกหน้าถือมีดสั้นยืนรออยู่
ก่อนที่พวกเขาจะทันได้สติ จินหนานก็พุ่งตัวเข้าไปดุจสายฟ้าฟาด ทุกการลงมือเหี้ยมเกรียมและแม่นยำ เพียงไม่กี่อึดใจ สองคนถูกปาดคอ ส่วนอีกคนถูกแทงเข้าที่หัวใจ
เสี่ยวปาที่ไม่เคยเห็นฉากนองเลือดแบบนี้มาก่อนถึงกับขาอ่อนทรุดลงกับพื้น สั่นเทิ้มด้วยความกลัวพลางถดตัวหนีไปที่มุมลิฟต์
หลังจากกำจัดการ์ดทั้งสามเสร็จ จินหนานไม่ได้หันไปมองเธอ แต่กดปุ่มชั้นหนึ่งทันที เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “เสี่ยวปาใช่ไหม? แม่ของเธอจ้างฉันมาช่วย ตามฉันมาให้ดี ๆ ล่ะ”
‘แม่? มาช่วยฉันเหรอ?’
แววตาที่หม่นหมองของเสี่ยวปาสว่างวาบขึ้นมาทันที หัวใจที่เคยสิ้นหวังเริ่มเห็นแสงรำไร “คุณเป็นคนที่คุณแม่ส่งมาจริง ๆ เหรอคะ?” แม้จะถามออกไป แต่ร่างกายของเธอกลับเลือกที่จะเชื่อใจเขาโดยสัญชาตญาณ เธอรีบลุกขึ้นมายืนชิดหลังเขาไว้แน่น
จินหนานยังคงเรียบเฉย เขามองผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ของประตูลิฟต์
ทันทีที่ตัวเลขชั้นกลายเป็นเลข 1 จินหนานก็ชักปืน 1911 ออกมาเล็งไปที่รอยแยกของประตู เมื่อประตูเปิดออก เขาก็เหนี่ยวไกต่อเนื่องโดยไม่ลังเล
มือปืนสามคนที่ยืนรออยู่หน้าลิฟต์ยังไม่ทันได้ยกปืนขึ้นก็ถูกกระสุนเจาะเข้าที่หัวจนล้มตึงไป
“กรี๊ดดดด!”
พนักงานต้อนรับที่ล็อบบี้แผดร้องด้วยความหวาดกลัว
“ตามมา!”
จินหนานสั่งสั้น ๆ แล้วเดินคุมพื้นที่ออกจากลิฟต์ เขาแวะที่ศพของมือปืนทั้งสาม เมื่อเห็นว่าพวกเขาใช้ปืน 1911 เหมือนกัน เขาจึงรีบถอดแม็กกาซีนของพวกมันมาเก็บไว้ในกระเป๋า ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ประตูหน้าโรงแรม
เสี่ยวปาเดินออกจากลิฟต์มาเห็นศพถูกยิงแสกหน้าสามศพก็ลอบกลืนน้ำลาย เธอเพิ่งตระหนักได้ว่า คุณแม่ของเธอจ้าง ‘ยอดมนุษย์’ แบบไหนมาช่วยเธอกันแน่
“รอฉันด้วย!” เสี่ยวปารีบวิ่งตามจินหนานไป
ทั้งคู่เดินออกจากโรงแรมมาได้อย่างราบรื่น ประจวบเหมาะกับที่มีรถบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 สีดำคันหนึ่งขับมาจอดเทียบหน้าประตู ชายหญิงคู่หนึ่งก้าวลงจากรถ ดูเหมือนจะเป็นนักพนันที่เพิ่งมาถึง
จินหนานพุ่งเข้าไปจ่อปืนที่หัวของฝ่ายชาย “เอากุญแจรถมา”
เมื่อเห็นปากกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่ออยู่ที่หน้าผาก บวกกับเห็นพนักงานในโรงแรมกำลังโกลาหล เจ้าของรถก็หมดใจสู้ รีบส่งกุญแจรถให้ทันที “อย่าฆ่าผมเลย! รถนี่เอาไปเลยครับ!”
จินหนานใช้พานท้ายปืนฟาดให้ชายคนนั้นล้มลงไปเพื่อตัดกำลัง ก่อนจะกระโดดขึ้นแท่นคนขับและสตาร์ทเครื่องยนต์ เสี่ยวปาเองก็ว่องไวไม่แพ้กัน เธอรีบขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังทันที
“มานั่งข้างหน้า!”
จินหนานตะโกนสั่ง
เสี่ยวปารีบย้ายมานั่งที่เบาะข้างคนขับทันที
ในขณะที่ขับรถออกสู่ถนนใหญ่ จินหนานส่งแม็กกาซีนที่ว่างเปล่าให้เสี่ยวปา “ในกระเป๋าแจ็คเก็ตฉันมีกระสุน ช่วยบรรจุให้ที”
“ค่ะ... ค่ะ!”
เสี่ยวปาละล่ำละลักล้วงกระสุนออกมาจากกระเป๋าของจินหนานแล้วพยายามยัดลงในแม็กกาซีนอย่างทุลักทุเล ส่วนจินหนานก็อาศัยจังหวะขับรถเปลี่ยนแม็กกาซีนชุดใหม่ที่เต็มไปด้วยกระสุนเข้าตัวปืน
ก่อนหน้านี้จินหนานยิงไปเพียงสามนัด เสี่ยวปาจึงเติมกระสุนคืนได้ในเวลาไม่นาน เมื่อเสร็จงานที่ได้รับมอบหมาย เธอจึงถามด้วยความกังวล “เราจะไปไหนกันคะ?”
“ท่าเรือ!”
เขาประเมินแล้วว่าการหนีทางบกกลับประเทศนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ แค่จะหนีออกจากสีหนุวิลล์ยังยากเลย ทางรอดเดียวคือการออกทะเล
จินหนานเหยียบคันเร่งจนมิด พุ่งทะยานมุ่งหน้าสู่ท่าเรือที่ใกล้ที่สุด
ระยะทางถึงท่าเรือคือ 6 กิโลเมตร
แต่นี่จะเป็น 6 กิโลเมตรที่อันตรายที่สุดในชีวิต!