เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ปะทะเดือดที่ท่าเรือ!

บทที่ 9 ปะทะเดือดที่ท่าเรือ!

บทที่ 9 ปะทะเดือดที่ท่าเรือ!


บทที่ 9 ปะทะเดือดที่ท่าเรือ!

เมื่อเตรียมอาวุธพร้อมสรรพ จินหนานก็พาเสี่ยวปาออกจากอาคารร้าง มุ่งหน้าสู่ท่าเรือต่อ

ในขณะเดียวกัน กองกำลังของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และทหารของนายพลโม่หลินเกือบสองร้อยนายได้เข้าปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ และกระจายกำลังกันตรวจค้นทุกซอกทุกซอยแบบปูพรม

จินหนานเดินลัดเลาะมาได้ราวสองนาที เขาก็ได้ยินเสียงคนคุยกันจากทางข้างหน้า จึงรีบดึงตัวเสี่ยวปาไปแอบที่มุมตึก

“มีคนบอกว่า มากันแค่คนเดียวเองนะ”

“แม่งโคตรใจถึงเลยวะ มาคนเดียวกล้าบุกมาช่วยคนถึงนี่”

“ระวังหน่อยนะเว้ย ไอ้คนนี้มันฆ่าคนของเราไปเยอะแล้ว”

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนเสี่ยวปาได้ยินชัดเจน เธอตัวสั่นงันงกคว้าชายเสื้อจินหนานไว้แน่น

ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ทหารสองนายในชุดลายพรางเดินผ่านมุมกำแพงมา จินหนานไม่รอช้า พุ่งตัวออกไปพร้อมมีดสั้น ปักเข้าที่ต้นคอด้านหลังของทหารนายแรก ทหารอีกนายตกใจสุดขีดกำลังจะยกปืนขึ้นสู้ แต่มีดสั้นก็ปักเข้าที่ลำคอของเขาเสียก่อน

“ฉึก!”

จินหนานถอนมีดออกมา เลือดจากลำคอทหารพุ่งกระฉูดออกมาทันที

เสี่ยวปามองภาพนั้นตาค้าง แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นเขาฆ่าคน แต่ทักษะการสังหารที่ลื่นไหลปานเทพบุตรแห่งความตายนั้นทำให้เธออึ้งจนพูดไม่ออก

‘คุณแม่คะ... ยอดคนแบบนี้คุณแม่ไปหามาจากไหนกันเนี่ย!’

จินหนานย่อตัวลงยึดแม็กกาซีนปืน AK-74 จากศพแล้วโยนให้เสี่ยวปา “ช่วยถือที”

“ค่ะ... ค่ะ!”

“พวกมันอยู่นี่!”

เสี่ยวปาเพิ่งจะรับแม็กกาซีนมาได้ มือปืนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์สามคนก็ปรากฏตัวที่ทางแยกหน้าตรอก พวกเขาตะโกนลั่นพร้อมระดมยิงเข้าใส่

กระสุนเจาะเข้ากำแพงจนสะเก็ดหินกระเด็น

จินหนานหมอบลงทันทีและยิงโต้ตอบอย่างแม่นยำ

“ปัง ๆ ๆ ๆ!”

เสียงปืนไรเฟิลแผดสนั่น มือปืนทั้งสามล้มตึงไปตาม ๆ กัน

จินหนานลุกขึ้นพรวดแล้วตะโกนบอกเสี่ยวปา “ตามมา!” เขาถือปืนตั้งท่าเตรียมพร้อมและวิ่งนำไป เสี่ยวปาแม้จะหวาดกลัวแต่ก็รีบวิ่งตามไปติด ๆ

ก่อนจะออกจากตรอกเพื่อเข้าสู่ทางแยกใหญ่ มือปืนอีกสองคนพุ่งออกมาแต่ถูกจินหนานยิงคว่ำไปก่อนอย่างว่องไว

เขารู้ดีว่ากำลังเสริมจะมาถึงในไม่ช้า จึงไม่ได้เสียเวลาเก็บแม็กกาซีน และรีบพาเสี่ยวปามุดเข้าสู่อีกตรอกหนึ่งทันที

แต่พื้นที่แถบนี้ถูกปิดล้อมไว้เกือบหมดแล้ว จินหนานต้องปะทะกับศัตรูเกือบทุกนาที แต่โชคดีที่ศัตรูมากันเป็นกลุ่มย่อย เขาจึงจัดการได้ไม่ยากนัก

“ปัง ๆ ๆ!”

“ปัง ๆ!”

เสียงปืนดังขึ้นประปรายเป็นระยะ ทุกครั้งที่เสียงปืนดังขึ้น หมายถึงจินหนานได้เผชิญหน้ากับศัตรู และหมายถึงจะมีศพเพิ่มขึ้นด้วยฝีมือของเขา

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง

จินหนานพาเสี่ยวปาฝ่าวงล้อมมาถึงถนนใหญ่ได้สำเร็จ ตอนนี้เขาจำไม่ได้แล้วว่าฆ่าไปกี่คน รู้เพียงแต่ว่ากระสุนเหลือเพียงแม็กกาซีนสุดท้ายในมือ และปืน 1911 ที่เอวอีกหนึ่งแม็กกาซีนเท่านั้น

“เร็วเข้า!”

ท่าเรืออยู่แค่ฝั่งตรงข้ามถนน จินหนานหอบหายใจพลางลากเสี่ยวปาวิ่งข้ามไป เสียงปืนจากข้างหลังดังไล่หลังมา กระสุนแฉลบผ่านหูเขาไปจนได้ยินเสียงวีดหวิว

แต่เขาไม่มีท่าทีหวั่นไหว ชีวิตที่ต้องคลุกคลีกับห่ากระสุนแบบนี้เขาผ่านมาโชกโชนถึงหกปีเต็ม

เมื่อพาเสี่ยวปาข้ามถนนมาได้ จินหนานกดตัวเธอลงให้หมอบกับพื้น ส่วนเขาก็หมอบลงเล็งปืนใส่รถกระบะติดอาวุธที่พุ่งเข้ามา

เขาสาดกระสุนไปครึ่งแม็ก รถกระบะเสียหลักพุ่งอัดเข้ากับพุ่มไม้ริมทาง เสียงปืนสงบลงชั่วขณะ

“ไป!”

จินหนานฉุดเสี่ยวปาลุกขึ้นแล้ววิ่งสุดฝีเท้าเข้าสู่ท่าเรือ

ขณะนี้เป็นเวลาตีสี่ ประกอบกับเป็นช่วงพักฤดูทำประมง เรือประมงจำนวนมากจึงจอดเรียงรายอยู่ที่ท่าเรือโดยไร้ผู้คน จินหนานกวาดสายตาไปรอบ ๆ จนกระทั่งล็อกเป้าหมายที่เรือสปีดโบ๊ทความยาวสิบกว่าเมตรลำหนึ่ง

เขาพาเสี่ยวปาวิ่งไปบนสะพานไม้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ไม่นานทั้งคู่ก็กระโดดขึ้นไปบนเรือได้สำเร็จ

จินหนานรีบวิ่งขึ้นไปยังห้องควบคุมชั้นบน เขาใช้พานท้ายปืนฟาดเข้าที่แผงควบคุมสายไฟจนพังยับ

“โครม! โครม!”

กล่องสายไฟแตกกระจาย เผยให้เห็นสายไฟระยิบระยับอยู่ภายใน

จินหนานมองหาชุดสายไฟสตาร์ทและดึงออกมาเตรียมจะต่อสายตรง แต่ในจังหวะนั้นเอง หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างจนต้องชะงัก

‘เชี่ยเอ๊ย!’

กุญแจเสียบคาอยู่ที่รูกุญแจใต้พวงมาลัย!

เรือบ้านไหนวะเนี่ย ทิ้งกุญแจไว้ให้เสร็จสรรพ!

จินหนานแอบบ่นในใจพลางยัดสายไฟกลับที่เดิมแล้วบิดกุญแจสตาร์ททันที

“บรึ้ม!” เครื่องยนต์สปีดโบ๊ทคำรามขึ้นมาในพริบตา

“อา! สตาร์ทติดแล้ว! ติดแล้ว!”

เสี่ยวปาที่อยู่บนดาดเรือดีใจจนน้ำตาแทบไหล

ในที่สุดเธอก็จะได้ออกไปจากนรกแห่งนี้เสียที

“หยุดนะโว้ย!”

“ยิงมัน!”

“ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ!”

มือปืนเกือบสามสิบคนกรูมาถึงท่าเรือ พวกเขาตะโกนด่าทอด้วยความโมโหพลางสาดกระสุนใส่เรือที่กำลังถอยหลัง

ห่ากระสุนพุ่งเข้าใส่ประดุจพายุ จินหนานรีบหมอบลงทันที ส่วนเสี่ยวปาที่เริ่มมีประสบการณ์ก็หมอบแนบชิดกับพื้นดาดเรือไม่ยอมเงยหน้า

ท่ามกลางพายุลูกตะกั่ว จินหนานไม่กล้าเงยหัวขึ้นมามอง เขาใช้สัญชาตญาณบังคับเรือให้ถอยห่างออกมา เมื่อประเมินว่าระยะปลอดภัยพอควรแล้ว เขาก็หักพวงมาลัยและเหยียบคันเร่งจมมิด

“บรึ้มมมม!” สปีดโบ๊ทหักหัวเลี้ยวขวับพุ่งทะยานออกสู่ท้องทะเลกว้าง

มือปืนบนฝั่งได้แต่ยืนด่าทอและระดมยิงตามหลังมา แต่ด้วยความเร็วของเรือ เพียงไม่กี่อึดใจมันก็ทิ้งห่างออกไปสามสี่ร้อยเมตร

กลุ่มมือปืนลดปืนลงด้วยความจนใจ ได้แต่มองดูเรือที่เล็กลงเรื่อย ๆ

ระยะขนาดนี้ สำหรับพวกเขาแล้วมันยากเกินกว่าจะยิงถูก ไม่มีประโยชน์ที่จะเปลืองกระสุนอีกต่อไป

“แม่งเอ๊ย! คนตั้งกี่ร้อยตามล่าคนแค่สองคน ยังปล่อยให้มันหนีไปได้!”

บนดาดเรือ เสี่ยวปามองดูท่าเรือที่ค่อย ๆ ลับตาไป เธอตื่นเต้นจนลุกขึ้นกระโดดโลดเต้น “เรารอดแล้ว! เราทำสำเร็จแล้ว!”

วินาทีนี้เธอรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่

ด้วยความดีใจ เธอรีบวิ่งขึ้นไปหาจินหนานที่ห้องควบคุมเพื่อจะร่วมฉลองความสำเร็จ แต่เธอกลับพบว่า จินหนานกำลังถือปืนไรเฟิลเล็งย้อนกลับไปที่ท่าเรือ

“ระยะขนาดนี้จะยิงถูกเหรอคะ?” เธอถามเสียงแผ่วด้วยความสงสัย

ทั้งมืด ทั้งไกลสี่ห้าร้อยเมตร แถมเรือยังวิ่งส่ายไปมาด้วยความเร็วสูง แต่ทันทีที่สิ้นเสียงเธอ “ปัง!” ประกายไฟพุ่งออกจากปากกระบอก AK-74 ลูกตะกั่วแหวกอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 9 ปะทะเดือดที่ท่าเรือ!

คัดลอกลิงก์แล้ว