- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างพันธุ์เดือด : โคตรคน พิชิตภารกิจนรก
- บทที่ 9 ปะทะเดือดที่ท่าเรือ!
บทที่ 9 ปะทะเดือดที่ท่าเรือ!
บทที่ 9 ปะทะเดือดที่ท่าเรือ!
บทที่ 9 ปะทะเดือดที่ท่าเรือ!
เมื่อเตรียมอาวุธพร้อมสรรพ จินหนานก็พาเสี่ยวปาออกจากอาคารร้าง มุ่งหน้าสู่ท่าเรือต่อ
ในขณะเดียวกัน กองกำลังของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และทหารของนายพลโม่หลินเกือบสองร้อยนายได้เข้าปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ และกระจายกำลังกันตรวจค้นทุกซอกทุกซอยแบบปูพรม
จินหนานเดินลัดเลาะมาได้ราวสองนาที เขาก็ได้ยินเสียงคนคุยกันจากทางข้างหน้า จึงรีบดึงตัวเสี่ยวปาไปแอบที่มุมตึก
“มีคนบอกว่า มากันแค่คนเดียวเองนะ”
“แม่งโคตรใจถึงเลยวะ มาคนเดียวกล้าบุกมาช่วยคนถึงนี่”
“ระวังหน่อยนะเว้ย ไอ้คนนี้มันฆ่าคนของเราไปเยอะแล้ว”
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนเสี่ยวปาได้ยินชัดเจน เธอตัวสั่นงันงกคว้าชายเสื้อจินหนานไว้แน่น
ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ทหารสองนายในชุดลายพรางเดินผ่านมุมกำแพงมา จินหนานไม่รอช้า พุ่งตัวออกไปพร้อมมีดสั้น ปักเข้าที่ต้นคอด้านหลังของทหารนายแรก ทหารอีกนายตกใจสุดขีดกำลังจะยกปืนขึ้นสู้ แต่มีดสั้นก็ปักเข้าที่ลำคอของเขาเสียก่อน
“ฉึก!”
จินหนานถอนมีดออกมา เลือดจากลำคอทหารพุ่งกระฉูดออกมาทันที
เสี่ยวปามองภาพนั้นตาค้าง แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นเขาฆ่าคน แต่ทักษะการสังหารที่ลื่นไหลปานเทพบุตรแห่งความตายนั้นทำให้เธออึ้งจนพูดไม่ออก
‘คุณแม่คะ... ยอดคนแบบนี้คุณแม่ไปหามาจากไหนกันเนี่ย!’
จินหนานย่อตัวลงยึดแม็กกาซีนปืน AK-74 จากศพแล้วโยนให้เสี่ยวปา “ช่วยถือที”
“ค่ะ... ค่ะ!”
“พวกมันอยู่นี่!”
เสี่ยวปาเพิ่งจะรับแม็กกาซีนมาได้ มือปืนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์สามคนก็ปรากฏตัวที่ทางแยกหน้าตรอก พวกเขาตะโกนลั่นพร้อมระดมยิงเข้าใส่
กระสุนเจาะเข้ากำแพงจนสะเก็ดหินกระเด็น
จินหนานหมอบลงทันทีและยิงโต้ตอบอย่างแม่นยำ
“ปัง ๆ ๆ ๆ!”
เสียงปืนไรเฟิลแผดสนั่น มือปืนทั้งสามล้มตึงไปตาม ๆ กัน
จินหนานลุกขึ้นพรวดแล้วตะโกนบอกเสี่ยวปา “ตามมา!” เขาถือปืนตั้งท่าเตรียมพร้อมและวิ่งนำไป เสี่ยวปาแม้จะหวาดกลัวแต่ก็รีบวิ่งตามไปติด ๆ
ก่อนจะออกจากตรอกเพื่อเข้าสู่ทางแยกใหญ่ มือปืนอีกสองคนพุ่งออกมาแต่ถูกจินหนานยิงคว่ำไปก่อนอย่างว่องไว
เขารู้ดีว่ากำลังเสริมจะมาถึงในไม่ช้า จึงไม่ได้เสียเวลาเก็บแม็กกาซีน และรีบพาเสี่ยวปามุดเข้าสู่อีกตรอกหนึ่งทันที
แต่พื้นที่แถบนี้ถูกปิดล้อมไว้เกือบหมดแล้ว จินหนานต้องปะทะกับศัตรูเกือบทุกนาที แต่โชคดีที่ศัตรูมากันเป็นกลุ่มย่อย เขาจึงจัดการได้ไม่ยากนัก
“ปัง ๆ ๆ!”
“ปัง ๆ!”
เสียงปืนดังขึ้นประปรายเป็นระยะ ทุกครั้งที่เสียงปืนดังขึ้น หมายถึงจินหนานได้เผชิญหน้ากับศัตรู และหมายถึงจะมีศพเพิ่มขึ้นด้วยฝีมือของเขา
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
จินหนานพาเสี่ยวปาฝ่าวงล้อมมาถึงถนนใหญ่ได้สำเร็จ ตอนนี้เขาจำไม่ได้แล้วว่าฆ่าไปกี่คน รู้เพียงแต่ว่ากระสุนเหลือเพียงแม็กกาซีนสุดท้ายในมือ และปืน 1911 ที่เอวอีกหนึ่งแม็กกาซีนเท่านั้น
“เร็วเข้า!”
ท่าเรืออยู่แค่ฝั่งตรงข้ามถนน จินหนานหอบหายใจพลางลากเสี่ยวปาวิ่งข้ามไป เสียงปืนจากข้างหลังดังไล่หลังมา กระสุนแฉลบผ่านหูเขาไปจนได้ยินเสียงวีดหวิว
แต่เขาไม่มีท่าทีหวั่นไหว ชีวิตที่ต้องคลุกคลีกับห่ากระสุนแบบนี้เขาผ่านมาโชกโชนถึงหกปีเต็ม
เมื่อพาเสี่ยวปาข้ามถนนมาได้ จินหนานกดตัวเธอลงให้หมอบกับพื้น ส่วนเขาก็หมอบลงเล็งปืนใส่รถกระบะติดอาวุธที่พุ่งเข้ามา
เขาสาดกระสุนไปครึ่งแม็ก รถกระบะเสียหลักพุ่งอัดเข้ากับพุ่มไม้ริมทาง เสียงปืนสงบลงชั่วขณะ
“ไป!”
จินหนานฉุดเสี่ยวปาลุกขึ้นแล้ววิ่งสุดฝีเท้าเข้าสู่ท่าเรือ
ขณะนี้เป็นเวลาตีสี่ ประกอบกับเป็นช่วงพักฤดูทำประมง เรือประมงจำนวนมากจึงจอดเรียงรายอยู่ที่ท่าเรือโดยไร้ผู้คน จินหนานกวาดสายตาไปรอบ ๆ จนกระทั่งล็อกเป้าหมายที่เรือสปีดโบ๊ทความยาวสิบกว่าเมตรลำหนึ่ง
เขาพาเสี่ยวปาวิ่งไปบนสะพานไม้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ไม่นานทั้งคู่ก็กระโดดขึ้นไปบนเรือได้สำเร็จ
จินหนานรีบวิ่งขึ้นไปยังห้องควบคุมชั้นบน เขาใช้พานท้ายปืนฟาดเข้าที่แผงควบคุมสายไฟจนพังยับ
“โครม! โครม!”
กล่องสายไฟแตกกระจาย เผยให้เห็นสายไฟระยิบระยับอยู่ภายใน
จินหนานมองหาชุดสายไฟสตาร์ทและดึงออกมาเตรียมจะต่อสายตรง แต่ในจังหวะนั้นเอง หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างจนต้องชะงัก
‘เชี่ยเอ๊ย!’
กุญแจเสียบคาอยู่ที่รูกุญแจใต้พวงมาลัย!
เรือบ้านไหนวะเนี่ย ทิ้งกุญแจไว้ให้เสร็จสรรพ!
จินหนานแอบบ่นในใจพลางยัดสายไฟกลับที่เดิมแล้วบิดกุญแจสตาร์ททันที
“บรึ้ม!” เครื่องยนต์สปีดโบ๊ทคำรามขึ้นมาในพริบตา
“อา! สตาร์ทติดแล้ว! ติดแล้ว!”
เสี่ยวปาที่อยู่บนดาดเรือดีใจจนน้ำตาแทบไหล
ในที่สุดเธอก็จะได้ออกไปจากนรกแห่งนี้เสียที
“หยุดนะโว้ย!”
“ยิงมัน!”
“ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ!”
มือปืนเกือบสามสิบคนกรูมาถึงท่าเรือ พวกเขาตะโกนด่าทอด้วยความโมโหพลางสาดกระสุนใส่เรือที่กำลังถอยหลัง
ห่ากระสุนพุ่งเข้าใส่ประดุจพายุ จินหนานรีบหมอบลงทันที ส่วนเสี่ยวปาที่เริ่มมีประสบการณ์ก็หมอบแนบชิดกับพื้นดาดเรือไม่ยอมเงยหน้า
ท่ามกลางพายุลูกตะกั่ว จินหนานไม่กล้าเงยหัวขึ้นมามอง เขาใช้สัญชาตญาณบังคับเรือให้ถอยห่างออกมา เมื่อประเมินว่าระยะปลอดภัยพอควรแล้ว เขาก็หักพวงมาลัยและเหยียบคันเร่งจมมิด
“บรึ้มมมม!” สปีดโบ๊ทหักหัวเลี้ยวขวับพุ่งทะยานออกสู่ท้องทะเลกว้าง
มือปืนบนฝั่งได้แต่ยืนด่าทอและระดมยิงตามหลังมา แต่ด้วยความเร็วของเรือ เพียงไม่กี่อึดใจมันก็ทิ้งห่างออกไปสามสี่ร้อยเมตร
กลุ่มมือปืนลดปืนลงด้วยความจนใจ ได้แต่มองดูเรือที่เล็กลงเรื่อย ๆ
ระยะขนาดนี้ สำหรับพวกเขาแล้วมันยากเกินกว่าจะยิงถูก ไม่มีประโยชน์ที่จะเปลืองกระสุนอีกต่อไป
“แม่งเอ๊ย! คนตั้งกี่ร้อยตามล่าคนแค่สองคน ยังปล่อยให้มันหนีไปได้!”
บนดาดเรือ เสี่ยวปามองดูท่าเรือที่ค่อย ๆ ลับตาไป เธอตื่นเต้นจนลุกขึ้นกระโดดโลดเต้น “เรารอดแล้ว! เราทำสำเร็จแล้ว!”
วินาทีนี้เธอรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่
ด้วยความดีใจ เธอรีบวิ่งขึ้นไปหาจินหนานที่ห้องควบคุมเพื่อจะร่วมฉลองความสำเร็จ แต่เธอกลับพบว่า จินหนานกำลังถือปืนไรเฟิลเล็งย้อนกลับไปที่ท่าเรือ
“ระยะขนาดนี้จะยิงถูกเหรอคะ?” เธอถามเสียงแผ่วด้วยความสงสัย
ทั้งมืด ทั้งไกลสี่ห้าร้อยเมตร แถมเรือยังวิ่งส่ายไปมาด้วยความเร็วสูง แต่ทันทีที่สิ้นเสียงเธอ “ปัง!” ประกายไฟพุ่งออกจากปากกระบอก AK-74 ลูกตะกั่วแหวกอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว