เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 หญิงงามมอบพิณ

บทที่ 17 หญิงงามมอบพิณ

บทที่ 17 หญิงงามมอบพิณ


บทที่ 17 หญิงงามมอบพิณ

"นายน้อย หนังสือของท่านวันนี้ขายออกไปได้เก้าสิบเล่มแล้วขอรับ!"

ที่จวนตระกูลฉู่ ลุงฝูค่อมร่างวิ่งมาอย่างรวดเร็ว บนใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี

นี่คือเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง หมายความว่านายน้อยได้ดิบได้ดีแล้ว ตระกูลฉู่มีความหวังที่จะฟื้นฟู

ฉู่เหอเพิ่งวางพู่กันลง กำลังนวดข้อมือที่ปวดเมื่อย ลุงฝูก็พุ่งพรวดเข้ามาโดยตรง

เขาเงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง แล้วกล่าวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยว่า "ลุงฝู ท่านจะรีบร้อนไปทำไมกัน? ก็แค่ขายหนังสือได้เก้าสิบเล่ม มีอะไรให้น่าตกใจขนาดนั้น?"

ลุงฝูกลับยิ้มจนหุบปากไม่ลง หัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า "นายน้อย หากนายท่านได้เห็นท่านในตอนนี้ จะต้องปลาบปลื้มใจอย่างหาที่สุดไม่ได้แน่นอนขอรับ"

เมื่อฉู่เหอได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม บิดาผู้นี้ดีต่อตนเองมากจริงๆ

สามารถใช้คำว่าโปรดปราน ไม่สิ ควรจะใช้คำว่าตามใจจนเสียคนมาบรรยายถึงจะถูก มิฉะนั้นบิดาที่เป็นถึงอาจารย์ผู้ชี้แนะขั้นห้าก็คงไม่สั่งสอนลูกชายออกมาให้กลายเป็นคุณชายเสเพลเช่นนี้ได้หรอก

ไม่รู้เลยว่าตอนนี้บิดาใช้ชีวิตอยู่ในคุกหลวงเป็นอย่างไรบ้าง กินอิ่มหรือไม่ สวมใส่เสื้อผ้าอบอุ่นหรือไม่

"นายน้อยวางใจเถิดขอรับ ฮูหยินได้กลับไปขอความช่วยเหลือที่บ้านเดิมแล้ว จะต้องสามารถช่วยนายท่านออกมาได้อย่างแน่นอน" ลุงฝูมีสีหน้ามั่นใจ

ฉู่เหอเลิกคิ้วขึ้น เกิดความสงสัยในใจ "ลุงฝู ตกลงแล้วท่านตาของข้าทำงานอะไรกันแน่ ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย?"

เขาค้นดูความทรงจำจนทั่ว กลับพบว่าตั้งแต่เขาจำความได้ มารดาไม่เคยเอ่ยถึงสถานการณ์ทางบ้านเดิมของตนเองเลย

สีหน้าของลุงฝูเปลี่ยนไปมาอย่างต่อเนื่อง หัวเราะฮ่าๆ แล้วกล่าวว่า "นายน้อย เรื่องนี้บ่าวเฒ่าก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ ท่านอย่าถามเลยจะดีกว่า เอ๊ะ ท่านต้องการรับประทานมื้อดึกสักหน่อยหรือไม่ บ่าวเฒ่าจะสั่งให้ห้องครัวทำให้ท่าน"

"ไม่มีอะไรที่อยากกิน ข้าจะกลับห้องไปนอนแล้ว ท่านก็กลับไปเถอะ" ฉู่เหอโบกมือปฏิเสธ

ลุงฝูจึงยอมถอยออกไป พร้อมกับปิดประตูให้เสร็จสรรพ

หลังจากที่เขาจากไป ฉู่เหอก็นั่งลงบนเก้าอี้ คิ้วขมวดเข้าหากัน เขามีความรู้สึกอยู่เสมอว่า ลุงฝูจะต้องรู้เรื่องสถานการณ์ทางบ้านเดิมของมารดาอย่างแน่นอน เพียงแต่จงใจปิดบังเขาไว้เท่านั้น

คิดอยู่นานครึ่งค่อนวัน เขาก็คิดหาเหตุผลไม่ออก กลับรู้สึกมึนงงปวดหัวไปหมด

ฉู่เหอนวดขมับของตนเอง แล้วกลับห้องไปนอนเช่นกัน

คฤหาสน์ตระกูลซ่างกวนแห่งเมืองผิงหยาง

ปู่หลานซ่างกวนจงหยวนและซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวกำลังเดินหมากรุกกันอยู่ในศาลา

ซ่างกวนจงหยวนลูบเครา สีหน้าเรียบเฉย เขาหยิบหมากสีดำขึ้นมาเม็ดหนึ่งแล้ววางลง ตัดหมากกลุ่มใหญ่ของฝ่ายตรงข้าม

"เสี่ยวเสี่ยว สภาพของเจ้าดูไม่ค่อยปกติเลยนะ" เขาลูบเคราแล้วยิ้มกล่าว

ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวนวดศีรษะของตนเอง ในหัวของนางล้วนเต็มไปด้วยภาพที่ฉู่เหอแต่งกวีกลางถนนในตอนกลางวัน

ภายในเวลาอันสั้นกลับแต่งบทกวีชั้นยอดติดต่อกันถึงยี่สิบกว่าบท ช่างทับซ้อนกับภาพลักษณ์ของบุคคลในจินตนาการของนางอย่างพอดิบพอดี ทำเอาใบหน้าจิ้มลิ้มของนางร้อนผ่าว

"เสี่ยวเสี่ยว เจ้ากำลังคิดถึงเสี่ยวฉู่อยู่ใช่หรือไม่" ซ่างกวนจงหยวนกล่าวด้วยความหมายลึกซึ้ง

เขามองออกทะลุปรุโปร่งว่าหลานสาวของตนกำลังคิดอะไรอยู่ เกรงว่าคงจะมีความรักเสียแล้ว เมื่อคำนวณดูแล้ว ฐานะของเจ้าหนุ่มตระกูลฉู่นั่นก็เหมาะสมกับเสี่ยวเสี่ยวอย่างเหลือเฟือจริงๆ

"ข้าไม่ได้คิดเสียหน่อย!" ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้าปฏิเสธ จากนั้นก็กล่าวต่อว่า "ข้าก็แค่กำลังคิดว่า ท่านลุงฉู่ทุจริตการคุมสอบจริงๆ หรือ? ทำไมถึงถูกส่งเข้าคุกหลวงได้"

นางไม่อยากยอมรับว่าตนเองกำลังคิดถึงคุณชายเสเพลผู้หนึ่ง ต่อให้จะเป็นคุณชายเสเพลที่เปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์ก็ตาม จึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที

"เจ้าเคยพบฉู่อวิ๋นฟู่ เจ้าคิดว่าเขาเป็นคนเช่นไร?" ซ่างกวนจงหยวนหุบรอยยิ้ม น้ำเสียงเรียบเฉย

ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "ท่านลุงฉู่เป็นคนเที่ยงตรง ไม่น่าจะเป็นคนที่ทุจริตการคุมสอบได้เลย"

ซ่างกวนจงหยวนถอนหายใจ แล้วกล่าวว่า "ในราชสำนักมีเรื่องวุ่นวายมากมาย มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ ไม่ใช่ว่าจะบอกว่าการเป็นคนเที่ยงตรงแล้วจะสามารถหยัดยืนอยู่ได้"

"ท่านปู่ ท่านกำลังจะบอกว่าท่านลุงฉู่ถูก..."

"เสี่ยวเสี่ยว ห้ามพูดจาเหลวไหล!"

ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งจะพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาก็ถูกท่านปู่ขัดจังหวะเสียก่อน

ซ่างกวนจงหยวนลุกขึ้นยืนเดินไปมา เดินไปที่ริมสระน้ำแล้วเอามือไพล่หลัง สายตามองไปยังปลาหลีฮื้อที่แหวกว่ายอยู่ใต้ใบบัว

"ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นปลาเกล็ดทองคำตัวหนึ่งหรือไม่ โลกใบนี้ ต้องการมังกรที่แท้จริงสักตัวมากวนฟ้าพลิกดิน ชายชราอย่างข้าจะเปิดประตูมังกรนี้ให้แก่เจ้าเอง"

"ท่านปู่ ท่านกำลังพูดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?" ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวกล่าวด้วยความอยากรู้อยากเห็น

น้ำเสียงของซ่างกวนจงหยวนราบเรียบ "เสี่ยวเสี่ยว เจ้าไปเก็บของเตรียมตัวเถอะ พรุ่งนี้พวกเราจะกลับเมืองหลวงกัน"

"เร็วขนาดนี้เลยหรือเจ้าคะ?" ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวมีสีหน้าลังเล

ซ่างกวนจงหยวนลูบเคราแล้วยิ้มกล่าว "เสี่ยวเสี่ยว เจ้าวางใจเถอะ เชื่อว่าอีกไม่นานฉู่เหอก็จะกลับไปยังเมืองหลวงเช่นกัน"

"ท่านปู่ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเสียหน่อย!" ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวกระทืบเท้า ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย

นางเองก็ไม่เข้าใจว่าตนเองเป็นอะไรไป ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อของฉู่เหอ มักจะมีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกอยู่เสมอ

"ปู่อายุมากแล้ว ไม่เหมือนกับคนหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้า ต้องขอกลับไปนอนก่อนล่ะ!"

ซ่างกวนจงหยวนหัวเราะแล้วเดินกลับห้องไป ทิ้งให้ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวนั่งอยู่เพียงลำพังในศาลา

"พรุ่งนี้ก็จะไปแล้ว ยังไม่ได้เจอหน้าคุณชายฉู่อีกสักครั้งเลย"

ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวใช้สองมือเท้าคาง เงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์

"คุณชายฉู่เชี่ยวชาญเรื่องบทกวีและบทเพลง หรือว่าจะทิ้งพิณร้อยวิหคไว้ให้เขาดี"

นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกลับไปที่ห้องหนังสือ หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนบทกวีวรรคหนึ่งลงบนกระดาษ

"โอ๊ย น่าอายจะตายอยู่แล้ว หวังว่าคุณชายฉู่จะไม่คิดลึกไปนะ"

แก้มแดงระเรื่อ ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวรีบพับกระดาษสีขาว แล้วสอดเข้าไปในช่องว่างของพิณร้อยวิหค

วันที่สอง ท้องฟ้าเพิ่งจะสว่างเล็กน้อย ฉู่เหอก็บิดขี้เกียจ

"ปราณวรรณกรรมเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลยนะ!"

เขาสัมผัสถึงขอบเขตของตนเอง รากฐานของขั้นเก้าแห่งการแสวงวิชาได้ถูกสร้างขึ้นอย่างมั่นคงแล้ว เพียงแต่ระยะห่างจากขั้นแปดแห่งการเปี่ยมตำรายังคงห่างไกลไร้กำหนด

แต่เขาก็ไม่ท้อแท้ เชื่อว่าหลังจากแผนการสำเร็จ ใชัเวลาอีกไม่กี่วันเขาก็จะสามารถทะลวงขอบเขตได้ ถึงขั้นหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณแห่งหนังสือออกมาได้เลย

ในเรื่องซ้องกั๋งมีตัวละครระดับตำนานตั้งร้อยกว่าคน ต่อให้สามารถหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณแห่งหนังสือออกมาได้เพียงครึ่งเดียวก็ถือว่าสุดยอดแล้ว แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว

"นายน้อย! คุณหนูตระกูลซ่างกวนส่งของขวัญมาให้ท่านชิ้นหนึ่งเจ้าค่ะ!"

เสียงของสาวใช้ตัวน้อยอวี้หลิงดังขึ้นอย่างกะทันหัน นางวิ่งเหยาะๆ มาตลอดทาง ในอ้อมกอดยังอุ้มพิณโบราณคันหนึ่งมาด้วย

"คุณหนูตระกูลซ่างกวนงั้นหรือ? ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวงั้นหรือ?"

ฉู่เหอขมวดคิ้วเล็กน้อย แม่นางน้อยผู้นี้ส่งของขวัญอะไรมาให้เขากัน?

เมื่อเขามองเห็นพิณโบราณคันนั้น ก็ชะงักงันไปในทันที

"ของวิเศษแห่งวิถีปราชญ์ พิณร้อยวิหคงั้นหรือ?"

"นางเอาพิณร้อยวิหคมามอบให้ข้า นี่ไม่ได้ล้อเล่นใช่หรือไม่?"

ฉู่เหอตกใจจนอ้าปากค้าง หุบไม่ลงไปครู่ใหญ่

เขาอุตส่าห์ไปสืบดูเป็นพิเศษแล้ว ของวิเศษแห่งวิถีปราชญ์ชิ้นหนึ่งมีมูลค่าถึงหมื่นตำลึงเงินเชียวนะ

ของอย่างพิณร้อยวิหคนี้ ยิ่งเป็นของชั้นยอดในหมู่ของวิเศษแห่งวิถีปราชญ์ หากไม่มีเงินสักหลายหมื่นตำลึงก็ไม่มีทางซื้อมาได้อย่างแน่นอน

ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวถึงกับเอาเงินหลายหมื่นตำลึงมามอบให้เขางั้นหรือ?

ฉู่เหอลองดีดสายพิณดู เสียงนั้นกังวานใสบริสุทธิ์ ปราณวรรณกรรมถึงกับสามารถกระตุ้นสายพิณ ให้บรรลุผลลัพธ์การโจมตีที่คาดไม่ถึงได้

"คุณชายฉู่ นี่มันพิณร้อยวิหคของซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยวไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงมาอยู่ที่ท่านได้ล่ะ?"

ขณะที่ฉู่เหอกำลังศึกษาพิณร้อยวิหคอยู่นั้น เสียงอุทานด้วยความประหลาดใจก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เขาหันไปมอง ก็พบว่าเป็นหวังอิงจวิ้นอย่างที่คิด

"ซ่างกวนเสี่ยวเสี่ยววานให้คนนำมาส่ง ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมนางถึงมอบพิณให้" ฉู่เหอตอบตามความจริง

ไขมันบนใบหน้าของหวังอิงจวิ้นเบียดเสียดเข้าด้วยกัน เขากล่าวด้วยความตกใจว่า "ได้ยินมาว่านางกับนายท่านผู้เฒ่าซ่างกวนเดินทางกลับเมืองหลวงไปตั้งแต่เช้าแล้ว ก่อนไปนางมอบพิณร้อยวิหคให้ท่าน นางต้องถูกใจท่านอย่างแน่นอน!"

"พูดจาเหลวไหลอะไรกัน!" ฉู่เหออดไม่ได้ที่จะตวาดใส่ประโยคหนึ่ง

แม่นางน้อยคนนั้นเพิ่งจะอายุสิบหกปี ฉู่เหออย่างเขาเป็นถึงวิญญูชนผู้เที่ยงธรรม จะไปลงมือกับแม่นางน้อยแบบนี้ได้อย่างไร

"อวี้หลิง เจ้าเอาพิณร้อยวิหคไปเก็บไว้ในห้องหนังสือของข้านะ ข้ามีเรื่องจะปรึกษากับคุณชายหวัง"

ฉู่เหอยื่นพิณร้อยวิหคให้อวี้หลิง อวี้หลิงก็อุ้มพิณเดินจากไปอย่างว่าง่าย

เมื่อผลักประตูห้องหนังสือเข้าไป อวี้หลิงกำลังจะวางพิณร้อยวิหคลงบนโต๊ะ จู่ๆ กระดาษแผ่นหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมา

"เพียงหวังให้คนมีอายุยืนยาว แม้ห่างไกลพันหลี้ยังได้ชมจันทร์ดวงเดียวกัน"

"ตัวหนังสือช่างงดงามเป็นระเบียบเรียบร้อยนัก ทำไมถึงมาอยู่ในพิณร้อยวิหคได้ล่ะ? ข้าควรจะไปบอกนายน้อยดีหรือไม่นะ?"

ในตอนนั้นเอง เสียงของฉู่เหอก็ดังมาจากด้านนอก

"อวี้หลิง เก็บพิณเสร็จแล้วไปชงชามาถ้วยหนึ่งนะ"

"เจ้าค่ะนายน้อย อวี้หลิงได้ยินแล้ว"

อวี้หลิงขานรับประโยคหนึ่ง จากนั้นก็รีบวิ่งเหยาะๆ ไปชงชาทันที

จบบทที่ บทที่ 17 หญิงงามมอบพิณ

คัดลอกลิงก์แล้ว