- หน้าแรก
- หนึ่งพู่กันสยบฟ้าตวัดอักษรสยบภูตผี
- บทที่ 13 เหล่านักศึกษาเข้าบ่อนพนัน
บทที่ 13 เหล่านักศึกษาเข้าบ่อนพนัน
บทที่ 13 เหล่านักศึกษาเข้าบ่อนพนัน
บทที่ 13 เหล่านักศึกษาเข้าบ่อนพนัน
หวังอิงจวิ้นเป็นเจ้ามือ เขาได้นำตั๋วเงินและภาพวาดฝูงห่านป่าหวนกลับไปวางเดิมพันไว้ในฝั่งที่ให้ฉู่เหอเป็นฝ่ายชนะเรียบร้อยแล้ว
เขาส่งเสียงร้องตะโกนกึกก้อง ร้องเรียกให้ผู้คนที่อยู่รอบๆ เข้ามาวางเดิมพัน
ทว่าผู้คนนับร้อยกลับไม่มีใครขยับเขยื้อนเลยสักคน ทุกคนล้วนแต่จ้องมองไปยังอีกฝั่งหนึ่งตาไม่กะพริบ
นั่นคือฝั่งที่ให้หลิวหรูเฟิงเป็นฝ่ายชนะ ขอเพียงโยนเงินลงไปที่ฝั่งนั้น ก็เท่ากับได้เก็บเงินเข้ากระเป๋าแล้ว
ส่วนเรื่องที่จะไปวางเดิมพันให้ฉู่เหอนั้น นั่นมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรืออย่างไร!
นอกเสียจากคุณชายท่านนี้แล้ว ยังจะมีใครที่มีเงินแล้วไม่มีที่ให้ใช้ ถึงได้ไปวางเดิมพันให้หนังสือปกิณกะเล่มหนึ่งชนะ
ทว่าตอนนี้ยังไม่มีใครเข้าไปวางเดิมพัน เพราะหวังอิงจวิ้นยังอยู่ตรงนี้ หากเข้าไปวางเดิมพันให้หลิวหรูเฟิงชนะในตอนนี้ นั่นจะไม่เป็นการหักหน้าคุณชายใหญ่ท่านนี้หรอกหรือ?
"พวกเจ้ามัวยืนทำอะไรกันอยู่ รีบลงเงินเดิมพันสิ!" หวังอิงจวิ้นร้องเร่งเร้าเมื่อเห็นว่าไม่มีใครขยับตัว
ในฝูงชน ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหว ล้วงเอาตั๋วเงินมูลค่าห้าสิบตำลึงออกมาจากอกเสื้อแล้วเดินเข้าไปที่โต๊ะพนัน
จากนั้นก็ตบเงินห้าสิบตำลึงนั้นลงบนโต๊ะพนันอีกฝั่ง ท่ามกลางสายตาอันคาดหวังของหวังอิงจวิ้น
"ให้ตายเถอะ เหล่าหลี่ เจ้าช่างไม่มีน้ำใจเลยนะ เมื่อก่อนข้ากับคุณชายฉู่ก็เลี้ยงดูปูเสื่อให้เจ้าไปเที่ยวหออี๋หงอยู่บ่อยๆ!" หวังอิงจวิ้นกล่าวด้วยความเดือดดาล
ชายผู้นั้นมีสีหน้าละอายใจแล้วกล่าวว่า "คุณชายหวัง ข้าต้องขออภัยด้วย ข้าไม่ได้มีฐานะร่ำรวยเหมือนท่าน ข้าก็แค่อยากจะร่ำรวยบ้าง"
"วางเดิมพันให้เจ้านั่นจากตระกูลหลิวชนะแล้วจะร่ำรวยได้งั้นหรือ?" หวังอิงจวิ้นกล่าวด้วยความรู้สึกโกรธเคืองที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ
ชายผู้นั้นกลับพยักหน้ารับ "ถูกต้อง การวางเดิมพันให้หลิวหรูเฟิงชนะสามารถทำให้ร่ำรวยได้อย่างแน่นอน"
"เจ้า!" หวังอิงจวิ้นโกรธจนชี้หน้าชายผู้นั้นและพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่
เมื่อมีคนเริ่มเปิดฉาก คนที่เหลือก็พากันกรูเข้าไป ต่างก็นำเงินและตั๋วเงินในมือของตนวางลงบนโต๊ะพนันกันอย่างเนืองแน่น
"ข้าสิบตำลึง วางเดิมพันให้หลิวหรูเฟิงชนะ!"
"ข้าสามสิบตำลึง วางเดิมพันให้หลิวหรูเฟิงชนะ!"
"ข้าหนึ่งร้อยตำลึง!"
"..."
เพียงไม่นาน ตั๋วเงินในฝั่งที่ให้หลิวหรูเฟิงเป็นฝ่ายชนะก็กองสุมกันจนเป็นภูเขาขนาดย่อมไปแล้ว ในขณะที่ฝั่งของฉู่เหอ ก็ยังคงมีเพียงตั๋วเงินสองหมื่นตำลึงและภาพวาดฝูงห่านป่าหวนกลับของหวังอิงจวิ้นเท่านั้น
"ให้ตายสิ เล่นแบบนี้เลยหรือ?"
เมื่อมองดูตั๋วเงินที่กองสุมอยู่บนโต๊ะพนัน หวังอิงจวิ้นก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง
"โอ๊ะ นี่มันคุณชายหวังไม่ใช่หรือ! ได้ยินมาว่าท่านเปิดโต๊ะพนัน พี่ชายอย่างข้าก็ขอเข้ามาร่วมสนุกด้วยคนสิ"
ขณะที่ในใจของหวังอิงจวิ้นกำลังกระวนกระวายอยู่นั้น น้ำเสียงที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมา
เขาหันขวับไปมอง ก็พบว่าเป็นชายหนุ่มรูปร่างผอมแห้งที่เดินฝีเท้าเบาหวิวและมีใบหน้าซีดเซียว
หวังอิงจวิ้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง "น้องจางเฟย เจ้ามาได้ถูกเวลาพอดีเลย มาวางเดิมพันให้คุณชายฉู่ชนะไปพร้อมกับข้าสิ พวกเราจะกอบโกยเงินทองให้เต็มไม้เต็มมือไปด้วยกัน"
จางเฟยกวาดสายตามองไปที่โต๊ะพนันแวบหนึ่ง แล้วหัวเราะฮ่าๆ พร้อมกับล้วงตั๋วเงินมูลค่าร้อยตำลึงออกมาจากแขนเสื้อ "คุณชายฉู่เป็นพี่น้องของคุณชายหวัง นั่นก็คือพี่น้องของจางเฟยอย่างข้า ข้าขอวางเดิมพันให้คุณชายฉู่ร้อยตำลึง!"
"พี่น้องที่ดี!" เมื่อเห็นว่าในที่สุดก็มีคนวางเดิมพันให้ฉู่เหอ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหวังอิงจวิ้น
ทว่าในวินาทีถัดมา รอยยิ้มของเขาก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้า
กลับเห็นว่าจางเฟยเดินไปยังฝั่งที่ให้หลิวหรูเฟิงชนะ แล้วล้วงเอาตั๋วเงินกำใหญ่ออกมาจากอกเสื้อแล้วตบลงไป
"ห้าพันตำลึง วางเดิมพันให้หลิวหรูเฟิงชนะ"
ยังไม่ทันที่หวังอิงจวิ้นจะได้เอ่ยปาก จางเฟยก็ประสานมือคารวะเขาด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย "คุณชายหวัง พี่ชายอย่างข้าเพิ่งจะซื้ออนุภรรยามาจากหออี๋หงเมื่อไม่นานมานี้ ในมือจึงมีเงินทองไม่ค่อยคล่องตัวนัก ครั้งนี้ขอให้พี่ชายอย่างข้าได้กอบโกยเงินสักหน่อยเถิด"
หวังอิงจวิ้นก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า สถานการณ์ก็เป็นไปตามที่ฉู่เหอได้บอกเอาไว้จริงๆ
นอกเหนือจากเขาแล้ว ก็ไม่มีใครยอมไปวางเดิมพันให้ฉู่เหอเป็นฝ่ายชนะเลย
แต่ฉู่เหอก็ได้กล่าวไว้แล้วเช่นกันว่า ยิ่งมีคนวางเดิมพันให้หลิวหรูเฟิงชนะมากเท่าไร ในอีกห้าวันข้างหน้าเขาก็จะยิ่งได้เงินมากเท่านั้น
"คุณชายฉู่ เจ้าต้องพึ่งพาได้จริงๆ นะ ทรัพย์สินทั้งหมดของพี่ชายอย่างข้า ถูกนำมาวางเดิมพันไว้ที่นี่หมดแล้วนะ!"
หวังอิงจวิ้นสวดภาวนาอยู่ในใจอย่างเงียบๆ
แม้ว่าเฮยหลงฟางจะเป็นบ่อนพนันที่ใหญ่ที่สุดในเมืองผิงหยาง แต่โต๊ะพนันที่มีการวางเดิมพันเกินกว่าหมื่นตำลึงนั้น ก็นับว่าเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากยิ่ง
เพียงไม่นาน ข่าวเรื่องที่หวังอิงจวิ้นเปิดโต๊ะพนันก็ถูกส่งต่อออกไปผ่านทางคำพูดของเหล่านักพนัน
ในคืนวันเดียวกันนั้น เงินที่วางเดิมพันให้หลิวหรูเฟิงเป็นฝ่ายชนะก็มีจำนวนเกินกว่าห้าหมื่นตำลึงไปแล้ว ส่วนอัตราต่อรองก็ลดลงมาอยู่ที่สิบจ่ายหก
แม้จะมาถึงจำนวนนี้แล้ว ก็ยังคงมีคนนำเงินมาส่งที่โต๊ะพนันอย่างไม่ขาดสาย
เพราะในสายตาของพวกเขา ไม่ว่าจะได้กำไรมากน้อยเพียงใด แต่นี่ก็คือการชนะอย่างแน่นอน ต่อให้วางเดิมพันเข้าไปแค่สิบตำลึง แล้วได้กำไรกลับมาสักสองสามตำลึงก็ยังถือว่าคุ้มค่า
ข่าวนี้ลอยเข้าหูของหลิวหรูเฟิงอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินเรื่องโต๊ะพนันที่หวังอิงจวิ้นเป็นคนตั้งขึ้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าเยาะเย้ยออกมา
"หวังไป๋ว่านสร้างตัวมาจากสองมือเปล่า สั่งสมความมั่งคั่งนับล้าน จนกลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมืองผิงหยาง ช่างน่าเสียดายที่พ่อยอดเยี่ยมแต่ลูกกลับไม่เอาไหน ทรัพย์สมบัตินับล้านของเขาคงจะต้องมาพังทลายลงในมือของไอ้สวะหวังอิงจวิ้นคนนี้เสียแล้ว"
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพึมพำว่า "ในเมื่อหวังอิงจวิ้นโง่เขลาถึงเพียงนี้ ถ้าเช่นนั้นข้าก็สู้ทำดีเอาหน้าสักหน่อย เพื่อให้กวนหมิงและคนอื่นๆ สามารถกอบโกยเงินทองได้สักก้อนน่าจะดีกว่า"
"และยังมีภาพวาดฝูงห่านป่าหวนกลับชิ้นนั้นอีก ซึ่งเป็นผลงานที่มาจากฝีมือของหลิวอวิ๋นเฟิงผู้มีพรสวรรค์ขอบเขตขั้นสี่แห่งการเลื่องลือชื่อเสียง หากสามารถนำมาไว้ในมือได้ ก็จะส่งผลดีอย่างมากต่อการยกระดับปราณวรรณกรรมของข้า"
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็สั่งให้บ่าวรับใช้ไปเชิญตัวกวนหมิงและเหล่านักศึกษามาพบทันที
เพียงไม่นานกวนหมิงและคนอื่นๆ ก็มาถึง เมื่อได้ยินหลิวหรูเฟิงบอกว่ามีช่องทางหาเงิน ทุกคนต่างก็มีสีหน้าดีอกดีใจ
แม้ครอบครัวของพวกเขาจะมีฐานะอยู่บ้าง แต่การจะสนับสนุนให้พวกเขากลายเป็นผู้ฝึกฝนวิถีปราชญ์นั้นก็ยังถือว่าค่อนข้างยากลำบาก
ไม่ว่าจะเป็นพู่กัน หมึก กระดาษ แท่นฝนหมึก รวมบทกวีของมหาปราชญ์ หรือภาพวาดอักษรของผู้มีพรสวรรค์ สิ่งใดล้วนต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยทั้งสิ้น
"หวังอิงจวิ้นกำลังเอาเงินมามอบให้พวกเราชัดๆ ข้าจะกลับไปนำทรัพย์สินในบ้านจำนวนแปดร้อยตำลึงทั้งหมดมาวางเดิมพันเดี๋ยวนี้เลย!" กวนหมิงประกาศจุดยืนทันที
"บ้านข้าไม่ได้มีมากขนาดนั้น คงรวบรวมมาได้แค่ห้าร้อยตำลึง" อีกคนหนึ่งกล่าว
"โอกาสดีๆ แบบนี้ แน่นอนว่าต้องวางเดิมพันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้าจะกลับไปขายทรัพย์สินในบ้านเดี๋ยวนี้เลย ได้กำไรเพิ่มขึ้นมาอีกนิดก็ยังดี!" นักศึกษาคนหนึ่งพูดจาเด็ดขาดออกมาโดยตรง
การกระทำของเขาทำให้ผู้คนจำนวนมากเห็นด้วยในทันที อย่างไรเสียก็มีแต่ได้กำไรไม่มีทางขาดทุน ต่อให้ต้องขายทรัพย์สมบัติไปก่อนก็ไม่เป็นไร อย่างมากเมื่อโต๊ะพนันปิดลงในอีกห้าวันข้างหน้า หลังจากได้เงินมาแล้วก็ค่อยซื้อกลับมาก็เท่านั้นเอง
ค่ำคืนเริ่มดึกสงัด บ่อนพนันก็ตั้งใจจะปิดประตูแล้ว ในเวลานั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงร้องตะโกนดังมาจากแต่ไกล
"เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งปิดประตูนะ!"
ลูกจ้างที่คุมบ่อนมองไปตามทิศทางของเสียง กลับเห็นเหล่านักศึกษาสวมชุดยาวนับร้อยคนกำลังวิ่งตะบึงมาอย่างรวดเร็วเป็นขบวนยาว
"ยะ... แย่แล้ว เหล่านักศึกษามาบุกทำลายบ่อนแล้ว!"
ลูกจ้างตกใจจนร้องตะโกนลั่นขึ้นมาทันที เหล่าผู้ฝึกยุทธ์กลุ่มหนึ่งก็รีบกรูออกมาจากประตูใหญ่
พวกเขาแต่ละคนทำราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ นักศึกษาเหล่านี้มักจะมองว่าบ่อนพนันของพวกเขาเป็นสถานที่ที่สกปรกโสมมและดำมืด ถึงขั้นที่เคยโจมตีด้วยคำพูดมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แถมยังเคยลั่นวาจาว่าจะถวายฎีกาต่อผู้ว่าราชการเมืองเพื่อให้ปิดเฮยหลงฟางอีกด้วย
หากไม่ใช่เพราะเบื้องหลังของเฮยหลงฟางมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่คอยหนุนหลังอยู่ ก็คงจะถูกสั่งปิดไปตั้งนานแล้ว
หรือว่านักศึกษาเหล่านี้ถวายฎีกาไม่สำเร็จ จึงตั้งใจจะมาทุบตีทำลายข้าวของและก่อความวุ่นวายที่บ่อนพนันงั้นหรือ?
"ดะ... เดี๋ยวก่อน! พวกเรามาเพื่อวางเดิมพันให้คุณชายหลิวชนะ" ชายผู้เป็นหัวหน้าพูดด้วยอาการหอบกระหืดกระหอบ
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกไป ทุกคนในบ่อนพนันต่างก็ตกตะลึงจนมึนงง
พวกเขามาเพื่อวางเดิมพันหรือ? นี่ไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่?
"ทำไมพวกเจ้าถึงไม่พูดอะไรเลย หรือว่าโต๊ะพนันถูกปิดไปแล้ว? เป็นไปไม่ได้น่า ข้าอุตส่าห์ขายทรัพย์สมบัติในบ้านมาหมดเลยนะ!" นักศึกษาคนหนึ่งมีสีหน้าซีดเผือดลงทันที
ลูกจ้างของบ่อนพนันรีบตอบว่า "ไม่มีขอรับ ขอเชิญทุกท่านด้านในเลยขอรับ โต๊ะพนันจะปิดในวันที่ห้าขอรับ"
"เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี..."
นักศึกษานับร้อยคนแห่กันกรูเข้าไปในบ่อนพนัน แล้วล้วงเอาตั๋วเงินกำใหญ่ออกมาวางลงบนโต๊ะพนัน ทำเอาคนของบ่อนพนันถึงกับมองดูด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
เงินที่วางเดิมพันให้หลิวหรูเฟิงชนะในตอนนี้ เกรงว่าคงจะเกินหนึ่งแสนตำลึงไปแล้วกระมัง!
หลังจากวางเงินลงบนโต๊ะพนันแล้ว ในที่สุดนักศึกษาเหล่านี้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และกลับมามีท่าทีสง่างามตามแบบฉบับบัณฑิตเฉกเช่นวันวานอีกครั้ง
"พี่เฉียนช่างมือเติบนัก ถึงกับวางเดิมพันไปตั้งสามร้อยตำลึง ครั้งนี้คงจะร่ำรวยเป็นแน่!"
"น่าละอายนัก ข้าถึงขนาดขายบ้านไปหมดแล้ว พี่ฉู่ท่านก็ไม่เบาเลยนะ สองร้อยตำลึงก็ถือว่าไม่ใช่น้อยๆ แล้ว"
"ที่ไหนกัน ที่ไหนกัน..."